การ Fined Tune หรือ การปรับค่า EA  | FxPro Quant


การ Fined Tune หรือ การปรับค่า EA  

(( การเขียน EA โดยใช้ FxPro Quant ))

เมื่อวาน เราเขียน EA โดยใช้ EA ที่มี Stop loss  ซึ่งผมได้ชี้ให้เห็นไปแล้วว่ามันเกี่ยวข้องกับ Risk Reward Ratio และ Win percent โดยตรง วันนี้ผมจะมาสอนการปรับค่า หาค่าที่ดีที่สุด การหาค่าที่ดีที่สุด เป็นการปรับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเทรด โดยผมจะยกตัวอย่าง  EA ที่เราเขียนไปเมื่อวาน เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย และรวดเร็ว  การเขียน EA เมื่อวานเป็นการเขียนฝั่งเดียว คือ Buy ซึ่งทำให้ตัวแปรที่เราจะสามารถปรับได้มีน้อย เหมาะสำหรับการสร้างบทเรียนเท่านั้นนะครับ

ย้อนกลับไป EA ตัวเมื่อวาน ซึ่งมีคำสั่งพื้นฐานดังต่อไปนี้

สำหรับใครที่มาอ่านครั้งแรก แนะนำให้ย้อนไปอ่านบทความย้อนหลังเกี่ยวกับการสอนเขียน EA นะครับ    ย้อนกลับมาที่ EA ของเรา เราทำการส่งคำสั่ง โดยใช้ First Tick เปิดออเดอร์ ส่ง Buy เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และมี Stop Loss Take Profit และที่สำคัญ มีการปิดออเดอร์เมื่อจบแท่งเทียนด้วยครับ ซึ่งเราจะทำการ Back Test และดูผลของการเขียน EA ดูก่อนครับ

ผมเลือกใช้ Time Frame 4 ชั่วโมง และ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ไว้เท่ากัน คือ 30 Pip ทั้งคู่ เรามาดูผลการ Back Test กันครับว่า มีความน่าสนใจอย่างไร

ผลการเทรด ลงตรงดิ่งเป็นเส้นตรง เรื่อย ๆ เลย โดยไม่มีการราบ หรือขึ้นแม้แต่ช่วงเดียว จึงบอกได้ว่า ชน Stop loss มากกว่า ชน Take Profit แน่นอนครับ

ซึ่งผลจากการดู จะพบว่า percent win ของระบบแค่ 17 % เอกครับ อีก 82 % นั้นขาดทุนอย่างเดียว ซึ่งแสดงว่า ระบบนี้เข้าเทรดไม่แม่น เอาเสียเลย แต่ว่า กำไรขาดทุนแค่ 5.91 เหรียญเท่านั้น นั่นเป็นเพราะว่า ผมตั้ง Lot น้อยครับ เพียง 0.10 lot เท่านั้น  ขณะที่ Risk Reward ก็เท่ากับ 0.00 และ Risk เท่ากับ – 0.01 ซึ่งนั้นเป็นผลมาจากขนาด Lot ที่น้อยมากเกินไปด้วยเหมือนกัน แต่อย่าพึ่งสนใจ Lot ครับ เราจะมาดูก่อนว่า ปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับผลกำไรขาดทุนของ EA ที่แสดงอยู่

เนื่องจาก เราไม่ได้ใส่เงื่อนไขอะไรไป สำหรับการส่งคำสั่ง แน่นอนว่า การส่งคำสั่ง จึงมีปัจจัยเรื่องเงื่อนไข ซึ่งเกี่ยวข้องว่าจะชนกำไร่บ่อยหรือไม่บ่อยขนาดไหน ขณะที่ Stop loss และ Take Profit ก็เป็นตัวกำหนดการชนกำไรของ EA ด้วยเช่นกัน  ถ้าหากเรา ทำจุด Take Profit ให้เข้าใกล้จุดเข้าเทรด โอกาสในการทำกำไรก็จะเพิ่มขึ้น และโอกาสขาดทุนก็จะน้อยลง แต่ว่า Risk Reward ก็จะกลับกัน เนื่องจากมันถูกขยับออกไป เมื่อ Risk ถูกขยับออกไปทำให้ปริมาณการขาดทุนสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ขณะที่การทำกำไรก็เป็นหลักการเดิมเช่นกัน

โดยเราจะมาลองปรับค่า Parameter ของ Stop loss และ Take Profit ก่อนเนื่องจากเงื่อนไขการปิดออเดอร์อีกแบบคือ First Tick และจุดเข้าเป็นการตั้งเงื่อนไขที่ธรรมดามาก และไม่สามาถทำกำไรได้  เราจึงทำการปรับ Stop Loss และ Take profit ก่อน สิ่งหนึ่งที่จะดุคือ Win percent และ Risk Reward นั่นเอง คราวนี้ผมจะตั้ง Take Profit ให้มากกว่า Stop loss 2 เท่า  เช่น ถ้า Stop loss เท่ากับ 20 pip การตั้งครั้งนี้จะต้องส่ง 40 pip เป็นต้น  โดยมีผลการทดสอบ Back Test ดังต่อไปนี้

การตั้ง Stop loss และ Take Profit ครั้งนี้ใช้ Stop loss เท่ากับ 30 pip และใช้ Take Profit 60 pip กับกราฟ 4 ชั่วโมง โดยเราจะไม่สนใจการปิดเมื่อแท่งเทียนเสร็จสิ้นและเงื่อนไขการเข้าเทรด ทีนี้เราจะดูผลตรงกันข้าม ถ้าหากเราปรับ Stop loss มากและ Take Profit น้อย ๆ เพื่อจงใจจะดูความน่าจะเป็นที่เราได้คาดการณ์ไว้   โดยทำการปรับ ให้ Stop loss เท่ากับ 60 และ Take Profit เท่ากับ 20 ดังนี้

ผลการทดสอบ พบว่า Win percent เท่ากับ 7 % หมายความว่า ระยะทางเกี่ยวข้องกับ ความน่าจะเป็นในการเทรดจริง โดยการเทรดครั้งนี้เราจะยังไม่เพิ่มปัจจัยอื่น ๆ และดูแค่นี้ไปก่อน

จากตัวอย่างที่ผมทำการปรับ Stop loss และ Take Profit ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ กับ จุดต่อไปนี้ Lot สามารถนำหลักการของ Money Management มาใส่ได้ เช่น กำหนดความเสี่ยงต่อ Lot ในการเทรด การกำหนด Stop loss และ Take Profit การนำ Trailing stop มาใช้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเทรด และกราฟมาก ๆ บางครั้ง มันอาจจะช่วยให้คุณทำกกำไรได้ก็มี

อย่างไรก็ตาม ผมต้องย้ำก่อนว่า การเทรด นั้นเป็นความลงตัวขององค์ประกอบในระบบ ซึ่ง องค์ประกอบที่มีอยู่ในระบบเทรด ได้แก่ เงื่อนไขการเข้าเทรด Stop loss Take Profit และ การปิดออเดอร์เมื่อแท่งเทียนจบ ขนาด Lot และ อื่น ๆ ซึ่งต้องลงตัวพร้อมกันหมดนั่นเอง ดังนั้น ท่านสามารถทดสอบกับ EA ของท่านเพื่อให้ได้ระบบที่ท่านพึงพอใจ สำหรับบทความถัดไป เราจะพยายามผสมเงื่อนไขการเทรด และนำผลของการเทรดครั้งนี้ไปปรับปรุงครับ

 

เส้น