Monthly Archives: March 2019


Forex Trading For Living  : หลุมพรางแห่งความโลภ

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living  : หลุมพรางแห่งความโลภ

 

หลายคนบอกว่า Forex เป็นการพนัน และหุ้นคือ การลงทุน เพราะว่า Forex นั้นไม่มีผลตอบแทนที่จับต้องได้อย่างเช่น เงินปันผล แต่หุ้นมีปันผล  Forex ไม่มีกิจการกำกับอยู่ข้างหลัง ทำให้ทุกคนไม่ค่อยกล้าที่จะลงทุนใน Forex และบบอกว่า Forex ก็คือ บ่อนดีดีนี่เอง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างแรง สิ่งที่ทำให้หุ้นหรือ Forex นั้นมีองค์ประกอบอยู่ 2 อย่างคือ 1 การไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และ การสูญเสียความได้เปรียบ ซึ่ง สองอย่างนี้แหละที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จ โดยในบทความนี้เราจะมากล่าวถึงเรื่องของความโลภของการลงทุน และความได้เปรียบของมันซึ่งแยกการลงทุนออกจากการพนันชัดเจน โดยจะว่ากันทีละข้อ

ที่มา: https://www.learntotradethemarket.com/forex-articles/forex-trader-vs-forex-gambler

การไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ในการเล่นการพนันนั้น สิ่งที่กำหนดปัจจัยของความเป็นการพนันนั้นจะค่อนข้างแตกต่างจากการลงทุน เพราะว่า การพนันนั้นจะสร้างความเย้ายวนมากกว่า ตัวอย่างคือ การลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนง่าย เช่น การพนันลูกเต๋า  การพนันหัวห้อย การโยนเหรียญ เพียงแค่ทายถูกซึ่งมีโอกาสถูก 50:50 % โอกาสถูกสูงมาก แต่เวลาที่คุณทายถูกคุณอาจจะได้ผลตอบแทนไม่เท่ากับการลงทุนที่คุณลงไป นั่นทำให้เกมส์แบบนี้เย้ายวนใจ ในตลาด Forex คนก็ทำให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน นั่นคือ การใส่ Leverage ลงไป ถ้าหากเราเปรียบเทียบการลงทุนระหว่าง Forex กับ ตลาดหุ้นจะเห็นว่า ลงทุน 1000 เหรียญอาจจะได้ผลตอบแทนถึง 4-5 ร้อยเหรียญ ในเวลาอันสั้น แต่ตลาดหุ้นทำเหมือนตลาด Forex ไม่ได้ เพราะไม่มี Leverage

มีคำถามแบบนี้ว่าทำไม ตลาด Forex ถึงสร้าง Forex มาเพื่อที่จะเป็นแรงจูงใจให้คนหลงไหลไปกับการพนัน ฉะนั้น สิ่งสำคัญของการพนัน คือความหลงไหลของคน ไม่ใช่ตัวผลิตภัณฑ์เอง สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือ เกมส์ Bitkong เป็นเกมส์เปิดภาพได้รางวัล เพราะว่า มันดูง่ายมากที่จะได้รางวัล แต่ว่าอัตราต่อรองของเราไม่มีทางชนะเลย บางคนอาจจะติดใจ นั่นแหละครับ หลุมพรางแห่งความโลภของเรา เรามักจะบอกตัวเองเสมอว่า อีกนิดเดียวน่า และพยายามเอาชนะเกมส์ให้ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะเขาคำนวณสถิติทางคณิตศาสตร์มาแล้ว การเล่นเกมส์ที่มีสถิติชัดเจนว่าแพ้ ไม่มีทางชนะ แต่!!! Forex ไม่ได้เป็นเกมส์ประเภทเดียวกัน การเทรด Forex นั้นเราเสียแต้มต่อเพียงเล็กน้อย นั่นคือ Spread แต่เราสามารถกำหนดจุดเข้าที่ได้เปรียบของเราได้ เราสามารถกำหนด Risk Reward ความเสี่ยงและผลตอบแทนของเราได้ โดยการเลือกจุดเข้า นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกจัดการขนาด Lot ของเราได้ เพื่อที่จะควบคุมความเสี่ยงของเรา

การที่เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้นั้น นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้เกิดกการเรียนรู้และประสบการณ์ สภาพจิตใจของเรานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึก ความปรารถนา ความโลภ เป็นธรรมดาที่เราจะไม่สามารถควบคุมมันได้เพราะว่ามันคิดไม่ได้ ต่อให้เราคิดได้ เรากก็ยังทำพลาดอยู่ดีนั่นเอง ฉะนั้น สิ่งที่เราทำได้คือการมีความเข้าใจที่ถูกต้อง อันไหนที่จะเป็นหนทางไปสู่กลลวงของภารพนันก็อย่าไปข้องแวะและอยากเอาชนะเป็นอันขาดเพราะว่า มันไม่สามารถแก้ไขได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ความได้เปรียบของเกมส์ที่เราจะพูดต่อไป

การสูญเสียความได้เปรียบ

ความได้เปรียบของเกมส์ คือ โอกาสชนะและแพ้นั่นเอง เกมส์ที่เราไม่มีทางได้เปรียบเลยก็คือ เกมส์ที่มีกำไรแห่งความคาดหวังเป็นลบ ตัวอย่างเช่น Bitkong เกมส์ทอยลูกเต๋า เกมส์โยนเหรียญหัวก้อยและมีแต้มต่อ การพนันบอล ที่มีค่าต๋ง เช่นแทง 1000 บาทถูกได้ 800 โดนกินค่าต๋งตั้ง 20 % ซึ่งเป็นอัตราที่สูงลิ่ว ในระยะยาวแล้วเราไม่มีทางชนะโต๊ะรับแทง ยิ่งนานไปยิ่งจะทำให้เขารวยขึ้นเท่านั้น แต่มันมีเกมส์การพนันบางประเภทที่สามารถสร้างแต้มต่อขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น การเทรด Forex

การเทรด Forex มีแต้มต่อเพราะว่า เราเป็นคนกำหนดและสร้าง Model ขึ้นมา กำหนด Win % กำหนด Risk : Reward ต่อการเทรดของเราเอง ดังนั้นการคำนวณ ค่ากำไรแห่งความคาดหวังจึงเป็นผลของกำไรแห่งความคาดหวังของ Model และการที่เทรดเดอร์มีประสบการณ์ในการเทรดทำให้เข้าใจธรรมชาติของการเทรดได้ดีนั่นเอง  อีกหนึ่งเกมส์ที่มีค่ากำไรความคาดหวังเป็นต่อ ก็คือ ไพ่โป๊กเกอร์ ซึ่งอาศัยความเป็นต่อของไพ่ที่เราเห็นซึ่งทำให้เราทราบโอกาสชนะ และขนาดของเงินรางวัลในกอง ทำให้เรารู้ว่า รางวัลของเราที่จะได้เท่ากับเท่าไหร่ ในเกมส์ 2 ประเภทนี้ เรามีโอกาสชนะ ตราบเท่าที่ค่าธรรมเนียม หรือค่าต๋งไม่ได้กระทบส่วนแบ่งในระยะยาว ซึ่งธรรมชาติของสองเกมส์ก็มีค่าธรรมเนียมไม่มากอยู่แล้ว

โดยสรุป สิ่งที่สำคัญทำให้เราเกิดอารมณ์หลงไปกับการพนัน คือ รางวัลและสิ่งจูงใจที่ทำให้เรารู้สึกว่าจะชนะได้นั่นเอง ถ้าเราคิดแล้วว่าเกมส์แบบนี้ไม่มีโอกาสชนะก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ขณะที่เกมส์ที่ได้กำไรแม้จะมีโอกาสชนะ แต่ก็ไม่ได้มาได้ง่าย ๆ ต้องมีการฝ่าฟันเป็นระยะ จึงต้องมีการฝึกฝนให้หนัก ทำการบ้านศึกษาเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนที่จะทำการลงทุน

 

Keywords:  Risk:Reward  ความโลภ  การพนัน  Forexกับการพนัน

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex Trading For Living  : ทำไมผมถึงไม่เทรดทุกวัน  

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living  : ทำไมผมถึงไม่เทรดทุกวัน  

 

ปรกติแล้วเทรดเดอร์มีหลายประเภท บางประเภทเป็น Day Trader  Swing Trader หรือว่า Long Term Trader ส่วนผมแล้เป็น Swing Trader ซึ่งเล่นตามรอบเข้าออกตามจังหวะ การเป็น Long Term Trader ต้องอาศัยเงินปริมาณมหาศาลและต้องใช้ก้อนใหญ่ ซึ่งยังเป็นไปไม่ได้สำหรับผมแม้ว่าจริง ๆ แล้วมันจะทำให้เราเทรดง่ายกว่ามาก ในบทความนี้ผมจึงจะพูดถึง Day Trader Swing Trader และ Long term Trader ความยากง่ายของมันลักษณะการเทรด ของประเภทของเทรดเดอร์  ดังเนื้อหาต่อไปนี้

ที่มา: http://www.kerjaforex.com/manajemen-trading-long-term-jangka-panjang/

 

Day Trader  

การเป็นเทรดเดอร์เหมือนกับการไปทำงานประจำ ต้องเฝ้าหน้าจอ ต้องสังเกตุหน้าจอทุกวัน ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเทรดทุกวันก็ได้ แต่เขามีเป้าหมายเพื่อที่จะหาจังหวะหน้าจอทุกวัน โดยมากแล้วเทรดเดอร์กลุ่มนี้คิดว่าแต่ละวันเวลาที่ผานไปเป็นต้นทุนในการดำเนินชีวิต ทุกวันเขาต้องหาจังหวะเทรด และหาทางทำกำไร ดังนั้นเวลาที่บีบเขาทำให้เขาต้องไปหาจังหวะเทรดใน Time Frame ต่ำ ๆ เช่น 1H ลงไป การเลือก Time Frame ต่ำก็ทำให้มีจังหวะที่จะเลือก แน่นอนว่า ระยะทางในการทำกำไรก็จำกัด ขนาด Lot นั้นควบคุมโดยขนาด Portfolio อยู่แล้ว  การเทรดรายวันจึงต้องเผชิญภาวะความเครียดกับการหาจังหวะเทรด ไม่ทำอะไรนอกจากนั่งเฝ้าหน้าจอ เพื่อหาจังหวะ ศึกษาผลทางเศรษฐกิจ การเทรด แบบ Day Trader จึงเป็นอะไรที่จริงจังมากและต้องเอาใจใส่กับรายละเอียดทุกวัน เหมือนกับการทำงาน สำหรับผมแล้ว การเทรดแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับผมเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่า เรามาเทรดเพื่ออิสระภาพในการใช้ชีวิต แต่ดันต้องมาติดแหงกอยู่กับหน้าจอทั้งวัน การทำแบบนั้นจะทำให้เราหลงอยู่กับเงินและเป็นทาสของเงินยิ่งขึ้นเท่านั้น แม้คุณอาจจะประสบความสำเร็จแต่นั่นอาจจะไม่ใช่หนทางของความสุขในชิวิตก็ได้

Swing Trader

การเทรดแบบ Swing เป็นการเทรดที่ไม่ได้เทรดบ่อยมากนัก แล้วแต่จังหวะที่นำเสนอมาให้ การเทรดแบบสวิง มอบอิสระของชีวิตให้เรามากกว่า เราสามารถใช้เวลาในการทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ เช่น เล่นกีฬา อ่านหนังสือ ดูหนัง ไปเที่ยว และยังสามารถเทรดได้ เพราะว่ามันไม่ได้ใช้เวลาดูมากนัก โดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มนี้จะใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการเฝ้าระวังเทรนด์ หมายความว่า บางสัปดาห์ก็อาจจะไม่ได้เทรดเลยเขาก็พักยาว กว่าที่กราฟจะกลับลงมาให้จังหวะเทรด ก็ไปเที่ยวไหนต่อไหนกลับมาเทรดยังทันเลย ดังนั้นการเทรดแบบนี้ จึงมุ่งเป้าไปที่กราฟรายสัปดาห์ ซึ่งต้องดูที่กราฟ 4 ชั่วโมง เพราะว่าเทรนด์ของกราฟ 4 ชั่วโมงเนี่ย กว่าจะเกิดสัญญาณ Buy หรือ Sell  1 ครั้งต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไป ฉะนั้น วันจันทร์ – พุธ เนื่องจากเรารู้ว่ากว่าเทรนด์มันจะเกิด 2 – 3 วันเราไม่ต้องทำอะไรเลย ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ เมื่อไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ สภาพความกดดันทางอารมณ์จึงมีน้อยกว่า mindset ดีกว่า สภาพจิตใจที่ดีกว่า และมีความคิดปลอดโปร่งกว่า การเลือกเป็นเทรดเดอร์แบบ Swing นั่นทำให้ขนาดกำไรคำใหญ่ขึ้น ซึ่งจำนวนเทรดที่เทรดน้อยมาก ๆ ทำให้การส่งคำสั่งและกินกำไรคำเล็ก ๆ นั้นจะทำให้เราไม่พอ cover ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แน่นอนว่า การเทรด Swing จะต้องมีขนาดพอร์ทที่ใหญ่กว่า การเทรดแบบ Day Trader แต่ก็ไร้ความกดดันเมื่อเปรียบเทียบกับ  Day Trader

Long Term Trader

การเทรดของ Long Term Trader หมายความว่า เทรดระยะยาว  Time Frame ต่ำสุดสำหรับ Long Term Trader คือ รายวัน นั่นหมายความว่า การที่เทรนด์จะขึ้นและลงจนครอบลูปนั้น อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือน บางครั้ง   1 เดือนมีสัญญาณเทรดเพียง 1 ครั้ง แต่ว่าเวลากำไรก็จะมีการเคลื่อนไหวที่ระยะทางไกลกว่าเดิม สำหรับระยะทางไกลนี้นั้น เมื่อเทรด 1 ครั้งต้องมีความมั่นใจมากว่าจะไม่ผิดพลาด สภาพจิตใจที่ดีของเทรดเดอร์จะทำให้ความน่าจะเป็นของกำไรนี้มีโอกาสสูงมากขึ้น แต่ก็ต้องตามด้วยต้นทุนที่สูงกว่าเดิม เราลองจินตนาการที่เราเทรดได้แค่เดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 – 5 % ถ้าเราเทรดกำไรครั้งละ 3 % ปีนั้นเราจะกำไรประมาณ 36 % ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของกองทุนขนาดใหญ่เสียอีก เราลองดูว่า 36 % คิดเป็นเงินกี่บาทเมื่อ มีเงินต้นอยู่ 1 ล้านบาท มันคือำไร 360,000 บาทต่อปี หรือก้คือ เดือนละ 30,000 บาทนั่นเอง มีคำถามอย่างนี้ว่า 30,000 บาท เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันหรือไม่ ก็ต้องแตกต่างกันไป เราลองลดผลตอบแทนลงมาเพราะว่าเราคงไม่ได้เก่งขนาดกองทุนขนาดใหญ่แน่นอน เช่นประมา 150,000 บาทต่อปี โดยเฉลี่ยแล้ว คิดเป็นผลตอบแทนเดือนละ 14,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเท่ากับ 15 % ต่อปี เงินจำนวนนี้หลาย คนอาจจะไม่มีเงินพอที่จะเลี้ยงชีพ แต่อย่าลืมนะนี่เราใช้เงินในพอร์ท 1 ล้านบาทเลยนะ ดังนั้นมีคำถามว่า แล้วมีกี่คนบ้างที่จะมีเงินพอสมควรขนาดนี้ นั่นจึงทำให้มันยากที่จะเข้าถึงไปด้วย

โดยสรุปสิ่งที่อยากให้ผู้อ่านได้เห็นคือ ยิ่ง Time Frame ใหญ่ ยิ่งต้องใช้เงินในการเทรดเยอะขณะที่ความยากง่ายของมันยิ่งเงินเยอะยิ่งทำให้เราเทรดได้ง่าย ไม่ต้องเจอสภาวะกดดันของความคิด และอารมณ์ทำให้เราพลาดได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องแลกมาด้วย ทุนที่แพงมากเช่นกัน ทำให้รายย่อยไม่สามารถเข้าถึงวิธีการเทรดแบบ Long Term ได้นั่นเอง นี่เป็นเหตุผลว่า ผมจึงเลือกเทรด Swing เพราะยังสามารถจับต้องได้และไม่สูญเสียคุณภาพชีวิตในการเทรดนั่นเอง

 

Keywords:  Swing Trader ประเภทของเทรดเดอร์ ความยากง่ายของเทรดเดอร์แต่ละประเภท

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex Trading For Living  : ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลาด forex

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living  : ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตลาด forex

 

ในบทเรียนนี้ จะพูดถึงตลาด Forex ในฐานะของการลงทุนเพื่อที่จะเข้าสู่อิสระภาพทางการเงิน แต่หลายคนและบ่อยครั้งที่มักจะเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับ ตลาด Forex ทำให้ขาดทุนกันมากมาย จนต้องล้มหายตายจากไปจากตลาด Forex กันเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการปรับทัศนคติของเทรดเดอร์ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาด การลดความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นต่อตลาด Forex จะทำให้เทรดเดอร์เดินทางไปถูกทิศทางของการเทรด ตามหัวข้อปรากฏในบทความนี้

ที่มา : https://www.legaltradingreport.com/news/regulation/novice-forex-traders-misunderstand-potential-trading-profits

ตลาด Forex ทำกำไรได้เยอะกว่าตลาดหุ้น

เทรดเดอร์จำนวนมากที่เข้ามาในตลาด Forex แล้วคาดหวังว่า ตลาด Forex จะสร้างกำไรได้มากกว่าตลาดหุ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วตลาด Forex นั้นไม่ได้สร้างกำไร หรือผลตอบแทนมากไปกว่าตลาดหุ้นเท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าหากเราจะเปรียบเทียบกันนั้น ก็อาจจะไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เพราะว่า ผลตอบแทนของตลาดนั้น ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด ซึ่งแตกต่างกันตามเวลา แล้วทำไมเมื่อเราเทรดในตลาด Forex มันถึงได้ผลตอบแทนเยอะกว่าหน่ะหรอ? ต้องบอกว่าอย่างนี้ มีเพียงปัจจัยเดียวที่ทำให้ผลตอบแทนจาก Forex นั้นมากกว่าตลาดหุ้น ตัวอย่างเช่น ตลาด Forex บางจังหวะอาจจะเคลื่อนไหวแค่ 50 pip จากทศนิยม 4 หลักและตัวเลขหลักที่ 1 อีกนั่นหมายความว่า มันคือ 50 / 10,000 จุดนั่นเอง ถ้าหากเราคิดตรงนี้เป็นเปอร์เซ็นกันแล้ว มันคิดเป็น 0.5 % เท่านั้น

หะ!!! การเคลื่อ่นไหว 0.5 % หรอ? ลองไปดูในตลาดหุ้นสิ ว่าหุ้นตัวไหนที่เคลื่อนไหวเกิน 0.5 % บ้าง ก็คงต้องบอกว่ามีเพียง ถึงขนาดแทบจะทั้งตลาดที่เคลื่อนไหวสูงกว่าตัวนี้ แล้วทำไมถึงได้กำไรเยอะหล่ะ ถ้าเราใช้ Leverage ทำให้เราสามารถส่ง Lot ที่ 0.10 ของบัญชี Standard ที่จะได้กำไรจุดละ 1 เหรียญ เมื่อราคา ค่าเงินเคลื่อนไหว 50 pip นั่นเท่ากับ เขาได้กำไร 50 เหรียญ ซึ่งถ้าเรามีเงินในบัญชี 200 USD ก็สามารถทำกำไรได้ 50 เหรียญนั่นคือ 25 % ต่อครั้งเลยทีเดียว ถ้าเราบอกว่า 25 % นี่คงบอกได้ว่า หุ้นในตลาดหุ้นที่จะเคลื่อนไหว 25 % นี่มีส่วนน้อยเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นหลุมพรางลวงตาขนาดใหญ่ที่ทำให้ เทรดเดอร์หลงเข้ามาในตลาด Forex เพราะคิดว่าจะทำให้พวกเขารวยขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้น สิ่งที่ควรจะคิดจริง ๆ คือ ตลาด Forex ไม่ได้ทำกำไรได้มากมายมหาศาล ตลาดหุ้นยังได้อัตราส่วนกำไรที่มากกว่า

ตลาด Forex เป็นตลาดที่ไม่สามารถโกงได้

เทรดเดอร์หลายคนเข้ามาในตลาดและมักจะเชื่อว่า ตลาด Forex นั้น Broker เป็นคนที่ส่งคำสั่งเข้าตลาดกลางทุกคนและเป็นตลาดที่มีองค์กรกำกับ แน่นอนว่าเทรดเดอร์ที่เข้าใจแบบนั้น นั้น ไม่ได้เข้าใจผิดเลย เพียงแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ซึ่งเราจะมาว่ากันรายประเด็น คือ

โบรคเกอร์ ในตลาด Forex บาง โบรคเกอร์ทำงานแบบ Dealing Desk นั่นคือ รับออเดอร์ของเทรดเดอร์เสียเอง ซึ่งไม่ส่งเข้าตลาดกลาง หรือ interbank market เมื่อเทรดเดอร์เทรดขาดทุนก็จะเป็นกำไรของบริษัทเต็มเม็ดเต็มหน่วย  โดยปริมาณเงินที่มหาศาล ทำให้การลาก position ของโบรคเกอร์สามารถลากได้ไกลกว่า นั่นทำให้เทรดเดอร์อาจจะชน Stop loss ไปแล้ว โบรรคเกอร์ก็ได้กำไรเต็ม ๆ ไป หรืออีกกรณีหนึ่งถ้าเกิดว่า เทรดเดอร์ได้กำไรมาก ๆ โบรคเกอร์ก็อาจจะหายเงียบไปดื้อ ๆ และไม่ติดต่อกับลูกค้า ไม่สามารถฝากถอนได้ ซึ่งว่ากันง่าย ๆ ก็คือ หนีนั่นแหละ โบรคเกอร์เหล่านี้ส่วนมากจะไม่มีองค์กรกำกับดูแล ไม่ได้ลงทะเบียนกับหน่วยงานใด ๆ ทั้งสิ้น

การลงทะเบียนของโบรคเกอร์นั้น มีหลายหน่วยงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานนั้นตั้งอยู่ในประเทศใดบ้าง เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ สิ่งที่เทรดเดอร์ควรเลือกคือ โบรคเกอร์ทีมีหน่วยงานกำกับดูแล สืบหาข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยของเงินทุนของเรา นั่นเอง

กองทุนต้องเทรด Forex

ตลอดระยะเวลาหลาย 10 ปีในประเทศไทย เทรดเดอร์หน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด Forex คิดว่า กองทุนเก็งกำไรประเภท Hedge Fund หรือกองทุนต่าง ๆ นั้นซื้อขายแลกเปลี่ยน และเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน เพราะได้ชื่อพวก George Soros อะไรทำนองนั้น แต่จริง ๆ แล้วมีกองทุนน้อยมากที่เทรด Forex เพราะว่า ด้วยปริมาณเงินที่มหาศาล การเคลื่อนไหวที่น้อยนิดของ Forex จึงไม่สามารถสร้างตอบแทนได้มหาศาล เพราะว่า เมื่อเงินขนาดใหญ่ก็จะไม่ได้รับ Leverage นั่นเอง การซื้อขายของกองทุน จึงเป็นการวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจมากกว่า สำหรับกองทุนที่เก็งกำไรค่าเงินอย่าง Quantum Fund ซึ่งนั่นไม่ได้หมายควาว่า กองทุนทุกคนจะมาเทรด Forex อย่างที่เราเทรดกัน นั่นเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งเพ กองทุนจะเคลื่อนไหวเงินไปตามความผันผวน ตลาดความผันผวนยิ่งสร้างโอกาสในการเทรด และเติมเต็มช่องว่างของระบบทุนนิยมมากไปตามนั้น

คนเก่ง Forex คือคนที่มีชื่อเสียง

คนที่มีชื่อเสียงในตลาดคือคนที่เทรดเก่ง เป็นสมมุติฐานที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา เทรดเดอร์หรือ Fund manager ชื่อดังในเมืองไทย เขาไม่ได้เทรด Forex มีบางองค์กรที่เทรด Forex แต่เขาอาจจะไม่เก่ง หรือไม่ได้เทรดเก่ง เขาอาจจะไม่ได้ทำกำไรจากตลาด Forex เลยแม้แต่น้อย การที่เขามีชื่อเสียง อาจจะมาจากอย่างอื่น การสร้างชื่อเสียง กับกระบวนการเทรดเก่งเป็นคนละเรื่องกัน ทำกันคนละแบบ การที่เขาออกมาเปิดเพจ เชิญชวนลูกค้าและทำให้เราอยากเข้าไปมีส่วนร่วมนั่นเป็นวิธีการทางการตลาด ถ้าหากว่าเขาสามารถทำกำไรได้จากการเทรด เขาก็คงไม่มาเสียเวลาทำการตลาดผ่านหน้า Facebook หรอก

ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงเป็นทัศนคติที่ควรระวังที่เกิดขึ้นกับเทรดเดอร์

Keywords: ทัศนคติผิด ๆ กับตลาด Forex  สิ่งที่เทรดเดอร์เข้าใจผิดในตลาด Forex

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex Trading For Living  : คุณภาพการเทรดสำคัญกว่าปริมาณการเทรด

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living : คุณภาพการเทรดสำคัญกว่าปริมาณการเทรด

 

ในบทความนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการเน้นเรื่องของคุณภาพในการเทรด เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการเทรด สาเหตุเนื่องจากเทรดเดอร์มือใหม่ที่เข้ามาในตลาดมักจะให้ความสำคัญกับการต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลาเพื่อที่จะให้ตัวเองนั้นไม่พลาดจังหวะเทรดตอนที่ไม่ได้อยู่หน้าจอ การทำแบบนั้นทำให้เราเสพติดการเทรด และสร้างพฤติกรรมที่ไม่ดีกับการเทรด การเทรดนั้นเป็นเรื่องของศิลปะและศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน ในบทความนี้เราจะมีตีแผ่รายละเอียดของการเทรด และคุณภาพของการเทรดนั้นว่าสำคัญกว่ากันอย่างไร

ที่มา: https://www.inc.com/john-boitnott/why-entrepreneurs-should-focus-on-quality-traffic-over-quantity.html

Focus ที่ความแม่นยำ

ในการเทรดของมือใหม่ เนื่องจากเทรดเดอร์หน้าใหม่ต้องการทำกำไรอย่างรวดเร็วเพื่อให้ตัวเองนั้นรวยเร็ว ในจังหวะที่เข้ามาในตลาดใหม่ ๆ ก็ฝันถึงความสวยงามของกำไรที่จะได้รับ จะปลดแอกหนี้สิน บ้าน หรือ รถยนต์ที่ตนเองมี อยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตจากการลงทุนในเงินจำนวนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนมาก จริง ๆ แล้ว Forex มันเป็นแบบนั้นซึ่งทำให้หลายคนคิดแบบนี้ตอนที่เข้ามาในตลาดครั้งแรก แต่นั่นก็เป็นหลุ่มพรางของการเทรด ทำให้เทรดเดอร์อยากเทรดจำนวนมาก เพราะว่าต้องรีบรวย แรกเริ่มอาจจะเริ่มจากกราฟรายวัน หลังจากนั้นขยับลงไปเป็น 4 ชั่วโมง 1 ชั่วโมง 5 นาที หรือจนไปเทรดกราฟรายนาทีเลยก็มี

ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรสำหรับท่านที่ผ่านมาเยอะย่อมทราบดี  การเทรดนั้นไม่สามารถเน้นไปที่เรื่องของปริมาณการเทรดอย่างเดียวได้ต้องเน้นไปที่คุณภาพ การจะเน้นไปที่คุณภาพได้นั้นต้องใส่ใจกับสัญญาณที่มีความแม่นยำสูง ตัวอย่างเช่น เรื่องของกราฟที่มีความน่าจะเป็นสูง หรือโอกาสเกิดยาก ซึ่งทำให้กำไรได้แน่นอน ความจริงแล้วกราฟ Forex ที่สร้างจังหวะให้เทรดนั้น จะมีความแม่นยำและความน่าจะเป็นของสถานการณ์การเกิดแตกต่างกันไป เช่น ในเทรนด์ ขาลงหรือขาขึ้น การกลับตัวของ Stochastic มีแนวโน้มที่จะมีความผิดพลาดได้มากกว่า ขณะที่ในเทรนด์ Sideway ความแม่นยำของ Stochastic นั้นมีความแม่นยำสูงกว่า ขณะที่อีกเครื่องมือหนึ่ง ตัวอย่างเช่น Moving Average กลับให้ความแม่นยำมากกว่าในช่วงที่ตลาดมีเทรนด์แต่ว่าเมื่อเรานำมาใช้วัดในช่วงตลาดที่เป็น Sideway กลับกลายเป็นว่า Moving Average ไม่สามารถใช้ได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ของการเทรดว่า เราอยู่ช่วงไหนและควรจะใช้เครื่องมือไหน ความมั่นใจของเราว่าคาดการณ์แล้วมันจะไปแบบไหนเป็นอย่างไร ซึ่งการทำแบบนี้เราจะรู้ความแม่นยำของการเทรดว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป

การหักห้ามใจตัวเอง

หลังจากที่เราได้ความแม่นยำมาแล้ว อย่าลืมว่ามันมีอีกหลายจังหวะของการเทรดที่การเทรดนั้นจะต้องตัดสินใจบนความสุ่มเสี่ยง ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์คนหนึ่งวิเคราะห์กราฟออกมาแล้ว มีโอกาสขึ้นประมาณ 80 % อีก 20 % นั้นไม่แน่ใจนักเพราะว่า กราฟรูปแบบนี้เขาเคยเห็นมาบ่อย นั่นหมายความว่า ความน่าจะเป็นที่จะเกิดสูงพอสมควร ขณะเดียวกันเมื่อเทรนด์เปลี่ยนเข้าสู่ Side Way เทรดเดอร์ไม่มีความถนัด มั่นใจประมาณ 60 % คำถามมันจะมีอยู่อย่างนี้ว่า  “แล้วเราจะส่งคำสั่งไหม?” ซึ่งบางคนมีโอกาสเกิดครึ่งก็ส่งคำสั่ง หรือเพราะว่าเป็นรายย่อยหน้าใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาในวงการก็จะมีโอกาสส่งคำสั่ง แต่ไม่ใช่เพราะว่ามันตั้ง 60 % ของโอกาสชนะ แต่อาจจะเพราะว่า รายย่อยมองความน่าจะเป็นและความถนัดของตัวเองไม่ออกทำให้ส่งคำสั่งออกไป นี่แหละที่ทำให้การเทรดนั้นผิดพลาด

บ่อยครั้งที่เราตัดสินใจส่งคำสั่ง ด้วยความมั่นใจเพียง 50% ซึ่งมันมีโอกาสที่จะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ จนทำให้การเทรดนั้น ส่งผลเสีย การส่งผลเสียของการเทรดนั้น เมื่อโดนบ่อย ๆ เข้าทำให้สภาพจิตใจของเราเสียไปด้วย ความมั่นใจในการเทรดของเราเสียไปด้วย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องโฟกัสไปที่ความแม่นยำเป็นหลัก และใส่ใจกับปริมาณทีหลัง

การจัดการกับการเทรดเยอะเกินไป

เมื่อเรารู้แล้วว่ามันไม่มีผลดีต่อการเทรด สิ่งที่เราควรจะทำคือ หาวิธีจัดการนิสัยเสีย ๆ เช่น การเสพติดการเทรด การ Overtrade หรือ การควบคุมตัวเองไม่ได้จนเสียวินัยในการเทรด เนื่องจากปัญหาพวกนี้มันเป็นหาเกี่ยวข้องกับสภาพจิติใจ การจะแก้ไขปัญหาของมันก็ต้องแก้ให้ถูกที่ สิ่งที่คุณต้องทำคือ การหากิจกรรมอื่นทำ ให้คุณเลิกคิดเรื่องการเทรด จนแทบจะเลิกเทรดไปเลยก็ได้ การทำแบบนี้จะทำให้ตัวคุณสนใจการเทรดน้อยลงและหันไปสนใจกับชีวิตที่ต้องใช้ ลูกเมียที่ต้องดูแล เพื่อที่ต้องออกไปหา สวนต้นไม้ที่ต้องคอยเอาใจใส่ มากกว่าที่จะนั่งติดหน้าจอ อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่การเลิกการเทรดนะครับ มันคือ การเอาตัวเองออกจากหน้าจอ สิ่งที่คุณควรจะทำคือ อ่านหนังสือ ศึกษาหาความรู้เป็นครั้งคราวและอย่าทิ้งมัน ทำมันไปเรื่อยๆ  ไม่ใช่เอาแต่คร่ำเคร่งกับมันเอาเป็นเอาตาย จนสูญเสียชีวิตส่วนตัว นี่แหละครับทางแก้ เมื่อแก้ได้สภาพจิตใจก็จะดีขึ้น ขาดทุนหรือกำไรก็จะไม่ใส่ใจมากทำให้เราทำตามวินัยของเราได้

Keywords: การเสพติดการเทรด การเทรดเยอะเกินไป คุณภาพกับปริมาณการเทรด

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex Trading For Living : การจัดการการเงินสำคัญอย่างไร

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living : การจัดการการเงินสำคัญอย่างไร

บทความนี้เกี่ยวกับการจัดการการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการเทรด Forex การจัดการการเงินมีบทบาทในการกำหนดผลกำไรขาดทุนของการเทรด และส่วนมากมือใหม่มักจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ การเทรด Forex กับการจัดการการเงินเ เปรียบเสมือนมีดของนักเดินป่า การขาดมีดในป่าย่อมทำให้คุณขาดความสามารถในการป้องกันตัว ขาดความคล่องตัวในการสร้างและอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังนั้น วันนี้เราจึงมาขยายความสำคัญของการจัดการการเงินเพื่อทราบความสำคัญของมัน การใช้งานของการจัดการการเงินในตลาด Forex

รูปที่ 1 แสดงอัตราความเสี่ยงและ Win % ของการเทรด

การจัดการการเงินสำคัญอย่างไร

ในองค์ประกอบของการเทรด มีองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือ 1 จิตใจ  2 วิธีการ และ 3 การจัดการการเงิน ซึ่งการจัดการการเงิน สามารถชี้ชะตาการรอดของพอร์ทลงทุนได้ ด้วยองค์ประกอบ 2 ประการ คือ การจัดการความทนทานของพอร์ทลงทุน และการจัดการความเสี่ยง เราจะมาว่ากันที่การจัดการความทนทานของพอร์ทลงทุน กันก่อน

การจัดการความทนทานของพอร์ทลงทุน คือ การจัดการเพื่อให้พอร์ทสามารถทนต่อความผิดพลาดได้สูง  การจัดการหมวดนี้สามารถแบ่งได้ย่อยออกเป็นอีกหลายหมวด เช่น การจัดการพอร์ทแบบคงที่  การจัดการแบบอัตราส่วนลดน้อยถอยลง การจัดการความเสี่ยงตาม Win %

การจัดการพอร์ทแบบคงที่ เช่น มีเงิน 100 บาท เรากำหนดให้ความเสี่ยงที่ 2 บาท ต่อ 1 ครั้งในการเทรด เมื่อเราเทรดแล้วได้กำไรมา 5 บาท จะทำให้เรามีเงิน 105 บาท หลังจากนั้นเราทำการเทรดอีก โดยตั้ง SL ไว้ที่ 2 บาท นั่นคือเมื่อ Equity ของ Forex ลดลงเหลือ 103 บาทก็จะตัดขาดทุน และถ้าหากเราเทรดอีกครั้งหนึ่ง เราก็จะตั้ง SL ไว้ที่ 101 บาท และเมื่อเราเทรดอีกครั้งหนึ่งเราก็จะตั้ง SL ไว้ที่ 99 บาทอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ การกระทำแบบนี้ทำให้พอร์ทสามารถรองรับความผิดพลาดได้ถึง 50 ครั้งเป็นต้น เมื่อเราพลาดได้มาก เราก็จะมีโอกาสเรียนรู้ได้มาก การตั้ง SL แบบนี้หรือการจัดการการเงินแบบนี้เรียกว่า เป็นการกำหนดค่าคงที่ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่ง

เราลองมาดูตัวอย่างกันอีกซัก 1 ตัวอย่างเกี่ยวกับ การจัดการความเสี่ยงแบบอัตราลดน้อยถอยลง หลักการการจัดการความเสี่ยงแบบลดน้อยถอยลง คือ เมื่อเราขาดทุน แสดงว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่เกิด Drawdown ของพอร์ทลงทุนสูง สิ่งที่เราทำคือ การลดสัดส่วนของการขาดทุนลง เช่น กำหนดที่ 2 % เป็นต้น การกำหนดการลงทุนต้องกำหนดขนาดของ Lot ที่จะส่ง นั่นเอง เพราะว่า ระยะทางของการส่งคำสั่งนั้นจะยังเท่าเดิมแต่สิ่งที่ลดลงคือ จำนวน Lot เพื่อให้เสี่ยงน้อยลง ตัวอย่างเช่น เราซื้อค่าเงิน EURUSD ด้วยเงิน 100 บาท เราจะตั้ง SL เท่ากับ 2 % นั่นคือ 98 บาทก็จะตัดขาดทุน สมมุติว่าเราขาดทุนและเหลือเงินเพียง 98 บาท ครั้งต่อไปเราก็จะต้องตั้ง 2 % ของ 98 บาท ไม่ใช่อัตราคงที่ นั่นคือ 98 – (98x 2 %) หรือก็คือ 1.96 บาทลดลงไป เมื่อมันถึงราคา 96.04 ก็จะปิดทันที อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ การจัดการการเงินวิธีนี้จะทำให้เงินลดลงอย่างช้า ๆ ช้ากว่า วิธีการแรก ทำให้พอร์ททนทานต่อความเสี่ยงและการล้างพอร์ทได้มากว่า เป็นการจัดการการเงินที่เหมาะกับมือใหม่ที่อยู่ในช่วงการเรียนรู้และทดลองการเทรด อย่างไรก็ตามมันมีข้อเสียคือ เมื่อเราเสียแล้ว การที่เราจะทำให้ผลตอบแทนให้ได้กลับไปเท่าเดิมนั้นจะต้องทำผลตอบแทนมากกว่าเดิม เพราะว่ามันเป็นการลด Lot ลงเมื่อขาดทุน เมื่อเราลด Lot ลง ในยามกำไรเราก็จะได้คืนยากด้วย แต่มันก็ทำให้เราล้างพอร์ทยาก วิธีการนี้จึงเหมาะกับมือใหม่อย่างที่ได้กล่าวไว้

ตัวอย่างสุดท้ายของหมวดนี้ คือการจัดการการเงินตามผลการเทรด เช่น ถ้าหากว่า ผลการเทรดครั้งก่อนได้กำไร ก็จะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การลงทุน ขณะที่ถ้าขาดทุนก็จะลดสัดส่วนการลงทุนไปนั่นเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าลงทุน 100 บาทแล้วกำไร เป็น 105 บบบาทก็จะลงทุนเพิ่มเป็น 3 % โดยเพิ่มขนาด Lot ขึ้น 1 % ทำให้เมื่อได้กำไรมันก็จะได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ขาดทุนก็จะลด % ของขนาด Lot ที่ส่งคำสั่งลดลง ซึ่งถ้าหากเราเกิด winning Streak หรือว่า การกำไรติด ๆ กัน มันก็จะทำให้พอร์ทเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าขาดทุนพอร์ทของเราก็ไม่ลดลงมากนักเพราะว่า เราลดสัดส่วนลงทุนลงนั่นเอง การเกิด Hot hand fallacy จึงทำให้วิธีการเทรดนี้ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แต่ของทุกอย่างย่อมมีข้อเสีย สิ่งที่ควรรู้ก็คือ เราไม่รู้ว่าครั้งต่อไปเราจะกำไรหรือขาดทุน เมื่อเราส่ง lot ใหญ่ขึ้นทำให้การขาดทุนตาถัดไปจำนวนอาจจะเยอะกว่าที่กำไรก่อนหน้ามาเสียอีก เราลองมาดูอีกวิธีการของการจัดการการเงิน คือ การจัดการความเสี่ยง

การจัดการความเสี่ยงโดยใช้การจัดการการเงิน

ในช่วงของการเทรด สิ่งที่เราต้องเผชิญก็คือ ความเสี่ยงของการเทรด บางครั้งเรามั่นใจมากว่า กราฟที่เราเทรดนั้นเราคุ้นเคยกับมันดี ขณะที่บางจังหวะเราไม่แน่ใจเอาเสียเลย สิ่งที่เราทำได้คือ เราสามารถจัดการขนาด Lot ในการส่งคำสั่ง ให้เป็นไปตามความมั่นใจของเรา อย่างนี้เรียกว่าการจัดการความเสี่ยงโดยใช้ความมั่นใจจากประสบการณ์ อย่างไรก็ตามท่านอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ เพื่อให้จับต้องได้ ท่านสามารถใช้ระดับ % overbought และ Oversold ในการทดแทนได้ เช่นกัน การจัดการความเสี่ยง และการจัดการการเงินจึงเป็นเรื่องเดียวกัน และทำให้เราได้เปรียบด้วยเหตุนี้

 

Keywords: การจัดการความเสี่ยง การจัดการการเงิน 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex Trading For Living : สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่พัฒนา

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex Trading For Living : สิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่พัฒนา

 

ในการเทรด Forex นั้นสำหรับนักเทรด Forex แล้ว สิ่งที่จะทำให้เทรดเดอร์ได้กำไรอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ การพัฒนาตัวเอง การพัฒนาตัวเองของเทรดเดอร์ ในช่วงแรก ๆ เทรดเดอร์อาจจะต้องประสบกับความยากลำบากในการทำกำไร และไม่สามารถทำกำไรได้เลย ต้องเจอกับการล้างพอร์ทครั้งแล้วครั้งเล่า แต่นั่นย่อมเป็นธรรรมดา อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์ต้องประสบกับการที่ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ โดยปัจจัยที่ทำให้เทรดเดอร์ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ เราจะกล่าวกันในเนื้อหาดังต่อไปนี้

ที่มา: https://www.inc.com/geoffrey-james/the-7-real-reasons-startups-fail-and-what-to-do-instead.html

 

มัวแต่หาวิธีการเอาชนะตลาด

ในช่วงแรก ๆ หลังจากขาดทุนครั้งแรก สิ่งที่เทรดเดอร์มักจะประสบพบเจอ คือ การสูญเสียความมั่นใจในวิธีการเทรดของตัวเอง สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือ การศึกษาหาความรู้ของวิธีการของคนอื่น ที่เขาใช้ในตลาด การหา indicator หรือ หา EA ใหม่ ๆ เพื่อหาทางที่จะเอาเงินคืนจากการขาดทุนรอบแรก  แน่นอน ความพยายามนี้จะเพิ่มทวีคูณเป็นอย่างรวดเร็ว ทำให้ Learning Curve ในช่วงแรกนี้สูงมาก สิ่งที่ตามมาคือ เขาจะมั่นใจในความรู้หรือทฤษฎีเกี่ยวกับตลาด Forex ที่ได้เรียนรู้ศึกษามาอย่างเข้มข้น เพื่อที่จะเอาไปใช้งาน และทำกำไรคืนจากเงินที่เสียไป แน่นอนความมั่นใจของเทรดเดอร์จะกลับมาและไปเทรดอีกครั้ง สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ว่า เขาจะต้องประสบกับผลขาดทุนอีกครั้งอย่างแน่นอน หลังจากนั้น เขาจะต้องกลับมาหาวิธีการที่เรียกว่า จอกศักสิทธิ์ หรือ Holy grail หรือก็คือ วิธีการที่จะเอาชนะตลาดได้อย่างเด็ดขาดและเชื่อว่ามันต้องมี Indicator เทพ ๆ หรือ EA ที่ไร้เทียมทาน เทรดเดอร์จะเริ่มเชื่อว่า นี่แหละคือหนทางที่จะได้เงินคืนจากการขาดทุนถึง 2 ครั้ง

นี่แหละครับคือช่วงเวลาที่แย่ที่สุดที่จะทำให้เทรดเดอร์ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้เพราะเขาจะหาวิธีเอาชนะตลาด ช่วงเวลานี้อาจจะกินเวลายาวนานหลายปีเลยก็ว่าได้ บางคนอาจจะกินเวลาถึง 10 ปีเพื่อที่จะหาเครื่องมือที่จะเอาชนะมันนั้น สิ่งที่เทรดเดอร์กลุ่มเหล่านี้ไม่เคยทำคือ การยอมรับว่า มันต้องมีขาดทุนและกำไรสลับกันไป และไม่เคยคิดว่า ตอนขาดทุนต้องขาดทุนน้อย ตอนที่กำไรต้องกำไรเยอะ เพราะพวกเขากำลังหาวิธีที่จะกำไรเท่านั้น เพราะขาดทุนเป็นสิ่งที่พวกกเขายอมรับไม่ได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การหาวิธีการเอาชนะตลาดไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถพัฒนาได้ไปเสียทั้งหมด เพียงแต่ช่วงที่เขากำลังหา เขาจะได้ศึกษาหลักการของตลาดอย่างเข้มข้น หาวิธีเอาชนะตลาดอย่างเข้มข้น นั่นก็เป็นการพัฒนาเช่นกัน แต่ว่าเมื่อมาถึงจุดหนึ่ง สิ่งที่พวกเขาควรเรียนรู้มากที่สุดคือ การยอมรับในผลขาดทุน เมื่อผ่านมันไปได้เขาจะพัฒนาต่อไปอย่างแน่นอน

มองหาวิธีการทำเงินง่าย ๆ

นอกจากการหาวิธีเอาชนะตลาดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เทรดเดอร์หยุดพัฒนาคือ การหาวิธีทำกำไรที่ง่าย ๆ เพื่อนรุ่นน้องที่ผมรู้จัก มาชักชวนผมลงทุนใน EA โดยน้องเล่าว่าเพื่อนของเขาหลายคน ลงทุนกันหลักล้านเพื่อที่จะทำกำไรและได้เงินคืนทุนเร็ว ๆ กู้มาลงทุน กับสิ่งที่ไม่รู้จักดีด้วยซ้ำ เพียงแค่เพราะว่าเขาโฆษณาว่าดี ก็เลยกระโดดเข้ามาในตลาด หวังพึ่งสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ การเทรดสำหรับคนกลุ่มนี้แล้วแทบจะไม่แตกต่างจากการที่เราไปขอหวยจากต้นไม้ ขูดต้นกล้วย กราบไหวกับจอมปลวก  กระบวนการเหล่านี้ทำให้เราขาดกระบวนการที่เรียกว่า การคิด  เมื่อเราไม่มีการคิดเราได้แต่หวังพึ่งแต่คนอื่นอย่างเดียว ว่าจะบันดาลโชคอะไรให้ รอท่านเทพแห่งเว็บบอร์ด Forex จะมอบ EA หรือเคล็ดลับในการเทรด หรือให้เขาเปิดโอกาสเข้ามาอยู่ในกลุ่มลับ และหวังว่าตัวเองจะโชคดีได้กำไรและได้คืนบาง

ความคิดลักษณะนี้ จะทำให้พวกเขาไม่พัฒนาตัวเองเสียเลย เพราะว่า พวกเขาต้องการแค่พึ่งพาคนอื่นเท่านั้นไม่คิดจะพัฒนาตัวเองเพื่อให้ยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองเลยแม้แต่น้อย  แนวคิดลักษณะเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับมือใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามาในวงการเทรด ทำให้พวกเขาติดกัปดักอย่างนั้นตลอดไป และสุดท้ายก็ยอมแพ้และออกจากวงการเทรด Forex ไปเอง หลายคนในกลุ่มนั้นเมื่อเลิกไปแล้วมักจะบอกว่า “ Forex เป็นการพนัน “ หรือว่า “ คุณไม่มีทางเอาชนะเจ้าของบ่อนได้หรอก” เพราะว่าพวกเขาไม่กล้าที่จะเอาชนะตัวเองด้วยซ้ำไป

ไม่ศึกษาให้ดี

การศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุก ๆ ศาสตร์ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยเราต้องมานิยามคำว่า การศึกษาของเราให้ชัดเจนก่อน การศึกษาไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปเรียน ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย แต่มันคือ ชีวิตที่ไม่เคยจะหยุดเรียนรู้ ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นสิ่งจำเป็น คนที่ไม่เห็นว่าจะต้องศึกษาอะไรจึงไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเองให้เทรดได้กำไรได้ ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเทรด Forex อีกอย่างหนึ่ง

จาก 3 ข้อที่กล่าวมา การเทรด Forex จะต้องระวังปัจจัยเหล่านี้ อย่าตกหลุมลงไปอยู่ในสถานการณ์ทั้ง 3 สถานการณ์ทำให้ตัวเองนั้นไม่สามารถพัฒนาจนกลายเป็นเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้

 

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Exness เปิดให้เทรดคู่สกุลเงิน USDTHB ได้แล้ว

คะแนนโดย admin

เส้น

Exness เปิดให้เทรดคู่สกุลเงิน USDTHB ได้แล้ว

ทางโบรกเกอร์ Exness ได้เพิ่มคู่สกุลเงิน USDTHB ให้เทรดเดอร์ได้เทรดกันแล้ว โดยเพียงแค่มีบัญชี Mini หรือ Classic กับทาง Exness เราก็สามารถเทรดคู่สกุลเงิน USDTHB ได้แล้ว ทั้งในแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 

วิธีเพิ่ม USDTHB ในหน้าต่างการเทรด ทำได้โดยเข้าไปในหน้า Market Watch (บน MT4 หรือ MT5) 

กรณีเป็น …

– หากเป็นบัญชี Mini ให้ไปที่สัญลักษณ์ > Forex_Mini แล้วเลือก USDTHBm
– หากเป็นบัญชี Classic ให้ไปที่สัญลักษณ์ > Forex แล้วเลือก USDTHB

ก็จะปรากฏคู่สกุลเงิน USDTHB ให้เราเทรด

 

เสริมจาก ทีมงาน

เนื่องจาก USDTHB ถือเป็น “Exotic Currency Pairs” หรือว่าง่ายๆคือ คู่สกุลเงินที่คนส่วนมากในโลกไม่ได้เทรดกัน ซึ่งปกติแล้วพวก Exotic Currency Pairs มักจะมีค่า Spread ที่ค่อนข้างแพงกว่าปกติทั่วไป ซึ่งใครที่เทรดคู่สกุลเงินเหล่านี้จะยอมรับตรงจุดนี้กันอยู่แล้ว

จากรูปข้างต้นจะเห็นได้ว่า Spread พวกสกุลเงิน Major Currency อย่าง AUDUSD , USDJPY , USDCAD ที่ต่างมีค่า Spread อยู่แถวๆ 6-9 เท่านั้นเอง … แต่ USDTHB จะมีค่า Spread ถึงราว 90-100 กว่าๆ

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


บทความ Forex Trading For Living  : การเทรดคือการวิ่งมาราธอนไม่ใช่วิ่งระยะสั้น

คะแนนโดย admin

เส้น

บทความ Forex Trading For Living  : การเทรดคือการวิ่งมาราธอนไม่ใช่วิ่งระยะสั้น

บ่อยครั้งที่ผมนำเสนอปรัชญาแนวคิดต่าง ๆ ที่เราสามารถเห็นได้ในชิวิตมาเปรียบเทียบกับความสำเร็จของ Forex ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การวิ่ง  การวิ่งนั้นเป็นกีฬาที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ทำได้ง่ายไม่ต้องอาศัยทีมเวิร์ค ไม่ต้องอาศัยความสามารถของคนอื่น ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เยอะทำได้ทันทีทั้งผู้หญิงผู้ชาย แค่ออกไปวิ่งเท่านั้นก็ถือว่าสำเร็จแล้ว การเทรดก็เหมือนกันกับการวิ่งระยะยาว ในบทความนี้ผมจะเปรียบเทียบถึงการวิ่งระยะยาวว่า มันจะเหมือนกับการเทรด Forex อย่างไร และเราจะใช้มันหาความรู้ในการเทรดได้อย่างไร

รูปที่ 1 การวิ่งมาราธอน
ที่มา: https://twitter.com/bmovanmarathon

 

การเทรดเหมือนกับการซ้อมวิ่งระยะยาว

การเทรดกับการซ้อมวิ่งระยะยาวมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ความขยัน อดทน ฝึกซ้อม ในการเป็นนักกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพที่ต้องซ้อมวิ่งวันละหลายกิโลเมตร สำหรับการวิ่งมาราธอน สิ่งที่นักวิ่งระยะไกลต้องทำคือ ซ้อมให้ไกลกว่าที่วิ่งจริง แล้วในการเทรดหล่ะ คุณได้ซ็อมเทรดบ้างหรือเปล่า ซ้อมให้มากกว่าการเทรดจริง ฝึกทำ Back Test ฝึกเทรดส่งสัญญาณใน Demo เก็บสถิติต่าง ๆ คุณจะสังเกตุได้ว่า นักวิ่งระยะยาวเขาก็เก็บรายละเอียดเช่นกัน เขาเก็บได้หมดว่า ช่วงเวลาไหนที่เขาแรงตกและช่วงเวลาไหนที่เขาทำได้ดี พื้นสนามแบบไหนที่ทำให้เขาวิ่งได้ดี พื้นที่ภูมิอากาศแบบไหนที่ทำให้เขาสามารถเหนื่อยล้าได้ง่าย นั่นคือรายละเอียด เราหล่ะ เราได้เก็บรายละเอียดหรือเปล่าว่า กราฟแบบไหนที่เราไม่ถนัด เทรนด์แบบไหนที่เราวิเคราะห์ได้ยาก รูปแบบกราฟที่เราชอบมีอะไรบ้าง มันก็เหมือนกับการวิ่งนั่นแหละ เดี๋ยวนี้การวิ่งมีอุปกรณ์มากมายที่สร้างมาทำให้เก็บรายละเอียดดียิ่งขึ้น บางคนมีนาฬิกา บางคนใช้มือถือเพื่อแทร็คการวิ่งของตัวเอง ทำให้ทราบรายละเอียดของตัวเองทั้งหมดได้ดีกว่าเมื่อก่อนที่แค่วิ่งไป นำมันมาปรับปรุงรายละเอียด ตอนนี้หน่ะหรือ? เราก็มี Myfxbook ที่สามารถแทร็คทุก Position ของเราได้หมด มันมีมานานแล้วและสามารถใช้ได้ดีเหมือนกับนาฬิกาที่ใช้แทร็คการวิ่งนั่นเลยทีเดียว

 

สภาพจิตใจที่บอกตัวเองให้ไปวิ่ง

โลกของ Forex เป็นโลกที่โหดร้าย มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าตลาดมาแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะรวยอย่างเดียว บางคนหลงเข้ามาเพราะว่า มีข่าวว่ามี EA ที่ทำกำไรได้โดยที่ไม่ต้องทำงานหนักมากนัก ถูกหลอกเข้ามาบ้าง ศึกษามาไม่ดีบ้าง รู้ไหมว่า คนเหล่านั้น กว่าครึ่ง หรือประมาณ 50 % ต้องล้มเลิกและคิดว่านั่นไม่ใช่หนทางที่จะทำกำไรได้ง่าย และเลิกไป ที่เหลือเพียงไม่ถึงครึ่งแล้ว ประมาณ 30 % ที่จะเริ่มศึกษาว่า Forex คืออะไรกันแน่แล้วหาหนังสืออ่านพยายามหาคำตอบ เอาชนะเพื่อที่จะไปถึงฝั่งฝัน คนกลุ่มนี้ 30 % นี้จะเหลือเพียง 20 % ที่ยังเทรดอยู่แม้จะขาดทุนบ้าง แต่ก็ยังมุ่งมั่น สิ่งที่พวกเขาทำคือ ซ้อมแล้วก็ซ้อม

เราลองนึกถึงนักกีฬา ที่ไม่มีคนคุมอย่างนักกีฬามาราธอน ในทีมฟุตบอลจะมีโค๊ช มีเพื่อนร่วมทีม มีกลุ่มเพื่อนที่คอยลากกันไปซ้อมทำให้มีกำลังใจที่จะไปเพราะว่า มันต้องเกรงใจคนอื่น แต่กีฬาวิ่งเป็นกีฬาที่แตกต่างจากคนอื่นเพราะมีเพียงตัวเราเท่านั้นที่ต้องลากตัวเองไปซ้อม ถ้าหากตัวเองไม่ไปซ้อมก็จะไม่ประสบความสำเร็จได้ การไปซ้อมครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นไป 2 วันหยุด 1 วันแล้วบอกว่า ไว้ก่อนค่อยไปพรุ่งนี้ พอวันพรุ่งนี้มาถึงสภาพจิตใจก็จะถูกบั่นทอนโดยความขี้เกียจและความสบายเคยตัว นั่นแหละเป็นสิ่งที่ทำให้การวิ่งยาก แน่นอนเช่นเดียวกันในตลาด Forex เพียงแค่คุณบอกว่า เฮ้อ เราเลิกเถอะจได้ไม่ต้องขาดทุนเจ็บตัวอีก หรือบอกกับตัวเองว่า  มันคงไม่เหมาะกับเราหรอก เพียงแค่พูดแค่นี้ก็ทำให้ออกจากตลาด Forex ไปได้แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าคนกว่า 100 % เหลืออยู่ในตลาดได้ไม่ถึง 20 %  โดยที่ 20 % ที่เหลือนี้กว่าจะฝ่าฟันจนได้กำไรอีกต้องใช้เวลาอันยาวนาน

ลักษณะเฉพาะของนักวิ่ง

การเป็นนักวิ่ง นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่แพ้ คือปัจจัยหลายอย่างดังต่อไปนี้ พรสวรรค์ สภาพจิตใจ การไม่ยอมแพ้ ความอดทน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักวิ่ง บางคนอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อวิ่ง เพราะว่าปอดไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น แต่อย่างน้อยถ้าหากคุณฝึก ก็จะทำให้ปอดของคุณรองรับการวิ่งระยะไกลได้ นั่นจะทำให้คุณเพิ่มความสามารถ ผมเคยเห็นบ่อย ๆ ที่นักกีฬาที่มีพรสวรรค์ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะว่า เขาไม่ตั้งใจฝึกซ้อมและไม่สนใจที่จะฝึกเพราะคิดว่า ไม่ต้องฝึกก็ได้ ลักษณะเหล่านี้จะต้องเป็นส่วนผสมที่ลงตัว อย่างไรก็ตามแม้ว่าบางคนจะไม่มี สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แนวคิดที่เปิดกว้างว่า คนเราสามารถเรียนรู้และปรับปรุงตัวได้นั่นทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่รู้จักหยุด พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อคุณไม่หยุดวันหนึ่งมันจะเป็นวันของคุณอย่างแน่นอน

Keywords: การวิ่งกับการเทรด  ลักษณะเฉพาะของคนสำเร็จ วิ่งมาราธอนกับ Forex

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


บทความ Forex Trading For Living : องค์ประกอบของการเทรด Forex ให้สำเร็จ

คะแนนโดย admin

เส้น

บทความ Forex Trading For Living : องค์ประกอบของการเทรด Forex ให้สำเร็จ

การเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ นั้น ต้องอาศัยเวลาในการบ่มเพาะความรู้เปรียบเสมือนการทำนาเกลือ เมื่อความเค็มไม่ได้ที่ เกลือก็จะไม่ตกตะกอน การจะให้ความเค็มนั้นได้ที่นั้นก็ต้องใช้เวลา ให้น้ำระเหยออกแยกเกลือออกมาแล้วมันจะตกตะกอน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จนอกจากจะต้องเกี่ยวข้องกับเวลาแล้ว ยังต้องเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบ 3 องค์ประกอบที่สำคัญในการเทรด ดังต่อไปนี้  ปริมาณเงิน  วิธีการ การจัดการการเงิน และ ความเข้าใจของนักเทรด แม้ว่าจะเรียกภาษาไทยที่แตกต่างกัน แต่สำหรับภาษาอังกฤษ มันประกอบด้วย Money  Method Management และ Mindset

รูปที่ 1 เส้นทางการเทรดให้สำเร็จ

ที่มา: https://forexsteam.com/20-factors-for-forex-success/

ปริมาณเงิน  (Money)

ปริมาณเงินเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จในการเทรด ปริมาณเงินที่มาก ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จมากเท่านั้น เพราะว่าจะทำให้เราสามารถอยู่ในตลาดได้นาน นอกจากนี้ปริมาณเงินที่มากนั้น มันจะ Cover การใช้ชีวิตของนักเทรดด้วย กองทุนระดับโลกมักจะทำผลตอบแทนได้ไม่ถึง 100 % ต่อปีโดยเฉลี่ย เพราะปริมาณเงินที่เขาทำได้เพียงกำไรแค่ 10 – 15 % ก็สามารถอยู่ได้ทั้งชีวิต นั่นเป็นเพราะว่า พวกเขาบริหารเงินก้อนใหญ่มาก ๆ เรามาลองเปรียบเทียบกับปริมาณเงินของนักเทรด Forex ของไทยใช้กัน อย่างมากก็ 10,000 เหรียญ น้อยคนนักที่จะมีเงินถึง 10,000 เหรียญ ถ้าหากเราทำผลตอบแทน 15 % ของ 10,000 เหรียญมันแค่เป็นเงิน 1,500 เหรียญต่อปีเท่านั้น ซึ่งเงินไม่ถึง 60,000 บาทต่อปี ไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ ดังนั้นปริมาณเงินจึงมีความสำคัญในการเทรด มากเพราะว่ายิ่งเงินน้อย ยิ่งทำให้มันเลี้ยงชีพด้วยการเทรดไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือการเพิ่มผลตอบแทน เมื่อคุณทำการเพิ่มผลตอบแทนยิ่งเข้าทางโบรคเกอร์ เช่น คุณอยากจะได้ผลตอบแทน 50 % ต่อปี หรืออะไรที่มากกว่านั้นทำให้คุณเสี่ยงมากกว่าเดิมและสูญเงินไป

ด้วยเหตุนี้ปริมาณเงินจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสูงสุด ทำให้กำหนดโอกาสที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตการเทรดมากเท่านั้น

วิธีการ (Method)

ปัจจัยที่ 2 ที่ใช้ในการเทรดให้มีความสำเร็จ คือ วิธีการ ถ้าหากเรามีแต่เงินแต่ไม่มีวิธีการที่ดีในการเทรด นั่นหมายความว่า เงินของเราจะค่อย ๆ สูญไปอย่างช้า ๆ ดังนั้นเราลองนึกถึงว่า ถ้าหากเราปลูกพริกปัจจัยที่ทำให้พริกเจริญเติบโตย่อมไม่ได้มีแค่ปัจจัยเดียว มีตั้งแต่ ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ แสงแดด วิธีการเทรดก็เป็นหนึ่งในปัจจัยนั้นเช่นเดียวกัน วิธีการที่ดีจะนำกำไรมาให้ ขณะที่วิธีการเทรดที่ไม่ดีจะทำให้ขาดทุน ทยอยขาดทุนจนหมดพอร์ทการลงทุน ดังนั้นถ้าหากวิธีการเทรดที่ขาดทุนตลอดและไม่เคยได้กำไรเลย ย่อมรู้ได้ทันทีเลยว่า อาจจะมีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีความผิดเพี้ยน สิ่งที่เราควรทำคือ การหยุดเทรดไว้ก่อนเพื่อกลับมาทบทวนว่าวีธีการเทรดมีปัญหาหรือไม่ ส่วนการเทรดที่ได้กำไรบ้างแต่ว่าขาดทุนเป็นส่วนมาก ก็ย่อมบอกได้ว่า วิธีการนั้นเป็นวิธีการที่ผิดเหมือนกัน เราต้องหยุดการเทรดอีกเช่นกัน การเทรดนั้น เมื่อกระจายเป็นกลุ่มแล้วต้องกำไรมากกว่าขาดทุน  วิธีการเทรดนั้นมักจะพูดถึง จุดเข้า จุดออก จุดทำกำไรจุดตัดขาดทุนในการเทรดอยู่สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตามจุดเข้า จุดออกนั้นก็ยังไม่เพียงพอหากเราไม่จัดการความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่คำนึงถึงอีกอย่างหนึ่ง

การจัดการการเงิน (Management)

การจัดการความเสี่ยง หรือ การจัดการการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า การจัดการอย่างอย่างในที่นี้คือ ขนาดของการลงทุน เราต้องรู้ว่าจังหวะไหนที่เสี่ยงมาก ๆ จังหวะไหนที่เสี่ยงน้อย เราควรทำความเข้าใจกับตลาด เพื่อที่จะหาช่องโหว่ ที่เหมาะสม รู้จักน้ำหนักการลงทุน สิ่งที่สัมพันธ์กับการเทรด Forex ในหมวดการจัดการการเงิน คือ Risk: Reward Ratio และ Win % ซึ่ง 2 สิ่งนี้ล้วนเกี่ยวพันกัน เพราะว่า อัตราชนะหรือแพ้ในการเทรดนั้น ต้องศึกษาจากการทดสอบวิธีการเทรด และเมื่อเรารู้ว่า อัตราผลตอบแทนนั้นสูงกว่าอัตราเสี่ยง หรือก็คือ สัดส่วนกำไรต่อขาดทุนนั่นเอง การจะเข้าให้ได้สัดส่วนความเสี่ยงต่ออัตราผลกำไรที่ดีได้นั้น ต้องได้วิธีการระบุจุดเข้าที่ดีนั่นเอง มันจึงเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง นั่นเอง

ความเข้าใจ (Mindset)

ในตำราฝรั่ง อาจจะกล่าวถึง 3 M เท่านั้น แต่ตามประสบการณ์ของผู้เขียนสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ความเข้าใจ ความเข้าใจหรือ Mindset นั้นอาจจะแปลแตกต่างความหมายกัน แต่ว่าเนื่องจากใจนั้น คิดไม่ได้สิ่งที่เราทำได้คือ ทำการฝึกมันให้ชำนาญเกิดความเคยชินกับระบบ ความเข้าใจของตลาด Forex นั้นต้องสัมพันธ์กับความอดทน และระบบเทรดเพราะว่า ถ้าเราไปอดทนกับระบบเทรดที่ไม่ดีแล้วนั่นอาจจะทำให้เราหมดตัวจากการเทรดได้ ความเข้าใจในการเทรด จึงเป็นตัวกำหนดทุกอย่างเป็นตัวกลางการหลอมรวมปัจจัยแห่งความสำเร็จในการเทรดที่ขาดไม่ได้ เช่นกัน

Keywords: ความสำเร็จในการเทรด Forex ปัจจัยการเทรด Forex

 

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


การใช้ Indicator ต่าง ๆ : Alligator Indicator  

คะแนนโดย admin

เส้น

การใช้ Indicator ต่าง ๆ : Alligator Indicator  

ในบทความนี้ มาถึงบทความสุดท้ายของ Indicator พื้นฐานที่มีอยู่ใน MT4 โดยบทความสุดท้ายเป็น Indicator ในหมวดของเทรดเดอร์ชื่อดังอย่าง Bill Williams ซึ่งบทความนี้ต้องแจ้งให้กับทางผู้อ่านก่อนว่า จัดทำเพื่อให้ผู้อ่านสามารถใช้ Indicator ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น โดยบทความนี้จะเริ่มจาก Indicator ตัวหนึ่งของนักเทรดในตำนานอย่าง Bill William ผู้ซึ่งเป็นคนรึเริ่มการเทรดโดยใช้ทฤษฎีจิตวิทยาตลาดในช่วงยุคแรก ๆ โดยเขาได้พัฒนา Indicator ทางเทคนิคไว้หลายตัวในอาชีพของเขาและเครื่องมือเหล่านั้นถูกใช้ติดต่อกันมาและได้รับความนิยมอย่างยาวนานกว่า 50 ปี

เครื่องมือที่เราจะนำเสนอวันนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยบอกเทรนด์ นั่นคือ Alligator Indicator ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีตลาด โดยทฤษฎีหุ้นรายตัวกล่าวว่า เทรนด์นั้นมักจะมีสัดส่วนราว ๆ 15-30 % ของการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ในตลาดทั้งหมดด ขณะที่ตลาด Sideway  นั้นจะมีเป็นส่วนมากในตลาด โดยจะมีระยะเวลากว่า 70  – 85 % ของเวลาที่ตลาดเคลื่อนไหว

ตามหลักการของ Williams แล้ว เขาเชื่อว่า นักลงทุนส่วนบุคคลและนักลงทุนสถาบันมักจะทำกำไรได้สูงสุดช่วงระหว่างที่เทรนด์มีภาวะเป็นขาขึ้นรุนแรง Williams กล่าวว่า แม้แต่ไก่ตาบอดยังหาเม็ดข้าวโพดเจอ ถ้าเจ้าของมันให้ข้าวโพดมันเวลาเดียวกันทุกครั้ง  มันอาจจะใช้เวลาหลายปี แต่ว่าเราได้สร้าง Indicator mจะช่วยให้เราสามารถเข้าใจตลาด จนกว่าเวลาที่แม้แต่ไก่ตาบอดก็เทรดได้มาถึง

การสร้าง Indicator ของ Bill

Indicator Alligator นั้นถูกสร้างขึ้นโดย Bill Williams ซึ่งเขาใช้ Smoothed moving Average 3 เส้น ได้แก่ Smooth MA 5 , Smooth MA 8 และ Smooth MA 13 ซึ่งเป็นลำดับเลข Fibonnaci โดยการคำนวณ Smooth moving Average นั้นคำนวณโดยการทำให้ Simple Moving Average นั้นมีความเรียบโดยการคำนวณเป็นดังนี้

Simple Moving Average(SMA):

SUM1 = SUM(CLOSE,N)

SMMA1 = SUM1/N

ต่อด้วย

PrevSUM = SMMA(i-1)*N

SMMA(i) = (PrevSUM-SMMA(i-1)+CLOSE(i)/N

เมื่อ

SUM1- sum ราคาปิดของจำนวนแท่ง N

PrevSUM – Smooth sum ของแท่งก่อนหน้า

SMMA(i) – Smooth Moving Average ของแท่งปัจจุบัน

Close(i) – ราคาปิดปัจจุบัน

N จำนวนเวลาที่ใช้ในการ Smooth

กระบวนการคำนวณ Indicator นั้นค่อนข้างสำคัญสำหรับการเข้าในกลไกการทำงานของ Indicator อย่างไรก็ตาม ก็ถือเป็นโชคดีที่การคำนวณนั้นไม่ต้องอาศัยการฝึก เพียงแค่ใส่ Alligator Indicator ที่มีอยู่ใน MT4 ของเราอยู่แล้ลงไป มันก็จะปรากฏขึ้นมาอยู่บนกราฟทันที ดังรูปต่อไปนี้

รูปที่ 1 แสดง Indicator Alligator ในกราฟ EURUSD

จากรูปจะเห็นเส้น MA3 เส้นตัดกันไปมา ประกอบด้วยสีเขียว สีแดงและสีฟ้า โดยสีเขียวเป็นเส้น MA 5 ขณะที่เส้น MA 8 คือเส้นสีแดง และเส้น MA 13 คือเส้นสีน้ำเงิน โดยค่า MA นี้จะต้องถูกนำไปอยู่ข้างหน้าแท่งเทียน โดยลำดับ โดยสีน้ำเงินก็จะอยู่ห่างออกไปไกลหน่อยและสีเขียวก็จะอยู่ใกล้แท่งเทียนมากที่สุด โดยการใช้งาน Alligator Indicator มีดังนี้

การใช้งาน

การใช้งาน Indicator Alligator นั้นสามารถใช้ได้ในการวัดความสัมพันธ์การกลับตัวซึ่งจะให้สัญญาณเทรดก็ต่อเมื่อ สีน้ำเงินทำการกลับตัวอย่างช้า ๆ และสีเขียวนั้นทำการกลับตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อสีเขียวตัดข้ามลงมาถือว่าเป็นสัญญาณ Sell ขณะที่การตัดขึ้นของสีเขียวระหว่างสีน้ำเงินก็ให้เป็นสัญญาณ Buy โดย William อ้างถึงการตัดลงของ ของ Indicator Allitgator ว่า เป็นการหลับของจรเข้ ขณะที่การตัดขึ้นของสีเขียวตัดกับสีน้ำเงินแล้วนั้นเป็นการที่บอกว่า จรเข้ได้ตื่นขึ้นแล้ว

เมื่อเทรนด์ไลน์ 3 เส้นแยกออกจกันและเคลื่อนไหวสูงหรือต่ำขึ้นตามเทรนด์นั้นเราควรจะต้องถือ position และคอยควบคุมจำนวน Position ไว้ ซึ่งในเหตุการณ์นี้ก็เหมือนกับว่า จรเข้กำลังกินอยู่และปากของมันกำลังอ้าอย่างกว้างขวาง ขณะที่ Indicator ตีกรอบแคบขึ้นมาและพยายามบีบเข้ามาในทิศทางแบน ๆ ซึ่งจะบอกว่าเทรนด์จะใกล้จะจบแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือ การทำกำไร Bill อธิบายว่า รูปแบบกราฟแบบนี้นั่นกำลังบอกว่า จรเข้ได้กินจนอิ่มเรียบร้อยแล้วทำให้มันปิดปากและไม่กินอีกต่อไป

ซึ่งนั่นจะเป็นสัญญาณการเทรดที่สามารถใช้ได้ง่ายสำหรับ Indicator alligator อย่างไรก็ตามของทุกอย่างย่อมมีจุดอ่อน สิ่งที่สำคัญคือ Indicator alligator จะอยู่ในตลาด Sideway ก็ต่อเมื่อ เส้น 5 และเส้น 8 หรือก็คือ สีเขียวและสีแดงนั้นนตัดกันไปมา ขอให้รับรู้ว่านั่นคือตลาด Sideway คุณมีตัวเลือกที่จะเทรดตามแบบนี้หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชำนาญของคุณ อย่างที่ไดกล่าวไปแล้วในตอนต้นว่า ตลาดหุ้นรายตัวนั้น มักจะมีเทรนด์แค่เพียง 15-30 % เท่านั้นขณะที่ Sideway ในตลาดนั้นเกิดได้ค่อนข้างบ่อย ดังนั้นการเลือกความได้เปรียบในการเทรดจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Keywords: การใช้ Alligator ข้ออ่อนของ Alligator สูตรสร้าง Alligator

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น