ระบบเทรดโอกาสเกิดยาก (Rare Event Trading)


เส้น

ระบบเทรดโอกาสเกิดยาก (Rare Event Trading)

 

ในบทความนี้เป็นบทความเทรดที่น่าสนใจในความคิดเห็นของผู้เขียนครับ เป็นระบบเทรดระบบหนึ่ง ซึ่งยังไม่เคยกล่าวที่ไหน ลักษณะระบบเทรดอย่างนี้เรียกว่า เหตุการณ์เกิดยาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เกิดยาก จะทำให้โอกาสในการได้กำไรนั้นมีพอสมควรครับ แต่ก็ต้องบอกก่อนว่า นาน ๆ ทีมันจะเกิด ต่อให้มันกำไรแน่นอน เป็นส่วนใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรปริมาณมากนะครับ มันคนละส่วนกัน นอกจากนี้ มันยังไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดบ่อย หมายความว่า นอกจากจะกำไรไม่ได้มากนัก และมีโอกาสกลับตัวสูง แต่ไม่ได้เกิดบ่อย ทำให้กำไรโดยรวมก็อาจจะไม่มาก แต่ความน่าสนใจอยู่ที่โอกาสผิดพลาดต่ำนั่นแหละครับ

ต้องย้ำก่อนว่า ไม่มีระบบไหนที่เอาชนะตลาดได้แบบเด็ดขาด ดังนั้น การตั้งค่าระบบแบบนี้ก็อาจจะต้องมีการตัดขาดทุนเช่นเดียวกัน หรือจะต้องมีกลยุทธ์ที่จัดการกับการขาดทุนไว้แต่เนิ่น ๆ เป็นต้น เรามาดูรายละเอียดของระบบกันเลยครับ

ระบบนี้ใช้ Indicator พื้นฐานที่ปรากฏอยู่ใน MT4 ชื่อว่า Envelope ลักษณะของมันคือ เส้น 2 เส้นที่อยู่ห่างออกจากเส้น MA นะระยะทางที่เท่ากัน มันจึงเป็นกรอบราคาที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยนั่นเอง การเทรดในกรอบราคา เป็นไปได้แบบเดียวคือ กรอบ Overbought และ Oversold นั่นแหละครับ เมื่อมันพุ่งขึ้นสูงเกินไปเราก็ทำการ Sell เมื่อมันลดต่ำเร็วเก็นไปเราก็ทำการ Buy ง่าย ๆ เท่านี้เองครับ เราจะมาดูหน้าตาของ Indicator ในรูปกัน

รูปที่ 1 แสดงจุดสัญญาณเข้าเทรดของระบบ Rare event Trading

หลักการเทรด

หลักการของ Rare Event คือ เหตุการณ์เกิดยาก ในวงกลมคือบรรดาเหตุการณ์เกิดยากทั้งหลายครับซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้อยู่ไม่นาน ดังนั้น เราก็ไม่ควรจะถือนานด้วย อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่า การแกว่งตัวแรง ๆ อาจจะเกิดการดีดกลับ หรือ เกิดเหตุการณ์พุ่งไปต่อในราคาที่รุนแรง ดังนั้น เมื่อกำไรในระดับที่กำหนดเช่น 3 -5 pip ก็ควรจะปิด Position นั่นคือมันเป็นการเทรดแบบ Scalping นั่นแหละครับ โดยระบบประกอบด้วย Indicator ดังนี้

Envelope Indicator :

ตั้งค่า ไว้ที่ Envelope 3 หมายความว่าเราใช้ 3 แท่งในการคำนวณค่าเฉลี่ย ขณะที่ เปอร์เซ็นต์ความผันผวน เราใช้ค่า 0.25 % นั่นคือผันผวนออกจากกรอบของค่าเฉลี่ย 0.25 % โดยการตั้งค่า Time Frame ที่จะใช้คือ 1H เนื่องจากความผันผวนที่เทรดไม่นาน จึงทำให้การถือครองออเดอร์นาน ทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงจึงควรเล่นสั้น ๆ ครับ

เมื่อเราตั้งค่า Envelope แล้วจะได้ดังภาพที่ 1 ขั้นต่อไปเป็นเงื่อนไขการเข้าเทรด นั่นคือ

เมื่อกราฟแท่งเทียนแตะแท่งสีแดง เป็นสัญญาณ Buy เพราะราคาลงมารวดเร็วเกินไป ขณะที่เมื่อแท่งเทียนแตะแท่งสีน้ำเงินเป็นสัญญาณ Sell เนื่องจากราคาพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วเกินไป การเข้าเทรด เราสามารถตั้ง Pending Order เช่น Buy limit หรือ Sell Limit ไว้ล่วงหน้าครับ เนื่องจากรไม่สามารถเฝ้าหน้าจอได้ตลอด

การทำกำไร

ส่วนสำคัญที่สุดสำหรับระบบเทรดระบบนี้คือ การหาจุดออกครับเพราะว่า Indicator หาจุดออกให้เราแล้ว ปัญหาคือ มันไม่สามารถตั้ง Take Profit ได้เพราะว่า ระยะมันใกล้เกินไปที่กว่ามันจะกลับตัว ขณะที่ Stoploss ก็ตั้งไม่ได้เช่นกัน เพราะการเหวี่ยงแรง บางครั้งก็ทำให้มันชน Stoploss และราคาดีดกลับมานั่นเอง

สิ่งที่เราทำได้คือ การนั่งเทรดและดูจังหวะที่เหมาะสมแล้วปิดออเดอร์ ซึ่งจะยากก็ตรงนี้แหละ การที่จะเทรดได้ดี สิ่งที่ควรระลึกอยู่ในใจคือ

  1. การรู้จักพอประมาณ การกำหนดกำไรที่เหมาะสมในการเทรดไว้ล่วงหน้า
  2. การรู้จักอ่านจังหวะ ไม่โลภ และไม่กลัวในบางเหตุการณ์มากเกินไป

ในการเทรดระบบ เช่นนี้สิ่งที่ต้องฝึกคือ การควบคุมจิตใจไม่ให้โลภและไม่ให้กลัวเกินไป นี่เป็นระบบเทรดมือที่ทรงประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องถูกใช้โดยเทรดเดอร์ที่มีฝีมือด้วยเช่นกัน

สรุปสุดท้าย

ระบบเทรดนี้ เป็นการเทรด ในครั้งคราว ซึ่งสัญญาณการเทรดจะไม่ถี่ ดังนั้น การส่งคำสั่งเทรดจะต้องส่งอย่างระมัดระวัง และต้องไม่ใช้อารมณ์ในการเทรด การใช้อารมณ์ในการเทรดเพียง 1 – 2 ครั้งอาจจะส่งผลต่อพอร์ทลงทุนมหาศาล เนื่องจากการตั้ง Stop loss และ Take Profit ที่ทำได้ลำบาก นั่นเอง และเพื่อให้การเทรดสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คุณสามารถใช้ระบบนี้ร่วมกับระบบการเทรดอื่น ๆ ที่เข้ากันได้ เช่น ระบบเทรดที่ให้สัญญาณบ่อย คุณก็ควรจะทำการส่ง Lot เล็ก ขณะที่ระบบเทรดที่ให้สัญญาณช้า คุณก็ควรที่จะให้ Lot พอประมาณ ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น