กราฟแท่งเทียน 10 แบบ ที่ต้องรู้


เส้น

กราฟแท่งเทียน 10 แบบ ที่ต้องรู้

ไม่พูดมากนะครับ กราฟแท่งเทียน เทรดเดอร์ทุกคน รู้ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ขอมานำเสนอรูปแบบของแท่งเทียนที่เราควรจะรู้  เพราะแท่งเทียนช่วยเราวิเคราะห์ในเชิงเทคนิค เพื่อช่วยในการติดสินใจคือ

  1. กราฟแท่งเทียน (Candlesticks) มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์เพื่อใช้สำหรับการซื้อขายเพราะ ประกอบไปด้วย ราคาเปิด (Open Price) , ราคาปิด (Close Price) , ราคาสูงสุด (High Price) , ราคาต่ำสุด (Low Price) โดยนำข้อมูลทั้งหมดมาสร้างเป็นกราฟแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว
  2. กราฟแท่งเทียน 1 แท่ง สามารถอธิบายอารมณ์และบรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้เป็นอย่างดี
  3. กราฟแท่งเทียนสามารถบอกได้ว่าการซื้อขาย ณ ขณะนั้น ใครมีพลังมากกว่ากันระหว่าง กระทิงกับหมี หรืออีกในหนึ่งก็คือ มีแรงส่งไปทางขึ้นหรือลง นั่นเอง
  4. สามารถบอกได้ว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป มีโอกาสที่กราฟจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ซึ่งหมายความว่า ตัวกราฟแท่งเทียนสามารถอ่านสัญญาณซื้อขายได้ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีดัชนีอื่นๆเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ซื้อขาย

รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่มีลักษณะตรงกันข้าม 10 คู่ ที่ควรจดจำ

  • Piercing Pattern VS Dark Cloud Cover

ขาขึ้น Piercing Pattern เป็นรูปแบบแท่งเทียนสีเขียวของหุ้นหรือค่าเงินที่อยู่ในเทรนด์ขาลง โดยตัวแท่งเทียน (Body) มีลักษณะที่ค่อนข้างยาว  และมีราคาปิดที่สูงเกินกว่าครึ่งของแท่งเทียนสีแดงก่อนหน้า ซึ่งตัวแท่งเทียนก่อนหน้าที่เป็นสีแดงนั้นก็มีความยาวอยู่ในระดับหนึ่ง แล้วมีราคาปิดเกือบถึงราคาต่ำสุดของแท่งเทียนที่อยู่ในเทรนด์ขาลงก่อนหน้านั้นเช่นกัน  รูปแแบบแท่งเทียนที่มีลักษณะเช่นนี้  บ่งบอกถึงสัญญาณการกลับตัวของหุ้นหรือค่าเงินที่มีความรุนแรง ความหมายก็คือ อาจมีกลับตัวเปลี่ยนทิศทางจากขาลงเป็นขึ้นได้

ขาลง Dark Cloud Cover เป็นรูปแบบแท่งเทียนสีเเดงของหุ้นหรือค่าเงินที่อยู่ในเทรนด์ขาขึ้น โดยตัวแท่งเทียน (Body) มีลักษณะที่ค่อนข้างยาว  และมีราคาปิดที่สูงเกินกว่าครึ่งของแท่งเทียนสีเขียวก่อนหน้า ซึ่งตัวแท่งเทียนก่อนหน้าที่เป็นสีเขียวนั้นก็มีความยาวอยู่ในระดับหนึ่ง แล้วมีราคาเปิดที่ใกล้เคียงกับราคาสูงสุดของแท่งเทียนที่อยู่ในเทรนด์ขาขึ้นก่อนหน้านั้นเช่นกัน  รูปแแบบแท่งเทียนที่มีลักษณะเช่นนี้  บ่งบอกถึงสัญญาณการกลับตัวของหุ้นหรือค่าเงินที่มีความรุนแรง ความหมายก็คือ อาจมีกลับตัวเปลี่ยนทิศทางจากขาขึ้นเป็นขาลงได้

  • Morning star patternVS Bearish Evening Star

ขาขึ้น Morning star pattern ลักษณะ: ตรงข้ามกับ Evening Star โดยที่เกิดตอนตลาดขาลง กล่าวคือประกอบด้วยแท่งเทียน 3 แท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีแดงขนาดใหญ่ตามมาด้วย แท่งเทียนสีเขียวเป็นช่องว่าง และตามมาด้วยแท่งเทียนสีเขียวเป็นช่องว่างและมีราคาปิดอยู่ ภายในขอบเขตของตัวเทียนแท่งแรก ความหมาย: บอกว่าตลาดหุ้นจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขึ้น

  ขาลง Bearish Evening Star ลักษณะ: มีแท่งเทียนสีเขียว ที่ตามมาด้วยแท่งเทียนที่มีตัวเทียนขนาดเล็กโดยจะเป็นสีดำหรือขาวก็ได้ กระโดดสูงขึ้นห่างไปจนเป็นช่องว่าง และมีแท่งเทียนสีแดงเกิดขึ้น ตามต่ำลงมาจนเป็นช่องว่างเหมือนกัน โดยราคาปิดของแท่งเทียนสีแดงแท่งที่ 3 นี้ จะอยู่ภายในขอบเขตตัวเทียนของแท่งเทียนสีเขียววันแรก ความหมาย: บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นลง

 3.Morning doji star pattern VS Bearish Evening Doji Star

ขาขึ้น Morning doji star pattern ลักษณะ: รูปแบบเหมือน Morning star  แตกต่างเพียงตัวกลางเปลี่ยนจากแท่งเทียนขนาดเล็กเป็น DOJI แทน  ความหมาย: เหมือน Morning star แต่แนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่จะขึ้นมีน้ำหนักมากกว่า

ขาลง  Bearish Evening Doji Star ลักษณะ: เหมือน Evening Star  แตกต่างเพียงตัวตรงกลางเปลี่ยนจาแท่งเทียนขนาดเล็กเป็น DOJI แทน ความหมาย: เหมือน Evening Starแต่มีน้ำหนัก  เปลี่ยนแนวโน้มจากขึ้นเป็นลงมากกว่า

 

4.Bullish Engulfing VS Bearish engulfing

ขาขึ้น Bullish Engulfing  เป็นรูปแบบที่มีแท่งเทียนแท่งที่สอง(แท่งสีเขียวขวามือ) มีขนาด body (ตัวแท่ง) ยาวกว่า body ตัวแรก (แท่งสีแดง) ตามความหมายของ engulfing คือการกลืนกิน หรือห้อมล้อมครอบงำ ในการพิจารณานั้นจะไม่เกี่ยวกับไส้เทียน (Shadow) ลักษณะของ Engulfing ที่ดีสุดคือ แท่งตัวแรก(สีแดง)ควรจะเล็กสั้นๆ ส่วนแท่งที่สอง(สีเขียน) ควรจะยาวๆ และเพื่อความมั่นใจอาจจะรอยืนยันแท่งที่สอง-สาม (สีเขียว) ในวันถัดไป โดยแท่งต้องยาวขึ้น และมีแรงซื้อหนาแน่นเพิ่มขึ้น เช่นเปิดราคากระโดดจนมี Gapd ความหมาย: บอกแรงซื้อหุ้นหรือค่าเงินเพิ่มมากขึ้น ขาขึ้นกำลังมีอิทธิพล สามารถเอาชนะขาลงได้

ขาลง Bearish engulfing กรณีตรงกันข้ามกับ Bullish Engulfing  คือเกิดแท่งเทียนสีแดงขึ้น โดยมีลักษณะครอบงำกลืนกินแท่งเดิมที่เป็นสีเขียว ส่วนรูปแบบของ Bearish engulfing ที่ดีที่สุดก็เช่นกันคือ แท่งเดิม(สีเขียว)ควรจะสั้นๆ เพื่อความแม่นยำขึ้นควรรอดูความหนาแน่นในการขายของแท่งเทียนในอีกสอง- สามวันต่อไป

ความหมาย: บอกเริ่มมีแรงขายเข้ามาในจำมาก ตอนนี้ขาลงสามรถชนะขาขึ้นได้แล้ว มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

 

  • Bullish HaramiVS Bearish Harami

ขาขึ้น Bullish Harami รูปแบบแท่งเทียนจะเหมือนคนท้อง ซึ่งมาจากคำว่า “Harami” เป็นภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เรียกคนท้อง จะประกอบด้วยแท่งเทียนในวันเเรก(สีแดง)ที่ยาวกว่า ตามมาด้วยแท่งเที่ยนวันที่สองล่าสุดที่สั้นกว่า(สีเขียว)   ปัจจัยสำคัญคือสัดส่วนของแท่งเทียนทั้งสองต่างกันมาก จึงยังไม่สามารถยืนยันการกลับทิศทางของหุ้นหรือค่าเงินได้ ฉนั้นจึงต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนในวันที่สาม ในการยืนยันการกลับทิศทางของค่าเงินหรือหุ้นที่ชัดเจนคือ แท่งเทียนตัวที่สามจะต้องเป็นสีเขียว และมีราคาเปิดแบบกระโดดจากแท่งเดิม(สีเขียว) มาอยู่ในราคาปิดของแท่งสีเขียวตัวที่สาม ในราคาที่สูงขึ้นไปมากๆ

ขาลง Bearish Harami รูปแบบแท่งเทียนก็เหมือนคนท้อง เช่นเกียวกับ Harami ขาขึ้น  จะประกอบด้วยแท่งเทียนในวันเเรก(สีเขียว)ที่ยาวกว่าแท่งเที่ยนในวันที่สอง(สีแดง)   ปัจจัยสำคัญคือสัดส่วนของแท่งเทียนทั้งสองต่างกันมาก จึงยังไม่สามารถยืนยันการกลับทิศทางของหุ้นหรือค่าเงินได้ ฉนั้นจึงต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนในวันที่สาม ในการยืนยันการกลับทิศทางของค่าเงินหรือหุ้นที่ชัดเจนนั้น แท่งเทียนตัวที่สามจะต้องเป็นสีเเดง และมีราคาเปิดแบบกระโดดจากแท่งเดิม(สีเเดง) มาอยู่ในราคาปิดของแท่งสีเเดงตัวที่สาม ในราคาที่สูงขึ้นไปมากๆ

   

  • Bullish Harami Cross VSBearish Harami Cross 

ขาขึ้น Bullish Harami Cross  เกิด D0ji Line (ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) ในวันล่าสุด คือกระโดดลงห่างจากแท่งเทียนสีแดง  ก่อนหน้า(วันแรก)จนเป็นช่องว่าง ในการพิจารณานั้น ความสูง-ต่ำ ของไส้เทียน Doji จะไม่เกี่ยว  ความหมาย : บอกแนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่ลงมาอาจจะเปลี่ยนเป็นขึ้น และถ้าจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ควรมีแท่งเทียนสีเขียวตามมา(วันที่สาม) โดยมีราคาเปิดแบบกระโดด gap หรือ มีราคาปิดที่สูงขึ้นจาก doji

ขาลง  Bearish Harami Cross  เกิด D0ji Line (ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) กระโดดขึ้นห่างจากแท่งเทียนสีเขียวก่อนหน้า จนเป็นช่องว่างโดยไส้เทียนของ DOJI จะห่างจากแท่งเทียนสีขาว หรือไม่ก็ได้

ความหมาย: บอกแนวโน้มหุ้นที่ขึ้นมาอาจจะเปลี่ยนเป็นลง หากจะให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นกว่านี้ หลักจากวันนี้แล้ว แท่งเทียนควรจะเป็นสีแดงเกิดขึ้นตามมาถือเป็นการยืนยัน

 

  • Bullish Doji star VS Bearish Doji star

ขาขึ้น Bullish Doji star คือรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดเป็น Doji Line ขึ้น (ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) มีการกระโดดลงห่างจากแท่งเทียนสีแดงก่อนหน้าจนเป็นช่องว่าง โดยไส้เทียนของ Doji จะห่างหรือไม่ห่างจากแท่งเทียนสีแดงก็ได้  ความหมายคือ : บอกแนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่ลงมาอาจจะเปลี่ยนเป็นขึ้น และจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นถ้ามีแท่งเทียนสีเขียวเกิดขึ้นตามมา

 

Bearish Doji star คือรูปแบบแท่งเทียนที่เกิดเป็น Doji Line ขึ้น(ราคาเปิดกับปิดเท่ากัน) มีการกระโดดขึ้นห่างจากแท่งเทียนสีเขียวก่อนหน้านี่จนเป็นช่องว่าง โดยไส้เทียนของ โดยไส้เทียนของ Doji จะห่างหรือไม่ห่างจากแท่งเทียนสีเขียวก็ได้

ความหมายคือ: บอกแนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่ขึ้นมาอาจจะเปลี่ยนเป็นลง และจะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นถ้ามีแท่งเทียนสีแดงเกิดขึ้นตามมา

 

8.Bullish Dragonfly Doji VS Bearish Dragonfly Doji 

ขาขึ้น Bullish Dragonfly Doji เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่ไม่มี body มีรูปลักษ์คล้ายๆกับ hammer โดยเกิดขึ้นจากจุดที่ต่ำสุดหรืออยู่ในช่วงระหว่างขาลง (Downtrend) ปัจจัยที่สำคัญ รูปแบบ dragonfly doji จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้าแท่งต่อไปเป็นสีเขียว และยิ่งเปิดด้วยราคาที่เกิด gap หรือราคาปิดที่ระดับสูงกว่า dragonfly doji มากๆ ก็จะเป็นการยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นได้เป็นอย่างดี

ขาลง Bearish Dragonfly Doji  ลักษณะเป็นรูปแบบของแท่งเทียนหนึ่งแท่งเกิดขึ้นที่จุดสูงสุดหรือในช่วงขาขึ้น (Uptrend)  ซึ่งรูปแบบ dragon fly ก็คล้าย hanging man เช่นกัน ต่างกันตรงที่ dragon fly ไม่มีแท่ง (ฺbody) แต่ hanging man จะมีแท่งเล็กอยู่ด้วย (Small body)  ปัจจัยที่สำคัญ รูปแบบ bearish dragonfly doji จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้ามีแท่งเทียนสีแดงเกิดขึ้นตามมา และยิ่งถ้าราคาที่เปิดเกิด gap หรือราคาปิดที่ระดับต่ำกว่า dragonfly doji มากๆ ก็เท่ากับว่า นั้นคือการยืนยันการกลับตัวเป็นขาลงอย่างชัดเจน

 

9.Hammer VS Hanging Man 

ขาขึ้น  Hammer ลักษณะ:  รูปร่างเหมือน Hanging Man  แต่ต่างกันที่ Hammer เกิดขึ้นตอนขาลง(Downtrend) กล่าวคือเป็นแท่งเทียนที่มีรูปร่างคล้ายฆ้อน (ตัวเทียนจะเป็นสีเขียวหรือแดงก็ได้)  มีขนาดเล็กที่ยอดสูงของวัน และมีไส้เทียนด้านล่าง ที่มีความยาวอย่างน้อยเป็น 2 เท่า ของแท่งเทียน ส่วนไส้เทียนด้านบนจะมีหรือไม่มีก็ได้ (หากไม่มีจะดีกว่า) แท่งเทียนที่เหมือนรูปค้อนนี่มักจะเกิดขึ้นตอนที่มีปริมาณการขายเกิดขึ้นและทำให้ราคาลงต่ำ แต่ก่อนตลาดปิดได้มีปริมาณการซื้อเข้ามาเยอะกว่าการขายในตอนแรกจึงทำให้สุดท้ายแล้วก็ปิดเป็นบวก  ความหมายคือ: บอกว่าแนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่ลงมาจะเปลี่ยนเป็นขึ้น

ขาลง Hanging Man ลักษณะ:  เหมือน Hammer หรือการแขวนคอ และรายละเอียดอื่นๆก็เหมือนกันกันแต่แตกต่างกันตรงที่ Hanging Man จะเกิดในช่างขาขึ้น (Uptrend) 

ความหมายคือ: บอกถึงแนวโน้มหุ้นหรือค่าเงินที่ขึ้นมาจะเปลี่ยนเป็นลง

 

 10.Bullish Inverted Hammer VS Shooting Star

ขาขึ้น Bullish Inverted Hammer  รูปแบบเหมือน Hammer แต่เกิดในตอนขาลง กล่าวคือเป็นแท่งเทียนที่มีตัวเทียนขนาดเล็ก โดยจะเป็นสีอะไรก็ได้เกิดที่ระดับราคาต่ำสุดของวัน และมีไส้เทียนทางบนที่อย่างน้อยควรมีความยาวมากกว่าตัวเทียน (Real body) 2 เท่า

ความหมาย : บอกว่าหุ้นจะเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขึ้น ทั้งนี้จะมีน้ำหนักมากขึ้น ถ้ามีแท่งเทียนสีเขียวเกิดขึ้นตามมา

ขาลง  Shooting Star รูปของตัวแท่งเทียนจะสั้นแต่มีไส้บนยาว (Upper Shadow) ส่วนไส้ด้านล่าง( Lower Shadow) จะสั้นมากหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ (ถ้าไม่มีจะดีกว่า) รูปแบบของ Shooting Star นี่ จะเกิดขึ้นในช่วงตลาดขาขึ้น  และแท่งเทียนเพียงแท่งเดียวยังไม่สามารถยืนยัน น้ำหนักทิศทางการกลับตัวของหุ้นหรือค่าเงินจากขึ้นเป็นลงได้ ต้องอาศัยแท่งเทียนในวันถัดไปที่เป็นสีแดงอีกทีเพื่อความมั่นใจ

จริง ๆ แล้ว เท่าที่ค้นคว้ามา มีถึง 80  แบบครับ  แต่ตอนนี้ เอาแค่  10  แบบ ก็น่าจะพอดีนะครับ พบกันใหม่ ตอนต่อไป

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น