Monthly Archives: June 2019


ข้อมูล รีวิว EightCap วิจารณ์โบรกเกอร์ ข้อดี ข้อเสีย และความน่าสนใจ

คะแนนโดย admin

เส้น

EightCap Review

EightCap เป็น โบรกเกอร์ ออสเตรเลีย ตั้งขึ้นในปี 2009 โดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีความชอบในการเทรด และมากประสบการณ์ด้านไฟแนนซ์  และเทคโนโลยีสารสนเทศ  และจดทะเบียนภายใต้ชื่อ EightCap Pty Ltd (ABN 73 139 495 944) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ the Australian Securities & Investments Commission (ASIC) หมายเลข AFSL 391441. ใบอนุญาตนี้มอบสิทธิให้กับ EigthCap ในการให้บริการทางการเงินกับนักลงทุนในประเทศออสเตรเลีย

EightCap มีสำนักงาน อยู่ใน  38  ประเทศ เช่น แคนาดา  รัสเซีย  ญี่ปุ่น จัดได้ว่ามีความมั่นคง ปลอดภัยสูง มีการจัดเก็บเงินทุน  ของลูกค้าทั้งหมด  ผ่านระบบบัญชีประเภทแยกกับ  ธนาคารแห่งชาติของประเทศออสเตรเลีย (The national Australia bank)   รองรับ หลายแพลตฟอร์ม   ครอบคลุมตั้งแต่  MT4 ,  MT5 ,  Web Trading ,  Mobile Trading   มีสเปรด (Spread)  อยู่ในระดับต่ำ พึ่งเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ราว ๆ  2  ปีได้

ข้อเสีย EightCap ไม่มี บริการ  VPS  ให้กับลูกค้า , บัญชี เดโม มีอายุเพียง  30  วัน และ ข้อ สุดท้าย มีบัญชีน้อยไป นิด  Standard และ RAW

openacc

ข้อมูลทั่วไป EightCap

  • รองรับการฝากถอนเงินผ่านช่องทางธนาคารในประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกร, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารกรุงเทพและธนาคารทหารไทย
  • รองรับการฝากถอนเงินผ่าน ecurrency ได้อย่าง เช่น Skrill เป็นต้น
  • เปิดบัญชีง่ายมาก รวดเร็ว สะดวกสบาย
  • Leverage สูงสุดที่ 1:500
  • รองรับการซื้อขายด้วย EA (Expert Advisor) ทุกประเภท
  • ระบบของโบรกเกอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • มี Chat Support Chat ภาษาไทย ในรูปแบบไลน์ไอดี eightcapthailand
  • ไม่มี Re-quotes
  • มีประเภทบัญชี 2 ประเภทบัญชี Standard , Raw
  • บัญชีทั่วไปมีกฎฝากเงินขั้นต่ำที่ 100 $
  • มี Bounsในการฝากเงิน 50 %
  • มีระบบผู้จัดการทางการเงิน MAM

ประเภทบัญชีของ EightCap

มีประเภทบัญชี 2 ประเภทบัญชี  Standard , Raw  เหมือนจะน้อยไปนิด แต่ก็ยังพอรับได้

 

ตารางเปรียบเทียบ บัญชี  Standard และบัญชี  Raw

คุณสมบัติ บัญชี Standard บัญชี Raw
สเปรด เริ่มต้นเพียง 1.0 pips เริ่มต้นเพียง 0.0 pips
รูปแบบการดำเนินการ ตลาด ตลาด
เลเวอเรจ สูงสุดถึง 500:1 สูงสุดถึง 500:1
ค่าคอมมิชชั่น $0 $3.5 ต่อหนึ่งล็อต
ปริมาณการเทรดสูง / ต่ำ 0.01 lots 0.01 lots
ปริมาณการเปิดโพซิชั่นซื้อ ไม่มีขีดจำกัด ไม่มีขีดจำกัด
ระดับLiquidation 50% 50%
จำนวนเงินขั้นต่ำสำหรับเปิดบัญชี 100 AUD หรือเทียบเท่า 100 AUD หรือเทียบเท่า
สกุลเงินของบัญชีที่รองรับ AUD, USD, GBP, EUR, NZD, SGD, CAD AUD, USD, GBP, EUR, NZD, SGD, CAD
วิธีฝากเงิน บัตรเครดิต ,Skrill

POLi

โอนผ่านธนาคาร

China UnionPay

บัตรเครดิต ,Skrill

POLi

โอนผ่านธนาคาร

China UnionPay

Available Trading Instruments 46 คู่เงิน

12 ดัชนี

2 โลหะ

2 น้ำมันดิบ

46 คู่เงิน

12 ดัชนี

2 โลหะ

2 น้ำมันดิบ

แพลตฟอร์ม MetaTrader 4 , 5 MetaTrader 4 , 5
เทรดบนมือถือ ได้ ได้
One-click Trading ได้ ได้
สามารถ Scalping ได้ ได้
สามารถHedging ได้ ได้
สามารถ EAs ได้ ได้
ศูนย์บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง มี มี
ผู้จัดการบัญชีส่วนตัว มี มี
บัญชีเทรดทดลอง มี มี

 

ผลิตภัณฑ์ที่ EightCap เปิดบริการให้เทรด

  • Currencies (คู่เงิน)
  • Indices (ดัชนี)
  • Commodities (สินค้าโภคภัณฑ์)
  • Cryptocurrencies  (BTC/USD,XRP )
  • Share CFDs (listed on ASX) (สินค้า  CFD)

 

สเปรดของ EightCap   คู่เงินหลัก

  • AUD/USD                 1.0 – 1.4 pips (S) / 0.0 – 0.4 pips (R)
  • EUR/USD                 0.8 – 1.2 pips (S) / 0.0 – 0.3 pips (R)
  • GBP/USD                 1.2 – 1.8 pips (S) / 0.2 – 0.8 pips (R)
  • NZD/USD                  1.0 – 2.0 pips (S) / 0.0 – 1.2 pips (R)
  • USD/CAD                1.0 – 2.0 pips (S) / 0.0 – 1.2 pips (R)
  • USD/CHF                 1.1 – 1.6 pips (S) / 0.1 – 0.6 pips (R)
  • USD/JPY                 1.0 – 1.4 pips (S) / 0.0 – 0.4 pips (R)

 

สเปรดของ EightCap   คู่ โลหะ

  • XAU/USD         20 – 30 cents = 20 – 30 เซ็นต์
  • XAG/USD         15 – 40 cents = 15 – 40 เซ็นต์

 

Rate EightCap ใน เว็บต่างประเทศครับ

โดยรวม ๆแล้ว Rate จะอยู่ใน 4 – 4.5 ครับ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว  ส่วน เว็บ 100FOREXBROKERS จัด Rate ให้ ห้าดาว ..

 

การสมัครสมาชิก EightCap

การสมัครสมาชิก ก็ ค่อนข้างกระชับ รวบรัด ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที รวมไปถึงการยืนยันตัวตน เพียง 1  วันก็ได้รับการยืนยันแล้ว

 

การฝากถอนเงิน Eightcap

วิธีฝากถอนเงินของโบรกเกอร์ Eightcap ที่สะดวกที่สุดสำหรับเราคือ Internet Bank  ของธนาคารไทย 6 แห่ง เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกร ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรี ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทหารไทย เพียงแต่มีข้อจำกัดให้ใช้กับสกุลเงิน  USD เท่านั้น ไม่สามารถใช้เงิน สกุลอื่น เช่น  AUD ได้ ฝากขั้นต่ำ 100 $ นะครับ สำหรับช่องทางอื่น ๆ เช่น Skrill บัตรเดบิต บัตรเครดิต การถอนเงินผ่านทางธนาคารระหว่างประเทศ UnionPay และ Poli การฝากเงินถ้าฝากเงินทางไหนต้องถอนเงินออกช่องทางเดิมก่อน ส่วนกำไรถอนออกทางช่องไหนก็ได้

 

ระบบ MAM ( Muti Account Manager )

EightCap ให้บริการซอฟต์แวร์ Multi Account Manager (‘MAM‘) ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานกับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4ได้อย่างลงตัว และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการเทรดของเรา โปรแกรม Money Manager หรือผู้จัดการทางการเงิน ซึ่งรวบรวมราคาชั้นนำของตลาดด้วยการจัดสรรแบบยืดหยุ่น และความสามารถในการจัดการเงินทุนของลูกค้าได้อย่างง่ายดายผ่านการจัดการของบัญชีหลัก นำเสนอคุณสมบัติที่ดีขึ้น และการควบคุมที่ที่เหนือกว่า ทั้งหมดผ่าน MT4 อินเตอร์เฟซ

MAM  คือทางออกสำหรับนักลงทุนมืออาชีพ  และผู้จัดการกองทุน  ที่ทำการเทรดบนพื้นฐานการตัดสินใจ อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดการหลากหลายบัญชีเทรดผ่านการใช้งานของ Expert Advisors (EAs) อีกด้วย

 

โปรแกรมโบรกเกอร์แนะนำลูกค้า (IB)

EightCap มีความแตกต่างจากโบรก ASIC  อื่น ๆ คือ ให้เราเป็น IB  ได้ ให้โอกาสเราในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยค่าคอมมิชชั่นสำหรับทุก ๆ การเทรดของลูกค้าที่เราแนะนำ

  • อัตราค่าคอมมิชชั่นที่น่าสนใจ ยิ่งแนะนำมาก ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก
  • แสดงผลรายงานขั้นสูง
  • มีเครื่องมือและสื่อสำหรับทำการตลาด สนันสนุนการเป็น IB

 

โปรโมชั่น EightCap

นี่ก็เป็นอีกข้อที่ โบรกออสเตรเลีย น้อยนักที่จะทำกัน  โบนัสเงินฝาก 50 %  โปรโมชั่นโบนัสเงินฝากสูงสุด 50% พร้อมเงินรีเบตคืนสูงสุด 1$/1 lot โปรสุดพิเศษสำหรับนักเทรดชาวไทย

  • เงินฝากขั้นต่ำเพียง 100$ เท่านั้น
  • โบนัสเงินฝาก 50% สูงสุด 1,000 $
  • เงินรีเบตคืนสูงสุด 1,000 $
  • โบนัสเครดิตสามารถใช้เพื่อเปิดออเดอร์ รักษาออเดอร์ และอื่นๆอีกมากมาย
  • สามารถถอนกำไรได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สามารถถอนเงินรีเบตได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เงื่อนไขโปรโมชั่นที่โปร่งใส ไม่ซับซ้อน

เพียง ฝากเงิน > แจ้งการใช้สิทธ์ที่ [email protected] > โบนัสจะเข้าบัญชีเทรดของท่านภายใน 24 ชั่วโมง และเริ่มรับเงินรีเบต

 

Customer Support

Support ของ  EightCap ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ การ รองรับใน 10 ภาษา: อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, จีน, ไทย, เกาหลี, เยอรมัน, โปรตุเกสและเวียดนาม

โดยเราสามารถติดต่อตามช่องทางข้างล่างเลย

instant Web Chat: This is available on the website.

Email:[email protected],

Phone Number: +61 3 8373 4800

Social Media: facebook.com/EightCapAU , Twitter.com/EightCap_FX

 

 

เส้น

 

ขั้นตอนการสมัครสมาชิก และการฝากถอน

 

EightCap  เป็นโบรกเกอร์ จากประเทศออสเตรเลีย .. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองเมลเบิร์น ขึ้นชื่อว่า ประเทศนี้แล้ว ความเชื่อมั่น ความมั่นคง ความปลอดภัย ไม่ต้องพูดครับ นอกจากนี้ EightCap มีการจัดเก็บเงินทุนของลูกค้าทั้งหมดผ่านระบบบัญชีประเภทแยกกับธนาคารแห่งชาติของประเทศออสเตรเลีย (The national Australia bank).. จากข้อมูลเหล่านี้ เรามั่นใจได้เลย มาสมัครกันเลยครับ

openacc

การสมัครสมาชิก  EightCap

  1. เข้าเว็บ www.eightcap.com แล้วเปลี่ยนให้เป็นภาษาไทย แล้ว Click => สร้างบัญชีเทรดจริง
  2. .ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เป็นภาษาอังกฤษ • ชื่อ , • นามสกุล , • Email , • คลิก เลือกประเทศ ไทย , • เบอร์โทรศัพท์ เมื่อเรียบร้อยแล้ว Click => สมัครเดี๋ยวนี้

  3. ให้กรอก ประเภทของบัญชี MT4 ผมเลือกบัญชี Standard , สกุลเงิน เลือก USD , เลเวอเรจ

เลือก 1:500  เมื่อเรียบร้อยแล้ว  click => ขั้นตอนถัดไป

4.ระบบจะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว  เริ่มตั้งแต่ วัน เดือน ปีเกิด  ,  สถานที่เกิด  , ประเทศที่เราต้องเสียภาษี , หมายเลขของผู้เสียภาษี  , ที่อยู่ ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อกรอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ click =>  ขั้นตอนถัดไป

  1. การกรอกข้อมูล กองทุนและประสบการณ์ เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วให้ click => ขั้นตอนถัดไป
  2. การกรอกข้อมูล ข้อตกลงและเงื่อนไข ให้เรา คลิก เครื่องหมาย √ ในช่องสี่เหลี่ยม ทุกข้อ แล้ว ให้ click =>  ขั้นตอนถัดไป  เพื่อที่จะทำการยืนยันตัวตน

การยืนยันตัวตน EightCap

เราต้องเตรียมไฟล์เอกสารสำหรับ การยืนยันตนในการอัพโหลดเอกสาร เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนและยืนยันที่อยู่อาศัย

  • วิธีที่ 1 : เอกสารประจำตัวประชาชน เช่น หนังสือเดินทาง และใบขับขี่
  • วิธีที่ 2 : เอกสารประจำตัวประชาชน ( หนังสือเดินทาง )

หลักฐานยืนยันที่อยู่อาศัย ( สเตทเมนท์ธนาคาร หรือใบแจ้งค่าโทรศัพท์ มีอายุไม่เกิน 3 เดือน )

– ทำการอัพโหลดเอกสาร

เอกสารที่อัพโหลดจะต้องถ่ายภาพให้ชัดเจนและให้เห็นมุม 4 ด้านของกระดาษ หรือสามารถอัพโหลดเอกสารที่เป็น PDF ได้จะยิ่งดี

ตรงช่อง เลือกเอกสารระดับที่หนึ่ง ให้อัพโหลด ไฟล์บัตรประชาชน ด้านหน้า ขึ้นไป ครับ

เมื่อเรา อัพโหลดครบแล้ว ทั้งไฟล์บัตรประชาชน ไฟล์บิลค่าโทรศัพท์ ก็  click  ขั้นตอนถัดไป

เรียบร้อย เสร็จขั้นตอนการสมัคร เปิดบัญชี จากนั้น เมื่อสมัครเสร็จเรียบร้อย ทางโบรกเกอร์ EightCap จะส่ง Username กับ Password มาทาง Email  ให้เราไปเปิดดูใน Email ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการอนุมัติบัญชี

 

การฝากเงิน  EightCap

มาดูขั้นตอนและวิธีการโอนเงินผ่าน Internet Banking ของธนาคารไทย กันเลยครับ

  1. หลังจากล็อคอินเข้าหน้าหลักของ EightCap แล้ว ให้ Click => ฝากเงิน =>ฝากผ่านธนาคารไทย
  2. ให้ Click เลือกบัญชีเทรด ใส่จำนวนเงินฝาก เลือกบัญชีธนาคาร และ Click => ฝากเงิน

เดี๋ยวนี้  อ้อ ลืมบอกว่า  ฝากขั้นต่ำ 100 $ นะครับ  ผมเลือกธนาคารกรุงเทพ

  1. จากนั้นระบบจะเข้าไปที่หน้าเว็บของ ธนาคารกรุงเทพ ให้เรา login  แล้ว ดำเนินการตามระบบของเว็บ ธนาคาร
  2. เรียบร้อยแล้ว ระบบจะแจ้ง ผ่านหน้าเว็บว่า การทำธุรกรรมประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นรอประมาณ 5-10 นาที ก็สามารถกลับไปเช็คเงินในบัญชีได้ เป็นอันเรียบร้อย สำหรับขั้นตอนการฝากเงิน

การถอนเงิน  EightCap

ในที่นี้จะนำเสนอเฉพาะขั้นตอนการถอนเงิน ผ่านธนาคารในประเทศไทย เท่านั้น

  1. เมื่อล็อคอินเข้ามายังหน้าเว็บ EightCap แล้ว ให้ Click => “ ถอนเงิน ”
  2. กรอก ข้อมูลรายละเอียดการถอนเงินให้ครบถ้วนทุกช่อง ผมเลือกถอน 20 $  และ เลือกถอนผ่านธนาคารไทย หลังจากนั้น  ให้เลือก  การจัดการบัญชีธนาคาร   ในกรณีที่เป็นการถอนเงินครั้งแรก ให้กรอกข้อมูลของธนาคารที่เราจะใช้ถอนเงิน ให้ครบถ้วน จากนั้น  Click  => เพิ่มบัญชีธนาคาร
  1. ใส่ข้อมูลรายละเอียดการถอนเงิน ให้ครบทุกช่อง หลังจากนั้น Click => “ ส่งคำร้องขอการถอนเงิน ”
  2. เสร็จเรียบร้อย รอเงินเข้าบัญชีภายใน 1 วันทำการ ไม่เกินนั้นครับ ทางที่ดี ควรถอนก่อน บ่ายโมงครับ

เรียบร้อย สำหรับการถอนเงิน ของ  EightCap  ส่วนตัวเห็นว่า น่าจะปรับปรุง รูปแบบ สีสันของเว็บ ให้ดู สดใส แจ่มกว่านี้ น่า จะดีครับ

 

เส้น


THAI BROKER FOREX  ไม่สนับสนุนการระดมทุนใดๆทั้งสิ้น

คะแนนโดย admin

 

 THAI BROKER FOREX  ไม่สนับสนุนการระดมทุนใดๆทั้งสิ้น

มีข่าวเสียๆ หายๆ ของวงการ Forex ที่ออกมามากมายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้วิธีการโกงในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น ระดมทุน , ฝากเทรด  , ขาย EA ปลอม หรือ เปิดคอร์สเรียนแพงๆ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เพื่อนๆเทรดเดอร์ในวงการเราสูญเสียเงินโดยสูญเปล่าเป็นจำนวนมาก

สิ่งเน่าๆ ของคนบางกลุ่มเหล่านี้มันทำให้วงการ Forex เสื่อมเสียชื่อในไทยเป็นอย่างมาก … ทำให้หลายๆคนคิดว่าวงการนี้เป็นสิ่งหลอกลวง มันไม่ใช่การลงทุนที่แท้จริง … ซึ่ง ! ผมขอพูดเลยว่า Forex เนี่ย ตัวมันเองเนี่ยไม่ใช่สิ่งหลอกลวงเลย (สามารถทำกำไรในระยะยาวได้ เป็นการลงทุนที่แท้จริง) แต่สิ่งที่หลอกลวงเราคือ คนนิสัยแย่ๆเหล่านั้นที่อาศัย Forex ไปเป็นเครื่องมือในการโกงชาวบ้าน

เรากล่าวอยู่เสมอใน Website ในบทความต่างๆ ของเราว่า ไม่มีสิ่งใดที่ได้มาง่ายๆ โดยปราศจากความพยายามและความตั้งใจอย่างมาก เหมือนกับถ้าเราอยากจะ รวย แต่เรากลับนอนเล่นไปวันๆ ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งมันจะรวยไหมละครับ? Forex ก็เหมือนกัน มันต้องตั้งใจ มันต้องขยันหาความรู้ต่างๆ และสั่งสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่เราสามารถทำกำไรได้

… ใครจะหวังทางลัด ก็มักจะตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านั้น

ลองคิดดูนะครับ

                – ระดมทุน : บางเจ้าอ้างว่าแจกกำไร 10% ทุกวัน

เป็นหนึ่งกลโกงของรูปแบบ “แชร์ลูกโซ่” โดยเค้าเล่นกับความโลภของเรา อาศัยเงินที่ได้มาจากสมาชิกที่เข้ามาใหม่อยู่เรื่อยๆ มาจ่ายกับคนก่อนหน้า (ไม่มีการเทรดจริง) โดยทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ … ลองคิดกันง่ายๆ เลยนะครับ ถ้าเค้าเทรดได้ขนาดนั้นไม่ต้องมาระดมทุนแล้วครับ

 

– ฝากเทรด : บางเจ้าอ้างว่า การันตี กำไร 130% ภายใน 1 เดือน

คิดง่ายๆอีกเช่นกันครับ ถ้าเค้าทำได้ขนาดนั้น เทรดเองก็รวยไปแล้ว ไม่ต้องมารับฝากเทรด แล้วแบ่ง % หรอกครับ

– ขาย EA ปลอม : ผมเคยเจอบางเจ้าอ้างว่า ทำกำไรได้ 60,000% ต่อปี

ต้องบอกว่า EA บางตัวในต่างประเทศที่ขายๆ กันนั้นสามารถใช้ได้จริง แต่ส่วนมากในประเทศไทยมักจะเป็น EA ปลอมๆ ที่ถูกสร้างเพื่อมาขายทำเงิน คือ ไม่ได้รัน EA แล้วทำกำไรจากตลาด อันนี้ต้องดูดีๆอย่างมากเลยครับ … จริงๆ แล้วเราอยากให้เพื่อนๆ เรียนรู้ สร้าง EA หรือวิธีการเทรดต่างๆ ขึ้นมาเองดีกว่า มันเป็นของตัวเราเอง ดีกว่าเราไปพึ่งคนอื่น

– คอร์สเรียนแพง ๆ : ผมเคยเจอคอร์สละ 1,000,000 บาท

ราคาขนาดนั้น สอนอย่างเดียวก็รวยแล้วครับ ไม่ต้องเทรดหรอก

(อันนี้เห็นเปิดกันเยอะเต็มไปหมด ต้องพิจารณาดีๆนะครับ)

 

  “ตัว Forex เองมันไม่โกงเราหลอก … แต่คนแย่ๆเหล่านั้นต่างหากที่มันจะโกงเรา”

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยความปรารถนาของทางทีมงาน Thai broker forex เราอยากให้เพื่อนๆวงการนี้ได้รับแต่สิ่งดีๆ เราไม่มีการสนับสนุนการระดมทุนใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการฝากเทรด ไม่มีการเปิดคอร์สเก็บเงิน … เรามีแต่ให้ความรู้ในการเทรดต่างๆ และคอยรีวิวโบรกเกอร์แต่ละโบรก ว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เพื่อให้เพื่อนๆเทรดเดอร์ได้เลือกใช้บริการโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง

 

จากใจทีมงาน Thai broker forex

 


ข้อมูล ประเภทโบรกเกอร์ Forex (แบบชัวร์ๆ ไม่มั่วนิ่ม)

คะแนนโดย admin

เส้น

 

เทรดเดอร์หลายคนอาจสงสัยว่า บางทีแต่ละโบรกเกอร์มีการให้บริการที่แตกต่างกัน ในเรื่องที่ว่า “บางโบรก Spread แคบ แต่เก็บค่าคอม , บางโบรก Spread กว้าง แต่ไม่เก็บค่าคอม หรือ บางโบรกมี Re-quote และ บางโบรกไม่มี Re-quote” … คำถามคือ ทำไมแต่ละโบรกไม่ทำให้เหมือนกันไปเลย ?? … ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมีที่มา … โดยหลักๆเลย ความแตกต่างนี้มันมีจาก … ประเภทการบริการของโบรกเกอร์นั้นแตกต่างกัน … มาดูกันว่าทำไม

 

ประเภทโบรกเกอร์ Forex มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของโบรกเกอร์ Forex หลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. Dealing Desks (DD)
  2. No Dealing Desks (NDD)

 

Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อนึงว่า Market Makers

 

ส่วน No Dealing Desks (NDD) สามารถแบ่งประเภทย่อยออกมาได้อีก คือ

  • Straight Through Processing (STP) และ
  • Electronic Communication Network + Straight Through Processing (ECN+STP)

มาดูประเภทแรกกันก่อน Dealing Desks (DD)

โบรกเกอร์ Forex ที่ให้บริการในรูปแบบ ของ Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันว่า Market makers … จะเป็นลักษณะโบรกเกอร์ที่ไม่ได้นำออเดอร์ของลูกค้าเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง โดยทางโบรกจะหาวิธีการต่างๆ เพื่อจับคู่สถานะตรงกันข้ามกับลูกค้า เช่น

  • จับคู่ออเดอร์ของลูกค้าด้วยกันเอง เช่น ลูกค้าคนนึง Long ก็หาลูกค้าอีกคนนึงที่ Short มาจับคู่กัน เป็นต้น
  • ถ้าโบรกเกอรไม่สามารถจับคู่สถานะของลูกค้ากันเองได้ ก็จะไปเทรดสถานะตรงข้ามกับลูกค้าในตลาดจริง หรือกับโบรกเกอร์อื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • หรือว่า … รับออเดอร์ของลูกค้านั้นตรงๆ เลย ไม่ได้ไปเปิดสถานะตรงข้ามแต่อย่างใด

 

โดยจากตัวอย่าง 2 อันแรกข้างต้น โบรกเกอร์จะได้กำไรจากส่วนต่างของ Spread บนค่าเงินต่างๆที่เราเทรด … แต่อันหลังสุด มันประมาณว่า โบรกเกอร์พนันว่าคนที่มาเทรดสุดท้ายจะแพ้เองในที่สุด (คล้ายๆกับคาสิโนที่รับพนันกับผู้เล่นนั่นเอง)

 

ซึ่งถ้าพูดให้ลึกเข้าไปอีก … โดยส่วนมากวงการโบรกเกอร์ Forex มักจะทำกันอย่างงี้

เค้าจะแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 2 ประเภท

คือ

  1. กลุ่มลูกค้าที่สามารถทำกำไรได้จริง
  2. กลุ่มลูกค้าที่ม่สามารถทำกำไรได้

ส่วนมากโบรกเกอร์จะรับออเดอร์ของกลุ่มลูกค้าที่ “ไม่สามารถทำกำไรได้” ตรงๆเลย เพราะเค้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วกลุ่มลูกค้าพวกนี้ยังไงก็จะเจ๊ง จะสูญเสียเงินจากการเทรดทั้งหมด .. และโบรกเกอร์ก็จะได้กำไรเต็มๆ ในส่วนนี้

แต่…

ถ้าโบรกเกอร์เจอกลุ่มลูกค้าที่ “สามารถทำกำไรได้จริง” โบรกเกอร์จะพยายามจับคู่ออเดอร์ตรงกันข้ามให้ หรือว่าถ้าหาไม่ได้ ก็ไปเปิดสถานะตรงกันข้ามในตลาดจริงแทน เพื่อป้องกันความเสี่ยง และกินแค่ค่า Spread แทน

แต่อย่างไรก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของทางตัวโบรกเกอร์เองว่าจะใช้วิธีใด ซึ่งอันนี้เราต้องไปเช็คดูว่า โบรกเกอร์ที่เราใช้อยู่เค้าใช้ลักษณะใดในการบริหารธุรกิจ

 

ถัดมา … อีกประเภทนึง คือ No Dealing Desks (NDD)

 

ง่ายๆ เลยคือ ประเภทโบรกเกอร์ที่ “ไม่ใช่” พวก Dealing Desks นั่นเอง

 

โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้จะนำคำสั่งของลูกค้ายิงเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง (ไม่มีการรับออเดอร์ลูกค้าแต่อย่างใด) เป็นเพียงตัวกลางที่จะคอยนำคำสั่งของลูกค้าไปสู่ตลาดจริงหรือที่เรียกกันว่า Interbank market* ซึ่งในนั้นจะมีผู้เล่นจริงๆ ทั้งธนาคาร , กองทุน , โบรกเกอร์ , Hedge fund , ลูกค้าจากที่ต่างๆ ที่เทรดค่าเงินจริงๆกันอยู่แล้ว ซึ่งตลาดนี้เองที่เป็นแหล่งอ้างอิงในการกำหนดมูลค่าของค่าเงินต่างๆที่โชว์ให้เราเห็นตามที่ต่างๆ ทั่วโลก

 

โดยโบรกเกอร์ประเภท No Dealing Desk นี้จะทำกำไรจากการเก็บค่าคอม (Commission) จากการเทรด หรือบวกเพิ่มส่วนต่างนิดหน่อยจาก Spread

 

แต่ในส่วน No Dealing Desks (NDD) ยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก

คือ STP และ STP+ECN

 

STP คือ

STP ย่อจากมา Straight Through Processing system

 

โบรกเกอร์ Forex ที่ใช้ระบบ STP ในการจับคู่คำสั่งให้กับลูกค้า จะนำคำสั่งลูกค้ายิงตรงเข้าสู่ตลาดจริง (interbank market) โดยในตลาดจริงเราสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดออเดอร์กับธนาคารไหน (จริงๆต้องใช้คำว่า “ผู้ให้บริการสภาพคล่อง” หรือ “liquidity provider” เพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย ขอใช้คำว่าธนาคารแทนแล้วกันนะครับ) ซึ่งแต่ละธนาคารก็มีราคา bid กับ ask ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

โดยทางระบบ STP จะจัดเรียง Bid กับ Ask ที่ดีที่สุดให้กับทางโบรกเกอร์ จากตัวอย่างข้างต้นนี้ Bid ที่ดีที่สุดคือ 1.4000 (เวลาขาย หรือ Short ก็ต้องการราคาสูงที่สุดใช่ไหมละครับ) ส่วน Ask ที่ดีที่สุดคือ 1.4001 (เวลาซื้อ หรือ Long ก็ต้องการราคาที่ต่ำที่สุด)

ดังนั้น Bid/Ask ที่ดีที่สุดคือ 1.4000/1.4001

… และคำถามถัดมาคือ โบรกเกอร์เค้าจะเอา Bid/Ask ตัวนี้มาให้เราเทรดกันใช่ไหม ??

คำตอบคือ ไม่ครับ!

เพราะถ้าโบรกเกอร์เค้าเอา Bid/Ask ดังกล่าวมา เค้าก็จะไม่ได้กำไรอะไรเลย

โดยปกติเค้าจะเพิ่ม Bid/Ask เข้าไปฝั่งละ 1 pip (Bid ลด 1 pip , Ask เพิ่ม 1 pip) เพื่อกินกำไรส่วนต่างนี้

… ดังนั้นโบรกเกอร์จะแสดงค่า Bid/Ask อยู่ที่ 1.3999/1.4002 ในโปรแกรมเทรด

จากตัวอย่างเดิม สมมติ ลูกค้าที่เป็นเทรดเดอร์สั่งเปิด Long EUR/USD จำนวน 1 lot (Standard : 100,000 units) ก็ต้องซื้อฝั่ง Ask ใช่ไหมละครับ ก็คือ 1.4002

เมื่อลูกค้าซื้อ EUR/USD ที่ 1.4002 ทางโบรกเกอร์จะยิงคำสั่งตรงไปยังธนาคารที่มีแสดงค่า Ask ต่ำที่สุด ณ ตอนนั้น จากตัวอย่างนี้คือธนาคาร A กับ B ณ ที่ระดับ 1.4001 (ในกรณีนี้ทางโบรกเกอร์จะเลือกธนาคารไหนก็ได้ เพราะ Ask ดีที่สุดเท่ากัน)

… ซึ่งจะเห็นได้ว่าโบรกเกอร์จะกำไร 1 pip จากการสั่งคำสั่งของเทรดเดอร์ในครั้งนี้

 

*ทั้งนี้ STP ก็อาจมีการ Re-quote เกิดขึ้นได้ (พวกประเภทบัญชีที่เป็น Instant Execution) ซึ่งถ้าโบรกเกอร์จับคู่คำสั่งไม่ทันกับทาง “ผู้ให้บริการสภาพคล่อง” หรือ “liquidity provider” … ซึ่งปกติเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับพวก Dealing Desk

 

โบรกเกอร์ส่วนมากมักจะแบ่งประเภทบัญชีตามการสั่งคำสั่งออเดอร์เป็น 2 แบบ คือ

 

  1. Instant Execution

หมายถึงออเดอร์จะถูกดำเนินการตามราคาที่ลูกค้าส่งคำสั่ง โดยหากราคาตรงกับราคาตลาดในปัจจุบันออเดอร์นั้นก็จะเปิดทันที  แต่หากว่าราคาที่ลูกค้าขอเปิดคำสั่งซื้อนั้น ไม่ตรงกับราคาตลาดในปัจจุบัน ลูกค้าจะได้รับ Requote

 

  1. Market Execution

หมายถึงออเดอร์จะถูกดำเนินการที่ราคาที่มีในตลาด ซึ่งลูกค้าจะไม่ได้รับ Requote ทั้งนี้ราคาอาจไม่ตรงตามที่ลูกค้าต้องการดังนั้นจึงอาจเกิด Slippage ซึ่งหมายถึงความต่างของราคาที่ลูกค้าส่งและราคาที่ถูกดำเนินการ

ที่มา : Exness

 

Tip : ในการเลือกโบรกเกอร์ที่เป็น STP มี 3 สิ่งที่ต้องดูคือ

 

  1. จำนวน Liquidity providers ที่โบรกเกอร์มีอยู่ในมือ

            ยิ่งมีมากยิ่งดี ก็เพราะว่าทางโบรกจะได้เลือกค่า Bid/Ask ที่ดีที่สุดมาได้ และสุดท้ายทำให้ Spread แคบลง ซึ่งเป็นผลดีต่อลูกค้า

            … เลือก Broker ที่มี Liquidity providers อยู่ในมือมากๆ

 

  1. ประเภทของ Spread (Fixed หรือ Variable)

            ปกติโบรก STP ที่มีประเภท Spread เป็นลักษณะ Variable จะเทียบเท่ากับประเภท ECN เลย (ต่างกันแค่ STP ยิงคำสั่งต่อให้ Liquidity providers แต่ ECN ยิ่งคำสั่งเข้าตลาดตรงๆ) โดย Spread จะถูกเปลี่ยนแปลงตาม Bid/Ask ของทาง Liquidity providers และอาจมีบวกเพิ่มนิดหน่อย เพื่อให้โบรกเกอร์ได้กำไร

            ส่วนโบรกที่ Spread เป็น Fixed คือจะล๊อคค่า Spread ให้คงที่ ไม่ได้ปรับตามกับ ทาง Liquidity providers ซึ่งปกติการ Fixed ค่า Spread นั้น มักจะมี Spread ที่กว้างกว่าพวก Variable

(โบรกเกอร์จะแปลงความผันผวนของ Bid/Ask ที่มาจาก Liquidity providers ให้มาอยู่ในรูปแบบคงที่ หรือ Fixed ซึ่งการทำอย่างนี้โบรกเกอร์ก็ต้องบวกค่าความเสี่ยงในการผันผวนของ Bid/Ask ที่ได้รับมาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้แบบ Fixed ส่วนมากค่า Spread จะห่างกว่า แบบ Variable)

            … เลือกประเภท Spread ที่เป็นลักษณะ Variable ส่วนมากจะดีกว่า

           

  1. การดำเนินคำสั่งของออเดอร์ (instant หรือ market execution)

            ประเภทที่เป็นลักษณะ Market execution หรือที่เรียกันว่า DMA (Direct Market Access) STP จะเป็นการยิงออเดอร์ของลูกค้าตรงไปที่ LPs (Liquidity providers) โดยจะดำเนินการหาราคาที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า (บวกเพิ่ม Spread นิดหน่อยเพื่อเป็นกำไรให้กับตัวโบรกเกอร์เอง) … ซึ่งลักษณะนี้จะไม่เกิดการ Requote เกิดขึ้น แต่อาจมี Slippage บ้างเล็กน้อยกรณีช่วงตลาดผันผวน

            แต่ในส่วนของ Instant execution จะเป็นลักษณะที่ว่า โบรกเปิดสถานะตรงกันข้ามกับลูกค้า คือ โบรกเกอร์รับคำสั่งจากลูกค้ามาก่อน แล้วค่อยไปเปิดสถานะตรงข้ามกับ LPs (Liquidity providers) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกิดการ Lag อยู่นิดหน่อย (ระยะเวลาการส่งคำสั่งมากกว่า Market execution) และวิธีนี้สามารถเกิดการ Requote เกิดขึ้นได้ หากเกิดกรณีที่ว่าโบรกเกอร์รับออเดอร์จากลูกค้ามา แล้วไม่สามารถจับคู่กับ LPs (Liquidity providers) ได้ ซึ่งการที่โบรกเกอร์จับคู่ไม่ได้นั้นมาจากการที่โบรกเกอร์ไม่สามารถหาส่วนต่างระหว่าง ออเดอร์ของลูกค้า กับทาง LPs (Liquidity providers) ได้นั่นเอง

            ข้อเสียของการ Requote ในส่วนมากมักกระทบกับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Scalping ในการเทรดหรือรัน EA ที่เทรดสั้นๆ ในช่วงที่ราคาเป็นลักษณะ Spike หรือไส้ยาวๆ เป็นช่วงที่ราคาผันผวนเร็วๆ โดยจะกินกำไรไม่กี่ pips ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งถ้าใครไป Backtesing กลยุทธ์อาจจะกำไรจริง แต่พอมารันในตลาดจริง ถ้าโดน Re-quote จากทางโบรกเกอร์ ก็จะเสียโอกาสในการทำกำไรช่วงจังหวะดังกล่าว

            … เลือกแบบ Market execution ส่วนมากจะดีกว่า เหมาะกับการเทรดทุกกลยุทธ์

 

แล้ว ECN คือ ?

 

จะคล้ายๆ กับ DMA (Direct Market Access) STP แต่ ECN จะมีความแตกต่างคือ DMA STP โบรกเกอร์จะยิงออเดอร์ของลูกค้าไปยังพวก LPs (Liquidity providers) ที่โบรกเกอร์มีอยู่ แต่บนระบบ ECN ลูกค้าสามารถยิงออเดอร์ตัวเองไปยังผู้เล่นคนอื่นในตลาดจริงๆเลย

 

โดยบนระบบ ECN มีผู้เล่นทั้ง ธนาคาร, กองทุน, Hedge fund, รายใหญ่, รายย่อย รวมถึงโบรกเกอร์ต่างๆ ที่เทรดกันอยู่บนระบบนี้ ซึ่งการเทรดบนระบบนี้เทรดเดอร์จะได้ค่า Spread ที่ดีมากๆ ได้ Bid ที่ดีที่สุด ได้ Ask ที่ดีที่สุด เพราะมันเป็นตลาดจริงๆที่เทรดกันอยู่

 

คำถามสำคัญคือ แล้วโบรกจะได้กำไรจากไหน ??

กำไรที่โบรกจะได้ก็คือ การเก็บค่าคอมแทนนั่นเองครับ (Commission)

 

ที่สำคัญสุดของ ECN คือ ไม่มีการ Re-quote ครับ

 

—–

 

*รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Interbank market

http://www.forexthai.in.th/interbank-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

 

—–

 

คำถามสำคัญที่สุดคือ “แล้วเราควรเลือกโบรกเกอร์ประเภทไหน ??”

 

ต้องบอกก่อนว่า แต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียของตัวมันเอง ไม่ได้มีดีที่สุด … มันจะขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของเทรดเดอร์มากกว่า

 

บางโบรกที่มี Spread แคบ แต่มีค่าคอมในการเทรด ก็จะเหมาะสมเทรดเดอร์ที่เทรดลักษณะเล่นสั้นๆ (พวก Day trade , Scalping เป็นต้น) ส่วนบางโบรกมี Spread ที่กว้างหน่อย แต่ไม่มีการเก็บค่าคอม ก็อาจจะเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดระยะยาวขึ้นมาหน่อย (พวก Trend-following, Swing trading , Position trading เป็นต้น)

 

มาดูสรุปของประเภทโบรกเกอร์แต่ละอันกัน

Dealing Desk , No Dealing Desk (STP) และ No Dealing Desk (STP+ECN)

 

—–

 

มาดูประเภทของแต่ละโบรกเกอร์ที่เรานำมาจัดอันดับกัน

ว่าแต่ละโบรกเป็นประเภทอะไรกันบ้าง

 

  1.  XM (XM Group)

XM ได้รับการจำแนกเป็น Market Maker เนื่องจากเรามี dealing desk ที่ใช้สำหรับดำเนินการจัดการคำสั่งผ่านทางโทรศัพท์ แต่ออเดอร์(โพซิชั่น) ต่างๆของลูกค้านั้นจะดำเนินการผ่านทาง Liquidity provider ต่างๆ ซึ่ง XM จะไม่ได้รับประโยชน์ใดจากการขาดทุนของลูกค้า และในการดำเนินส่งคำสั่งให้ลูกค้า

ทางโบรกเคลมว่า 99.35 % ของออเดอร์ทั้งหมด จะถูกดำเนินการไม่เกิน 1 วินาที และนโยบายของ XM จะไม่มีการ Requote (No requotes) และไม่มีการปฏิเสธคำสั่งใดๆทั้งสิ้น (No rejections)

 

บางคนอาจประโยคข้างต้นอาจจะสับสนเล็กน้อย … มาขยายความกัน

 

ต้องบอกก่อนว่า XM เป็นโบรกเกอร์ประเภท Dealing Desk แต่ทางนโยบายของเค้า จะไม่มีการรับออเดอร์จากลูกค้าเอง เค้าเลือกใช้วิธีที่ว่าเป็นแค่ตัวกลางคอยส่งออเดอร์ไปยังตลาดจริง (Liquidity provider)

ซึ่งถ้าเปรียบเทียนนโยบายของ XM แล้วจะเห็นได้ว่าจะคล้ายกับ STP ปกติ ที่ทางโบรกจะเข้ามาแทรกแซงราคากินกำไรพวกค่า Spread นิดหน่อย แต่อย่างไรก็ดีทางโบรก XM ให้บริการในรูปแบบของโบรกเกอร์ที่เป็น Dealing Desk นั่นเอง

 

(Dealing Desk จะไม่มีให้เลือกว่าเป็น instant หรือ market execution เพราะตัว Dealing Desk ที่ดำเนินการลักษณะนี้จะเท่ากับ instant execution นั่นเอง ที่ว่าเมื่อลูกค้าส่งคำสั่งมา ทางโบรกเกอร์จะส่งต่อไปยัง Liquidity provider โดยบวกเพิ่มราคานิดหน่อยเพื่อทำกำไร)

 

มีประเด็นนึงเราถามเค้าว่าแล้วมี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า … เค้าแจ้งว่าไม่สามารถแจ้งข้อมูลในส่วนนี้ได้ โดยเนื่องจากเป็นข้อมูลทางธุรกิจของเค้า ทางเค้าแจ้งได้เพียง Citibank เป็นหนึ่งใน Liquidity provider ของทาง XM

 

ทีมงาน : XM เป็นโบรกที่ยอมรับอย่างเต็มปากว่าตัวเองเป็น Dealing Desk แต่เนื่องด้วยนโยบายของทางบริษัทที่แข็ง ค่า Spread ต่างๆ ค่อนข้างดี และที่สำคัญไม่มีการปฏิเสธคำสั่งของลูกค้าและไม่มีการ Requote คำสั่งของลูกค้าอีกด้วย (แต่ก็อาจเกิด Slippage ได้ ในกรณีที่ราคาเกิดการผันผวนมาก ในภาวะข่าวเหตุการณ์สำคัญ แต่อย่างไรก็ดี ทางโบรกรับประกันว่าลูกค้าจะได้ราคาที่ดีที่สุด)

 

*** มีหลายแหล่งข้อมูลที่แจ้งว่าทาง XM เป็น non-dealing desk ซึ่งทางทีมงานเราได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ XM โดยตรง ทางเค้ายืนยันว่าเป็น Dealing desk … ซึ่งประเด็นนี้หลายคนเข้าใจผิดค่อนข้างเยอะ

 

คงเป็นเพราะหลายคนเข้าใจว่า XM ใช้ STP แล้วจึงเหมารวมว่าโบรกที่ใช้ STP ต้องเป็น NDD ซึ่งจริงๆ แล้ว DD ก็สามารถใช้ STP เป็นทางเลือกได้เช่นเดียวกัน

 

ทางเจ้าหน้าที่เค้ายืนยันว่า XM เป็น Non dealing desk


หน้า Website ของตัว XM ก็แจ้งว่าเป็น Dealing desk ครับ (สามารถวางคำสั่งซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์และคุยกับดีลเดอร์ได้)

 

fbs

  1. FBS

 

ประเภทบัญชีของ FBS ทั้งหมดจะใช้การสั่งซื้อโดยตรงจากตลาด (All FBS accounts use Market Execution of orders) คำสั่งซื้อจะดำเนินการในราคาในตลาดจริง การ requotes จึงไม่เกิดขึ้น

คำสั่งซื้อจะดำเนินการภายใต้ NDD (Non-Dealing Desk) และ STP (Straight Through Processing) – เพื่อให้พวกเขาได้รับการออฟเซ็ตโดยตรงเข้าไปในระบบของผู้ให้บริการสภาพคล่อง

95% ของคำสั่งซื้อจะทำการรับคำสั่งซื้อภายใน 0.4 วินาที

มีบัญชี ECN ให้เทรดอีกด้วย

 

ทีมงาน : ทาง FBS มีการชี้แจ้งรายละเอียดบน Website อย่างชัดเจน

… แต่เพื่อความชัว ทางทีมงานจึงแชทไปถามทาง Support เค้ากลับตอบว่า

 

มาดูการประกาศบนหน้า Website

ซึ่งไม่ตรงกับที่ Support กล่าว .. ทางทีมงานจึงถามต่อ

 

เค้าค่อยมาแก้ตัวทีหลัง ว่าตอบผิด …

ทางทีมงานเราไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ เพราะเจออย่างงี้แทบจะทุกโบรก

แล้วก็พอเราถามว่าทาง FBS มี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า … เหมือนทาง Support เค้าไม่เข้าใจหรืออย่างไรไม่ทราบ … เค้าให้ไปตรวจสอบที่หน้าการทำธุรกรรม ฝาก-ถอน … ซึ่งคำถามนี้ไม่น่าเกี่ยวกับการ ฝาก-ถอน เลย

 

ต้องบอกว่าข้อมูลที่เราได้จาก FBS แทบทั้งหมดมาจากการค้นหารายละเอียดหน้า Website ของเค้าเอง ที่อธิบายไว้ชัดเจน แต่พอเราถามทาง Support ของเค้า เหมือนไม่ได้คำตอบที่ต้องการอะไรเลย

 

pepperstone_1000forexbrokers_logo3

  1. Pepperstone  

 

เป็นโบรกเกอร์ประเภท NDD (Non-Dealing Desk) ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการสภาพคล่องจำนวนมากและมีการจับคู่คำสั่งโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการกำจัดการแทรกแซงของโบรกเกอร์

 

ดำเนินสั่งคำสั่งลักษณะ Market Execution

  • บัญชี Standard เป็น STP + ECN
  • บัญชี Razor เป็น ECN

 

เค้าแจ้งว่า STP+ECN แตกต่าง ECN ตรงที่ บัญชีประเภท STP+ENC ทางโบรกจะเข้ามาแทรกแซงราคานิดหน่อย เพื่อทำกำไรจาก Spread แต่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ส่วน ECN ทางโบรกจะปล่อยให้ลูกค้าแทรกบนตลาดจริงโดยตรง ไม่มีการแทรกแซง แต่จะเก็บค่าคอมมิชชั่นเพื่อสร้างกำไรให้โบรก

 

Pepperstone ได้ผสมผสานการดำเนินการคำสั่งการเทรดเข้ากับการกำหนดราคาจากธนาคารและผู้ให้บริการสภาพคล่อง 22 แห่ง และการดำเนินการคำสั่งแบบอัตโนมัติ 100% โดยที่ Pepperstone ได้ยึดมั่นในแนวทางที่จะไม่ให้มีการแทรกแซงใด ๆ โดย ‘ไม่มี Dealing Desk’ สำหรับตราสารทุกประเภทของเรา การดำเนินการคำสั่งเทรดของเรามีเวลาแฝงต่ำสุดเพียงแค่ 50ms (0.05 วินาที) และชำระเงินในทันที นั่นหมายความว่าจะไม่มีความล่าช้า ไม่มีการปฏิเสธคำสั่ง และไม่มีการรีโควต

 

เค้าเสริมมาว่า … โดย Pepperstone เป็นโบรกเกอร์ที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทาง Regulation ของประเทศออสเตรเลียจะให้โบรกเกอร์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นเป็นประเภท Non-Dealing desk เท่านั้น

 

ทีมงาน : ตอบตรงประเด็น ขอเบอร์แล้วโทรมาอธิบายให้เลย

 

home-6

  1. Exness

เป็น Non dealing desk (STP)

  • แต่ในส่วนของ Cent จะมาเฉพาะ ลักษณะ Instant Execution
  • ส่วน Mini , Classic สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นลักษณะ Instant Execution หรือ Market Execution

 

Instant Execution : อาจเกิดการ Re-quote เกิดขึ้นได้

Market Execution : จะไม่มีการ Re-quote แต่อาจจะเจอ Slippage , และอาจเกิด off quote ได้เช่นเดียวกัน

 

         โดย off quote จะแตกต่างกับ Re-quote

  • สำหรับการ off quote พอกดสั่งไปแล้ว ระบบก็จะแจ้ง off quote ครับ
  • จะไม่มีเด้งขึ้นมาเหมือน re-quote เพื่อให้ยอมรับในราคาใหม่

 

Off quote คือ

            off quote จะหมายถึง ราคานั้นในตลาดไม่มีเลยหรือ สภาพคล่องในตลาดน้อยมากครับ … เมื่อเราสั่งออเดอร์ออกไป ทาง Exness อาจขึ้น Off quote ได้

 

ข้อความ Off quotes หมายความว่า ไม่มีราคาใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และราคาล่าสุดไม่สามารถใช้เป็นราคาตลาดได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อคุณพยายามที่จะดำเนินการคำสั่งด้วยราคานี้ เซิร์ฟเวอร์จะขึ้นข้อความ Off quotes และจะ ปฏิเสธการดำเนินการ

Off quotes มักเกิดขึ้นมากในช่วงที่มี สภาพคล่องเบาบาง เช่น เมื่อเริ่มเปิดสัปดาห์ซื้อขายใหม่ในวันอาทิตย์ หรือช่วงก่อน ตลาดปิดในวันศุกร์

lเพื่อให้เกิด Off quotes น้อยที่สุด ลองวิธีต่อไปนี้

1.  หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำ

2. หลีกเลี่ยงการเทรดเครื่องมือทางการเงินที่มีสภาพคล่องต่ำ

 

Re-quote คือ

การที่ลูกค้าออกคำสั่งแบบ Instant Execution แล้ว แต่ ณ เวลานั้น ราคาได้เปลี่ยนไปแล้ว การ re-quote จะเกิดขึ้นเป็น ราคาใหม่ที่เปลี่ยนไปแล้ว ณ เวลาตอนนั้น ลูกค้าสามารถกดเพื่อยอมรับ หรือ ปฏิเสธได้ครับ

 

Slippage คือ

Slippage คือส่วนต่างของราคาที่คาดว่าจะได้จากการเทรดและราคาจริง ๆ ที่ได้จากการดำเนินการคำสั่ง ซึ่งค่า slippage สามารถเป็นบวกหรือลบก็ได้ ส่วนต่างของราคานี้สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง เมื่อตลาดได้มีการกระโดดจากราคาหนึ่งไปอีกราคาหนึ่ง

Slippage สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อตลาดมีสภาพคล่องไม่เพียงพอตามราคาที่ได้ร้องขอในคำสั่งเทรด ดังนั้นผู้ให้บริการสภาพคล่องจึงจับคู่ที่ราคาที่ดีที่สุดในลำดับต่อไป เราไม่สามารถควบคุมการเกิด slippage ได้เนื่องจากเราเป็นโบรกเกอร์ ECN – เราเป็นผู้ดำเนินการคำสั่งเทรดเพียงเท่านั้น ถ้าหากไม่มีธนาคารใดที่ยอมรับคำสั่งเทรดของท่านที่ราคาหนึ่งได้ คำสั่งเทรดนั้นจะถูกจับคู่ที่ระดับราคาที่ดีที่สุดถัดไป ดังนั้น Exness จึงไม่สามารถที่จะรับประกันคำสั่งเทรดแบบมีเงื่อนไขได้ เช่น คำสั่ง Stop Losses, Take Profits, Buy/Sell Stops, Buy/Sell Limit Orders … คัดลอกจากทาง Support ของ Exness

 

  • กรณีของบัญชี Mini

คู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย m จะเป็น Instant Execution

ส่วนคู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย k จะเป็น Market Execution

 

  • กรณีของบัญชี Classic

            คู่สกุลเงินที่แสดงชื่อธรรมดา เป็น Instant Execution

            คู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย k จะเป็น Market Execution

 

มีบัญชี ECN ให้เทรดอีกด้วย

 

โดยทาง Exness มี Liquidity provider อยู่ 4 แห่งหลัก คือ Deutsche Bank, Barclays Capital, UBS, AG (พวก European bank) และอื่นๆ แต่ไม่ได้บอกว่ากี่แห่ง เพราะเค้าแจ้งว่าเป็นข้อมูลภายใน ไม่สามารถเปิดเผยได้

 

ทีมงาน : ทาง Support ของโบรกนี้ชี้แจงรายละเอียดดีครับ ถามอะไรแจกแจงได้หมด

 

  1. FXPRIMUS

 

FXPRIMUS เป็นโบรกเกอร์ประเภท Straight-Through Process (STP) 100% … ว่าง่ายๆ คือ ทุกบัญชีเป็น STP หมด

 

  • โดยบัญชี ECN และ Variable Spread (พวก Standard , Premium และ VIP) เป็นลักษณะ Market Execution
  • ส่วนบัญชี Demo เป็นลักษณะ Instant Execution

 

เค้าแจ้งว่าเรื่อง Liquidity provider เค้าใช้ธนาคารที่เป็น tier-1 world banks มากกว่า 30 แห่ง

 

ทีมงาน : Support ของที่นี่ให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ หรือในกรณีภาษาไทยจะถูกแปลมาจากโปรแกรม เรื่องการตอบของเจ้าหน้า Support ต่างประเทศนั้นทำได้ดี ชัดเจนตรงประเด็น

 

fxclearing-200

  1.  FXCL  ( Fxclearing )

 

ทาง  Support เค้าแจ้งมาว่า FXCL เป็น Non-dealing desk

 

ประเภทบัญชี

  •             Beginner : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             Micro Cent : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             Mini : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             ECN Light :
  •             ECN Interbank :
  •             ECN Plus :
  •             Zero Spread : เป็นลักษณะ Market execution

 

ทีมงาน : แต่ทีมงานเราได้เข้าไปดูในส่วนของ Agreement ในข้อที่ 20.1 ได้แจ้งว่า

Any trading instruction sent by the Client via the Company trading platform is considered as irrevocable request, and will be regarded as an order upon electronic confirmation by the dealing desk … (รอคำตอบ)

 

ทาง Supoort คนไทย ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดเชิงลึกของประเภทบัญชีได้

(เราถามไปว่า ECN Interbank ที่แจ้งบน Website ว่าเทรดผ่าน Interbank แล้วพวก ECN light กับ ECN Plus เทรดผ่านอะไร ? … เค้าให้ทิ้ง email รอคำตอบ )

 

โดยทาง FXCL นั้นแจ้งว่า ตอนนี้ (ปี 2018) มีประมาณเกือบ 10 เจ้า (ที่ไหนบ้าง ? รอคำตอบทาง Email)

 

  • ตอน 2 ทุ่มไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยตอบใน Live chat หากมีคำถามอะไรให้ email ไปที่ [email protected]
  • เจ้าหน้าที่คนไทยจะให้บริการ Live chat ในช่วงเวลา จันทร์ – ศุกร์ เวลา 00-18.00 น.

 

เราติดอยู่ 3 คำถาม (รอ Email ตอบกลับ)

  1. ประเภทบัญชี ECN แต่ละอันแตกต่างกันอย่างไร (ขอละเอียดหน่อยนะครับ เช่นวิธีการส่งคำสั่ง)
  2. จำนวน Liquidity provider
  3. Agreement ในข้อที่ 20.1

 

weltrade-400x400

  1. Weltrade

มี 2 ประเภท

  • โดยเฉพาะบัญชี Pro ที่เป็น Non-Dealing Desk – STP
  • นอกนั้นเป็น Dealing Desk หมด

 

*ทาง Support นี้เค้าเสริมว่าโบรกส่วนมากในไทย มักจะเป็นโบรกที่มีทั้ง 2 ประเภท คือ DD และ NDD

 

โดยเค้ามี Liquidity provider อยู่ประมาณ 3 เจ้า

TopFx เป็นหนึ่งในนั้น

ส่วนอีก 2 เจ้าเป็น บริด (Bridge) ที่จะคอยทำการสวิตออเดอร์ เพื่อหาออเดอร์ไปแมตซ์ในตลาด (ในกรณีที่ไม่สามารถจับคู่ออเดอร์กันเองได้ในโบรก)

 

โดยทาง Support เค้าใช้ Siri ในการคุยและพิมพ์ เพื่อความรวดเร็วในการตอบลูกค้า ซึ่งสำนวนภาษาอาจแปลกๆบ้าง แต่ยังสื่อสารได้ดี และที่สำคัญชี้แจงตรงประเด็น

 

ทีมงาน : Support ของโบรกนี้ตอบตรงประเด็นมาก อธิบายชัดเจน … ในส่วนของบัญชีที่เป็น Dealing Desk เค้าจะมีรับกินเอง (จับคู่ออเดอร์กันในโบรกเกอร์เองก่อน แต่ถ้าออเดอร์ไหนไม่สามารถจับคู่ได้ ทางโบรกเกอร์ก็จะยิงเข้าสู่ตลาดหรือส่งไปสู่แบงค์)

 

hotforex-broker-share

8. Hotforex

เป็น 100% STP Broker

ทีมงาน : แต่ทาง Support บอกว่า ก็สามารถเกิดการ Requote เกิดขึ้นได้ … ซึ่งทางทีมงานเราก็ติดใจในประเด็นส่วนนี้ เพราะถ้าหากเป็น STP (Market execution) จริง จะไม่มีการ Requote เกิดขึ้นได้

 .. เค้าให้เรา Email ไปถามทางฝ่ายเทคนิค ได้คำตอบที่ชัดเจนมาว่า “ไม่มี Re-quote” (ตอบกลับไวครับ)

 

ดังนั้นการดำเนินการประเภท Market Execution จะไม่มีการ Re-quote แต่อาจจะเกิด Slippage เกิดขึ้นได้

 

เราถามทาง HotForex ว่ามี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า ?

เค้าบอกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้

แต่เราถามต่อว่า แนะนำหลักๆ มาหน่อยได้ไหม ?

เค้าบอกว่าเป็นเจ้าที่มีชื่อเสียงในวงการการเงิน ทั้ง Barclays, BNP Paribas, Bank of America, Citi, etc.

 

… Live chat เข้ามาตอบช้า (รอเกินกว่า 15 นาที กว่าจะเข้ามาตอบ) และที่สำคัญ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat ที่เป็นคนไทย

 

roboforex

9.RoboForex

มีทั้ง 3 ประเภท

Standard/Cent Accounts

  •             Fix เป็น NDD STP ที่ประเภทการดำเนินการเป็น Instant Execution
  •             Pro เป็น NDD STP ที่ประเภทการดำเนินการเป็น Market Execution

Prime เป็น NDD STP

ECN accounts เป็น STP+ECN

 

ทาง RoboForex แจ้งว่ามี Liquidity provider อยู่หลายเจ้า แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวน และรายชื่อ ใดๆกับทางทีมงาน

ผู้ให้บริการสภาพคล่อง

ผู้ให้บริการสภาพคล่องคือธนาคารขนาดใหญ่ บริษัทลงทุนที่มีใบอนุญาต และโบรกเกอร์ ซึ่งมีกระบวนการซื้อขายผ่านเทคโนโลยี STP (Straight Through Processing) หมายความว่าคำสั่งของลูกค้าทั้งหมดจะถูกส่งต่ออัตโนมัติไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยไม่มีการแทรกแซงจากโบรกเกอร์ ช่วยให้ผู้เทรดและบริษัทหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในกรณีนี้ ผลกำไรที่ลูกค้าได้รับจะไม่ทำให้โบรกเกอร์เกิดการสูญเสียใด ๆ 

 

ทีมงาน :

Live chat ไม่เข้ามาตอบ รอเกินกว่า 30 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตอบ

ทาง Live chat ของโบรกนี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าคนไทยมาบริการ และอีกทั้งเจ้าหน้าที่ของเค้ากว่าจะตอบทีนานมากๆ เราลองทักใน Skype ไปก็เป็นเหมือนกัน กว่าจะตอบช้ามากๆ (เป็นชม.ยังไม่ตอบเลย) ซึ่งบอกเลยว่าการสื่อสารกับโบรกเกอร์รายนี้ ค่อนข้างลำบากมาก ถามไป 1 คำถาม กว่าจะตอบมา 3-5 นาที และบางทีอยู่ๆก็หายไปเป็นครึ่งชม. ทำให้กว่าจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว

หลายครั้งที่ทิ้งคำถามไว้กว่า 20 นาที ทางเจ้าหน้ามาตอบ พอเราไม่ตอบเค้าแค่ 10 นาที เค้าก็ลาหายไปเลย

forex4you

  1. Forex4you

มีทั้ง 2 ประเภท

  • Cent และ Classic เป็น Dealing Desk
  • ส่วน Cent NDD , Classic NDD เป็น Non-Dealing Desk (ใช้ระบบSTP)
  • และ Pro STP (ข้อแตกต่างกันความเร็วในการสั่งคำสั่ง … บัญชีนี้จะเร็วว่า NDD ปกติ)

 

โดยทาง Forex4you ไม่ได้แจ้งว่ามี Liquidity Provider อยู่กี่เจ้า แต่เค้าแจ้งมาว่า ใช้บริการอยู่หลายที่ เช่น LMAX ,CTDL,GSAC,BARX ,SDUK เป็นต้น

LMAX : www.lmax.com

CTDL : www.citadel.com

GSAC : www.goldmansachs.com

BARX  : www.barx.com

SDUK : www.stagedirectorsuk.com

โดยเจ้าที่แสดงบน Website เค้าบอกว่าเป็นเฉพาะเจ้าที่สามารถเปิดเผยได้

 

ทีมงาม : ทาง Support ของโบรกนี้ก็ตอบค่อนข้างช้า ทางเค้าบอกว่าเพื่อความถูกต้องของข้อมูล เลยทำการสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ต่างประเทศอีกทีนึง

 

—–

 

ทั้งนี้ทางทีมงานต้องขอขอบคุณทาง Support ของจากทางหลายๆโบรกเกอร์ที่ทำให้ทีมงานสามารถปะติดปะต่อ เรื่องการแบ่งประเภทของโบรกเกอร์ได้ เนื่องด้วยข้อมูลในไทยและต่างประเทศ ที่มาบางแหล่งข้อมูลไม่ตรงกันเอาอย่างมากๆ จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิด … อาจด้วยเพราะว่าเนื้อหาประเด็นนี้ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน … จึงต้องอาศัยการอธิบายที่ดี จึงจะเข้าใจ

 

เส้น


เทรด FOREX แบบง่ายๆ ทำเงิน 110,000 ใน 1 ชั่วโมง

คะแนนโดย admin

 

เส้น

*  เทรด Forex ประสบการณ์จริง ในการทำเงิน 117,360 บาท จาก Forex ในเวลา เพียง 41 นาที 

 

เทรด Forex ให้ได้กำไรนั้นไม่ยากครับ จากประสบการณ์การเทรดมา 7 ปี การเทรด Forex ยากตรงที่เทรดให้ได้กำไรไปตลอด อย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้เป็นการโอเวอร์เทรด(overtrade) ขอเตือนผู้อ่านไว้ก่อนครับ ผมอยากให้ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาใช้ล็อต(lot) ด้วยตัวท่านเอง เพราะ ” ความพอดี รวมถึง เทคนิค ลีลา ” ของแต่ละท่านย่อมไม่เท่ากันครับ บางคนเทรดยาว เพื่อดูสภาวะตลาดไปเรื่อยๆ แล้วเก็บสั้นๆหนักๆก็มี เมื่อค้นพบตัวเองแล้วก็เพียงแค่รักษาระบบให้สมดุลก็เพียงพอ จะประสบความสำเร็จในตลาดอย่างสม่ำเสมอได้ครับ ….

วิธีการทำกำไรในตลาด Forex ง่ายๆในทริคนี้มี 2 ปัจจัยคือ หนึ่งใช้ทุนสูงและล็อตใหญ่(กฎสามเท่าของผู้โจมตี) และสองจับตามองช่วงข่าวมองหาปลาตัวโต

ปัจจัยด้านโบรกเกอร์ โบรกเกอร์คือสิ่งแรกที่ทุกคนต้องสมัครก่อนจะเทรดและมีโบรกเกอร์มากมายให้เลือก เราก็ควรจะเลือกให้ดีที่สุดครับ เพราะมีผลมาก ความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีรีโควต(Non-Requotes)คำสั่ง ซื้อ-ขาย สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธการเทรดสั้นๆ ถือว่าสำคัญมาก อาจจะถึง 50% แต่สำหรับคนที่เทรดยาว เรื่องนี้ก็ไม่สำคัญมากนักแค่ 10%-20%

ในตัวอย่างภาพด้านล่าง ผมโอนเงินเข้าเทรด โบรกเกอร์ FBS บัญชี UNLIMITED จำนวน 4,000$ สังเกตออเดอร์ที่ 2 เปิดออเดอร์เวลา 14.50 ปิดออเดอร์ 15.31 ใช้เวลา 41 นาทีเท่านั้น ทำกำไร 3605$ สำหรับออเดอร์นี้ (117,360 บาท ถอนออกทาง ธ.กรุงไทย ถอนได้ในเรทตามธนาคารเลยครับ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม )

 

ออเดอร์forex

 

ในช่วงเวลาเทรด(trade)คือที่วงกลมเอาไว้ EU พุ่งขึ้นจากข่าว Non-Farm ในรอบแรกกราฟพุ่งขึ้นไป แล้วดิ่งลง แล้วพุ่งขึ้นอีกรอบ ภายในไม่กี่นาที หลายๆโบรกเกอร์ที่ผมเคยใช้ ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกดซื้อ ขาย กดซื้อในราคาดีๆ ยากมากและขายในราคาที่ต้องการแทบไม่ได้เลย ต้องกดหลายๆรอบหรือไม่ก็ขายได้ในราคาที่ห่างจากที่เราต้องการไว้มาก บางทีบวกเป็นยี่สิบจุด กดปิดซ้ำๆ ตอนที่ปิดได้จริงๆ กลับติดลบครับ ส่วน FBS สำหรับผมไม่ผิดหวังเลย กดซื้อ ครั้งเดียว และขาย ครั้งเดียวเท่านั้น และได้ในราคาดีๆ ใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาทีในการรันคำสั่ง อีกโบรกเกอร์ที่แนะนำ คือ XM ออเดอร์ไวไม่มีรีโควตเช่นกันครับ

โบรกเกอร์ที่มักจะรีโควตเยอะๆ เวลาข่าว ก็เช่น exness roboforex fxopen สำหรับนักเทรดสั้นควรหลีกเลี่ยงแม้บางโบรกเกอร์จะมีค่าสเปรด(spread) ที่ถูกก็เถอะครับ เพราะเวลาข่าวมาทีนั่นแหละ โอกาสทอง ช่วงที่คนจ่ายตลาดกันถ้าเราซื้อ หรือขายไม่ได้ ก็น่าเสียดายยิ่ง เพราะช่วงที่คนปล่อยของกัน กราฟมักจะแสดงตัวออกมาให้เราเห็นทิศทางได้อย่างชัดเจน มากกว่าตอนตลาดนิ่งครับ

สำหรับคนที่ใช้วิธีเทรดสั้น ต้องเข้าใจตลาด อ่านข่าวเป็น และต้องมั่นใจสัก 90% ถ้าไม่มั่นใจ เทรดไปแล้ว กดปิดไปเลยอย่าไปเสียดายครับ

ได้กำไรพอใจแล้วก็ถอนออกมา ไม่เทรดในจังหวะเดิมๆ ซ้ำๆ ครับ ทิ้งระยะสักนิด ทำให้เรามองตลาดได้แจ่มชัดขึ้นครับ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้เชื่อใจตัวเองครับ เมื่อมั่นใจแล้วก็อดทนรอเวลา อย่าหวั่นไหวไปกับจังหวะการเต้นของตลาด เป็นกำลังใจให้ครับ ^ ^


 

 


เส้น

คิดถึง Forex คิดถึงเรา


ขั้นตอนการเปิดบัญชีและยืนยันตัวตน XM

คะแนนโดย admin

ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี XM

โบรคเกอร์ XM นับว่าเป็นอีกโบรคเกอร์ชั้นนำที่นักลงทุนในforexให้ความนิยมสูงเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากมีความน่าเชื่อถืออยู่มาก มีความมั่นคงสูง สเปรดต่างๆอยู่ในระดับปานกลางซึ่งก็ถือว่ากำลังพอดีเปิดรับนักลงทุนในทุกระดับ การฝากเงินเข้าระบบก็มีให้เลือกหลายทางด้วยกัน และที่สำคัญคือมีโปรโมชั่นที่น่าดึงดูดใจสุดๆ ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการสมัครเพื่อเปิดบัญชีจริงสำหรับเริ่มต้นเก็งกำไรจากโบรคเกอร์ XM นะคะ

 

 1.คลิ๊กที่นี่ 

openacc

ขึ้นมาจะเห็นหน้าจอดังภาพด้านล่าง แนะนำว่าให้เราเลือกตั้งค่าให้เว็บแสดงเป็นภาษาไทยนะคะเพื่อให้ง่ายต่อการสมัครในขั้นตอนต่อๆไป สำหรับใครที่หน้าเว็บแสดงเป็นภาษาไทยอยู่แล้วให้คลิกเปิดบัญชีปุ่มสีเขียวด้านล่างสุดซ้ายมือได้เลยค่ะ                                                                             xm1

2.หลังจากคลิกเข้ามาแล้วจะเข้าสู่การลงทะเบียน โดยในทุกๆช่องที่เรากรอกลงไปจะต้องระบุเป็น”ภาษาอังกฤษเท่านั้น”นะคะ  ที่สำคัญอีกอย่างคือควรเลือกกรอกตามความเป็นจริงโดยเฉพาะช่องทางติดต่อค่ะ เพราะทางโบรคเกอร์จะให้เรายืนยันตัวตนในลำดับต่อไป เมื่อกรอกครบทุกช่องแล้วก็ไปยังขั้นตอนที่2ได้เลยค่ะ

xm2

3.กรอกรายละเอียดที่เหลือเพิ่มเติม เช่น วัน/เดือน/ปีเกิด และที่อยู่ ย้ำว่าทุกอย่างจะต้องกรอกตามความเป็นจริงนะคะ โดยเฉพาะอีเมลล์ เพราะหลังจากที่สมัครเสร็จแล้วทางโบรคเกอร์จะส่งชื่อล็อคอินและรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบมาทางอีเมลที่ใช่สมัครค่ะ นอกจากนี้ที่อยู่ที่กรอกลงไปก็ต้องให้ตรงกับความเป็นจริงอีกตามเคยเพราะหลังจากสมัครแล้วจะต้องมีการส่งเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อรับโบนัสฟรี 30$ ด้วยค่ะ

xm3

4.ส่วนของประเภทบัญชีแนะนำให้เลือกเป็นmicroสำหรับคนทุนน้อยหรือมือใหม่หัดเทรด ซึ่งถ้าเลือกบัญชีนี้เงินที่ใช้เทรดจะใช้หน่วยเป็นเงินเซ็นค่ะ ส่วนใครทุนหนาขึ้นมาหน่อยแนะนำให้ใช้บัญชีstandardsได้เลย สกุลเงินให้เลือกเป็น USDนะคะเนื่องจากเป็นสากลที่สุดแล้ว  ในช่องเลเวอเรจให้เราเลือกไปที่ 1:888 เลยค่ะ ตรงช่องนี้ยิ่งเยอะยิ่งดี

xm4

xm5

 

5.ตรงนี้เป็นส่วนของการสอบถามประสบการณ์ที่ผ่านมาของเทรดเดอร์ ก่อนที่จะเริ่มต้นการเทรดจริงค่ะ ใครที่รู้ตัวว่าเป็นมือใหม่หัดเทรดล่ะก็ ติ๊กไม่ใช่รัวๆ ติ๊กเสร็จแล้วก็ไปตั้งค่ารหัสผ่านได้เลยค่ะ รหัสผ่านห้ามใช้ตัวอักขระพิเศษ เช่น  [email protected]#$ นะคะ ใช้ได้แค่ะเฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ หรือเป็นตัวเลขเท่านั้น ในการตั้งรหัสผ่านก็ควรตั้งให้ตัวเราเองจำได้ง่ายแต่คนอื่นสุ่มเดาได้ยาก วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการสลับอักษรพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ตามด้วยตัวเลขเช่น LoVeYoU555 เป็นต้น

xm6

6.กดเลือกยอมรับข้อตกลงให้ครบทุกช่องก่อนจะคลิกเปิดบัญชี แต่ก่อนจะคลิกอย่าลืมอ่านเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆของโบรคเกอร์ให้เข้าใจโดยละเอียดก่อนนะคะ เพื่อสิทธิ์ของเราเอง

xm7

7.หลังจากที่เราได้ทำการสมัครสมาชิกครบทุกขั้นตอนแล้ว ทางโบรกเกอร์เค้าก็จะส่งลิงค์สำหรับยืนยันตัวตนพร้อมกับMT4 IDสำหรับใช้ในการเทรดเข้ามาในอีเมลล์ของเราค่ะ ถ้าหากว่าใครหาไม่เจอให้ลองคลิกเข้าดูในช่องอีเมลล์ขยะนะคะ เมื่อคลิกลิงค์ยืนยันเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่หน้านี้  ให้เราใช้ไอดี MT4 ที่ทางโบรคเกอร์ส่งมาให้และรหัสผ่านที่เราตั้งเองเมื่อสักครู่ในการเข้าสู่ระบบได้เลยค่ะ

xm8

8.มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการสมัครสมาชิกกันแล้ว นั่นก็คือขั้นตอนอัพโหลดเอกสารยืนยันตัวตนนั่นเอง ให้เราเตรียมเอกสารไว้2อย่างนะคะได้แก่เอกสารยืนยันตัวตน อันนี้จะเป็นบัตรประชาชนหรือใบขับขี่ก็ได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือเอกสารยืนยันที่อยู่ ได้แก่พวกบิลค่าน้ำค่าไฟต่างๆ เมื่อมีครบแล้วให้อัพโหลดได้เลย

xm9

xm10

 

เสร็จแล้วค่ะ ขั้นตอนทั้งหมดในการสมัครสมาชิกเพื่อเป็นเทรดเดอร์กับโบรกเกอร์ XM จะเห็นว่าระเขาทำมาดีมาก สามารถทำความเข้าใจในแต่ละส่วนเองได้ง่ายๆเลย เรื่องต่อไปจะเป็นส่วนของข้อเสนอและโบนัสต่างๆของทางโบรคเกอร์นะคะ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การสมัครสมาชิกเลยจริงๆ เพราะส่วนนี้แหละจะทำให้เราทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ เอาเป็นว่าอย่าลืมติดตามกันนะคะ

 


XM : ข้อตกลงและเงื่อนไข “โครงการโบนัสซื้อขาย $30”

คะแนนโดย admin

เส้น

ข้อตกลงและเงื่อนไข : “โครงการโบนัสซื้อขาย $30″ Ver. ภาษาไทย: แปลโดยทีมงาน Thaibrokerforex

A. บทนำ

  1. บริษัท XM Global จำกัด ภายใต้การดำเนินธุรกิจโบรกเกอร์ภายใต้ชื่อ XM ซึ่งถูกกำกับและควบคุมจาก International Financial Services Commission (“IFSC”) ที่ประเทศเบลีซ (Belize) โดยมีเลขที่ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ คือ IFSC/60/354/TS/17

 

  1. ข้อตกลงและเงื่อนไขของ “โครงการโบนัสซื้อขาย $30” เป็นส่วนหนึ่งใน “ข้อตกลงและนโยบายของทาง XM Business” โดยข้อกำหนดต่างๆที่อ้างขึ้นในที่นี้ทั้งหมดจะถูกเพิ่มเข้าไปใน “ข้อตกลงและนโยบายของทาง XM”

 

B. เกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับโบนัส

 

  1. ภายใต้ข้อบังคับแห่งข้อตกลงและนโยบายของทางบริษัท โบนัสนี้สามารถใช้ได้เฉพาะลูกค้าของทางบริษัทที่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนดไว้

 

  1. “โครงการโบนัสซื้อขาย $30” เป็นข้อเสนอที่ทางบริษัทจะมอบให้แก่ลูกค้าของทางบริษัทที่เปิดบัญชีเทรดจริง (Real trading accounts) กับทางบริษัท

 

  1. บริษัทมีความอิสระในการตัดสินแต่เพียงผู้เดียวที่จะยื่นข้อเสนอ “โครงการโบนัส 30$” ให้กับลูกค้าที่ทางบริษัทคิดว่าเหมาะสมจะมอบให้ (ทั้งในเรื่องความเหมาะสมของตัวลูกค้าเอง และความเหมาะสมของประเทศหรือภูมิภาคที่บริษัทคิดว่าเหมาะสมที่จะมอบให้)

 

  1. “โครงการโบนัส $30” ไม่อนุญาตให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าร่วมโครงการนี้ หรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดของกฏหมายในแต่ละประเทศที่บุคคลนั้นพักอาศัย (หรือที่เรียกว่า minors) โดยถ้าเป็นบุคคลใดในจำพวก minors บุคคลนั้นจะไม่สามารถเข้าร่วมรับโบนัสในโครงการนี้ได้

 

  1. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหรือดำเนินการหรือตัวกลางในการนำเสนอ “โครงการโบนัส $30” ห้ามเข้าร่วมรับโบนัสในโครงการนี้ ในกรณีที่บริษัทตรวจพบเจอข้อมูลในการสมัคร , ข้อมูลการเทรด , IP Address หรือสิ่งอื่นๆ ที่ยังไม่ถูกกล่าวมา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ทางบริษัทมีอำนาจที่จะยกเลิกโบนัสดังกล่าวได้ทันที อีกทั้งยังรวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำหรือคนกลางในการนำเสนอ และรวมถึงที่ยังไม่ได้กล่าว ดังต่อไปนี้

 

a) บุคคลในเครือญาติ เช่น พี่ , น้อง , คู่หมั้น, คนในตระกูล รวมถึงญาติทางตรงและทางอ้อม

b) บุคคล คณะบุคคล บริษัท องค์กร หรือผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำหรือดำเนินการหรือตัวกลางในการนำเสนอ “โครงการโบนัส $30” ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

  1. เช่นเดียวกับ บุคคลในการจัดทำหรือดำเนินการหรือตัวกลางที่เกี่ยวข้อง “โครงการโบนัส $30” ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกำการดำเนินการกับทางบริษัท อาทิ เวปไซด์ส่วนตัว , Social network ต่างๆ ที่นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อต่างๆ ที่นำไปสู่การเข้าถึง “โครงการโบนัส $30” นี้ ไม่อนุญาตให้เข้าร่วมรับโบนัสจากโครงนี้

 

C. ข้อตกลงเฉพาะของ  “โครงการโบนัสซื้อขาย $30”

 

  1. ลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ต่างๆ ตามที่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ มีสิทธิที่จะได้รับโบนัส :

 

a) ลูกค้าจะได้รับโบนัสจำนวน 30 USD, (รวมสกุลเงินที่เทียบเท่า)

b) โดยลูกค้าจะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนให้เสร็จเรียบร้อยก่อน โบนัสจึงจะถูกใช้งานได้

 

  1. ลูกค้าที่เข้าร่วม “โครงการโบนัส $30” ต้องเป็นลูกค้าใหม่กับทางบริษัทเท่านั้น

 

  1. ลูกค้าที่มีสิทธิรับโบนัสจากโครงนี้ อนุญาติให้เข้ารับโบนัสจากโครงการโบนัส $30 เพียง 1 ครั้ง ต่อ 1 บัญชี และต่อ 1 IP address กรณีที่ใช้การสมัครหลายครั้งจาก IP Address เดียวกัน จะไม่สามารถรับโบนัสนี้ได้ หรือกรณีใช้ข้อมูลการสมัครเดียวกันแต่ต่าง IP Address ก็ไม่สามารถรับโบนัสนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

  1. กำไรที่สามารถเทรดจากโบนัสของโครงการโบนัส $30 สามารถสั่งถอนได้ เมื่อทำตามครบเงื่อนไขดังต่อไปนี้

– ทำกำไรอย่างน้อย 5 USD (ไม่รวมโบนัส 30 USD)

– เปิด และ ปิด ครบ 5 ออเดอร์

– รวมจำนวนลอตเทรด มากกว่า หรือ เท่ากับ 0.1 Standard Lots (10 Micro Lots )

สามารถตรวจสอบจำนวนการลอตเทรดและออเดอร์ได้ใน “ประวัติการเทรด” ในส่วนของข้อมูลสมาชิกในหน้าเวบไซด์

 

  1. โบนัสจากโครงการโบนัส $30 นี้ไม่สามารถโอนย้ายไปยังบัญชีเทรดอื่นๆที่เปิดไว้กับทางบริษัทได้

 

  1. กำไรที่ได้จากการเทรดจากโบนัสของโครงการโบนัส สามารถถอนได้ (เมื่อทำครบเงื่อนไขตามข้อ 4.) เหมือนการถอนปกติ

 

D. ข้อตกลงทั่วไป

 

  1. ลูกค้าที่มีสิทธิที่จะได้รับโบนัส เมื่อขอรับโบนัส โบนัสจะถูกนำเข้าบัญชีภายใน 24 ชั่วโมง

 

  1. โบนัสที่ได้จากโครงการโบนัส $30 นี้ไม่สามารถถอนได้ โดยโบนัสที่มอบให้นี้สามารถใช้ในการเทรดได้อย่างเดียว (กล่าวคือ ตัวโบนัสเองไม่สามารถถอนได้ แต่กำไรจากการเทรดจากโบนัสนี้สามารถถอนได้)

 

  1. เมื่อลูกค้าทำการถอนเงินจากบัญชีการเทรดที่ได้รับโบนัสนี้ โบนัสคงเหลือจะถูกลดตามสัดส่วนลงทันทีตามจำนวนเงินที่ถอน

 

ตัวอย่าง

  1. ในกรณีการโอนเงินระหว่างบัญชีของบริษัท

– กรณีบัญชีที่โอนมีเครดิตโบนัสก่อนหน้า เมื่อโอนเงินระหว่างบัญชี โบนัสที่เครดิตไว้ (บัญชีที่โอนออก)จะถูกลดลงตามสัดส่วนที่โอนออกไป

– ส่วนบัญชีที่รับโอนจะไม่มีสิทธิที่จะได้รับโบนัสใหม่ หรือโบนัสส่วนเพิ่มใดๆทั้งสิ้น จะรับมาแต่เฉพาะจำนวนเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีมา

 

  1. โบนัสไม่สามารถโอนระหว่างบัญชีเทรดที่เปิดกับทางบริษัทได้
  2. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิตามความเหมาะสม :

 

i.         ทางบริษัทมีสิทธิที่จะปฎิเสธการสมัครผู้เข้าร่วม “โครงการโบนัส $30” หากบริษัทพิจารณาแล้วว่าผู้สมัครไม่เหมาะสม

ii.         บริษัทมีสิทธิที่จะตัดสิทธิผู้เข้าร่วม “โครงการโบนัส $30” หากผู้เข้าร่วมนั้นมีแนวโน้มหรือเข้าค่ายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนิน “โครงการโบนัส $30” หรือผู้เข้าร่วมนั้นได้ฝ่าฝืนเงื่อนไขและข้อตกลงกับทางบริษัทที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทสามารถที่จะยกเลิกรายผลเทรดที่ผ่านมาทั้งหมดที่มาจากโบนัส หากบริษัทพบว่าผู้ได้รับโบนัสนั้นฝ่าฝืนหรือกระทำการใดๆที่ทางบริษัทคิดว่าไม่เหมาะสม

 

  1. ทางบริษัทมีสิทธิที่จะยุติ “โครงการโบนัส $30” กับลูกค้าทุกคนได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลในการยุตินั้น

 

  1. ลูกค้าสามารถมีสิทธิยกเลิกการเข้าร่วม “โครงการโบนัส $30” ได้ทุกเมื่อ โดยให้ทำการยื่นเรื่องผ่านทาง email : [email protected]

 

  1. ทางบริษัทมีสิทธิในการปรับเปลี่ยน , แก้ไข หรือ ยุติ “โครงการโบนัส $30” ได้ทุกเมื่อ โดยก่อนที่ทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนอะไร จะมีการแจ้งกับให้ลูกค้าได้ทราบกันบนเว็บไซต์ของทางบริษัท ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทจึงแนะนำว่าให้ให้ผู้ที่รับโบนัสจากโครงการนี้ คอยติดตามข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆ บนเว็บไซต์ของทางบริษัทอยู่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วม “โครงการโบนัส $30” ต้องยอมปฎิบัติตามการแก้ไขหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

 

  1. หากบริษัทตรวจพบว่า ลูกค้าใช้กระทำการ อาบิทราจ, ฉ้อโกง, หรือการกระทำใดๆก็ตามที่สร้างกำไรจากโบนัสนี้ ซึ่งไม่ได้มาจากความต้องการในการเทรดจริงๆ ทางบริษัทมีสิทธิยกเลิกโบนัส หรือทำให้การเทรดที่ผ่านมาเป็นโมฆะทั้งหมด

 

  1. กรณีที่ไม่มีการเทรดใดๆ เกิดขึ้นเกิน 90 วัน โบนัสนี้ที่จะถูกถอนออกการบัญชีการเทรดของลูกค้า

 

  1. โปรโมชั่นนี้สามารถมีสิทธิเข้าร่วมได้ครั้งเดียวเท่านั้น (หากลูกค้าเปิดบัญชีและสมัครเข้าร่วมโปรโมชั่นนี้แล้ว หากเปิดบัญชีเพิ่มเติม บัญชีเพิ่มเติมจะไม่สามารถเข้าร่วมได้)

 

  1. ผู้ที่เข้าร่วมรับโบนัสจาก “โครงการโบนัส $30” จะต้องยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการนี้ รวมถึงจะต้องยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของทางบริษัทที่กล่าวไว้บนเว็ปไซด์ของทางบริษัทอีกด้วย

 

  1. ข้อตกลงของ “โครงการโบนัส $30” จะดำเนินการตามกฎของประเทศเบลีซ (Laws of Belize) โดยหากเกิดข้อขัดแย้งหรือสถานการณ์ต่างๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในที่นี ทางบริษัทจะเป็นตัวตัดสินเองอย่างเป็นธรรมที่สุด

 

  1. หากเนื้อหาของ ข้อตกลงใน “โครงการโบนัส $30” ถูกแปลเป็นภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ให้ยึดฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

 

E. คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง

 

  1. การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้เข้าใจถึงความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนการลงทุน (ทางบริษัทมีการอธิบายความเสี่ยงจากการลงทุนใน Forex และ CFD ทางหน้าเว็บไซด์)

 

Tel: +501 223 6696 | Email: [email protected] | Web: www.xm.com | Address: No. 5 Cork Street, Belize City, Belize, C.A.

 

ต้นฉบับ : https://www.xm.com/assets/pdf/new/terms/XMGlobal-No-Deposit-Trading-Bonus-Terms-and-Conditions.pdf?v2

 

แปลโดยทีมงาน : https://www.thaibrokerforex.com

เส้น


ขั้นตอนการเปิดบัญชี FXCL (fxclearing)

คะแนนโดย admin

เส้น

ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี FXCL

โบรคเกอร์ FXCL หรือ fxclearing เป็นที่ยอมรับในหมู่เทรดเดอร์สายถือยาวข้ามวัน เนื่องด้วยจุดเด่นที่ว่า ไม่ว่าจะเทรดมากเทรดน้อย เป็นเวลาสั้นหรือยาวเท่าไหร่ก็ตาม ก็ไม่เสียค่ะ Swap เลยซักบาท ต่อไปมาดูวิธีการสมัครเปิดบัญชีเทรดสำหรับเก็งกำไรกันดีกว่าครับ

 

เข้าสู่หน้าเว็บไซต์ คลิ๊กที่นี่ เพื่อความสะดวก ถ้าใครหน้าเว็บยังเป็นภาษาอังกฤษ อย่าลืมเปลี่ยนหน้าเว็บเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อยนะครับ จากนั้นคลิกปุ่ม “เปิดบัญชีเทรดจริง” ตามภาพได้เลย

เว็บไซต์จะพาไปหน้ากรอกแบบฟอร์ม ให้กรอกรายละเอียดทุกช่องเป็น “ภาษาอังกฤษ”นะครับ และ เนื่องจากจะต้องมีการยืนยันตัวตนและที่อยู่ในภายหลัง แนะนำว่าข้อมูลที่ใส่จะต้อง “เป็นความจริง” เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขในภายหลัง

ก่อนจะติ๊กเครื่องหมายถูกทุกช่อง อย่าลืมอ่านข้อตกลงให้ครบก่อนนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้ว ให้กรอกข้อความกันแสปมแล้วกด “ส่ง” ได้เลย

ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถล็อคอินเข้าสู่หน้าแดชบอร์ดของสมาชิกได้เลย

 

ชื่อล็อคอินและรหัสผ่าน จะถูกส่งมาให้อีเมลที่กรอกไว้ในขั้นตอนแรก อย่าทำหายนะครับ แคปภาพเก็บไว้เลยก็ได้

ใช้ไอดีและพาสเวิร์ดที่ทางโบรคเกอร์ส่งให้เมื่อซักครู่ในการล็อคอินได้เลย

หลังจากล็อคอินเข้ามาแล้ว จะเห็นเป็นหน้าแดชบอร์ดแบบนี้ ต่อไปเป็นขั้นตอนการยืนยันตัวตนและยืนยันที่อยู่นะครับ จะเห็นว่าโบรกเกอร์นี้เค้าตามทวงให้ยืนยันเอกสารมาตั้งแต่หน้าลงทะเบียนแล้ว

คลิกตรงคำว่า “ยืนยันไม่ผ่าน”สีแดงๆ หรือจะคลิกคำว่า “ดู” ข้างหลังสถานะยืนยันตัวตนก็ได้เหมือนกัน ตามภาพเลยครับผม

กรอกทุกช่องให้ตรงกับเอกสารที่เตรียมไว้ จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง เพราะกว่าจะยืนยันผ่านจะต้องเสียเวลาให้ระบบตรวจสอบหลายวันอยู่เหมือนกัน และอย่าลืมใส่รายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะครับ

เอกสารที่ใช้ยืนยันมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือเอกสารยืนยันตัวตน ซึ่งให้เราเลือกเอาระหว่าง บัตรประชาชน ใบขับขี่ หรือพาสปอร์ต ส่วนผมใช้บัตรประชาชครับ ใกล้มือสุดแล้ว

ส่วนเอกสารยืนยันที่อยู่ จะเป็นพวกใบเสร็จต่างๆที่มีชื่อ-ที่อยู่เราอยู่ในนั้นด้วย เช่น บิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ บัตรเครดิต หรือถ้าใครหาไม่ได้จริงๆแนะนำให้แวะไปขอสเตทเม้นธนาคารย้อนหลัง3เดือน ของธนาคารไหนก็ได้ มีค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่ก็น่าจะดีกว่าลงทุนสมัครอย่างอื่นเพื่อเอาบิลเล็กๆน้อยๆแหละเนอะ

ได้เอกสารมาครบแล้ว ให้แสกนลงคอมฯให้สวยๆ หรือใครไม่มีเครื่องแสกน จะใช้มือถือถ่ายเอาก็ได้เหมือนกัน มีทริคอยู่นิดนึงว่า ให้พื้นหลังเป็นสีขาว และถ่ายให้คมชัด จะมีโอกาสยืนยันผ่านมากกว่า เพราะผมเคยส่งภาพพื้นหลังไม่ขาวไป ยืนยันไม่ผ่านซะงั้น

หลังจากอัพโหลดเอกสารและกดส่งเรียบร้อยแล้ว สถานะยืนยันตัวตนของเราจะเปลี่ยนจาก “ไม่ผ่าน” เป็น “รอดำเนินการ” ที่นี้ก็เป็นหน้าที่ของทางโบรกเกอร์เค้าแล้วล่ะครับ

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ถ้าเอกสารไม่ได้ผิดพลาดอะไร เราก็จะได้สถานะ “ยืนยันสำเร็จ” สีเขียวๆแบบนี้ มาไว้ในครอบครอง เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับการยืนยันเอกสาร

ยังไม่มีบัญชีเทรด แล้วจะเทรดได้ยังไงจริงมั๊ย ต่อไปมาเปิดบัญชีเทรดกันครับ คลิกตามในภาพเลย จะอยู่ทางซ้ายมือ เล็กๆ

ประเภทบัญชี แนะนำให้ให้เป็น Micro cent หรือแบบ Mini ครับ สำหรับมือใหม่

สกุลเงินฝาก เลือก USD โลด ตามมาตรฐานสากลครับ

Leverge  ยิ่งเยอะยิ่งเทรดง่าย เลือก 500:1 ไปเลย

ช่องทางการฝาก/ถอน  ผมเลือกธนาคารไทยครับ

ส่วนตรงช่อง Fixed rate ตรงนี้จะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ แต่กรณีถ้าเลือก เรทค่าเงินของเราจะคงที่อยู่ที่ 30บาทต่อหนึ่งเหรียญดอลลาห์ ไม่ว่าค่าเงินจะขึ้นหรือลง เป็นประโยชน์มากในเรื่องของการคำนวณเงินลงทุน

หลังจากกดส่งเรียบร้อยแล้ว จะขึ้นข้อมูลสำหรับเทรดมาให้แบบนี้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับผม

 

ลองเช็คอีเมลอีกที มีส่งข้อมูลบัญชีมาให้อีกทีด้วย แต่เพื่อความเหนียว แนะนำให้แคปภาพหรือก็อปลง Notepad เก็บไว้เลยนะครับ เผื่อมือพลาดไปกดลบเมลทิ้ง จะได้ไม่หาย แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ สามารถเริ่มต้นเทรดเพื่อทำกำไรจากโฟเร็กซ์ได้เลย

 

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ทางการของFXCL

thai broker forex1

เส้น


โบนัสแรกเปิดบัญชี 50$ FBS

คะแนนโดย admin

ช่วงนี้ โบรกเกอร์ FBS มีโปรโมชั่นน่าสนใจมานำเสนอ เกี่ยวกับโบนัสเปิดบัญชีแรกเข้า ซึ่งเป็น  โบนัสเปิดบัญชี 50$ (กำไรถอนได้หลังจากมีการเทรดไป 2 lots และมีกำไรถึง 25$ หรือมากกว่า) โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขดังนี้ครับ

เงื่อนไขโปรโมชั่น

  • เปิดบัญชีโบนัส 50$
  • ยืนยันพื้นที่ส่วนตัวของคุณ ยืนยันอีเมลและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ
  • เงินโบนัสจำนวน 50$ จะถูกโอนเข้าบัญชีของคุณเมื่อกระบวนการยืนยันและการยืนยันรายละเอียดการติดต่อเสร็จสมบูรณ์
  • เทรดและเพิ่มกำไรของคุณโดยใช้ Leverage สูงสุด 1: 500
  • กำไรที่ได้รับจากเงินโบนัสจะถอนได้หลังจากมีการเทรดไป 2 lots และมีกำไรถึง 25$ หรือมากกว่า
  • โบนัสจะถูกยกเลิกเมื่อถอนเงินครั้งแรก หากยอดโบนัสหายไปบางส่วนในการเทรดก่อนการฝากเงิน จำนวนเงินโบนัสที่เหลือจะถูกหักออกจากการถอนเงินครั้งแรก
  • คุณสามารถฝากเงินเข้าบัญชีโบนัสของคุณเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการเมื่อโบนัสได้รับเครดิต
  • กำไรสูงสุดที่ทำด้วยบัญชีโบนัสคือ 500$

อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีนะครับ เพราะอย่างไรอันดับของ FBS ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าสนใจเป็นอันดับต้นๆครับ

ทีมงาน :  thaibrokerforex.com


ทำไม XM จะต้องให้สมัครใหม่ทุกครั้ง ที่บัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 3 เดือน  มีคำอธิบาย!

คะแนนโดย admin

มันเป็นเรื่องที่เซ็งจริงๆ ทำไมไม่เทรดแค่ 3 เดือนโดนปิดบัญชีแถมยังต้องสมัครใหม่หมด เป็นเฉพาะ XM โบรกอื่นไม่เห็นเป็นอย่างนี้

พอดีวันนี้แอดมินได้โอกาส ที่ต้องเปิดบัญชี XM (หลังจาก เปิดบัญชีมาแล้วหลายรอบ) มาฟังคำอธิบายของแชทกันครับ

 

จากคำอธิบายผมว่ายังเป็นเหตุผลที่ไม่น่าพอใจเท่าไหร่ มีวิธีมากมายที่จะให้ลูกค้าอับเดตข้อมูล โดยที่ไม่จำเป็นตั้งสมัครใหม่

ก็เลยยังไม่จบสำหรับเรื่องนี้ XM ทำแบบนี้เพื่ออะไร???

 

     ข้อมูล เพิ่มเติม xm คลิ๊ก

ประกาศ ไม่ควรใช้ E-currency ในการ ฝาก-ถอน

คะแนนโดย admin

       เนื่องจากช่วงนี้ เว็บซื้อขาย E-currency  หลายๆเว็บ ได้ปิดทำการ เช่น www.thaiexchanger.com ,www.thaiwm.com, เพิ่มเติมคลิ๊ก  จากการที่ กลต. มองว่าเป็นเว็บเหล่านี้เป็นเว็บที่ชักชวนลงทุนในทรัพย์สินดิจิตอล ซึ่งมันไม่จริงเลย เพราะเว็บพวกนี้เป็นเพียงเว็บซื้อขายเหรียญออนไลน์  การเหมารวมไม่แยกแยะนี้ เป็นอะไรที่มั่วและขาดความรู้อย่างมาก

       ดังนั้น การฝากถอนโบรกเกอร์ต่างๆ แทบทั้งหมดตอนนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ E-currency ทุกชนิด เช่น netller  webmoney paypal skill หรืออื่นๆ เพราะเงินพวกนี้ต้องเอามาขายอีกที หรือไม่ก็ต้องเอาไปซื้อของออนไลน์ ถอนเข้าธนาคารไทยโดยตรงได้ค่อนข้างยาก หลายขั้นตอน

       ส่วนช่องทางที่แนะนำโอนผ่านธนาคารไทย หรือ online banking ยังใช้งานได้ปกติดี แนะนำทางนี้ดีที่สุดครับ ทั้งเร็วและได้เรทที่ดีด้วย และโบรกเกอร์ที่แนะนำคือโบรกเกอร์ที่สามารถฝากถอนผ่าน online banking ได้เท่านั้น เท่านี้ก็สามารถเทรด Forex ได้อย่างราบรื่นไร้ปัญหาในการฝากถอนแล้วครับ

เลือกโบรกเกอร์ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

THAI BROKER FOREX