ทฤษฎีพฤติกรรมราคา : การสร้างอาวุธของตัวเอง 4


คะแนนโดย admin

เส้น

ทฤษฎีพฤติกรรมราคา : การสร้างอาวุธของตัวเอง 4

จากบทความของการใช้ Equidistance ทำให้เกิดสมมุติฐานของการใช้งานเครื่องมือว่าการใช้งาน Equidistance นั้นเป็นอย่างไรใช้ได้อย่างไร สมมุติฐานว่า ทำไม Equidistance ถึงใช้งานได้ มาจาก 1. อารมณ์ตลาดนั้นมีอยู่จริง  2 ทิศทางของตลาดนั้นกำหนดมาจากคนกลุ่มเดียว  3. แยกเหตุการณ์ร้ายออกจากทิศทาง และเมื่อวานเราได้นำเสนออารมณ์ตลาดที่บอกว่ามีอยู่จริง ความเชื่อมั่นของตลาดนั้นเป็นอย่างไร? ในบทความบทเดียว วันนี้ เราจะพิสูจน์ถึงทิศทางของตลาดนั้นกำหนดมาจากคนกลุ่มเดียว หมายความว่าอย่างไร?

ทิศทางตลาดจะมาจากคนกลุ่มเดียวได้อย่างไร?

ทิศทางของตลาดนั้นเดิมที่กล่าวอยู่ในทฤษฎีราคาก่อนหน้า ว่า การขึ้นของราคานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร? การขึ้นของราคานั้นเกิดขึ้นได้รูปแบบ 2 อย่างคือ 1. การขึ้นของราคาที่มีความตั้งใจ 2. การขึ้นของราคาที่ไม่ได้มีความตั้งใจ โดยบทความนี้ต่อจากบทความก่อนเรื่องของการขึ้นของราคาที่มีความตั้งใจ ในส่วนนี้จะเป็นการขึ้นของราคาที่ไม่ได้ตั้งใจ

การขึ้นของราคาที่ไม่ได้มีความตั้งใจ

หมายความว่า กลุ่มผู้เข้าซื้อไม่ได้มีความตั้งใจร่วมกัน ไม่ได้มีการแทรกแซงเคลื่อนไหวของราคา แต่คนจำนวนมากเห็นพ้องกันเข้าซื้อทำให้ปริมาณที่ขายในตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงขายราคาสูงขึ้น การขึ้นราคาลักษณะนี้ในตลาดหลักทรัพย์ก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งทฤษฎีราคาส่วนใหญ่ ทฤษฎีการตลาด ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จะใช้กลไกการอธิบายด้านราคาด้วยวิธีนี้กัน เพราะเป็นวิธีที่ที่ไม่โกง เนื่องจากวิธีแรกเป็นวิธีที่เหมือนจะเป็นการที่รายใหญ่เอาเปรียบรายย่อย ด้วยความที่รายย่อยต้องเจ็บตัวจากการลงทุนเยอะจึงมีหน่วยงานป้องกันขึ้นมา

เราจะมาดูตัวอย่างว่า จะมีในตลาดจริง ๆ หรือไม่แล้วผมรู้ได้อย่างไร? ในรูปต่อไปนี้

รูปที่ 1 แสดงสัดส่วนการถือครองหุ้น AOT
ที่มา : SET.OR.TH

จากรูปข้างต้น จะเห็นว่าสัดส่วนการถือครองหุ้น AOT นั้นมากถึง 70 % นั่นหมายความว่า จำนวนหุ้นส่วนมากนั้นภาครัฐเป็นผู้ถือครอง การถือครองของรัฐไม่ได้มีวัตถุประสงค์การทำราคาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทำให้การทำราคาแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยในกรณีนี้ และที่สำคัญ การที่กระทรวงการคลังถือหุ้นตัวนี้ก็ถือมาตั้งแต่การปฏิรูปหน่วยงานรัฐ แล้วทำไมถึงราคาขึ้นกันหล่ะ?

อย่างที่บอกเพราะว่า หลายคน คนหลายกลุ่มเห็นว่า มูลค่าของหุ้นต่ำกว่า และเชื่อว่ามูลค่าของมันจะขึ้นไปได้สูงกว่านี้ จึงทำการเข้าซื้อพร้อมกัน จำนวนมาก และที่สำคัญในกราฟจะเห็นว่าจำนวนที่กระทรวงการคลังถือมากถึง 70 % ทำให้หุ้นกระจายอยู่ที่รายย่อยในจำนวนน้อย เพราะว่ารายใหญ่รายอื่น ๆ ก็ยังมีธนาคาร และสำนักงานประกันสังคมอีก ทำให้รายย่อยที่เข้าซื้อเพียงเล็กน้อย คนกลุ่มเล็กน้อยก็สามารถทำให้ราคาขยับขึ้นได้


รูปที่ 2 แสดงการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น AOT
ที่มา: Google.com

จากรูปข้างบนจะเห็นว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.83 บาท จนปัจจุบัน 60 ++ บาท การขึ้นของราคาขนาดนี้เกิดจาก กระแสของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน และการเกิดขึ้นของสายการบิน Low Cost ทำให้ปริมาณเที่ยวบินและปริมาณผู้โดยสารมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ทำให้เกิดรายได้ที่รับรู้โดยท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นผู้รับค่าธรรมเนียมจากการใช้งานของสายการบินต่าง ๆ จำนวนเที่ยวจำนวนรอบต่อวัน ทำให้รายได้สูงขณะที่ต้นทุนคงที่ต่ำ เพราะว่าได้ลงทุนเป็นโครงสร้างพื้นฐานหมดแล้ว เมื่อคนเห็นว่านี่คือยุคทองของท่าอากาศยาน ก็ทำให้เข้าซื้อเพื่อคาดหวังส่วนต่างราคาและผลกำไรจากกิจการที่จะได้ ทำให้มูลค่ามันมากขึ้น แต่เมื่อคนหลายกลุ่มมีความต้องการอยากได้หุ้นทำให้เกิดการแข่งขันกัน ทำให้ราคามีสภาพเป็นอย่างที่เห็น

จริง ๆ แล้วเหตุการณ์การขึ้นของราคาเป็นสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในตลาดหุ้น แต่เกิดในตลาดอื่น ๆ ด้วย เช่น ตลาด Cryptocurrency ตลาด Forex และตลาด Commodity หากทุกท่านเปิดกราฟราคา Cryptocurrency ใหญ่ ๆ สัก 3 – 4 Token ดูในช่วงเวลาเดียวกัน จะเห็นว่าราคาพุ่งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันหมด นั่นเป็นเพราะว่าปริมาณความต้องการมันสอดคล้องกัน

จากภาพจะเห็นว่า ทำไมราคาถึงขึ้นและลง และมันไม่น่าจะมีรูปแบบที่ตายตัวคาดเดาไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ มีความสัมพันธ์กันกับปัจจัยอย่างอื่นหลาย ๆ อย่าง ที่กล่าวมา  ตัวอย่างของการเล่นของกลุ่มที่ 1 ที่ขยับไปเก็บสะสมของในตลาด Cryptocurrency เพราะว่า อย่างที่ผมได้บอกในบทความที่แล้วว่า ในทุ่งหญ้าที่ไม่มีสิงโต กวางมักจะไม่ค่อยตื่นกลัวสิงโต  และไม่มีผู้คุมกฏชัดเจน Broker ของ Cryptocurrency ส่วนมากก็ไม่ได้สังกัดหรือมีระเบียบห้ามแทรกแซงราคามากทำให้ รายใหญ่สามารถเล่นบทบาทได้มากกว่า แต่ตลาด Forex จะแตกต่างออกไปเพราะว่าเป็นผู้เล่นขนาดใหญ่ระดับกองทุนระดับโลก ระดับธนาคารกลาง ระดับผู้ครอบครองเงินเพื่อการค้าและการลงทุน ทำให้ปริมาณที่มีใหญ่มาก จนการที่เราเป็นรายย่อย มีเงินแค่ 1 ล้านเหรียญ ยังเป็นรายย่อยอยู่เท่านั้น ถ้าหากมีเงินสัก 10,000 เหรียญคงเป็นรายยุ่ยเสียมากกว่า ในบทความต่อไปเราจะกล่าวถึงหัวข้อที่ 3 เกี่ยวกับการขึ้นของราคา

Keywords: การขึ้นของราคา  Supply-Demand Forex สัดส่วนการถือครอง

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น