การเขียนการปิด ออเดอร์ | FxPro Quant


เส้น

การเขียนการปิด ออเดอร์

(( การเขียน EA โดยใช้ FxPro Quant ))

เราพูดถึงเรื่องการเปิดออเดอร์และการทำ Back Test EA ไปแล้ว วัตถุประสงค์ของการเขียน ออเดอร์และทำการ Back Test เลยก็คือ การทำให้ผู้ฝึกตามสามารถทำความคุ้นเคยกับระบบและเครื่องมือของ MT4 ได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม นั่นก็ยังไมได้หมายความว่า เราจะสามารถเขียน ระบบที่ทำกำไรได้ ซึ่งต้องใช้เวลาเรียนรู้เทคนิคอื่น ๆ อีกเยอะ  ซึ่งในวันนั้นเราได้ทำการเขียนการเปิด ออเดอร์ ไว้แล้ว วันนี้ผมจะมาทำการเขียนคำสั่งปิดออเดอร์  การเขียนคำสั่งปิดออเดอร์มีหลายแบบ ได้แก่ การปิดโดยใช้ Stop loss การปิดโดยใช้ Trailing Stop การปิดโดยใช้เงื่อนไขกำไร การปิดโดยใช้เงื่อนไข indicator การปิดโดยใช้เงื่อนไขอื่น ๆ

เราจะมาเริ่มกันที่การปิดออเดอร์โดยใช้ Trailing Stop กันเป็นอันดับแรก ดังขั้นตอนต่อไปนี้

Trailing Stop

ขั้นแรก ต้องไปที่ Library เพื่อค้นหา Simple Trailing Stop แล้วทำการลาก Simple Trailing Stop ลงไปวางในกรอบในหน้าเขียน กลยุทธ์ครับ ดังภาพด้านซ้าย เสร็จแล้วเราก็ทำการกำหนด Magic Number

Magic Number คือ เหมือนกับบัตรประชาชนที่ทำให้เรารู้ว่านายนี่คือใคร สำหรับ EA ก็คือ หมายเลขที่ทำให้คอมพิวเตอร์แยกออกว่า หมายเลขนี้คือ ออเดอร์อะไร โดยแต่ละเลขจะไม่เหมือนกัน การกำหนด Magic Number เราสามารถกำหนดหมายเลขเองได้ โดยไปลากปุ่ม Magic index ดังภาพต่อไปนี้

การสร้าง Magic Number ให้เราไปที่ Trade ทางด้านซ้าย เลื่อนหา คำว่า Magic Index ซึ่งเจอแล้วให้ลากมาเหมือนในรูป แล้วลากเส้นไปเชื่อมกับคำว่า Buy และมันจะปรากฏกล่องข้อความขึ้นมา มีหลายรายการให้เราเลือกว่า จะเชื่อมกับกล่องไหน ให้เราเลือกเชื่อมกับกล่องที่ชื่อว่า Magic Index โดยเลือกคำว่า Magic Index  หลังจากนั้นเราก็ลากจาก Magic Index ลงไปเชื่อมกับ Simple Trailing Stop และทำการกำหนดตัวเลขใน Magic Index ตามรูปต่อไปนี้

จะเห็นว่าในกล่องสี่เหลี่ยมสีแดง ผมได้ทำการเชื่อม Magic Index กับ Buy และเชื่อมกับ Simple Trailing Stop และในกล่อง Magic Index ข้างบนขวา ผมได้ทำการเพิ่มเลข 1111 อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่า เป็นเลขอะไรก็ได้ กี่หลักก็ได้ ซึ่งมันจะใช้แยกกับการส่งออเดอร์อื่น เช่น ออเดอร์ Sell หรือ ออเดอร์ Buy อันอื่นเป็นต้น

เมื่อเรากำหนดเชื่อม Simple Trailing Stop แล้ว เราจะไปดูว่า Trailing Stop มีค่าเท่าไหร่ครับ

ในภาพ ข้างต้น Wait for profit มีคำตอบเลือกว่า Yes หรือ No นั่นคือ ถ้ารอให้กำไรก่อนค่อยขยับ Trailing Stop  และอีกช่องหนึ่งคือ Trailing Stop (points) เขียนว่า 200 นั่นคือ 200 Points หรือ คิดเป็น 20 Pips ซึ่งการขยับคือ ราคาสูงสุดห่างจาก Trailing Stops 20 Pip เราคงไม่ขอกล่าวรายละเอียดว่า Pip คืออะไร สำหรับมือใหม่สามารถหาความหมายของมันได้ใน Google หลังจากนั้นเราจะทำการ Export EA ออกไปเพื่อทำการ Back Test ดังภาพต่อไปนี้

ไป Download MT4 โดยไปที่ Build และ Download MT4 ซีง โปรแกรมของ Fxpro Quant สามารถ Export ออกมาเป็นรูปแบบ cAlgo  สำหรับการ Export EA และทำการ Back Test โดย Copy ไปวางที่  File และ Open Data Folder

หลังจากนั้น จะมี Folder เปิดออกมา แล้วทำการ Copy  EA ของเราไปใน Folder MQL4 และ Experts และนำ EA ไปวางดังภาพต่อไปนี้

และทำการ Back Test ดังนี้

ในภาพแสดงผลการ Back Test  โดยจะมีเส้น เปิดออเดอร์ สีเขียว เส้น  Trailing Stop จะเป็นเส้นสีแดง  เส้น Trailing Stop จะเคลื่อนที่ไปเรื่อย ๆ และเมื่อราคาลงมา มันจะปิดรวบออเดอร์ที่ได้กำไรแล้วเท่านั้น นั่นคือหลักการของ EA ซึ่งถ้าทำได้ตามนี้หมายความว่า EA ของเราได้เขียนไว้อย่างถูกต้อง และสามารถใช้ได้

ต่อไป ผมจะพูดถึงเรื่องของการดูค่าและอ่านผลของ EA ดังต่อไปนี้

ในภาพให้เลือกกล่องด้านล่าง ซึ่งมีแถบ  Setting  แถบ Results  แถบ Graph  แถบ Reports และ  แถบ Journal ให้เลือกที่แถบ Graph ก็จะแสดงกราฟเหมือนภาพข้างบน โดยกราฟจะมี 2 เส้น คือ เส้นสีเขียว และเส้นสีน้ำเงิน เส้นสีน้ำเงิน คือ ยอดเงิน Balance ขณะที่เส้นสี เขียวคือเส้น Equity ของเรา จะเห็นว่า เส้น Equity จะอยู่ต่ำกว่าเส้น Balance เพราะว่า มีออเดอร์ที่ขาดทุนและเปิดค้างอยู่และมีออเดอร์ที่ทำกำไรไปแล้วบ้าง ทำให้เส้น Equity อยู่ด้านล่าง ซึ่ง ลักษณะ EA ที่ดี ต้องทำให้เส้น Equity อยู่สูงกว่าเส้น Balance เพราะมันหมายความว่าเราเทรดได้ถูกทางนั้นเอง

สำหรับ แถบ Report มีจุดสำคัญ 2 จุดที่ต้องให้การสังเกตุคือ Maximum Drawdown และ Relative Drawdown ซึ่งจะแสดงว่า เราเทรดผิดทางกี่ % คิดเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งยิ่ง Drawdown ยิ่งต่ำยิ่งหมายความว่าระบบมีประสิทธิภาพดีเท่านั้น

ในบทความต่อไป เราจะพูดถึงขั้นตอนการทำ Back Test ให้น้อยลงและพูดถึงเรื่องการการเข้าเทรด และการทำกำไร หรือการปิดออเดอร์หลาย ๆ แบบมากยิ่งขึ้น

 

เส้น