แฟ้มเก็บเอกสารรายเดือน: สิงหาคม 2019


การใช้งาน Martingale EA

คะแนนโดย admin

เส้น

การใช้งาน Martingale EA

วันนี้ผมนำเสนอ การใช้งาน Martingale EA เบื้องต้น เนื่องจากว่า ความนิยมของการใช้งาน EA นั้นมีสูงมาก ช่วงแรก ๆ คนที่เข้ามาในตลาด Forex ก็เข้าใจผิดคิดว่า EA จะเป็นระบบอัติโนมัติที่สามารถทำกำไรได้ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เครื่องมือในการส่งคำสั่ง EA ไม่ว่ารูปแบบไหน ๆ ก็จะออกมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เนื่องจากกฏของการเทรดที่เราตั้งขึ้น มันไม่ได้มีความยืดหยุ่นพอในการเทรดหลายสถานการณ์ ดังนั้น EA จึงต้องมีการใช้อย่างเหมาะสมในการเทรดด้วยเช่นกัน การเทรด ของ EA นั้นเราต้องมั่นใจว่ามันสามารถทำกำไรได้ และต้องเข้าใจความสามารถของ EA ในการทำกำไร ลักษณะของเงื่อนไข มือใหม่หลายท่านเข้ามาในตลาด และได้รับแจก EA ใช้ในการเทรดไปและคิดว่า มันจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกครั้งไปครับ

ในบทความนี้เป็นการใช้งาน EA Martingale ซึ่งเป็น EA ยอดนิยม สาเหตุก็เพราะว่า มันเป็นอีเอ ที่ไม่ขาดทุน เพราะมัน รันตลอดเวลา การที่ไม่ขาดทุนเพราะว่า มันจะเบิ้ลลอทการเทรดไปเรื่อย ๆ เพื่อแก้ทาง แก้ไขความผิดพลาดของการเทรด ทำให้ข้อด้อยของมันคือ คือ ต้องใช้เงินเยอะในการรัน EA ตัวนี้เพราะว่า เราจะต้องเริ่มต้นเทรดด้วย Lot ที่น้อยกว่าเดิมมาก ๆ หลายเท่าตัว นอกจากนี้ EA ยังทำการ เบิ้ลลอท โดยไม่มีกำหนดหยุด Lot ส่งออเดอร์เริ่มต้นจึงต้องมีขนาดเล็กมาก ๆ นั่นเอง การเทรด EA Martingale หลายคนอาจจะใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน เนื่องจาก EA martingale ก็ยังแบ่งประเภทได้อีกหลายประเภท เช่น EA Martingale ที่มี Stop loss ก็มี EA Martingale ที่ไม่มี Stop loss แต่สามารถตั้งจุดตัดขาดทุนได้ก็มี ซึ่งเราจะมาว่าด้วยเรื่องของ EA Martingale กันในบทความมนี้ให้หมด

EA Martingale ที่มีชื่อเสียง

เนื่องจาก EA Martingale มีหลายตัว ผมจึงขอยกตัวอย่าง EA Martingale ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเตอร์เนท โดย EA Martingale ที่มีกล่าวถึงมีจำนวนมาก โดยผมของยกตัวอย่างเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้น คือ EA Forex Grid Trader หรือ คนไทยเรียกมันว่า Forex Setka EA ผมเดาว่า น่าจะเป็นคนไทยตั้งชื่อเองว่า Setka หรือแปลว่าตั้งค่านั่นเอง ส่วน ตัวเดิม Code มันชื่อว่า FXGT หรือ Forex Grid Trader ซึ่งก็คือ การเทรดแบบ Grid หรือที่ส่งเทรดแบบระยะยทางเท่ากัน โดยที่เมื่อผิดทางก็จะเบิ้ลลอทเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อมันเกิดจังหวะกลับตัวก็จะสามารถกลับมาทำกำไรได้ทันทีนั่นเอง

Link Download EA Martingale : https://www.forexstrategiesresources.com/metatrader-expert-advisors-mt4/7-ea-martingale-collection/

ภาพที่1  แหล่ง Download EA

ตัวอย่าง EA Forex SETKA

อีเอ Forex Setka นั้นเป็น EA ที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่ง ตัวมันเป็น เป็น EA ที่ไม่ได้มีการส่งออเดอร์ Forex ที่ซับซ้อน EA Forex Setka นั้น มีหลักการเข้าเทรดง่าย ๆ คือเปิดออเดอร์เลยโดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณเทรดจาก Indicator เมื่อเราใส่ EA ลงในกราฟมันก็จะขึ้นการส่งคำสั่งเลยทันที

ภาพที่ 2 การติดตั้ง EA Forex Setka

ด้วยหลักการส่งสัญญาณของ EA แบบนี้หมายความว่า มันสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งคำสั่งได้หลายแบบ เช่น การเปิดออเดอร์เทรดตามเทรนด์ หรือการเปิดออเดอร์เทรดแบบสวนเทรนด็ก็ได้ อย่างไรก็ตามเราก็จะต้องมาพูดถึงหลักการของ EA Martingale ก่อนคร่าว ๆ

หลักการ EA Martingale

หลักการของ EA Martingale เป็น การที่เราไม่ยอมรับผลขาดทุน ขณะที่กำไรเราก็ยอมรับมาด้วยเช่นกัน เพราะว่า เราไม่กล้ายอมรับผลขาดทุน เราจึงส่งออเดอร์ เพิ่มขนาดเข้าไปเพื่อที่จะให้มันย้อนกลับมาและกำไรนิดหน่อยแล้วปิดออเดอร์ทันที ดังนั้นวัตถุประสงค์ของ EA Martingale คือ การแก้ไขความผิดพลาด แต่อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดมันไม่ได้เกิดตลอดเวลา เมื่อความผิดพลาดไม่ได้เกิดตลอเวลา เวลามันถูกเราก็ได้กำไรน้อย เวลามันผิดเราก็เสี่ยงเยอะเพราะเราไม่ยอมเสียเล็กเสียน้อยแต่เรายอมที่จะรักษากำไรก้อนน้อยไว้แทนนั่นเอง แล้วเราจะใช้งานมันยังไง เราไปดูที่วิธีการใช้งาน EA Martingale กันเลยดีกว่า

วิธีใช้งาน

เมื่อเรารู้คุณสมบัติของ EA Martingale ว่ามันทำอะไรได้บ้าง มันใช้เพื่อการป้องกันการเทรดผิดทาง ฉะนั้น เราก็ควรใช้เมื่อมันถูกทางเท่านั้น โดยหลีกเลี่ยงความผิดในการเทรดผิดทาง โดยเราสามารถแบ่งการเทรด ได้เป็น 2 แบบ คือ การเทรดแบบ Trend Following และการเทรด แบบ Overbought และ Oversold

ภาพที่ 3 ตัวอย่างกราฟ

การเทรดแบบ Trend – เราจะทำการเปิด EA Martingale ในช่วงที่กราฟมีเทรนด์เท่านั้น เมื่อเทรนด์เปลี่ยนทิศทาง เราก็ปิดด้านหนึ่ง เช่น ถ้า เส้น MA 5 ต่ำกว่า MA10 เราก็จะเปิด EA Martingale เฉพาะ Sell Only เท่านั้น และเมื่อมันตัดขึ้น เราก็จะเปิดเฉพาะ Long Only เท่านั้นเช่นกัน ซึ่งการเทรดแบบนี้ก็จะเป็นการเทรดแบบตามเทรนด์ และไม่ผิดพลาดช่วงไม่มีเทรนด์ ในช่วงที่ผิดพลาดเรก็ปล่อยให้กลไก Martingale แก้ไขตัวเองไป

การเทรดแบบ OVB-OVS – คือการเทรดโดยให้ Martingale เปิดออเดอร์เมื่ออยู่ใน Zone Overbought และ Oversold เท่านั้น การเทรดแบบนี้ทำให้ EA จะเทรดจุดที่สุดโต่ง ซึ่งเทรดแบบเบิ้ลลอท เราสัณนิษฐานว่า มันจะกลับมา ที่จุดกลับตัว ทำให้มันสามาถรรองรับระยะการวิ่งผิดทางได้นั่นเอง

แค่ 2 เคล็ดลับการใช้งานแค่นี้ก็จะทำให้คุณสามารถได้เครื่องมือในการส่งออเดอร์ขึ้นมาแล้วนั่นเอง อย่างที่ผมบอกไว้ตอนแรก EA มันคือเครื่องมือช่วยในการส่งออเดอร์ อย่าเอามันมาแทนตัวคุณเพราะคุณอาจจะเจอกับหายนะได้เลย

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Review Broker Forex สำหรับ Copy Trade

คะแนนโดย admin

เส้น

Review Broker Forex สำหรับ Copy Trade

ถ้าหากกล่าวถึง Copy Trade คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก และยิ่งไปกว่านั้น การ Copy Trade ได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างมากในช่วงหลัง ๆ เนื่องจากเป็นการที่ทำให้เทรดเดอร์มือใหม่มีโอกาสในการทำกำไรโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักและได้ผลตอบแทนสมเหตุสมผล ขณะที่คนที่ให้บริการการ Copy ก็มีช่องทางในการทำกำไรเพิ่มเติมจากการเทรด ซึ่ง วันนี้ผมจะมาทำการ Reveiew Broker ที่ให้บริการ Copy Trade จำนวน 5 โบรคเกอร์ เป็นโบรคเกอร์ที่หลายท่านรู้จักดีอย่างแน่นอน ดังต่อไปนี้

ภาพ โบรคเกอร์ 5 อันดับ Copy Trade

Etoro – เป็นโบรคเกอร์ที่ให้บริการ Copy Trade ยอดนิยมมานาน แถมยังเป็นกลุ่มโบรคเกอร์กลุ่มแรก ๆ ที่ให้บิรการการ Copy Trade โดย Etoro นั้นมีเครื่องมือในการเทรด รวม CFD และคริปโตเคอรเรนซี่กว่า 1,400 ตัว เรียกได้ว่าเทรดกันจนเบื่อเลยทีเดียว โบรคเกอร์ Etoro มี platform ที่ยอดเยี่ยมและเหมาะสำหรับเทรดเดอร์รายใหญ่ หรือเทรดเดอร์ที่ต้องการให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมืออาชีพ  การ Copy ของ Etoro นั้นอยู่ในรูปของ multi asset platform โดยทำผ่านหน้าจอของเว็บไซต์ หรือระบบอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั่ง หุ้น คริปโต และ CFD ของหุ้น ซึ่งในปี 2018 eToro ได้ประกาศว่า บริษัทได้ขยายกิจการ จากการเพิ่มเงินลงทุนของบริษัท ซึ่งนำโดยนักธุรกิจชาวจีน และบริษัทลงทุนในเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้บริษัทมีมูลค่ากว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  จากการให้คะแนนของหน่วยงานกำกับการเงินของหลาย ๆ แห่ง ให้คะแนน eToro เป็นโบรคเกอร์อันดับหนึ่ง ซึ่งได้คะแนน 88 จาก คะแนนเต็ม 89 คะแนน  จากข้อมูลของการทบทวนวรรณกรรมและเก็บข้อมูลจากลูกค้า กล่าวว่า 66  % ของบัญชี CFD ที่เทรดกับ eToro นนนั้นขาดทุนเป็นหลัก แต่ถึงอย่างไร eToro ก็เป็นโบรคเกอร์ Copy Trade ที่ดีที่สุดในความคิดของผมครับ

Pepperstone – เป็นโบรคเกอร์ที่ให้บริการผลิตภัณฑ์ที่แคบลงมากว่า eToro หน่อยหนึ่ง ด้วยการให้บริการที่มีตัวเลือกไม่มากนักแต่ให้บริการที่ต้นทุนที่น่าสนใจ โบรคเกอร์ Pepperstone นั้นก่อตั้งในปี 2010 ที่Melbourne  ประเทศออสเตรเลีย แต่ว่าลงทะเบียนไว้กับ สหรัฐอเมริกา  สหราชอาณาจักและจีน ไทย และ ออสเตรเลีย  ซึ่งโบรคเกอร์ Pepperstone นั้นถือว่า เป็นโบรคเกอร์ที่มีธุรกรรม 8.3 พันล้านเหรียญในการเทรด แต่ละวัน ซึ่งเป็นโบรคเกอร์ที่มีโปรแกรมหลาย Platform มาก แต่เครื่องมือที่ให้เทรดมีความพอดี โดยโปรแกรมที่ให้บริการในการเทรด มีทั้ง Meta Trader Ctrader และโปรแกรม Copy Trade ของ ZuluTrade , Tradency และ Myfxbook เรียกได้ว่าแม้ไม่มีโปรแกรม copy Trade ของตัวเองแต่ก็สามารถเชื่อม platform ต่าง ๆ ในการลงทุนมาให้บริการลูกค้าได้ดีพอสมควร หน่วยงานกำกับกิจการด้าน Forex นั้นให้คะแนน 79 คะแนน จาก 99 คะแนน ทำให้ Peperstone นั้นได้อันดับ 2 ในการ Copy Trade ซึ่งสัดส่วนของลูกค้า ที่เทรด CFD แล้วขาดทุนของโบรคเกอร์ Peperstone นั้นมีประมาณ 79 % ของบัญชีรายย่อย

Darwinex – โปรแกรม Copy Trade อันดับ 3 ซึ่งเป็นน้องใหม่ในวงการ Forex แต่ว่าทำได้ดีเหลือเกิน ซึ่งการให้บริการ social copy ของที่นี่มีความน่าสนใจไม่แพ้กับ Peperstone โดยคณะกรรมการกำกับกิจการ Forex นั้นให้คะแนนในการจัดอันดับ Darwinex ไว้ที่ 79 จากคะแนน 99 คะแนนมาเป็นอันดับ 3 โดยโปรแกรมที่ให้บริการในการ Copy Trade ของ Darwinex คือ HTML5 ซึ่งจะช่วยให้การบริการนั้นเข้าใจง่าย โดยสามารถเทรดผ่านเว็บไซต์ได้และมีความปลอดภัยสูง มีบริการด้านกลยุทธ์และเทคนิค การวิเคราะห์ต่าง ๆ เสริมด้วย ทำให้โบรแกรมของ Darwinex นั้นถือเป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลาย ๆ ด้าน

FXCM – ขณะที่โบรคเกอร์อื่น ๆ เขามีเทคโนโลยี โบรคเกอร์ FXCM มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ โบรคเกอร์ FXCM เป็นโบรคเกอร์ Forex แรก ๆ ตั้งขึ้นประมาณปี 1997 โบรคเกอร์ FXCM ถือเป็นโบรคเกอร์เก่าแก่ ที่ให้บริการด้านการเทรด Forex มายาวนาน แต่ปริมาณลูกค้าไม่มากนัก แต่ว่าปริมาณธุรกรรมการเทรดมีขนาดใหญ๋ เนื่องจากลูกค้าของ FXCM นั้นส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขนาดกลางถึงรายใหญ่ โดยไม่มีกลุ่มลูกค้ารายย่อย ผลิตภัณฑืที่ให้บริการของ FXCM มีความหลากหลายสูง และการวิเคราะห์นั้นสามารถทำได้ครอบคลุม เรียกว่า เจาะกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่เป็นหลักและพยายามตอบโจทย์การลงทุนของลูกค้าให้มากที่สุด FXCM ได้คะแนนจากคณะกรรมการจัดกำกับดูแลกิจการ Forex ไว้ที่ 90 จาก 99 คะแนน ซึ่งสูงกว่าหลายโบรคเกอร์ก่อนหน้า แต่เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่เขาต้องการไม่เหมาะกับรายย่อยจึงจัดอยู่ในอันดับ 4 เรียกว่า ต่อให้อันดับ 1 ก็ไม่มีตังค์ไปเปิดบัญชีครับ

Dukascopy  – Dukascopy เป็นโบรคเกอร์ที่ให้บริการโดยนักคณิตศาสตร์ที่ชอบการเทรด ชื่อ Dr. Andre Duka ซึ่งก่อตั้ง Dukascopy Trading Technologies Corp ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาโปรแกรม และตั้ง Broker Forex ใน Geneva ท้ายที่สุด หลังจากนั้นก็มี Dukascopy bank ตามมา โดย Dukascopy นั้นมี forex CFD ให้เทรด กว่า 64 ค่าเงินและมี CFD มีโปรแรกมเทรดชื่อ JForex Platform Suite ทำให้สามารถพัฒนาระบบเทรดของตัวเองได้ Dokascopy นั้นได้คะแนนในความน่าเชื่อถืออยู่ที่ 84 จาก 99 คะแนน และเป็นโบรคเกอร์อีกแห่งหนึ่งที่อยู่มานานและน่าเชื่อถือ

สำหรับ 5 โบรคเกอร์ที่ผมรีวิวไป ถือว่าเป็นหัวกะทิของวงการ Forex Copy เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะเลือกที่ไหนก็เรียกว่าดีทั้งนั้น แต่การจัดอันดับของผมก็คิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้วเพราะเราจัดอันดับด้านการ Copy ไม่ได้จัดอันดับในการเป็นโบรคเกอร์โปร่งใสครับ

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


FXpro

คะแนนโดย admin

เส้น

FXpro

FXpro เป็นโบรคเกอร์ Forex ที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน เริ่มตั้งแต่ปี 2006 โดย เป็น โบรคเกอร์ที่ได้รับความนิยมสูง Fxpro ใสช่วงแรก ๆ ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักเทรด Forex ในคนไทยในช่วงแรก แต่อย่างไรก็ตาม ความนิยมนั้นค่อย ๆ เสื่อมถอยไป เนื่องจากไม่ได้รับการแนะนำจากผู้แนะนำโบรคเกอร์เพราะว่า คอมมิชชั่นที่นำเสนอนั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม การที่คอมมิชชั่นที่ต่ำนั้นเป็นเรื่องที่ดีต่อเทรดเดอร์

บทความนี้เป็นการ Review Fxpro Forex Broker ซึ่งเป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงโบรคเกอร์หนึ่ง แต่นั่นก็เป็นความเห็นของผมเพียงคนเดียว เราลองมาดูในรายละเอียดกันทีละหัวข้อกัน ดังต่อไปนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

ภาพที่ 1 FXPRO  – ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ FXPro

FXpro จัดตั้งขึ้นในปี 2006 โดยหลังจากนั้นมามีการขยายกิจการและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้ารายย่อย ลูกค้าสถาบัน หลายประเทศกว่า 150 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งสำนักงานใหญ่ของ Fxpro นั้นอยู่ใน Cyprus  โดยมีสำนักงานอยู่ในทั้ง United Kingdom  ดูไบ และ บาฮามาส โดย Fxpro นั้นเป็นเพียงผลิตภัณฑ์หนึ่งของบริษัท FxPro UK Limited ได้รับอนุญาตจาก FCA ของประเทศอังกฤษ ในปี 2010  ขณะที่บริษัทในประเทศ Cyprus อย่าง FxPro Financial Services Limited ได้ผ่านการขออนุญาต จาก CySEC ในปี 2007 และได้รับอนุญาติให้เป็นตัวแทนการซ้อขาย Financial Instruments Directive (MiFID) ในปี 2007 และ FSCA ในปี 2015 ตามลำดับ สำหรับ FXPRO Global Markets Limited ได้รับการอนุญาติและดูแลบริหารโดย SCB ตลอดเวลาที่ผ่านมา FXpro ได้รับการไว้วางใจ มีผลิตภัณฑ์ให้การบริการอย่างมากมาย FXpro เป็นบริษัทที่มีชื่อเสีย และส่งเสริมนวัตกรรมของการเทรด สร้างผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการเทรดอย่างมืออาชีพ

FXpro มีหน้าเว็บที่เป็นภาษาไทยคอยให้บริการลูกค้า และมีผู้ดูแลลูกค้าเป็นคนไทย สามารถโต้ตอบและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าที่เป็นคนไทย ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ Spread ของ Fxpro นั้นต่ำและมีฝายบริการลูกค้าคอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ตามเวลาเปิดตลาด นอกจากนี้ FXpro ยังมีบริการการรับประกันเงินฝากเทรดของลูกค้า โดยเงินของเราจะอยู่ในบัญชีแยกต่างหาก ทำให้ผลการเทรดนั้นแยกออกจากบัญชีเทรด และมันจะไม่มีทางติดลบมากกว่าจำนวนเงินที่เราเปิดบัญชี การบริหารจัดการบัญชีของ Fxpro กระทำผ่านแบงค์ชั้นนำของโลก เช่น Barclays Bank PLC, Bank of America, Royal Bank of Scotland และ Emirates NDB เป็นต้น

openacc

ภาพที่ 2 FXPro – Sponsor

นอกจากข้อมูลที่กล่าวมา FXPRO สนับสนุนด้านกีฬาอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่ง เช่นการเป็นสปอนเซอร์กีฬา และการจัดการแข่งขันมากมาย ได้แก่ สนับสนุนทีมรถแข่งอย่าง McLaren รวมทั้ง Renault สนับสนุน ทีมฟุตบอลที่เล่นในประเทศอังกฤษ อย่าง Fulham FC ทีม Aston Villa ทีม WatFord FC เป็นต้น การโฆษณาเหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคงที่ทำให้ชื่อเสียงของ FXPro นั้นดังระดับโลกแตกต่างจากโบรคเกอร์อื่น ๆ ทั่วไป

บริการและผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ของ FXPro เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายมากที่สุด Broker หนึ่ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีให้เทรดมีตั้งแต่ Futures , Index, หุ้น , ค่าเงิน โภคภัณฑ์โลหะ และพลังงาน

ภาพที่ 3 FXPro – Index ของ Fxpro

ความหลากหลายของ ผลิตภัณฑ์ของ FXPro นั้นมีสูง จนสามารถสร้างความหลากหลายทางพอร์ทลงทุนด้วย ในตัวอย่างเป็นดัชนีที่เทรด มีตั้งแต่ ดัชนีตลาดหุ้น Australia  ตลาดหุ้น Canada ตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นยุโรป ตลาดเยอรมัน ซึ่งเป็นตลาดชั้นนำทั่วโลก

ภาพที่ 4 FXPro – หุ้นในตลาดหุ้น

ด้านผลิตภัณฑ์ของตลาดหุ้น FXPro มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ ในตลาดทั่วโลก ซึ่งในตัวอย่างคือ หุ้น AMAZON  หุ้นAPPLE หุ้น CocaCola   หุ้น Ebay  Facebook ส่วนใหญ่จะอยู่ในตลาดหุ้นอเมริกา ซึ่งนอกเหนือจากหุ้น  index และค่าเงิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมากเพียงพอสำหรับลูกค้าที่ต้องการความหลากหลายของ Portfolio

 

ข้อดีและข้อเสีย

ส่วนข้อดีและข้อเสียของ FXPro นั้นจะสามารถเปรียบเทียบได้เป็นรายข้อดังต่อไปนี้

ข้อดี

เป็นโบรคเกอร์ที่ตั้งมานาน ทำให้ความน่าเชื่อถือสูง – ความน่าเชื่อของ Fxpro ถือเป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับโบรคเกอร์อื่น ๆ ในประเทศไทย เพราะชื่อเสียงที่มีมาระดับโลก การเปิดมานานแสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน การบริหารจัดการที่ทำให้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ Fxpro ได้รับความไว้วางใจจากเทรดเดอร์ทั่วโลก

ผ่านการรับรองจากหลายประเทศ – Fxpro มีสำนักงานหลายแห่ง โดยแหล่งที่ให้บริการที่สำคัญกระจายอยู่หลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ต้องลงทะเบียน กับสำนักงานกำกับตลาดการเงินของหลายประเทศ เช่น อังกฤษ  ไซปรัส บาฮามาส และดูไบ ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินสำคัญ แม้ว่า การผ่านการรับรองจากสถาบันนั้นจะไม่มีในประเทศไทย แต่ว่าก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ เพราะว่า การผ่านระเบียบข้อบังคับใดของประเทศใดประเทศหนึ่งนั้น หมายความว่า ความน่าเชื่อถือก็ค่อนข้างสูงเพราะว่าต้องปฏิบัติตามกฏหมายของประเทศที่ลงทะเบียน

มี Platform ครบทุกรูปแบบ – การมี Platform ที่หลากหลายนั้น ทำให้เราสามารถใช้ความหลากหลายของพอร์ทได้ ซึ่ง FXpro มี Platform  ได้แก่ MT4  MT5 cTrader และ FXPro Edge ซึ่ง Fxpro มี Platform ของโบรคเกอร์คือ FXPro Edge การมี Platform ของตัวเองทำให้มีความได้เปรียบเรื่องของต้นทุนการส่งคำสั่งที่ต่ำกว่า เพราะว่า ค่าบริการที่ต้องเสียก็จะต่ำลงด้วย

ข้อเสีย

ข้อเสียเดียวของ Fxpro คือ เนื่องจากไม่มีบริการฝากถอนในไทย ทำให้การฝากถอนต้องเสียค่าธรรมเนียมสูง ต้นทุนของการลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนข้อเสียของการลงทุนอื่นอาจจะไม่มากมายนัก เช่น การตอบ Chat ของ Agency อาจจะมีช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่เสียหายมากเท่าไหร่

การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

โบรคเกอร์ FXpro เป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจากการประเมินความน่าเชื่อถือของธุรกิจของ Fxpro นั้นมี บริษัทจัดอันดับ Rating ได้แก่ Creditsaf และ Dueldil ซึ่ง Creditsafe เป็นบริษัทจัดอันดับที่มีชื่อเสียง และ Fxpro ได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 95 ส่วน 100 คะแนน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ขณะที่ความเสี่ยงเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเท่ากับ 66 คะแนน ซึ่งอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ Fxpro มีความน่าเชื่อถือสูง คือ การสนับสนุนกีฬา ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ทีมฟุตบอลใน Premier League หลาย ๆ ทีม เช่น Aston Villa เป็นต้น

ภาพที่ 5 Fxpro – Fxpro Review

Forexbrokers ได้ให้คะแนน Fxpro เท่ากับ 89 คะแนนจาก 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ถือว่าสูงในการจัดอันดับ Broker

ภาพที่ 6 Fxpro Review – Investopedia.com

การจัดอันดับของ Fxpro โดย Investopedia.com โดยให้คะแนน 3.8 จากคะแนน 5 คะแนน ซึ่งคะแนนของ Fxpro ค่อนข้างสูง สำหรับโบรคเกอร์

จุดเด่นของ Fxpro อย่างอื่น

จุดเด่นที่สำคัญกว่าของ Fxpro ที่ทำให้ Fxpro เป็น Broker ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง คือ บริการของ Fxpro ด้านการให้บริการด้าน Algorithm ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Fxpro คือ โปรแกรม FXPro quant ซึ่ง เป็น Platform ในการพัฒนา Expert Advisor ของ Fxpro quant สามารถใช้ได้ทั้ง Platform ของ Expert Advisor (EA) และ cTrade ซึ่งทำให้นี่เป็นจุดแข็งของ Fxpro

การพัฒนา Software ของ Fxpro ทำให้ความนิยมในตัวโบรคเกอร์ของ Fxpro ขึ้นสูง และมีกลุ่มการใช้จำนวนมาก FXpro Quant เป็นรูปแบบของการ Drag and Drop ของหน้าจอเพื่อสร้างเงื่อนไขในการเทรด โดย เทรดเดอร์สามารถทำการสร้าง EA ขึ้นมาโดยกำหนดการเงื่อนไข โดยการลาก Node ของ การเขียนโปรแกรมและทำการกำหนดเงื่อนไข อย่างง่าย โดยที่เทรดเดอร์หน้าใหม่ก็สามารถสร้าง ระบบเทรดอัติโนมัติของตัวเองได้

เงื่อนไขของการสร้าง Expert Advisor มีความยืดหยุ่นสูง สามารถสร้างระบบเทรดได้ทุกรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของเทรดเดอร์แต่ละคนว่าจะสามารถสร้างได้หรือไม่ โปรแกรม Expert Advisor

ภาพที่ 7 FXPro – โปรแกรมเขียน EA

จากภาพจะเห็นว่า ในตัวเขียนโปรแกรมมี Indicator ไว้สำหรับการออกแบบ EA โดยที่มีฟังค์ชั่นคณิตศาสตร์ไว้สำหรับการเชื่อมเงื่อนไข มี Fucntion เกี่ยวกับเวลา และข้อมูลเกี่ยวกับการเทรด ทำให้การเขียน EA ผ่านโปรแกรม Fxpro Quant สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้ Fxpro Quant เป็นเว็บที่มีคนใช้งานสูง

จากข้อมูลดังกล่าวที่กล่าวมาทั้งหมด พอจะสรุปได้ว่า Fxpro quant นั้นเป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ข้ออ่อนของโบรคเกอร์ Fxpro quant คือ เงื่อนไขการฝากถอนภายในประเทศของไทยเท่านั้นที่ยังเป็นตัวอุปสรรค์ แต่เมื่อพิจารณากับข้อดีของมันเรื่อง Spread และต้นทุนที่ต่ำทำให้ FXPro quant ได้รับความนิยมสูง

openacc

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Binary Option คือ

คะแนนโดย admin

เส้น

Binary Option คือ

Binary Option คือ เครื่องมือทางการเงินประเภท Exotic Option  ซึ่งรูปแบบของผลตอบแทนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ก็คือ ได้จำนวนหนึ่ง หรือไม่ได้อะไรเลิย ซึ่ง รูปแบบทั้งสองรูปแบบของ Binary Option คือ Cash or Nothing binary option และ  asset or nothing binary option รูปแบบการจ่ายเงินในรูปแบบ fixed amount  คือถ้าหมดระยะเวลาแล้วอออเดอร์ที่เปิดอยู่ อยู่ในภาวะ in the money (In The Money) ก็จะจ่ายเงินตามมูลค่าของสินทรัพย์ ซึ่งมันเรียกว่า all or nothing option หรือเรียกอีกอย่างว่า  digital options และเรียกได้อีกอย่างว่า Fixed return options (FROs) อยู่ในตลาดหุ้นอเมริกัน

ภาพที่ 1 Binary Option – คืออะไร

Binary option อาจจะถูกใช้ในการกำหนดทฤษฎีการกำหนดราคาหลักทรัพย์ หรือ Asset Pricing ซึ่งหลายแห่งไม่อนุญาตในการเทรดเนื่องจากมันอยู่ในรูปแบบการพนัน และโบรคเกอร์ Binary Option หลายแห่งถูกกล่าวหาว่าเป็นโบรคเกอร์ที่หลอกลวง หน่วยงาน FBI ของสหรัฐฯ ระบุว่า การลงทุนใน Binary Option เป็นการหลอกลวง ตำรวจอิสราเอง ได้บอกว่า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Binary Option นั้นเป็นอาชญกรรม รวมทั้ง The European Securites and Markets Authority (ESMA) ได้ทำการ Banned retail binary option Trading นอกจากนี้ ASIC บอกว่า Binary option เป็นออพชั่นที่มีความเสี่ยงสูงและไม่สามารถคาดการณ์ได้

ภาพที่ 2   Binary Option คืออะไร – การ Ban Binary Option ของ FBI

FBI ระบุว่า มูลค่าของเงินที่หมุนเวียนอยู่ในวงการ Binary Option มีสูงถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแต่ละปี ส่วนใหญ่แล้วการลงทุนในรูปแบบ Binary Option จะใช้คนมีชื่อเสียงในการหลอกลวง ชักชวนคนมาลงทุน เพื่อกระตุ้นให้คนมาลงทุนในการลงทุนจอมปลอมนี้ ตามการกล่าวอ้างของวารสาร Times of Israel ระบุว่า คณะรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้แบนการซื้อขาย Binary option ในปี 2017 และกฏหมายได้แบนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในปี 2017 เช่นเดียวกัน

ลักษณะการทำงานของ Binary Option

Binary Option มีลักษณะคล้ายคลึงกับการเล่นพนันฟุตบอล สำหรับเด็กผู้ชายที่แทงพนันฟุตบอลคงเข้าใจได้ไม่ยาก ตัวอย่างของการทำงานของ Binary Option มีดังนี้

สมมุตินาย ก. เดิมพัน 100 บาท ถ้าถูกจะได้เงิน 185 บาท (ประกอบด้วยทุน 100 บาท และกำไร 85 บาท) แต่ถ้าผิด จะขาดทุน 100 บาท นั่นหมายความว่าอัตรา Risk :Reward Ratio 1:0.85 นั่นคือวิธีการของ Binary Option ถ้าหากเราจะยกตัวอย่างเพิ่มคุณสมบัติของ Binary Option คือ การกำหนดเวลา เช่น เราจะบอกว่า ภายใน 10 นาทีนี้ ราคาสินทรัพย์ ไข่จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า  0.5 สตางค์ โดยการเดิมพัน Binary Option คือ 100 บาท และตามกฏเดิมถ้าขาดทุน หมายความว่า เขาจะเสียเงิน 100 บาทแต่ถ้ากำไรเขาจะได้เงินเพิ่มมา 85 บาท การเดิมพันว่าไม่ต่ำกว่าหมายความว่าราคาจะขึ้น คือ เรา Long Binary Option ไว้

เมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที ราคาอยู่ที่ 0.4 สตางกล่าวคือ เราจะเสียเงิน 100 บาทนั้น แต่ถ้าหากเวลาผ่านไป 10 นาที ราคาของไข่อยู่ที่ 0.6 สตางค์ เราจะได้เงินทั้งหมด 185 บาท

กัปดักของเงินรางวัล

เทคนิคของโบรคเกอร์ คือ การให้ผลตอบแทนบวกกับเงินของนักลงทุนทำให้มันดูเป็นการลวงว่า ลงทุน 100 บาท ได้ผลตอบแทน 185 เท่ากับ Reward เท่ากับ 1.85 เท่าแต่จริง ๆ แล้ว 1 เท่านั่นคือ เงินของเรา ทำให้จริง ๆ แล้ว Reward เหลือเพียง 0.85 เท่าเท่านั้น หมายความว่าอีก 15 บาทนั่นคือค่าต๋ง หรือค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียม 15 % นั้นถือว่าสูง มาก ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ ค่าธรรมเนียมเท่านี้โบรคเกอร์รวยลูกเดียว ไม่ว่าราคามันจะขึ้นหรือจะลง ในระยะยาวแล้วการเทรด Binary Option เหมือนกับการเล่นพนัน หัวก้อย ที่เงินรางวัล มีค่าความคาดหวังเป็นลบ  หรือก็คือมันมีความคล้ายคลึงกันของการเทรด Binary Option และ เกมส์ Bitkong แต่ว่า เกมส์ Bitkong ยังดีกว่าเพราะว่า มันยังมีความน่าจะเป็นที่สามารถกำหนดได้บ้าง แถมยังเลือกวิธีการให้ผลตอบแทนได้ และที่สำคัญ ความเสี่ยงและผลตอบแทนอยู่ที่ 1:0.96 คือค่าธรรมเนียมยังถูกกว่า Binary Option ตั้งมากมาย

เทคนิคการตั้งรางวัลเหล่านี้ทำให้เทรดเดอร์รายย่อยหลงผิดและคิดว่าเป็นการลงทุนที่น่าจะได้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ แต่ในความเป็นจริง ถือเป็นการพนันที่ไม่มีทางเอาชนะได้ครับ

กำไรแห่งความคาดหวัง

ถ้าหากเราจะพูดกันในแบบภาษาวิชาการหน่อยหนึ่ง การเทรด Binary Option เป็นการลงทุนที่มีค่ากำไรแห่งความคาดหวังเป็นลบ โดยสูตรของการคำนวณกำไรแห่งความคาดหวังคือ
กำไรแห่งความคาดหวัง = (อัตราการชนะการเดิมพัน x ผลตอบแทนเมื่อชนะ ) –  (อัตราการแพ้การเดิมพัน x ผลตอบแทนเมื่อแพ้)

และเนื่องจากเกมส์นี้เป็นเกมส์ของการทายถูกผิด จึงทำให้มันมีโอกาสและความน่าจะเป็นของการทายเท่ากับ 50:50 % ขณะที่ผลตอบแทนของการทายถูกเท่ากับ 85 และความเสี่ยงของการทายผิดอยู่ที่ 100 บาทดังนั้นเราสามารถคำนวณกำไรแห่งความคาดหวังของการเทรด Binary Option ได้ดังนี้

กำไรแห่งความคาดหวัง        = (0.5x 85)- (0.5x 100)

= 42.5 – 50

= – 7.5

นั่นหมายความว่า เกมส์นี้เป็นเกมส์ที่มีผลแห่งกำไรของความคาดหวังติดลบ ในระยะยาวของการลงทุนแล้วการเล่น Binary Option ย่อมต้องเผชิญกับการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา ตามกฏของค่าเฉลี่ย

ภาพที่ 3 Binary Option คืออะไร – เปรียเทียบ Fx กับ Binary Option

ข้อแตกต่างจาก Forex

Binary Option นั้นจะอ้างอิงราคสินทรัพย์จากสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งในการทายมูลค่า ซึ่งสินทรัพย์ประเภทที่ว่านั้นก็สามารถเป็นได้หลายรูปแบบ โดยหลักก็คือสินทรัพย์ที่มีตลาดเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ตลาด Cryptocurrency ตลาด Forex เป็นต้น ซึ่งตลาดที่นิยมเป็นอย่างมากได้แก่ ตลาด Forex เนื่องจากตลาด Forex นั้นเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนมีโอกาสสูงที่จะพยายามหาโอกาสเล่นพนัน และติดการพนันเมื่อได้เล่น เพราะจะรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว

เมื่อมีการนำ Forex หรือว่าค่าเงินมาใช้เป็นสิทรัพย์อ้างอิง ตัวอย่างเช่น ค่าเงิน EURUSD เป็นค่าเงินที่ได้รับความนิยมในการใช้อ้างอิงการเทรด การเทรด Binary Option ของค่าเงิน EURUSD ก็จะคล้ายคลึงกับตัวของ่าง Binary Option ของราคาไข่ที่ยกตัวอย่างในตอนแรก การซื้อขาย Binary Option นั้นจะไม่ได้เงินจริง ๆ ในการซื้อขาย และนอกจากนี้คุณสมบัติของมันทำให้มันเข้าข่ายการพนันมากกว่า

ภาพที่ 4 Binary Option คืออะไร – สูตรกำไรแห่งความคาดหวัง

การซื้อขาย Binary Option ไม่มีการส่งมอบ สินค้าจริง และเป็นการเดิมพันเพียงเท่านั้น ขณะที่แตกต่างจากตลาด Forex หรือไม่เพราะว่าตลาด Forex ก็ไม่ใช่ตลาดที่ต้องส่งมอบสินค้ากันจริง ๆ สาเหตุที่ตลาด Forex ไม่ได้ส่งมอบสินค้ากันจริง ๆ ก็เพราะว่า เป็นไปตามกฏ Tom Next เพื่อให้ไม่ต้องไปหาสินค้ามาส่งกันจริง ๆ ซึ่งแตกต่างจาก Binary Option ที่ไม่ได้มีการส่งสินค้าจริง ๆ ตามหลักของการซื้อขาย option แบบอื่น ๆ

ข้อแตกต่างอีก 1 ข้อของ Forex กับ Binary Option ที่กำหนดให้มันมีลักษณะเป็นการพนัน คือ ข้อกำหนดเรื่อง Risk Reward และ Win % การที่จะเป็นสินทรัพย์หรือ การพนันของอะไรสักอย่างได้นั้น สิ่งที่สามารถกำหนดได้นั้น คือ ความน่าจะเป็นในการประสบความสำเร็จ และ อัตราผลตอบแทน ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ การที่จะทำให้มันเป็นการลงทุนนั้นจะต้องสามารถควบคุมปัจจัย 1 หรือ 2 อย่างนี้ได้ ขณะที่การที่เป็นการพนัน ปัจจัยทั้ง 2 อย่างนี้จะถูกควบคุมมาอยู่แล้ว

ภาพที่ 5 Binary Option คืออะไร – การกระจายปกติ เมื่อเทรดมาก ๆ จะทำให้อัตราชนะเข้าใกล้ 50:50

ตัวอย่างของ Risk Reward ของ Binary Option นั้นได้ถูกอธิบายไปแล้ว เราลองมาดูตัวอย่างของการเทรด Forex บ้างกันดีกว่า การเทรด Forex นั้น เรากำหนด Risk Reward ของการลงทุน ผ่านการตั้ง Stop loss และ Take Profit การกระทำดังกล่าวทำให้เทรดเดอร์ สามารถกำหนด Risk และ Reward การลงทุน ขณะที่การที่จะทำกำไรได้จากอัตราผลตอบแทน หรือ อัตราส่วนที่ทำให้คุณได้กำไรนั้น ก็กำหนด ได้เช่นกัน ผ่านการทำ Back Test หรือการทดสอบระบเทรดของเทรดเดอร์ เมื่อ Forex สามารถกำหนด  Risk Reward  ได้ทำให้คุณสมบัติของ Forex นั้นแตกต่างจาก Binary Option มาก เพราะว่า Binary Option กำหนด Risk และ Reward จากโบรคเกอร์ขณะที่ อัตราส่วนการชนะ เราต้องไปลุ้นเอาว่าโบรคเกอร์จะผิด เพราะว่า โอกาสดังกล่าวที่จะทายถูกเข้าสู่ศุนย์กลางก็ทำให้โบรคเกอร์ได้ผลตอบแทนระยะยาว

หลายคนอาจจะแย้งว่า จริง ๆ แล้วการลงทุนใน Binary Option จะไม่ใช่การพนัน อาจจะถูกแต่ถูกในระยะสั้น ท่านอาจจะได้กำไรแล้วเลิก แต่ถ้าท่านไม่เลิก เงินก็จะถูกคืนเข้าตลาดไปเมื่อผ่านเวลาไปนานวันขึ้น

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


มืออาชีพด้าน Forex หมายความว่ายังไง

คะแนนโดย admin

เส้น

มืออาชีพด้าน Forex หมายความว่ายังไง

อะไรคือเทรดเดอร์อาชีพ

คำว่าเทรดเดอร์อาชีพ นั้นอาจจะมีความหมายได้หลายแบบ เทรดเดอร์อาชีพอาจจะเทรดหุ้น เทรดอนุพันธ์ หรือเทรดทุกอย่างที่จะทำให้เขาได้กำไร ซึ่งในที่นี้เราหมายถึงเทรดเดอร์ที่ซื้อขายค่าเงินเป็นหลัก อาชีพ Forex เทรดเดอร์อาชีพนั้น คือใครสักคนหนึ่งที่อาศัยความได้เปรียบของการเคลื่อนไหวของราคา เพื่อทำกำไร ซึ่งเป้าหมายหลักของ Forex Trader คือ ทำกำไรให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในการเทรดแต่ละครั้ง นอกจากนี้ยังจะต้องทำการเทรดให้ลงท้ายด้วยกำไรให้มากที่สุดในแต่ละครั้งการเทรด  นักเทรด Forex จะใช้กราฟในการวิเคราะห์ราคา เพื่อที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางของตลาด โดยการเทรดเพื่อสร้างความได้เปรียบกับตลาดนั้นจะมาจากการวิเคราะห์ การพยากรณ์การเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งเทรดเดอร์อาชีพ สามารถสร้างความแตกต่าง และสร้างความได้เปรียบให้เข้าอยู่ในทิศทางของเขาได้ เมื่อราคาเคลื่อนไหวจากจุด A ไปยังจุด B

ข้อควรระวัง : ความเข้าใจของการเทรด Forex สำหรับบ้านเรายังห่างไกลจากความจริงอยู่มาก  ความเข้าใจของ Forex บ้านเราเต็มไปด้วยภาพมายา ซึ่งการเทรด นั้นไม่ใช่วิธีที่จะทำให้เรานั้นรวยเร็ว มันเป็นเรื่องยากมากที่จะทำกำไรได้จากการเทรด Forex ยากกว่าการสร้างระบบมาขายในเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วเราเข้าไปหาเจอ  การเทรดให้ได้กำไร ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเทรดแล้วกำไรเท่านั้น แต่ว่าเราต้องเข้าใจกลยุทธ์ที่จะทำให้ผลขาดทุนนั้นไม่มากด้วย ซึ่งทำให้เวลาเรากำไรมันถึงจะมากกว่าเวลาที่เราขาดทุนได้ การขาดทุนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในการเทรด Forex  ซึ่งคุณต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการขาดทุนนี้ คุณต้องขาดทุนให้ถูกต้อง เวลาขาดทุนเฉลี่ยจะต้องขาดทุนน้อยกว่าเวลากำไร ซึ่งหมายความว่า คุณจะต้องตั้ง Stop Loss ทุกครั้งในการเทรด และเมื่อคุณเทรดนั้นความเสี่ยงที่จะสามารถเสี่ยงได้แล้วนั้น ทำให้คุณรู้สึกสบายใจในการเทรด ไม่อึดอัดและนอนไม่หลับ

มืออาชีพนั้นจะเข้าใจเกี่ยวกับการอ่านกราฟซึ่งเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ของการเทรด พวกเขาจะไม่ทำการเทรดด้วยวิธีการเดิมซ้ำ ๆ รูปแบบของตลาดนั้นมีรูปแบบมากมาย คุณไม่สามารถใช้วิธีการเดิมในการเทรดได้ทุกจุด ซึ่งแต่ละจุดมันมีรูปแบบกราฟที่แตกต่างกัน มันมีความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัตร ในการเทรดนั้นจะต้องอาศัยความน่าจะเป็นในการเทรด

แล้วเทรดเดอร์มืออาชีพเทรดอย่างไร?

การเทรดนั้นสามารถออกได้หลายรูปแบบ และมีหลายระบบที่จะเทรดให้ประสบความสำเร็จเทรดเดอร์มืออาชีพนั้น จะใช้ระบเทรดที่เข้ากับตลาด พูดแบบนี้อาจจะดูง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันยาก เทรดเดอร์มืออาชีพนั้นจะไม่ใช้ระบบเทรดที่ซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะดูราคาเป็นหลัก นั่นเพราะว่า ราคามันได้สะท้อนทุกอย่างที่มีในตลาดแล้ว ซึ่งการใส่เครื่องมือ ประเภทอินดิเคเตอร์

มากเกินไปทำให้เราสับสน  เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดมากขึ้น ผมจะอธิบายภาพเกี่ยวกับประเภทต่าง ๆ ที่ทำให้มืออาชีพนั้นแยกออกจากมือสมัครเล่นชัดเจน

ระบบเทรดอัติโนมัติ : อีเอหรือระบบเทรดอัติโนมัติ ที่มีใช้ในตลาดนั้น ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการส่งคำสั่งเทรดประเภทหนึ่ง EA แต่ละ EA นั้นมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละสถานการณ์นั้นก็จะสาสมารถใช้ EA ได้แตกต่างกัน ดังนั้นทำให้การใช้ EA ของ มืออาชีพกับมือสมัครเล่นนั้นแตกต่างกันมาก เพราะว่า มืออาชีพใช้มันเป็นเครื่องมือในการส่งคำสั่งเทรด ขณะที่มือสมัครเล่นนั้น ใช้ EA ในการเทรดแทนทุกคำสั่ง ทำให้ มือสมัครเล่นเปิด EA ไว้ตลอดเวลา การเปิด EA ไว้ตลอดเวลาหมายความว่า คุณจะต้องเผชิญกับตลาดทุกรูปแบบ แต่ว่า EA มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั้นนะ

วินัยและความเข้าใจตลาด : เทรดเดอร์มืออาชีพนั้นมีความเข้าใจตลาด ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เขารู้ว่า การเทรดนั้นไม่ใช่หนทางที่ทำให้เรารวยเร็ว แต่เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้เกิดรายได้ขึ้นมา ซึ่งมุมมองเช่นนี้ สร้างทัศนคติในการเทรด ที่สอดคล้องกับความจริงและการเคลื่อนไหวของตลาดขึ้นมา และทำให้ความเสี่ยงระหว่างเทรดเดอร์มืออาชีพและมือสมัครเล่นใช้นั้นแตกต่างกัน

เทคนิคการเทรด : สืบเนื่องจากมือสมัครเล่น ยังคาดหวังกับกำไรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เป้าหมายของเทรดเดอร์สมัครเล่น คือ การทำกำไร และทำกำไรตลอดเวลา ขณะที่มืออาชีพนั้นมองเรื่องของการรักษาเงินทุน พวกเขาจะรอให้ถึงจังหวะที่พวกเขาถนัด สามารถสร้างความได้เปรียบได้แล้วค่อยเทรด นั่นคือความแตกต่างของเทคนิคการเทรด และทัศนคติที่นำไปสู่ความสำเร็จและนำไปสู่ความหายนะด้วยเช่นกัน

จากลักษณะ 3 อย่างดังกล่าว จึงเป็นลักษณะที่แบ่งแยกมือสมัครเล่นกับมืออาชีพออกจากกันชัดเจน  เพราะฉะนั้น สำหรับมือใหม่แล้วคุณสามารถเป็นได้ทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่นได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับทัศนคติที่คุณได้เรียนรู้จากการเทรด ว่าคุณจะสามารถปรับตัวใช้กับตลาดอย่างไร

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


การใช้งาน Martingale EA

คะแนนโดย admin

เส้น

การใช้งาน Martingale EA

วันนี้ผมนำเสนอ การใช้งาน Martingale EA เบื้องต้น เนื่องจากว่า ความนิยมของการใช้งาน EA นั้นมีสูงมาก ช่วงแรก ๆ คนที่เข้ามาในตลาด Forex ก็เข้าใจผิดคิดว่า EA จะเป็นระบบอัติโนมัติที่สามารถทำกำไรได้ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เครื่องมือในการส่งคำสั่ง EA ไม่ว่ารูปแบบไหน ๆ ก็จะออกมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เนื่องจากกฏของการเทรดที่เราตั้งขึ้น มันไม่ได้มีความยืดหยุ่นพอในการเทรดหลายสถานการณ์ ดังนั้น EA จึงต้องมีการใช้อย่างเหมาะสมในการเทรดด้วยเช่นกัน การเทรด ของ EA นั้นเราต้องมั่นใจว่ามันสามารถทำกำไรได้ และต้องเข้าใจความสามารถของ EA ในการทำกำไร ลักษณะของเงื่อนไข มือใหม่หลายท่านเข้ามาในตลาด และได้รับแจก EA ใช้ในการเทรดไปและคิดว่า มันจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกครั้งไปครับ

ในบทความนี้เป็นการใช้งาน EA Martingale ซึ่งเป็น EA ยอดนิยม สาเหตุก็เพราะว่า มันเป็นอีเอ ที่ไม่ขาดทุน เพราะมัน รันตลอดเวลา การที่ไม่ขาดทุนเพราะว่า มันจะเบิ้ลลอทการเทรดไปเรื่อย ๆ เพื่อแก้ทาง แก้ไขความผิดพลาดของการเทรด ทำให้ข้อด้อยของมันคือ คือ ต้องใช้เงินเยอะในการรัน EA ตัวนี้เพราะว่า เราจะต้องเริ่มต้นเทรดด้วย Lot ที่น้อยกว่าเดิมมาก ๆ หลายเท่าตัว นอกจากนี้ EA ยังทำการ เบิ้ลลอท โดยไม่มีกำหนดหยุด Lot ส่งออเดอร์เริ่มต้นจึงต้องมีขนาดเล็กมาก ๆ นั่นเอง การเทรด EA Martingale หลายคนอาจจะใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน เนื่องจาก EA martingale ก็ยังแบ่งประเภทได้อีกหลายประเภท เช่น EA Martingale ที่มี Stop loss ก็มี EA Martingale ที่ไม่มี Stop loss แต่สามารถตั้งจุดตัดขาดทุนได้ก็มี ซึ่งเราจะมาว่าด้วยเรื่องของ EA Martingale กันในบทความมนี้ให้หมด

EA Martingale ที่มีชื่อเสียง

เนื่องจาก EA Martingale มีหลายตัว ผมจึงขอยกตัวอย่าง EA Martingale ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเตอร์เนท โดย EA Martingale ที่มีกล่าวถึงมีจำนวนมาก โดยผมของยกตัวอย่างเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้น คือ EA Forex Grid Trader หรือ คนไทยเรียกมันว่า Forex Setka EA ผมเดาว่า น่าจะเป็นคนไทยตั้งชื่อเองว่า Setka หรือแปลว่าตั้งค่านั่นเอง ส่วน ตัวเดิม Code มันชื่อว่า FXGT หรือ Forex Grid Trader ซึ่งก็คือ การเทรดแบบ Grid หรือที่ส่งเทรดแบบระยะยทางเท่ากัน โดยที่เมื่อผิดทางก็จะเบิ้ลลอทเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อมันเกิดจังหวะกลับตัวก็จะสามารถกลับมาทำกำไรได้ทันทีนั่นเอง

ภาพที่1  แหล่งดาวน์ EA

ตัวอย่าง EA Forex SETKA

อีเอ Forex Setka นั้นเป็น EA ที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่ง ตัวมันเป็น เป็น EA ที่ไม่ได้มีการส่งออเดอร์ Forex ที่ซับซ้อน EA Forex Setka นั้น มีหลักการเข้าเทรดง่าย ๆ คือเปิดออเดอร์เลยโดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณเทรดจาก Indicator เมื่อเราใส่ EA ลงในกราฟมันก็จะขึ้นการส่งคำสั่งเลยทันที

ภาพที่ 2 การติดตั้ง EA Forex Setka

ด้วยหลักการส่งสัญญาณของ EA แบบนี้หมายความว่า มันสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งคำสั่งได้หลายแบบ เช่น การเปิดออเดอร์เทรดตามเทรนด์ หรือการเปิดออเดอร์เทรดแบบสวนเทรนด็ก็ได้ อย่างไรก็ตามเราก็จะต้องมาพูดถึงหลักการของ EA Martingale ก่อนคร่าว ๆ

หลักการ EA Martingale

หลักการของ EA Martingale เป็น การที่เราไม่ยอมรับผลขาดทุน ขณะที่กำไรเราก็ยอมรับมาด้วยเช่นกัน เพราะว่า เราไม่กล้ายอมรับผลขาดทุน เราจึงส่งออเดอร์ เพิ่มขนาดเข้าไปเพื่อที่จะให้มันย้อนกลับมาและกำไรนิดหน่อยแล้วปิดออเดอร์ทันที ดังนั้นวัตถุประสงค์ของ EA Martingale คือ การแก้ไขความผิดพลาด แต่อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดมันไม่ได้เกิดตลอดเวลา เมื่อความผิดพลาดไม่ได้เกิดตลอเวลา เวลามันถูกเราก็ได้กำไรน้อย เวลามันผิดเราก็เสี่ยงเยอะเพราะเราไม่ยอมเสียเล็กเสียน้อยแต่เรายอมที่จะรักษากำไรก้อนน้อยไว้แทนนั่นเอง แล้วเราจะใช้งานมันยังไง เราไปดูที่วิธีการใช้งาน EA Martingale กันเลยดีกว่า

วิธีใช้งาน

เมื่อเรารู้คุณสมบัติของ EA Martingale ว่ามันทำอะไรได้บ้าง มันใช้เพื่อการป้องกันการเทรดผิดทาง ฉะนั้น เราก็ควรใช้เมื่อมันถูกทางเท่านั้น โดยหลีกเลี่ยงความผิดในการเทรดผิดทาง โดยเราสามารถแบ่งการเทรด ได้เป็น 2 แบบ คือ การเทรดแบบ Trend Following และการเทรด แบบ Overbought และ Oversold

ภาพที่ 3 ตัวอย่างกราฟ

การเทรดแบบ Trend – เราจะทำการเปิด EA Martingale ในช่วงที่กราฟมีเทรนด์เท่านั้น เมื่อเทรนด์เปลี่ยนทิศทาง เราก็ปิดด้านหนึ่ง เช่น ถ้า เส้น MA 5 ต่ำกว่า MA10 เราก็จะเปิด EA Martingale เฉพาะ Sell Only เท่านั้น และเมื่อมันตัดขึ้น เราก็จะเปิดเฉพาะ Long Only เท่านั้นเช่นกัน ซึ่งการเทรดแบบนี้ก็จะเป็นการเทรดแบบตามเทรนด์ และไม่ผิดพลาดช่วงไม่มีเทรนด์ ในช่วงที่ผิดพลาดเรก็ปล่อยให้กลไก Martingale แก้ไขตัวเองไป

การเทรดแบบ OVB-OVS – คือการเทรดโดยให้ Martingale เปิดออเดอร์เมื่ออยู่ใน Zone Overbought และ Oversold เท่านั้น การเทรดแบบนี้ทำให้ EA จะเทรดจุดที่สุดโต่ง ซึ่งเทรดแบบเบิ้ลลอท เราสัณนิษฐานว่า มันจะกลับมา ที่จุดกลับตัว ทำให้มันสามาถรรองรับระยะการวิ่งผิดทางได้นั่นเอง

แค่ 2 เคล็ดลับการใช้งานแค่นี้ก็จะทำให้คุณสามารถได้เครื่องมือในการส่งออเดอร์ขึ้นมาแล้วนั่นเอง อย่างที่ผมบอกไว้ตอนแรก EA มันคือเครื่องมือช่วยในการส่งออเดอร์ อย่าเอามันมาแทนตัวคุณเพราะคุณอาจจะเจอกับหายนะได้เลย

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


การเลือก Forex Broker

คะแนนโดย admin

เส้น

การเลือก Forex Broker

การเลือก Forex Broker สำหรับคนที่ต้องการที่จะเริ่มต้นกับการเทรด Forex มีปัจจัยอะไรบ้างที่สำคัญและควรพิจารณา โดยบทความนี้จะกล่าวเป็นข้อ ๆ เรียงลำดับความสำคัญและข้อมูลที่สำคัญควรจะพิจารณาก่อน ซึ่งเนื่องจาก Forex โบรคเกอร์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ มีเยอะยิ่งกว่าดอกเห็ด ออกมาเต็มไปหมด บางแห่งตั้งสำนักงานในประเทศไทย บางแห่งไม่ได้ตั้งสำนักงานแต่มีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย ความนิยมของการเทรด Forex มาจากคนที่ต้องการรวยทางลัด แต่ว่าไม่รู้เลยว่า Forex นั้นมีความเสี่ยงแบบไหน จะสามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินอย่างที่คาดไว้ได้หรือไม่

ภาพที่ 1 การเลือก Forex Broker – โบรคเกอร์ที่มีในตลาด

การเริ่มต้นที่ถูกต้อง การเลือก โบรคเกอร์ที่ถูกต้องจึงมีบทบาทสำคัญมากในการเทรด และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเปลี่ยนมาบ่อย หรือบางครั้งโบรคเกอร์มีปัญหาก็จะสามารถทำให้แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยที่เราจะใช้ในการเลือกโบรคเกอร์เรียงลำดับตามความสำคัญของโบรคเกอร์มีดังต่อไปนี้

  1. ความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์จะช่วยเรื่องความมั่นใจในการฝากเงิน ความมั่นใจในการที่โบรคเกอร์จะไม่ปิดบริษัทแล้วเชิดเงินเราหนีไป หลาย ๆ แห่งอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ หลายคนอาจจะไม่เคยคิดว่า ถ้าหากว่าเทรดเดอร์เสียชีวิตแล้วเงินที่ฝากอยู่ในนั้นจะหายไปไหน นั่นเป็นเรื่องสำคัญ การเลือกโบรคเกอร์ต้องหาความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์ให้มาก แล้วเราจะดูได้อย่างไร สิ่งแรกเลย คือการดู Review โบรคเกอร์ ซึ่งเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ คอยให้บริการ รีวิวโบรคเกอร์ ทั้งเว็บไทยและเว็บฝรั่ง แต่นั่นอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ การ Review โบรคเกอร์ส่วนใหญ่จะเป็นการ reviews เพราะว่า คนเหล่านั้นกำลังเชียร์โบรคเกอร์ให้สมัครต่อดาวน์ไลน์เนื่องจากได้คอมมิชชั่นจากการเชียร์นั้น ดังนั้น การอ่านรีวิว ก็ต้องดูทั้งกระแสตอบรับจากผู้ใช้ โดยอาจจะทำการถามจาก Google ถึงว่า โบรคเกอร์นี้ดีหรือไม่ ไปหาข้อมูลจากคนที่เคยใช้จริง

ภาพที่ 2 การเลือกโบรคเกอร์ – โบรคเกอร์ไหนดี

ภาพตัวอย่างเป็น ตัวอย่าง keywords ในการหาดูว่าผลตอบรับของผู้ใช้คนไทยเกี่ยวกับการใช้บริการ Forex โบรคเกอร์ของประเทศไทย เป็นอย่างไรและคนไทยให้ความสนใจกับโบรคเกอร์ที่ไหนบ้าง ซึ่งการอ่านข้อมูลแบบนี้ไม่มีข้อมูลจากการให้คะแนนโบรคเกอร์ Forex ที่ได้ให้ค่าคอมมิชชั่นคนรีวิวมาปนแน่

ภาพที่ 3 การเลือก Forex Broker – การลงทะเบียนโบรคเกอร์

อีกส่วนหนึ่งของเรื่องความน่าเชื่อถือ ของโบรคเกอร์ Forex เราสามารถดูได้จากหน่วยงานที่ให้การกำกับดูแลโบรคเกอร์เพราะว่า โบรคเกอร์ที่ดีควรจะมีการลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เขาได้ลงทะเบียนจัดตั้งธุรกิจไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ลงทะเบียนในไทยและไม่ได้มีผลในกฏหมายไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้อนุญาตให้บุคคลธรรมดาซื้อขายค่าเงิน แต่ต่างประเทศก็เพิ่มความน่าเชื่อถือ แม้ว่าจะไม่สามารถประกันเงินที่เราลงทุนไว้ได้ก็ตาม การดูหน่วยงานเราก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บของโบรคเกอร์ทั่วไป หรือเว็บที่ให้การรีวิวโบรคเกอร์ก็ได้เช่นกัน

  1. ผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ

อีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกโบรคเกอร์ คือ การที่คุณจะเลือกโบรคเกอร์ คุณต้องรู้แล้วว่าคุณจะเทรดอะไร เช่น การเทรดค่าเงิน เทรดหุ้น เทรดทองคำ บางโบรคเกอร์มีผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจำกัด การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้เทรดได้หลากหลายแม้อาจจะดีก็จริง แต่ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ บางโบรคเกอร์มีผลิตภัณฑ์ในการให้บริการน้อยมาก เพียงแต่ว่า ตรงเป้าหมายมากกว่า เช่น มี CFD ของหุ้นไทย เป็นต้น ซึ่งโบรคเกอร์ส่วนใหญ่จะไม่มีบริการแบบนั้น

นอกจากประเด็นเรื่องของความเฉพาะของบริการแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คือ ความหลากหลาย แม้ว่าหลายคนจะมีกลยุทธ์ในการเทรดไม่มาก แต่บ่อยครั้งที่โอกาสของการลงทุนนั้นมาแบบไม่ได้ตั้งตัวและเรามองเห็นโอกาสนั้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ผลิตภัณฑ์ของโบรคเกอร์ที่นำเสนอเราจะต้องมีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น การเห็นโอกาสในการ Short Cryptocurrency ซึ่งการ Short Crypto Currency นั้นไม่สามารถทำกำไรได้จากขาลง จากการเทรดในโบรคเกอร์ Cryptocurrency ปรกติ การกระทำดังกล่าวก็สามารถกระทำผ่านโบรคเกอร์ของการเทดรค่าเงิน โดยโบรคเกอร์เทรดค่าเงินบางโบรคนั้นให้บริการการเทรด CFD ของ Crypto Currency ซึ่งผมสามารถยกตัวอย่างโบรคเกอร์ที่มีชื่อเสียงและให้บริการการเทรด Crypto Currency ไว้หนึ่งตัวอย่างได้แก่ โบรคเกอร์ Etoro ดังนี้

ภาพที่ 4 การเลือกโบรคเกอร์ – Cryptocurrency

ข้อดีของการเทรด Crypto ที่ etoro คือมีจำนวน Crypto ให้เทรดมาก อันนี้ผมหมายถึงเฉพาะ CFD นะครับ ที่นี่อนุญาตให้ใช้ Leverage 1:2 ซึ่งเราสามารถใช้มันเป็น Derivative ในการเทรด เพิ่มความได้เปรียบได้ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายโบรคเกอร์ที่ให้บริการการเทรด Crypto currency แบบนี้ โดยที่มี Cryptocurrency จำนวนไม่มากนัก แต่ถ้าหากเทรดเดอร์ไม่ได้เทรดสกุลเงินพิศดาร ก็จะมีสกุลหลัก ๆ เช่น Bitcoin ให้เทรดอยู่แล้ว ซึ่งที่อื่นจะให้ Leverage เยอะกว่านี้ บางที่อาจจะให้ Leverage สูงถึง 1:20 หรือ 1:10 เท่า ซึ่งเพิ่มความได้เปรียบในการเทรดมากกว่า นอกจากนี้บางโบรคเกอร์ยังให้บริการฝากถอนเป็น Crypto currency อีกด้วย

  1. ต้นทุนการให้บริการ

ปัจจัยที่ 3 ที่มีความสำคัญในการเลือกค่าเงิน เป็นปัจจัยที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ก็อยู่ท้าย ๆ ถ้าเพราะว่าถ้า 2 ข้อแรกไม่ผ่านก็ไม่สามารถกำหนดอะไรได้ ดังนั้น การดูต้นทุนบริการนี้จะต้องดูต้นทุนด้านไหนบ้างเรามาดูกัน

ต้นทุนค่าคอมมิชชั่น – ต้นทุนค่าคอมมิชชั่นในการเทรดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเทรดเดอร์รายย่อยจะไม่เจอเพราะว่า การเปิดบัญชีจะมีแบบที่ให้เราเลือกว่าจะมี commission หรือไม่ เพราะว่า ต้นทุนค่าคอมมิชชั่นนั้น ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับประเภทบัญชี ECN ซึ่งมีการส่งออเดอร์เข้าไปในตลาด การส่งออเดอร์เข้าไปในตลาดทำให้เราได้ราคาที่ได้จากตลาด แต่ว่า Broker ไม่ได้ส่วนต่างจากตรงนั้นจึงมีการคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งSpread จะต่ำและสะท้อนความเป็นจริงในตลาดมากกว่า แต่ก็มีค่าคอมมมิชชั่น เราต้องทำการเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นในตลาดว่าแต่ละที่แตกต่างกันเท่าไหร่ โบรคเกอร์ที่ไหนที่คิดค่าคอมมิชชั่นน้อย

ต้นทุนค่า Spread – ต้นทุนค่า Spread เป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะว่า ต้นทุน Spread จะกำหนดกลยุทธ์ของการเทรดของเรา การเทรด Scalping จะต้องใช้โบรคเกอร์ที่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นน้อย เพราะว่า ถ้าหากมี Spread กว้าง การปิดออเดอร์ของการเทรดระยะสั้นมาก ๆ จะทำให้ยาก เพื่อให้กลยุทธ์ของเรามีความหลากหลายยิ่งขึ้น การคิดต้นทุน Spread จึงมีความสำคัญในการเทรด

ภาพที่ 5 การเลือก Forex Broker – เปรียบเทียบ Spread

โดยการเลือก Spread เราสามารถใช้เครื่องมือของโบรคเกอร์ที่ให้บริการการเปรียบเทียบ Spread โดยเราสามารถเลือกดูได้หลาย ๆ แห่งทำให้การเลือกโบรคเกอร์สามารถทำได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

ต้นทุนค่า Swap – ตัวสุดท้ายสำหรับการเลือกต้นทุน คือ Swap ซึ่ง Swap เป็นอีกปัจจัย บางคนถือค่าเงินแล้วต้องเสีย Swap มากกว่า อีก โบรคเกอร์หนึ่งซึ่งตัวนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับการเปรียบเทียบ Spread เรามีเครื่องมือที่สามารถเปรียบเทียบ Swap ของแต่ละโบรคเกอร์ในรายค่าเงินได้เลย และสามารถใชก้ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ต้นทุน 3 อย่างนี้ต้องได้รับการเปรียบเทียบและควรให้ความสำคัญในการเทรด เพื่อเลือกโบรคเกอร์ที่เราจะเทรดและฝากความวางใจในการเก็บเงินและบริหารจัดการเงินของเรา

  1. บริการเสริมและการช่วยเหลือ

ข้อสุดท้าย เป็นบริการเสริมที่ต้องมี นั่นคือ การตอบ Chat แบบ 24 ชั่วโมง โดยมากการมีสำนักงานใหญ่ในไทยอาจจะไม่ได้มีผลเท่าไหร่แต่ว่าถ้าหากคนไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ นั่นเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาพอร์ทลงทุน การดูแลลูกค้าส่วนนี้จึงมีความสำคัญ Forex Broker ที่มีเอเจนซี่สามารถโต้ตอบภาษาไทยได้ย่อมสามารถแก้ปัญหาของคนไทยได้ตรงจุด มีความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


Forex 4 You ดีไหม ?

คะแนนโดย admin

ภาพที่ 1 Forex 4 You – หน้าเว็บ Forex 4 You

Forex 4 You เป็นอีกโบรคเกอร์หนึ่งที่เข้ามาตีตลาดในไทย  Forex 4 you เปิดให้บริการการเทรดมานาน ตั้งแต่ปี 2007 เป็นโบรคเกอร์ช่วงยุคการเทรด Forex ในไทยกำลังได้รับความนิยม  โบรคเกอร์ Forex 4 you จะดทะเบียนในนาม E-Global Trade & Finance Group, Inc. ขออนุญาติการกำกับการบริหารจัดการทางการเงิน ผ่าน Financial Services Commission (FSC) ใบอนุญาตเลขที่ SIBA/L/12/1027  บริการของ Forex 4 You ถือเป็นผู้ให้บริการ ในการเทรด ค่าเงินสำหรับรายย่อยเป็นหลัก มีฐานลูกค้าในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก ซึ่ง Forex 4 You ถือเป็นโบรคเกอร์ที่มีการทำงานมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือพอประมาณ มีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับโบรคเกอร์ดังต่อไปนี้

openacc

ประเภทบัญชีForex 4 You

โบรคเกอร์ Forex 4 you ให้บริการประเภทบัญชีกับรายย่อยเป็นหลัก ซึ่งการบริการของ Forex 4 You มี 4 ประเภทบัญชีได้แก่ บัญชี Cent บัญชี Classic บัญชี Cent NDD บัญชี Pro STP โดยบัญชีแต่ละประเภท มีลักษณะแตกต่างกันไป

ภาพที่ 2 Forex 4 You – ภาพประเภทบัญชี

ประเภทบัญชีของ Forex 4 You สามารถแบ่งกรอบได้เป็น 2 กลุ่มหลักใหญ่ ๆ ได้แก่ บัญชี Cent Classic เป็นกลุ่ม 1 และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบัญชี Cent NDD และบัญชี Pro STP ซึ่ง 2 กลุ่มนี้เจาะจงเป้าหมายกลุ่มลูกค้าที่มมีขนาดเงินทุน แตกต่างกัน การเจาะจงขนาดของบัญชีลูกค้าไม่สามารถดูจาก minimum deposit ของลูกค้าได้ แต่สามารถดูได้จาก ข้อจำกัดประเภทต่างๆ  ที่มี เช่น ขนาด Lot ในการเทรด และรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการ สำหรับลูกค้าที่ต้องการเสียค่าคอมมิชชั่นน้อยจะต้องเปิดบัญชีประเภท Cent NDD และ STP Pro ซึ่งค่าคอมมิชชั่นเป็นไปตามความผันผวนของตลาด การส่งคำสั่งเป็นแบบ Market Execution หรือ ก็คือการส่งคำสั่งโดยที่ได้ราคาจับคู่ในตลาด ทำให้บางครั้งเมื่อตลาดราคาเปลี่ยนไปแล้วจะทำให้คำสั่งเรียกราคาที่ใกล้เคียงเข้ามา ขณะที่บัญชี Classic นั้นจะได้ออเดอร์แบบทันที คือจับราคาให้ทันที ตรงนี้ถ้าจะให้เรียนตามตรงผมไม่แน่ใจว่า Broker อาจจะเป็นคนรับออเดอร์ของลูกค้าไว้เสียเองก็เป็นได้ แต่ก็ยังไม่แน่ใจและไม่อยากไปกล่าวหาเขา

ภาพที่ 3 Forex 4 You – การฝากถอน

ในเว็บมีตัวเลือกการฝากถอนเพียง Nettellor , Skrill , Webmoney และ Visa Credit Card อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของ Forex 4 You นั้นอยู่ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ประเทศไทย สามารถใช้ตัวเลือก internet banking ในการฝากถอนได้ ทำให้ค่าธรรมเนียมในการฝากถอนสำหรับคนไทยไม่มี

นอกจากนี้ด้วยความที่ฐานลูค้าของ Forex4 You นั้นเป็นกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคนี้ ทำให้ Forex 4 You สำนักงานอยู่ในประเทศไทยตั้ง 2 แห่งได้แก่ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หมายความว่าการบริการลูกค้านั้นทำได้โดยตรงได้ในประเทศไทย การตั้งสำนักงานดังกล่าวทำให้การดูแลลูกค้าในประเทศไทยสามารถทำได้ง่าย และมีตัวแทนผู้ให้บริการที่เป็นคนไทย ซึ่งสามารถสื่อสารกับลูกค้าเป็นภาษาไทยได้เลย ทำให้ไม่ลำบากในการตอบคำถาม ปัญหาเรื่องการฝากถอนและสามารถฝากและถอนเงินได้อย่างรวดเร็ว

ภาพที่ 4 Forex 4 You ที่ตั้งสำนักงานในไทย

สำหรับโปรแกรมเทรด ของ Forex 4 You นั้นให้ความหลากหลายในการเทรดพอสมควร โดยมี การส่งคำสั่งซื้อขาย และการบริหารจัดการได้ 4 ช่องทางได้แก่

ภาพที่ 5 Forex 4 You – ช่องทางการส่งคำสั่ง

การส่งคำสั่งผ่าน Web  Trader  การส่งคำสั่งผ่าน mobile app การส่งคำสั่งผ่านโปรแกรมยอดนิยมแบบ Meta Trader การส่งคำสั่งผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ซึ่ง 4 ช่องทางดังกล่าวถือว่ามีความหลากหลายในการให้บริการ ยังดีกว่าโบรคเกอร์ที่ให้บริการผ่าน Meta Trader เพียงอย่างเดียว

การให้บริการการลงทุน

อีกบริการหนึ่งที่ทำให้ forex 4 you แตกต่างจากโบรคเกอร์อื่น ๆ คือการให้บริการการลงทุน ซึ่งการให้บริการการลงทุนที่ว่านี้ คือ

ภาพที่ 6 Forex 4 You – การ copy Trade

การบริการการ Copy Trade โดยเทรดเดอร์ที่มีผลงานดีที่สุดในโบรคเกอร์ Forex 4 You ซึ่งบริการดังกล่าวสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการสัญญาณการเทรด จากนักลงทุนที่มีประสบการณ์ จากเทรดเดอร์หน้าใหม่สามารถใช้บริการได้โดยไม่ต้องมีความรู้มากแต่รู้แค่ว่า จะต้องเลือกคนเก่งเข้ามาจัดการพอร์ทได้อย่างไร โดยที่มีค่าธรรมเนียมในการบริการที่ต้องจ่ายให้กับคนที่เรา Copy อยู่ ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ทาง Forex 4 You ให้บริการ แต่ยังไม่ได้สรุปว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งถ้าหากเรามา Review Broker กันแล้วก็น่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม

การ Review Broker ของ Forex 4 You

โบรคเกอร์ forex 4 You นั้นอาจจะมีคนให้การสนับสนุน และ review ไว้พอสมควร ผมคงไม่ต้องไป รีวิวแบบนั้น แต่จะมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของโบรคเกอร์ให้ฟังก่อน แล้วจะไปดูรายโบรคเกอร์ว่าแต่ละโบรคเกอร์นั้นให้คะแนนไว้อย่างไรบ้าง มาดูกันที่ข้อดี และ ข้อเสียของ Forex 4 อยู่กันรายข้อเลยดีกว่า

  • สามารถฝากผ่านธนาคารไทยได้ – อย่างที่ได้แจ้งไว้ตอนแรกว่า โบรคเกอร์ Forex 4 You นั้นมีสำนักงานใหญ่อยู่ในไทย ดังนั้นการฝากเงินผ่านธนาคารไทยนั้นสามารถทำได้และทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมนั้นต่ำลง ขณะที่การบริการฝากถอนในไทยนั้นฟรีอยู่แล้วตามที่เราไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนเงิน สำหรับการโอนเงินธุรกรรมต่างธนาคาร
  • บริการด้าน Social Copy Trade – จากการที่เราดูบริการของ Forex 4 you ผมเข้าใจว่า เป็นบริการที่ดีที่โบรคเกอร์อื่น ๆ หลาย ๆ เจ้าไม่มีและต้องไปพึ่งพาการทำ Copy Trade จากโปรแกรมอื่น ๆ ทำให้เกิดความหน่วงในการส่งคำสั่งเป็น
  • การให้บริการบัญชี PAMM – การให้บริการบัญชี PAMM คือการให้คนอื่นบริหารจัดการการลงทุนให้ ซึ่งแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะไม่ได้เห็นการให้บริการแบบนี้ในโบรคเกอร์ Forex อื่น ๆ แล้วแต่ก็ยังเห็นให้บริการในโบรคเกอร์ Forex 4 You อยู่
  • Leverage 1:1000 – อันที่จริงแล้วการมี Leverage สูงถึงระดับ 1:1000 ก็อาจจะดีอยู่สำหรับคนที่เทรดแม่นและทำกำไรได้ แต่ว่า จะมีสักกี่คนที่จะสามารถทำกำไรได้ และเทรดแม่นทุกจังหวะ มันเหมือนกับดักพอสมควรที่จะทำให้เทรดเดอร์รายย่อยเจ๊งไม่เป็นท่ากับ Leverage 1000 เท่าขนาดนี้
  • มีแชทภาษาไทย – สืบเนื่องจากการที่โบรคเกอร์เปิดสำนักงานเทรดในไทย ทำให้สามารถตอบสนองต่อลูกค้าคนไทยได้มากกว่า ลูกค้าที่อื่น เพราะมีสต๊าฟ ที่ดูแลลูกค้าเป็นภาษาไทยอยู่ตลอดเวลา ทำให้การแก้ไขปัญหานั้นไม่มีอุปสรรค์ทางด้านภาษามาเป็นตัวขวางกัน

ข้อเสียของ Forex 4 You มีดังนี้

  • ไม่มี VPS บริการ – การให้บริการ VPS แม้จะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนที่เทรด EA แต่ก็หลาย ๆ คนเลือกที่จะใช้โบรคเกอร์ด้านนอกในการให้บริการสมากกว่า ซึ่งการให้บริการของโบรคเกอร์ Forex 4 You จึงไม่ได้ให้บริการไว้ แต่เนื่องจากการแข่งขันสูงของธุรกิจคอมพิวเตอร์ทำให้ส่วนนี้ไม่มีความจำเป็นมากนักเพราะว่า บริการข้างนอกก็มีราคาถูกเช่นเดียวกัน
  • Spread สูง – ถ้าหากเข้าไปดู Spread ในการเทรด ของ Forex 4 You จะพบว่า Spread ที่กว้างกว่าที่อื่น ซึ่งก็ต้องเปรียบเทียบและเลือกเอาว่าจะเป็นอย่างไร

สำหรับค่าน่าเชื่อถือของ Forex 4 You

ความน่าเชื่อถือ ผมจะคัดเลือกมาสัก 3 – 4 แห่งสำหรับผู้ให้การรีวิวโบรคเกอร์ไว้ ดังต่อไปนี้

  1. การจัดอันดับของ Bestonlineforexbroker ให้การจัดอันดับ Forex4you อยู่ในอันดับ 29 โดยโบรคเกอร์อันดับที่มีชื่อเสียงในระดับที่อยู่ใกล้กันได้แก่ FXCM อยู่อันดับ 27 AXI Trader อยู่อันดับ 21 OANDA อยู่อันดับ ที่ 20 FXOpen อันดับ 16 Alpari อันดับ 15 โดยอันดับ 1 ได้แก่ HotForex และ XM ซึ่งจากอันดับทำให้ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นเพราะว่าได้ประโยชน์จากการ Recommend แบบนี้เสียมากกว่า ก็ถือว่าดีพอสมควรครับ สำหรับอันดับแม้จะน่าเกลียดไปหน่อย
  2. Forex – ratings.com ไม่ได้จัดอันดับ Forex4You อยู่ใน 5 อันดับแรก
  3. com ไม่ได้จัดอันดับให้อยู่ 30 อันดับแรก

ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมด สำหรับผมแล้วก็พอจะมีความน่าเชื่อถืออยู่พอสมควร แต่ถ้าจะให้ดูจาก Broker review 3 แห่งอย่างเดียวคงอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับโบรคเกอร์เลย เพราะว่าอาจจะเป็นได้ที่ ทั้ง 3 โบรคเกอร์นั้นได้รับค่าคอมมิชชั่นในการนำเสนอข้อมูลก็เป็นได้ ผมจึงคิดว่ามีความน่าเชื่อถือทั้งในด้านการสื่อสาร กลุ่มลูกค้า และการตั้งสำนักงานในประเทศ

openacc

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


เวลาเปิด ปิดตลาด Forex

คะแนนโดย admin

เส้น

เวลาเปิด ปิดตลาด Forex

ตลาด Forex ถือเป็นตลาดที่ไม่เคยหลับไหล สาเหตุเพราะว่า เราสามารถเทรดในตลาด Forex ได้ตลอด 5 วันต่อหนึ่งสัปดาห์  หลายคนคิดว่าตลาดอาจจะไม่มีเวลาเปิดปิด แต่จริง ๆ แล้วตลาดมีเวลาเปิดปิด เพียงแต่ว่ามันมีเงื่อนไขที่ทำให้เราสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในบทควานี้เราจะกล่าวถึง ข้อมูลเงื่อนไขเกี่ยวกับตลาด Forex ที่เกี่ยวข้องกับการหยุด การปิด และเปิดของตลาด Forex

เวลาเปิด ปิด ตลาด Forex

ตลาด Forex นั้นเป็นตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก ไม่มีตลาดไหนจะสามารถเปรียบเทียบปริมาณการซื้อขายของตลาด Forex ได้ ตลาด Forex นั้นก็เหมือนตลาดหุ้นทั่วไป มีการซื้อขายผ่าน Over the Counter หรือ OTC การลงทุนในตลาด Forex นนั้นมีปริมาณเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ซึ่งถ้าหากจะเปรียบเทียบการซื้อขายว่าเยอะขนาดไหนก็ต้องบอกว่า ให้เอาปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นทั่วโลก ที่มีอยู่ในตอนนี้รวมกัน แล้วจะยังน้อยกว่าปริมาณการซื้อของตลาด Forex อยู่ถึง 33 เท่า โดยตลาดจะเปิดทำการ 5 วัน และวันละ 24 ชั่วโมง ซึ่งอันที่จริงตลาดก็เปิดทำการในเวลาปรกตินั่นแหละ

ภาพที่ 1 เวลาเปิดปิด ตลาด Forex

ซึ่งสาเหตุที่ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเพราะว่า ตลาด Forex นั้นเป็นการเชื่อมกันของตลาดแต่ละมุมโลก โดยตลาดแต่ละแห่งได้แก่ตลาด Australia ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 5:00 – 13:00 เมื่อถึงเวลา 7:00 ของออสเตรเลีย ตลาดญี่ปุ่นก็เปิดทำการ ทำให้การดำเนินการของตลาดต่อเนื่อง ถัดมาอีก 6 ชั่วโมง ซึ่งตลาด Australia ปิดทำการ ตลาดยุโรปก็เปิดต่อมา เมื่อตลาดยุโรปเปิดได้ 1 ชั่วโมง ตลาด London ก็เปิดต่อ หลังจากนั้นก็ตามด้วยตลาดสหรัฐฯ ซึ่งลักษณะการเปิดวนกันอย่างนี้ทำให้มันเป็นตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยการกระจายตัวอยู่ทั่วโลกของตลาด Forex และไม่มีขอบเขตทางด้านพื้นที่มากำหนดนี้ การที่จะเชื่อมตลาดทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ทำให้ปริมาณธุรกรรมของการเทรดนั้นขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นช่วง ๆ เช่น ปริมาณการเทรดในตลาด London ใกล้จะหมด เมื่อตลาด สหรัฐอเมริกาเปิดขึ้น ก็จะทำให้ปริมาณการเทรดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ตลาดที่เราเทรดยังมีตลาดอื่น ๆ อีก เพราะว่าเราไม่ได้เทรดแค่ Forex เรายังเทรด พลังงาน เทรด โลหะ และตลาดอื่น ๆ อีก สำหรับตลาดอื่น ๆ เช่น ตลาด พลังงาน ตลาด ตลาดโลหะ จะมีเวลาแตกต่างกันอีกเช่นกัน แยกจาก Forex  ดังภาพต่อไปนี้

ภาพที่ 2 เวลาเปิดตลาด Forex – ตราสารโลหะ พลังงาน RUB

ซึ่งสำหรับคนที่เทรด Forex จะรู้ดีว่าเราไม่ได้เทรดเฉพาะ Forex เท่านั้น เรายังเทรดตลาดโภคภัณฑ์ ตลาดพลังาน โลหะอื่น ๆ อีกซึ่งตลาดเหล่านั้นมีเวลาปิดเปิดที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามการเทรด CFD นั้นค่อนข้างแตกต่างจาก Forex นักลงทุนต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Forex พอสมควร

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวลาปิดเวลาเปิด ต่อไปเป็นข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาปิดเวลาเปิดของตลาด Forex ประกอบด้วยกฏ Tom Next หรือ ที่รู้กันคือ Tomorrow Next Rules

Tomorrow Next – Tom Next คืออะไร?

ภาพที่ 3 เวลาปิดเปิดตลาด Forex – Tom Next

Tomorrow next หรือ Tom next คคือ การทำธุรกรรมระยะสั้นของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการที่จะซื้อขายค่าเงินนั้นจะต้องทำการซื้อขายค่าเงินทุกวันที่ตลาดปิดทำการ หรือก็คือจริง ๆ แล้วตลาด Forex ก็มีการปิดทำการนั่นแหละ เพียงแต่ว่าการที่มันเปิดติดต่อกันต่อเนื่องนั้น มันทำให้มันทำงานไปได้ ขณะที่การปิดของมันนั้นทำให้เกิดธุรกรรมซื้อและขายโดยประมาณ 2 วันทำการ ซึ่ง เมื่อครบ 2 วันทำการแล้วคนที่ถือธุรกรรม Forex ต้องทำการส่งสินค้าตัวเอง  หมายความว่ายังไง มันก็คล้ายคลึงกับสินค้า Futures นั่นก็คือ มีการส่งมอบสินค้า ฉะนั้นกฏ ToM Next ใช้สำหรับการส่งมอบเงินสำหรับการซื้อขายค่าเงินสนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ตลาดเคลื่อนไหวไปอย่างต่อเนื่อง การส่งมอบธุรกรรมจะไม่ได้บังคับให้มีการส่งมอบธุรกรรมจริง

พื้นฐานเรื่อง Tomorrow Next

ในการเทรดค่าเงินส่วนใหญ่นั้น การส่งมอบเงินนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากวันซื้อสินค้า 2 วัน ซึ่งกฏ Tom next เกิดขึ้นเพราะว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความตั้งใจในการส่งมอบเงินจริง ๆ ดังนั้น position ของพวกเขาจึงต้องมีการถือต่อไป ซึ่งสิ่งนั้นเรียกว่า Rolled Over  โดยต้นทุนการทำธุรกรรมที่ว่านั้น เรียกว่า FX Swap และขึ้นอยู่กับค่าเงินที่คนนั้นถืออยู่ ซึ่งจะถูกชาร์จค่าพรีเมียมไว้  เทรดเดอร์และนักลงทุนที่ถือออเดอร์นั้นจะได้ผลตอบแทนเป็น rolled over ก็เกิดขึ้นได้  เช่น ค่าเงิน CADCHF เพราะว่าส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของการถือครอง position ของคู่เงิน

ถ้าค่าเงิน 2 ค่าเงินนั้นมีอัตราส่วนดอกเบี้ยของค่าเงินใกล้เคียงกันก็จะแลกในอัตราที่เท่ากันและไม่มี Swap ธุรกรรมของ Tom Next ที่เกิดขึ้นจะถูกดำเนินการโดยธนาคารใน Interbank market ขึ้นอยู่กับทิศทางของธุรกรรม เทรดเดอร์จะทำการ Buy และ Sell อีกค่าเงินหนึ่ง หรือ Sell และ Buy อีกค่าเงินหนึ่ง ซึ่งก็คือค่าเงินที่พวกเขาต้องการ Roll over มัน ธุรกรรม Tom Next นั้นจะถูกจัดการโดย Forward Trading Desk หรือ Short Term Interest Rate team หรือ STIR

ภาพที่ 4 – เวลาเปิดปิดตลาด Forex – Swap EURUSD

ถ้าหากเทรดเดอร์เลือกที่จะไม่ Roll over โพสิชั่นของตัวเองถูกบังคับให้ส่งมอบสัญญา หรือคือเงินจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อย  หลักการของ rolling position นั้นยิ่งสำคัญ ในตลาดโภคภัณฑ์ เพราะว่าถ้ามันไม่สามารถถูกทำให้เสร็จ เทรดเดอร์จะต้องถูกบีบให้ส่งสินค้าจริง ๆ

ตัวอย่างของกฏ Tom –Next

สมมุติว่า Trader นั้น Long ค่าเงิน EURUSD ซึ่งเทรดอยู่ที่ประมาณ 1.53 USD หรือ 1 Euro สามารถซ้อได้ 1.53 USD ในวันหมดอายุอีก 2 วัน เทรดเดอร์ได้ใช้กฏ Tom Next ในการถือ position ของค่าเงินที่เขาเทรด และสมมุตว่าอัตราดอกเบี้ยของสองค่าเงินเท่ากับ 0.010 และ 0.015 ณ สิ้นวัน หลังจากที่เทรดเดอร์ได้ซื้อและขายหุ้นแล้ว เทรดเดอร์จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 0.010 ราคาของเทรดเดอร์ที่เทรดเดอร์จะได้ต่อมาคือ 1.52 ในวันถัดไป นั่นเอง

อย่างไรก็ตามการใช้งานกฏนี้สำหรับรายใหญ่จะทำการลดต้นทุน Position ในกรณีที่ได้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่สำหรับโบรคเกอร์รายย่อยแล้ว การถือ position จะไม่ถูกนำไปลดต้นทุนแต่จะได้มาให้อยู่ในรูปแบบ Swap บวกเข้ากับกำไรขาดทุนของ position นั้น ๆ ทีหลัง

แล้วทำไมบางครั้งไม่ว่าจะ Sell หรือ Buy เทรดเดอร์ก็เสีย Swap

บางครั้งเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะ Buy หรือว่า Sell คู่เงินใด เทรดเดอร์ก็จะเสียเงินทั้งคู่ กล่าวคือ ถ้าหากเรา Long EURUSD เราอาจจะเสีย Swap เท่ากับ 0.10 USD เราอาจจะคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนไป Sell EURUSD แทนเราอาจจะได้ Swap มา อย่างไรก็ตามเมื่อเราทำการ Short EURUSD  ผลปรากฏว่า เราก็เสีย Swap อีก แต่อาจจน้อยกว่าเดิมหน่อยคือ 0.05 ทำไมเป็นแบบนั้นกัน

สาเหตุก็เพราะว่า แต่ละโบรคเกอร์ได้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไป ทำให้ไม่ว่าจะ Long หรือ จะ Short ก็เสียเงินเช่นกัน ท่านสามารถตรวจสอบได้จาก Swap ของแต่ละโบรคเกอร์ที่ปรากฏอยู่ใน internet เพราะว่าแต่ละโบรคเกอร์นั้นให้ Swap ไม่เท่ากันและคิดค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ทำให้อัตราได้เสียและส่วนต่างของแต่ละโบรคเกอร์นั้นแตกต่างกัน

ภาพที่ 5 เวลาเปิดปิดตลาด Forex – swap กับ Broker

ความรู้ที่ได้จาก เวลาปิดเปิดของค่าเงินนั้น อาจจะไม่ได้ช่วยให้คุณได้กำไรในการเทรดมากนัก แต่ว่าถ้าหากคุณหาความรู้ต่อไปอาจจะทำให้คุณเห็นช่องว่างบางอย่างในการทำกำไร ตัวอย่างเช่น การที่แต่ละโบรคเกอร์นั้นคิดค่าธรรมเนียม และต้นทุนการถือค่า Swap นั้นแตกต่างกัน ทำให้ค่าธรรมเนียมที่คิดกับโบรคเกอร์นั้นแตกต่างกัน เทรดเดอร์สามารถหาความต่างของค่าธรรมเนียมแล้วอาศัยการ Hedging ในการเทรด เพื่อถือ position เมื่อราคาเคลื่อนไหวก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของกำไรขาดทุน แต่ว่าเราสามารถได้ส่วนต่างจากการ Hedging กันข้ามโบรคเกอร์ เป็นต้น

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


FXCM Broker ดีไหม ?

คะแนนโดย admin

เส้น

FXCM Broker ดีไหม?

วันนี้เป็นบทความ FXCM Broker ซึ่งเป็นโบรคเกอร์ที่อยู่มานานมาก และเป็นโบรคเกอร์ของลูกค้าขนาดใหญ่ เขาไม่ค่อยทำการตลาดสำหรับรายย่อยครับเมื่อก่อนจนกระทั่งเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว  FXCM ได้ลงมาเจาะตลาดกลุ่มล่างอย่างคนไทยบ้างแล้ว เมื่อก่อนสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยจะเปิดบัญชี FXCM เป็นเรื่องยากเพราะว่า การจะเปิดบัญชีได้จะต้องมีเงินขั้นต่ำ 10,000 เหรียญ ผมได้แต่ฝันและคิดว่า เราจะมีบ้างได้ไหมนะ ตรงจุดนี้มันทำให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งต่อมาที่ว่า สำหรับคนที่เข้ามในตลาดแล้วคาดว่าฝากเงิน 1000 USD แล้วจะรวยกลับไปมีเงิน 100,000 USD นั้นเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน การเทรด Forex เป็นเหมือนกับเรื่องของรายใหญ่ เพราะต้องมีเงินมาก ต้องฝากความเชื่อถือไว้กับโบรคเกอร์ และเป็นโบรคเกอร์ที่น่าเชื่อถือสูงมาก วันนี้ก็จับมันมารีวิวซะเลยครับ

ความเป็นมาเบื้องต้น

FXCM ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1999 โดยเดิมทีเสนอบริการเพียง Forex เพียงอย่างเดียว ปัจจุบัน FXMC มีบริการหลากหลาย ซึ่งประกอบด้วย ดัชนี Forex โภคภัณฑ์ คริปโต และ พันธบัตรรัฐบาลให้แก่ลูกค้า แบรนด์ FXCM บริหารจัดการโดย FXCM Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอังกฤษ ใน London นอกจากนี้ยังมีสำนักงานสาขาให้เมืองใหญ่ ๆ เช่น Australia และ South Africa  FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่มีคนรู้จักจำนวนมาก สาเหตุเพราะว่า ขาดทุนจากการที่ค่าเงินสวิสฟังได้ยกเลิกการผูกค่าเงินไว้กับ USD ในปี 2015 หลังจากผ่านช่วงเวลาอันเลวร้านมาได้ FXCM วันนี้ได้ทำธุรกิจเน้นไปที่การให้บริการการเทรดรวมทั้งเทรดเดอร์รายใหม่

นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำไม FXCM ถึงลงมาเจาะกลุ่มตลาดล่าง  ซึ่งปัจจุบัน FXCM ให้บริการการเทรดค่าเงิน ดัชนี ค่าเงินคริปโต และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยข้อมูลเบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

รูปที่ 1 FXCM ดีไหม? – หน้าตา FXCM

ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการของ FXCM มีดังนี้

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.fxcm.com/uk

ลงทะเบียน : AMF  ASIC  BaFin CONSOB FCA  FSB

สำนักงานใหญ่ : London United Kingdom

ฝากขึ้นต่ำ : 50 $

Leverage สูงสุด : 1:30

ช่องทางการฝาก : Credit Card, Neteller, PayPal, Skrill, Western Union, Wire Transfer

ช่องทางการถอน : Neteller, PayPal, Skrill, Wire Transfer

สินค้าที่เทรดได้ : Currencies, Coomodities, Indices

โปรแกรมที่ใช้เทรด : MT4

ความน่าเชื่อถือ

FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง FXCM ได้รับรางวัลโบรคเกอร์ยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน ทำให้ความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์ FXCM นั้นมีค่อนข้างสูง เว็บไซต์ Forexbrokers.com จัดอันดับโบรคเกอร์ยอดเยี่ยม 28 แห่ง โดย FXCM นั้นอยู่อันดับ 9 ขณะที่เว็บไซต์ brokerchooser.com จัดอันดับ FXCM โบรคเกรอ์โดยการให้คะแนน 4.3 คะแนนจาก 5 คะแนน นอกจากนี้ตัวอย่างของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Investopedia นั้นจัดอันดับความน่าเชื่อถือของคะแนนเป็นดาว โดยได้คะแนน 3 จาก 5 ดาว

ภาพที่ 2 FXCM ดีไหม? – รางวัลที่ได้รับ

สาเหตุหนึ่งของความน่าเชื่อถือของ Broker FXCM คือ การบริการสำหรับรายใหญ่ และ ให้ Leverage เพียงแค่ 1:30 ซึ่งถือว่าเป็น Leverage ที่น้อย ขณะที่โบรคเกอร์อื่น ๆ ให้ Leverage สูงถึง 1:2000 ก็มีทำให้ลูกค้าอยู่ในความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง

ข้อดีและข้อเสียของ FXCM

ภาพที่ 3 FXCM ดีไหม – ข้อได้เปรียบเสียเปรียบของ FXCM

ข้อดี

ค่าธรรมเนียมต่ำ – เนื่องจากเป็นโบรคเกอร์ขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าที่เข้าใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ ซึ่งขนาดบัญชีขนาดใหญ่ และมีการส่งเข้าตลาดกลาง ทำให้ราคาที่ได้เป็นราคา Spread แล้วแต่ความผันผวนของตลาด ทำให้ Spread ของการเทรดกับ FXCM นั้นค่อนข้างต่ำ

ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอน – โบรคเกอร์ FXCM ให้บริการโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ทำให้กำไรที่ได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ตามโบรคเกอร์ส่วนใหญ่ปัจจุบันบริการลูกค้าในไทย ทำให้การฝากและถอนไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งตรงนี้แม้อาจจะเป็นค่าธรรมเนียมการถอนที่ไม่มี อาจจะได้ผลสำหรับลูกค้าในต่างประเทศ

มีความน่าเชื่อถือ – ความน่าเชื่อถือสำหรับ FXCM ถือเป็นประเด็นหลักในการดึงดูดลูกค้า เนื่องจากความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของลูกค้า ทำให้ FXCM ถึงได้รับการตอบรับที่ดีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ข้อเสีย

Leverage ต่ำสำหรับรายย่อย – ที่ FXCM ให้บริการ Leverage 1:30 เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับโบรคเกอร์ Forex ทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาด ขณะที่โบรคเกอร์อื่น ๆ ให้ Leverage มากกว่า 1:500 กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้กลุ่มลูกค้ารายย่อยของ FXCM ยังมีน้อย แม้ว่าจะเปิดให้ลูกค้าเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 USD ก็ตาม ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับรายย่อยในประเทศไทยมาก ๆ

ขนาดบัญชีมีขนาดใหญ่ – ขนาดบัญชีมีขนาดใหญ่ เนื่องมาจากการที่ Leverage ที่อนุญาตให้ใช้เท่ากับ 1:30 ทำให้ปริมาณ Margin ในการเปิด Position จะต้องมีขนาดใหญ่ ซึ่งการจะเทรดที่นี่ต้องใช้พอร์ทขนาดใหญ่ระดับมากกว่า 10,000 USD ถึงจะสามารถเทรดได้ ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่เกินไปสำหรับรายย่อยในประเทศไทย เนื่องจากค่าเงินในประเทศไทยมีขนาดเล็กด้วยอีกประการหนึ่ง

โปรแกรมเทรด ที่ใช้

โปรแกรมที่ให้บริการของ FXCM ประกอบด้วย 3 Platform หลัก ๆ ซึ่งมีอะไรที่มากกว่าการเทรดแบบใช้ Meta Trader เท่านั้น ประกอบด้วยดังนี้

ภาพที่ 4 FXCM ดีไหม – Trade Station

Trade Station – Trade Station เป็นโปรแกรมหลักของ FXCM ซึ่งมีบริการ โดยคนที่ไม่มีทักษะในการเทรดก็สามารถใช้โปรแกรมได้ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ค่าคอมมิชชั่นนั้นต่ำมากเพราะมีโปรแกรมของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือประเภท Indicator ที่หลากหมาย มีเครื่องมือในการเทรดเฉพาะ มี ETF ให้เทรด เนื่องจาก Trade Station เป็นโปรแกรมที่เชื่อมกับตลาดโดยตรง ซึ่งรวมหลายตลาดเข้าด้วยกัน ทำให้มันกุมความได้เปรียบและเป็นที่นิยมสำหรับรายใหญ่ ความได้เปรียบในการส่งคำสั่งที่มีค่าคอมมิชชั่นต่ำมาก ๆ การส่งคำสั่งที่รวดเร็วไม่มีปัญหา Requote

 

Meta Trader – โปรแกรม MT4 ถือเป็นโปรแกรมที่โบรคเกอร์ไหนก็มี แม้ว่าจะเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มรายย่อย แต่ว่า MT4 มีข้อจำกัดพอสมควร ข้อดีของ MT4 มี 2 ประการใหญ่ ๆ คือ Indicator นั้นหลากหลายมาก ๆ ทำให้การใช้งานนั้นค่อนข้างยืดหยุ่น ออกแบบกลยุทธ์สามารถทำได้หลากหลาย เนื่องจาก Indicator ที่มีให้ใช้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการพัฒนาทั้ง indicator และ Trading Software ในการเทรด จำนวนมากที่ทำให้เทรดเดอร์รายย่อยเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง

ภาพที่ 5 FXCM ดีไหม – Ninja Trader Platform

NinJa Trader

Ninja Trader Platform เป็นอีก platform ที่ได้รับความนิยม ในปี 2003 ซึ่งให้บริการครอบคลุมการวิเคราะห์ตลาด การวิเคราะห์กราฟ การเทรดแบบบัญชีจริง และการเทรดแบบบัญชีจำลอง การใช้งาน Platform สามารถทำให้คุณทำการ Backtest Software ซึ่งเราอจจะต้องจ่ายเงิน แต่ว่าสามารถใช้บริการผ่านโบรคเกอร์ได้ฟรี  ข้อดีของ Ninja Trader คือ มีเครื่องมือทางเทคนิคจำนวนมาก มีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการบริการตั้งแต่ หุ้น ฟิวเจอร์ Option และCFD

2 รูปแบบหลังของของกราฟเป็นโปรแกรม Third Party ซึ่งเป็นบริการของโบรคเกอร์ที่ไม่ได้เป็น Platform ของโบรคเกอร์เอง ความหลากหลายของ Platform ในการเทรด นี้ทำให้ FXCM สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องมือได้หลายประเภทในการเทรด ซึ่งแต่ละ Platform ก็มีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง

ความเห็นของผู้เขียน

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่า FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่ดี สำหรับคนที่มีเงินมากกว่า 30,000 USD ขึ้นไป เพราะว่าต่อให้มีขนาดบัญชี 10,000 ก็ยังอาจจะยังไม่เพียงพอก็เป็นได้ เนื่องจาก Leverage ที่ให้นั้นมีให้เพียง 1:30 ซึ่งขนาดการยืมเพียง 30 เท่าไม่สามารถทำให้ขนาดการส่งคำสั่งนั้นมีขนาดใหญ่ ข้อดีของมันก็คือ มันใกล้เคียงกับการเทรด Asset และยังยืดหยุ่นทำให้ผู้เทรดนั้นเกิดการล้างพอร์ทยากมาก

นอกจากนี้ขนาดบัญชีขนาดนี้ยังแสดงถึงลูกค้าที่ใช้บริการต้องเป็นรายใหญ่ และมียังสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของลูกค้า ในการรักษาความมั่นคงของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม ขนาดบัญชี 10,000 เหรียญยังเป็นอุปสรรคของเทรดเดอร์รายย่อยอย่างประเทศไทย เพราะว่า ขนาดของเงิน USD และรายได้ของเทรดเดอร์ต่างประเทศในการจะสะสมเงิน 10,000 เหรียญนั้นค่อนข้างทำได้ง่ายกว่า การที่อยู่ในเมืองไทย เพราะ Scale รายได้ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้บริการฝากถอนของโบรคเกอร์ FXCM ถือเป็นข้อจำกัดของ Broker ที่ทำให้การเข้าถึงของเทรดเดอร์รายย่อยทำได้จำกัดนั่นเอง

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น