แฟ้มเก็บเอกสารรายวัน: สิงหาคม 7, 2019


เวลาเปิด ปิดตลาด Forex

คะแนนโดย admin

เส้น

เวลาเปิด ปิดตลาด Forex

ตลาด Forex ถือเป็นตลาดที่ไม่เคยหลับไหล สาเหตุเพราะว่า เราสามารถเทรดในตลาด Forex ได้ตลอด 5 วันต่อหนึ่งสัปดาห์  หลายคนคิดว่าตลาดอาจจะไม่มีเวลาเปิดปิด แต่จริง ๆ แล้วตลาดมีเวลาเปิดปิด เพียงแต่ว่ามันมีเงื่อนไขที่ทำให้เราสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในบทควานี้เราจะกล่าวถึง ข้อมูลเงื่อนไขเกี่ยวกับตลาด Forex ที่เกี่ยวข้องกับการหยุด การปิด และเปิดของตลาด Forex

เวลาเปิด ปิด ตลาด Forex

ตลาด Forex นั้นเป็นตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในโลก ไม่มีตลาดไหนจะสามารถเปรียบเทียบปริมาณการซื้อขายของตลาด Forex ได้ ตลาด Forex นั้นก็เหมือนตลาดหุ้นทั่วไป มีการซื้อขายผ่าน Over the Counter หรือ OTC การลงทุนในตลาด Forex นนั้นมีปริมาณเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน ล้านเหรียญสหรัฐฯ  ซึ่งถ้าหากจะเปรียบเทียบการซื้อขายว่าเยอะขนาดไหนก็ต้องบอกว่า ให้เอาปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้นทั่วโลก ที่มีอยู่ในตอนนี้รวมกัน แล้วจะยังน้อยกว่าปริมาณการซื้อของตลาด Forex อยู่ถึง 33 เท่า โดยตลาดจะเปิดทำการ 5 วัน และวันละ 24 ชั่วโมง ซึ่งอันที่จริงตลาดก็เปิดทำการในเวลาปรกตินั่นแหละ

ภาพที่ 1 เวลาเปิดปิด ตลาด Forex

ซึ่งสาเหตุที่ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเพราะว่า ตลาด Forex นั้นเป็นการเชื่อมกันของตลาดแต่ละมุมโลก โดยตลาดแต่ละแห่งได้แก่ตลาด Australia ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 5:00 – 13:00 เมื่อถึงเวลา 7:00 ของออสเตรเลีย ตลาดญี่ปุ่นก็เปิดทำการ ทำให้การดำเนินการของตลาดต่อเนื่อง ถัดมาอีก 6 ชั่วโมง ซึ่งตลาด Australia ปิดทำการ ตลาดยุโรปก็เปิดต่อมา เมื่อตลาดยุโรปเปิดได้ 1 ชั่วโมง ตลาด London ก็เปิดต่อ หลังจากนั้นก็ตามด้วยตลาดสหรัฐฯ ซึ่งลักษณะการเปิดวนกันอย่างนี้ทำให้มันเป็นตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยการกระจายตัวอยู่ทั่วโลกของตลาด Forex และไม่มีขอบเขตทางด้านพื้นที่มากำหนดนี้ การที่จะเชื่อมตลาดทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ทำให้ปริมาณธุรกรรมของการเทรดนั้นขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นช่วง ๆ เช่น ปริมาณการเทรดในตลาด London ใกล้จะหมด เมื่อตลาด สหรัฐอเมริกาเปิดขึ้น ก็จะทำให้ปริมาณการเทรดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

นอกจากนี้ตลาดที่เราเทรดยังมีตลาดอื่น ๆ อีก เพราะว่าเราไม่ได้เทรดแค่ Forex เรายังเทรด พลังงาน เทรด โลหะ และตลาดอื่น ๆ อีก สำหรับตลาดอื่น ๆ เช่น ตลาด พลังงาน ตลาด ตลาดโลหะ จะมีเวลาแตกต่างกันอีกเช่นกัน แยกจาก Forex  ดังภาพต่อไปนี้

ภาพที่ 2 เวลาเปิดตลาด Forex – ตราสารโลหะ พลังงาน RUB

ซึ่งสำหรับคนที่เทรด Forex จะรู้ดีว่าเราไม่ได้เทรดเฉพาะ Forex เท่านั้น เรายังเทรดตลาดโภคภัณฑ์ ตลาดพลังาน โลหะอื่น ๆ อีกซึ่งตลาดเหล่านั้นมีเวลาปิดเปิดที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามการเทรด CFD นั้นค่อนข้างแตกต่างจาก Forex นักลงทุนต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการเทรดผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Forex พอสมควร

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเวลาปิดเวลาเปิด ต่อไปเป็นข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวลาปิดเวลาเปิดของตลาด Forex ประกอบด้วยกฏ Tom Next หรือ ที่รู้กันคือ Tomorrow Next Rules

Tomorrow Next – Tom Next คืออะไร?

ภาพที่ 3 เวลาปิดเปิดตลาด Forex – Tom Next

Tomorrow next หรือ Tom next คคือ การทำธุรกรรมระยะสั้นของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการที่จะซื้อขายค่าเงินนั้นจะต้องทำการซื้อขายค่าเงินทุกวันที่ตลาดปิดทำการ หรือก็คือจริง ๆ แล้วตลาด Forex ก็มีการปิดทำการนั่นแหละ เพียงแต่ว่าการที่มันเปิดติดต่อกันต่อเนื่องนั้น มันทำให้มันทำงานไปได้ ขณะที่การปิดของมันนั้นทำให้เกิดธุรกรรมซื้อและขายโดยประมาณ 2 วันทำการ ซึ่ง เมื่อครบ 2 วันทำการแล้วคนที่ถือธุรกรรม Forex ต้องทำการส่งสินค้าตัวเอง  หมายความว่ายังไง มันก็คล้ายคลึงกับสินค้า Futures นั่นก็คือ มีการส่งมอบสินค้า ฉะนั้นกฏ ToM Next ใช้สำหรับการส่งมอบเงินสำหรับการซื้อขายค่าเงินสนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้ตลาดเคลื่อนไหวไปอย่างต่อเนื่อง การส่งมอบธุรกรรมจะไม่ได้บังคับให้มีการส่งมอบธุรกรรมจริง

พื้นฐานเรื่อง Tomorrow Next

ในการเทรดค่าเงินส่วนใหญ่นั้น การส่งมอบเงินนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากวันซื้อสินค้า 2 วัน ซึ่งกฏ Tom next เกิดขึ้นเพราะว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความตั้งใจในการส่งมอบเงินจริง ๆ ดังนั้น position ของพวกเขาจึงต้องมีการถือต่อไป ซึ่งสิ่งนั้นเรียกว่า Rolled Over  โดยต้นทุนการทำธุรกรรมที่ว่านั้น เรียกว่า FX Swap และขึ้นอยู่กับค่าเงินที่คนนั้นถืออยู่ ซึ่งจะถูกชาร์จค่าพรีเมียมไว้  เทรดเดอร์และนักลงทุนที่ถือออเดอร์นั้นจะได้ผลตอบแทนเป็น rolled over ก็เกิดขึ้นได้  เช่น ค่าเงิน CADCHF เพราะว่าส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของการถือครอง position ของคู่เงิน

ถ้าค่าเงิน 2 ค่าเงินนั้นมีอัตราส่วนดอกเบี้ยของค่าเงินใกล้เคียงกันก็จะแลกในอัตราที่เท่ากันและไม่มี Swap ธุรกรรมของ Tom Next ที่เกิดขึ้นจะถูกดำเนินการโดยธนาคารใน Interbank market ขึ้นอยู่กับทิศทางของธุรกรรม เทรดเดอร์จะทำการ Buy และ Sell อีกค่าเงินหนึ่ง หรือ Sell และ Buy อีกค่าเงินหนึ่ง ซึ่งก็คือค่าเงินที่พวกเขาต้องการ Roll over มัน ธุรกรรม Tom Next นั้นจะถูกจัดการโดย Forward Trading Desk หรือ Short Term Interest Rate team หรือ STIR

ภาพที่ 4 – เวลาเปิดปิดตลาด Forex – Swap EURUSD

ถ้าหากเทรดเดอร์เลือกที่จะไม่ Roll over โพสิชั่นของตัวเองถูกบังคับให้ส่งมอบสัญญา หรือคือเงินจริง ๆ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้น้อย  หลักการของ rolling position นั้นยิ่งสำคัญ ในตลาดโภคภัณฑ์ เพราะว่าถ้ามันไม่สามารถถูกทำให้เสร็จ เทรดเดอร์จะต้องถูกบีบให้ส่งสินค้าจริง ๆ

ตัวอย่างของกฏ Tom –Next

สมมุติว่า Trader นั้น Long ค่าเงิน EURUSD ซึ่งเทรดอยู่ที่ประมาณ 1.53 USD หรือ 1 Euro สามารถซ้อได้ 1.53 USD ในวันหมดอายุอีก 2 วัน เทรดเดอร์ได้ใช้กฏ Tom Next ในการถือ position ของค่าเงินที่เขาเทรด และสมมุตว่าอัตราดอกเบี้ยของสองค่าเงินเท่ากับ 0.010 และ 0.015 ณ สิ้นวัน หลังจากที่เทรดเดอร์ได้ซื้อและขายหุ้นแล้ว เทรดเดอร์จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 0.010 ราคาของเทรดเดอร์ที่เทรดเดอร์จะได้ต่อมาคือ 1.52 ในวันถัดไป นั่นเอง

อย่างไรก็ตามการใช้งานกฏนี้สำหรับรายใหญ่จะทำการลดต้นทุน Position ในกรณีที่ได้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่สำหรับโบรคเกอร์รายย่อยแล้ว การถือ position จะไม่ถูกนำไปลดต้นทุนแต่จะได้มาให้อยู่ในรูปแบบ Swap บวกเข้ากับกำไรขาดทุนของ position นั้น ๆ ทีหลัง

แล้วทำไมบางครั้งไม่ว่าจะ Sell หรือ Buy เทรดเดอร์ก็เสีย Swap

บางครั้งเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะ Buy หรือว่า Sell คู่เงินใด เทรดเดอร์ก็จะเสียเงินทั้งคู่ กล่าวคือ ถ้าหากเรา Long EURUSD เราอาจจะเสีย Swap เท่ากับ 0.10 USD เราอาจจะคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราเปลี่ยนไป Sell EURUSD แทนเราอาจจะได้ Swap มา อย่างไรก็ตามเมื่อเราทำการ Short EURUSD  ผลปรากฏว่า เราก็เสีย Swap อีก แต่อาจจน้อยกว่าเดิมหน่อยคือ 0.05 ทำไมเป็นแบบนั้นกัน

สาเหตุก็เพราะว่า แต่ละโบรคเกอร์ได้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไป ทำให้ไม่ว่าจะ Long หรือ จะ Short ก็เสียเงินเช่นกัน ท่านสามารถตรวจสอบได้จาก Swap ของแต่ละโบรคเกอร์ที่ปรากฏอยู่ใน internet เพราะว่าแต่ละโบรคเกอร์นั้นให้ Swap ไม่เท่ากันและคิดค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ทำให้อัตราได้เสียและส่วนต่างของแต่ละโบรคเกอร์นั้นแตกต่างกัน

ภาพที่ 5 เวลาเปิดปิดตลาด Forex – swap กับ Broker

ความรู้ที่ได้จาก เวลาปิดเปิดของค่าเงินนั้น อาจจะไม่ได้ช่วยให้คุณได้กำไรในการเทรดมากนัก แต่ว่าถ้าหากคุณหาความรู้ต่อไปอาจจะทำให้คุณเห็นช่องว่างบางอย่างในการทำกำไร ตัวอย่างเช่น การที่แต่ละโบรคเกอร์นั้นคิดค่าธรรมเนียม และต้นทุนการถือค่า Swap นั้นแตกต่างกัน ทำให้ค่าธรรมเนียมที่คิดกับโบรคเกอร์นั้นแตกต่างกัน เทรดเดอร์สามารถหาความต่างของค่าธรรมเนียมแล้วอาศัยการ Hedging ในการเทรด เพื่อถือ position เมื่อราคาเคลื่อนไหวก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของกำไรขาดทุน แต่ว่าเราสามารถได้ส่วนต่างจากการ Hedging กันข้ามโบรคเกอร์ เป็นต้น

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


FXCM Broker ดีไหม ?

คะแนนโดย admin

เส้น

FXCM Broker ดีไหม?

วันนี้เป็นบทความ FXCM Broker ซึ่งเป็นโบรคเกอร์ที่อยู่มานานมาก และเป็นโบรคเกอร์ของลูกค้าขนาดใหญ่ เขาไม่ค่อยทำการตลาดสำหรับรายย่อยครับเมื่อก่อนจนกระทั่งเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว  FXCM ได้ลงมาเจาะตลาดกลุ่มล่างอย่างคนไทยบ้างแล้ว เมื่อก่อนสำหรับเทรดเดอร์รายย่อยจะเปิดบัญชี FXCM เป็นเรื่องยากเพราะว่า การจะเปิดบัญชีได้จะต้องมีเงินขั้นต่ำ 10,000 เหรียญ ผมได้แต่ฝันและคิดว่า เราจะมีบ้างได้ไหมนะ ตรงจุดนี้มันทำให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งต่อมาที่ว่า สำหรับคนที่เข้ามในตลาดแล้วคาดว่าฝากเงิน 1000 USD แล้วจะรวยกลับไปมีเงิน 100,000 USD นั้นเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน การเทรด Forex เป็นเหมือนกับเรื่องของรายใหญ่ เพราะต้องมีเงินมาก ต้องฝากความเชื่อถือไว้กับโบรคเกอร์ และเป็นโบรคเกอร์ที่น่าเชื่อถือสูงมาก วันนี้ก็จับมันมารีวิวซะเลยครับ

ความเป็นมาเบื้องต้น

FXCM ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1999 โดยเดิมทีเสนอบริการเพียง Forex เพียงอย่างเดียว ปัจจุบัน FXMC มีบริการหลากหลาย ซึ่งประกอบด้วย ดัชนี Forex โภคภัณฑ์ คริปโต และ พันธบัตรรัฐบาลให้แก่ลูกค้า แบรนด์ FXCM บริหารจัดการโดย FXCM Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในอังกฤษ ใน London นอกจากนี้ยังมีสำนักงานสาขาให้เมืองใหญ่ ๆ เช่น Australia และ South Africa  FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่มีคนรู้จักจำนวนมาก สาเหตุเพราะว่า ขาดทุนจากการที่ค่าเงินสวิสฟังได้ยกเลิกการผูกค่าเงินไว้กับ USD ในปี 2015 หลังจากผ่านช่วงเวลาอันเลวร้านมาได้ FXCM วันนี้ได้ทำธุรกิจเน้นไปที่การให้บริการการเทรดรวมทั้งเทรดเดอร์รายใหม่

นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำไม FXCM ถึงลงมาเจาะกลุ่มตลาดล่าง  ซึ่งปัจจุบัน FXCM ให้บริการการเทรดค่าเงิน ดัชนี ค่าเงินคริปโต และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยข้อมูลเบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

รูปที่ 1 FXCM ดีไหม? – หน้าตา FXCM

ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการของ FXCM มีดังนี้

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : www.fxcm.com/uk

ลงทะเบียน : AMF  ASIC  BaFin CONSOB FCA  FSB

สำนักงานใหญ่ : London United Kingdom

ฝากขึ้นต่ำ : 50 $

Leverage สูงสุด : 1:30

ช่องทางการฝาก : Credit Card, Neteller, PayPal, Skrill, Western Union, Wire Transfer

ช่องทางการถอน : Neteller, PayPal, Skrill, Wire Transfer

สินค้าที่เทรดได้ : Currencies, Coomodities, Indices

โปรแกรมที่ใช้เทรด : MT4

ความน่าเชื่อถือ

FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง FXCM ได้รับรางวัลโบรคเกอร์ยอดเยี่ยมจากหลายสถาบัน ทำให้ความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์ FXCM นั้นมีค่อนข้างสูง เว็บไซต์ Forexbrokers.com จัดอันดับโบรคเกอร์ยอดเยี่ยม 28 แห่ง โดย FXCM นั้นอยู่อันดับ 9 ขณะที่เว็บไซต์ brokerchooser.com จัดอันดับ FXCM โบรคเกรอ์โดยการให้คะแนน 4.3 คะแนนจาก 5 คะแนน นอกจากนี้ตัวอย่างของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Investopedia นั้นจัดอันดับความน่าเชื่อถือของคะแนนเป็นดาว โดยได้คะแนน 3 จาก 5 ดาว

ภาพที่ 2 FXCM ดีไหม? – รางวัลที่ได้รับ

สาเหตุหนึ่งของความน่าเชื่อถือของ Broker FXCM คือ การบริการสำหรับรายใหญ่ และ ให้ Leverage เพียงแค่ 1:30 ซึ่งถือว่าเป็น Leverage ที่น้อย ขณะที่โบรคเกอร์อื่น ๆ ให้ Leverage สูงถึง 1:2000 ก็มีทำให้ลูกค้าอยู่ในความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง

ข้อดีและข้อเสียของ FXCM

ภาพที่ 3 FXCM ดีไหม – ข้อได้เปรียบเสียเปรียบของ FXCM

ข้อดี

ค่าธรรมเนียมต่ำ – เนื่องจากเป็นโบรคเกอร์ขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าที่เข้าใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ ซึ่งขนาดบัญชีขนาดใหญ่ และมีการส่งเข้าตลาดกลาง ทำให้ราคาที่ได้เป็นราคา Spread แล้วแต่ความผันผวนของตลาด ทำให้ Spread ของการเทรดกับ FXCM นั้นค่อนข้างต่ำ

ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอน – โบรคเกอร์ FXCM ให้บริการโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ทำให้กำไรที่ได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ตามโบรคเกอร์ส่วนใหญ่ปัจจุบันบริการลูกค้าในไทย ทำให้การฝากและถอนไม่มีค่าธรรมเนียม ซึ่งตรงนี้แม้อาจจะเป็นค่าธรรมเนียมการถอนที่ไม่มี อาจจะได้ผลสำหรับลูกค้าในต่างประเทศ

มีความน่าเชื่อถือ – ความน่าเชื่อถือสำหรับ FXCM ถือเป็นประเด็นหลักในการดึงดูดลูกค้า เนื่องจากความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อความมั่นคง ความปลอดภัยของลูกค้า ทำให้ FXCM ถึงได้รับการตอบรับที่ดีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ข้อเสีย

Leverage ต่ำสำหรับรายย่อย – ที่ FXCM ให้บริการ Leverage 1:30 เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับโบรคเกอร์ Forex ทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาด ขณะที่โบรคเกอร์อื่น ๆ ให้ Leverage มากกว่า 1:500 กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้กลุ่มลูกค้ารายย่อยของ FXCM ยังมีน้อย แม้ว่าจะเปิดให้ลูกค้าเปิดบัญชีขั้นต่ำเพียง 50 USD ก็ตาม ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับรายย่อยในประเทศไทยมาก ๆ

ขนาดบัญชีมีขนาดใหญ่ – ขนาดบัญชีมีขนาดใหญ่ เนื่องมาจากการที่ Leverage ที่อนุญาตให้ใช้เท่ากับ 1:30 ทำให้ปริมาณ Margin ในการเปิด Position จะต้องมีขนาดใหญ่ ซึ่งการจะเทรดที่นี่ต้องใช้พอร์ทขนาดใหญ่ระดับมากกว่า 10,000 USD ถึงจะสามารถเทรดได้ ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่เกินไปสำหรับรายย่อยในประเทศไทย เนื่องจากค่าเงินในประเทศไทยมีขนาดเล็กด้วยอีกประการหนึ่ง

โปรแกรมเทรด ที่ใช้

โปรแกรมที่ให้บริการของ FXCM ประกอบด้วย 3 Platform หลัก ๆ ซึ่งมีอะไรที่มากกว่าการเทรดแบบใช้ Meta Trader เท่านั้น ประกอบด้วยดังนี้

ภาพที่ 4 FXCM ดีไหม – Trade Station

Trade Station – Trade Station เป็นโปรแกรมหลักของ FXCM ซึ่งมีบริการ โดยคนที่ไม่มีทักษะในการเทรดก็สามารถใช้โปรแกรมได้ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ทำให้ค่าคอมมิชชั่นนั้นต่ำมากเพราะมีโปรแกรมของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือประเภท Indicator ที่หลากหมาย มีเครื่องมือในการเทรดเฉพาะ มี ETF ให้เทรด เนื่องจาก Trade Station เป็นโปรแกรมที่เชื่อมกับตลาดโดยตรง ซึ่งรวมหลายตลาดเข้าด้วยกัน ทำให้มันกุมความได้เปรียบและเป็นที่นิยมสำหรับรายใหญ่ ความได้เปรียบในการส่งคำสั่งที่มีค่าคอมมิชชั่นต่ำมาก ๆ การส่งคำสั่งที่รวดเร็วไม่มีปัญหา Requote

 

Meta Trader – โปรแกรม MT4 ถือเป็นโปรแกรมที่โบรคเกอร์ไหนก็มี แม้ว่าจะเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มรายย่อย แต่ว่า MT4 มีข้อจำกัดพอสมควร ข้อดีของ MT4 มี 2 ประการใหญ่ ๆ คือ Indicator นั้นหลากหลายมาก ๆ ทำให้การใช้งานนั้นค่อนข้างยืดหยุ่น ออกแบบกลยุทธ์สามารถทำได้หลากหลาย เนื่องจาก Indicator ที่มีให้ใช้นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีชุมชนผู้ใช้ขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการพัฒนาทั้ง indicator และ Trading Software ในการเทรด จำนวนมากที่ทำให้เทรดเดอร์รายย่อยเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้อย่างทั่วถึง

ภาพที่ 5 FXCM ดีไหม – Ninja Trader Platform

NinJa Trader

Ninja Trader Platform เป็นอีก platform ที่ได้รับความนิยม ในปี 2003 ซึ่งให้บริการครอบคลุมการวิเคราะห์ตลาด การวิเคราะห์กราฟ การเทรดแบบบัญชีจริง และการเทรดแบบบัญชีจำลอง การใช้งาน Platform สามารถทำให้คุณทำการ Backtest Software ซึ่งเราอจจะต้องจ่ายเงิน แต่ว่าสามารถใช้บริการผ่านโบรคเกอร์ได้ฟรี  ข้อดีของ Ninja Trader คือ มีเครื่องมือทางเทคนิคจำนวนมาก มีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในการบริการตั้งแต่ หุ้น ฟิวเจอร์ Option และCFD

2 รูปแบบหลังของของกราฟเป็นโปรแกรม Third Party ซึ่งเป็นบริการของโบรคเกอร์ที่ไม่ได้เป็น Platform ของโบรคเกอร์เอง ความหลากหลายของ Platform ในการเทรด นี้ทำให้ FXCM สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องมือได้หลายประเภทในการเทรด ซึ่งแต่ละ Platform ก็มีข้อดีและข้อเสียของตัวเอง

ความเห็นของผู้เขียน

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน เห็นว่า FXCM เป็นโบรคเกอร์ที่ดี สำหรับคนที่มีเงินมากกว่า 30,000 USD ขึ้นไป เพราะว่าต่อให้มีขนาดบัญชี 10,000 ก็ยังอาจจะยังไม่เพียงพอก็เป็นได้ เนื่องจาก Leverage ที่ให้นั้นมีให้เพียง 1:30 ซึ่งขนาดการยืมเพียง 30 เท่าไม่สามารถทำให้ขนาดการส่งคำสั่งนั้นมีขนาดใหญ่ ข้อดีของมันก็คือ มันใกล้เคียงกับการเทรด Asset และยังยืดหยุ่นทำให้ผู้เทรดนั้นเกิดการล้างพอร์ทยากมาก

นอกจากนี้ขนาดบัญชีขนาดนี้ยังแสดงถึงลูกค้าที่ใช้บริการต้องเป็นรายใหญ่ และมียังสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของลูกค้า ในการรักษาความมั่นคงของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม ขนาดบัญชี 10,000 เหรียญยังเป็นอุปสรรคของเทรดเดอร์รายย่อยอย่างประเทศไทย เพราะว่า ขนาดของเงิน USD และรายได้ของเทรดเดอร์ต่างประเทศในการจะสะสมเงิน 10,000 เหรียญนั้นค่อนข้างทำได้ง่ายกว่า การที่อยู่ในเมืองไทย เพราะ Scale รายได้ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้บริการฝากถอนของโบรคเกอร์ FXCM ถือเป็นข้อจำกัดของ Broker ที่ทำให้การเข้าถึงของเทรดเดอร์รายย่อยทำได้จำกัดนั่นเอง

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


ทำไมคนจึงมอง Forex ในด้านลบ

คะแนนโดย admin

เส้น

ทำไมคนจึงมอง Forex ในด้านลบ

ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ผมได้เล่าให้เพื่อนฟังว่า ผมกำลังเทรด Forex อยู่ซึ่งเพื่อนของผมก็เอาไปเล่าให้แฟนของเธอฟังซึ่งเป็นนักการตลาดอีกที โดยแฟนของเพื่อนผมนั้นฝากเตือนมาบอกว่า อยากให้เพื่อเลิกเสีย เพราะว่ามันมีความเสี่ยงสูงมันเป็นการพนัน

ภาพกระทู้ถามใน พันทิป

นั่นเป็นเพราะว่า ทุกคนก็มองว่า Forex เป็นการพนัน เอาจริง ๆ แล้วผมไม่เถียงครับว่ามันเป็นการพนัน แล้วทำไมคนจึงมอง Forex ในด้านลบกันหล่ะ ผมจะมาไขข้อข้องใจกันทีละจุดดังต่อไปนี้

  1. Forex เป็นการพนันจริง ๆ

ก่อนจะบอกว่า Forex เป็นการพนัน ลองมาบอกว่า อะไรเป็นการพนันบ้างดีกว่า การพนันมีลักษณะว่าไม่สามารถชนะได้ในระยะยาว นั่นคือ มีกำไรแห่งความคาดหวังเป็นลบ คือถ้าหากเล่นไปเรื่อย ๆ ก็จะเอาเงินคืนเจ้ามือไป และไม่มีทางชนะอีกเลย ก็มีบางครั้งที่เอาชนะการพนันได้เช่น การซื้อหวยแล้วถูกครั้งเดียวเลิก อย่างนั้นก็พอจะเรียกได้ว่า เอาชนะมันได้ แต่ว่า คนส่วนใหญ่ก็จะไม่เลิกหรอกจริงไหมครับ เพราะว่า เขาย่ามใจและคิดว่าจะได้กำไรอีก สุดท้ายไอ้ที่ได้มาก็จะคืนเจ้ามือไปหมดทีหลัง

แล้วอะไรคือ การพนัน อย่างที่บอก ถ้าหากเราไม่สามารถชนะในระยะยาวได้ หมายความว่า มันคือการพนัน แต่ว่า เนื่องจากการพนันเกี่ยวข้องกับ โอกาสชนะและขนาดรางวัล ซึ่งบางเกมส์ของเกมส์การพนัน มีโอกาสชนะมากกว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าการลงทุนเสียอีก  เกมส์บางเกมส์สามารถควบคุมโอกาสชนะ หรือ ขนาดของรางวัลได้ เช่น Poker ควบคุมโอกาสชนะไม่ได้แต่ ควบคุมจังหวะที่จะไม่เล่นจังหวะที่ไม่ชนะได้ หรือ ขนาดของรางวัลใน Poker ก็สามารถควบคุมได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Poker ไม่ได้เป็นการพนัน

แล้ว Forex หล่ะ ควบคุมอะไรได้บ้าง Forex สามารถควบคุม โอกาสชนะได้ โดยการหาจังหวะชนะได้เช่นเดียวกับ Poker ถ้าหากว่าโอกาสชนะน้อยก็ไม่เทรดเท่านั้นเอง แต่มันจะจริงหรือที่โอกาสชนะน้อยก็ไม่เทรดสำหรับใครบางคน ขณะที่ขนาดของเงินรางวัลเราสามารถควบคุมได้จากการกำหนด Risk Reward ของการลงทุนเท่านั้น

  1. มีแต่คนขาดทุนไม่มีคนกำไร

ปัจจัยที่ทำให้ใครต่อใครคิดว่า Forex เป็นการพนัน และเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง คือการที่มันมีแต่คนขาดทุน ไม่มีคนทำกำไรได้ จึงทำให้ใคร ๆ ก็มองว่าการเทรด Forex เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ไม่มีทางที่จะทำกำไรได้จากการซื้อขายค่าเงิน คนที่ทำกำไรได้จากการลงทุนใน Forex มี 2 ประเภทได้แก่ คือ คนที่หากินจากการที่ชวนคนอื่นเข้ามาเทรดในตลาดแล้วได้กำไรจากคอมมิชชั่น กับคนหากินจากการสอนเทรด Forex อีกทีหนึ่งที่ไม่ได้ทำกำไรได้จาก Forex จริง ๆ ซึ่งเอาจริง ๆ กลุ่มนี้ก็มมีอยู่เยอะเสียด้วย ทำให้การเทรด Forex เป็นเรื่องน่าขยะแขยง

หลายคนที่ผมรู้จักมีวิธีการเข้ามาทำมาหากินกับ Forex ที่แตกต่างกัน บางคนทำการขาย Course ระยะสั้น Course สอนเทรดพื้นฐานสำหรับผู้มาใหม่ แล้วแต่รูปแบบที่จะทำกันขึ้นมา มันมักจะมีคำถามเสมอว่า ถ้าหากว่าที่สอนอยู่นั้นทำกำไรได้จะต้องมาขาย Course อยู่อย่างนั้นทำไม ทำไมไม่เทรดเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองไปเลย ซึ่งประเด็นนี้ทำให้เหล่าอาจารย์ทั้งหลาย อกสั่นขวันแขวนกันไป บางคนสอนเทคนิคการเทรดให้รายย่อยฟรี ๆ สร้างชื่อเสียงขึ้นมาเพื่อที่จะใช้ชื่อเสียงนั้นในการระดมทุนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็ทำให้ Forex เป็นโลกของการหลอกลวงต้มตุ๋นเข้าไปใหญ่

  1. การเทรดเป็นเรื่องยาก

การเทรดเป็นเรื่องยากที่ทำให้ใครต่อใครต่างยี้กับ Forex เอาจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ยากเฉพาะ Forex หรอกครับ การทำอะไรในโลกนี้ย่อมไม่ได้ประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ การทำธุรกิจมีหลายคนที่เริ่มต้นธุรกิจแล้วแต่ไม่ได้ประสบความสำเร็จไปกับธุรกิจ  หลายธุรกิจที่จบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพื่อนผมเปิดร้านขายเสื้อผ้า ตั้งวาดแบบไว้ซะสวยหรูและไม่ได้คิดว่ามันจะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ  ปรากฏว่าทำจริง ๆ แล้วเงินที่ลงทุนกลับไม่พอ กลายเป็นทำร้านตกแต่งร้านครึ่ง ๆ กลาง ๆ ซึ่งหมายความว่า มันจบตั้งแต่ไม่เริ่มร้านเลย เพราะคิดและคาดคะเนผิดนั่นเอง

การเทรดก็เช่นเดียวกัน หลายคนคิดว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย ทำกำไรได้และอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน ปรากฏว่าไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เมื่อพอมาเทรดแล้วมันไม่แตกต่างจากการทำธุรกิจเลย นั่นจึงทำให้การเทรด Forex เป็นเรื่องที่ทุกคนมองมันในด้านลบ

ปัจจัย 3 ข้อดังกล่าวทำให้คนเข้าใจว่าการเทรด เป็นเรื่องไม่ดี ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วสิ่งที่ไม่ดีกลับกลายเป็นตัวคนต่างหาก ซึ่งไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็ไม่ดีเพราะคนไม่มีความสามารถ คนมีความสามารถไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่าจะสำเร็จได้อย่างไร ไม่ใช่ทำไปโดยไม่มีความรู้อะไรเลย

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


สุดยอดคอร์สลงทุน Forex

คะแนนโดย admin

เส้น

สุดยอดคอร์สลงทุน Forex

ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากรวย บางครั้งผู้เขียนก็แปลกใจถึงตรรกะที่ไม่มีเหตุผลเอามาก ๆ แต่ก็ยังถูกหลอกกันอยู่ทุกวัน ในวงการ Forex จะมีข่าวประเภทถูกหลอกอยู่เป็นประจำเสมอ ตัวอย่างเช่น วงการแชร์ลูกโซ่ ที่บอกว่าระดมทุนเพื่อทำการลงทุนใน Forex หรือ หุ่นยนต์เทรดที่สามารถเรียนรู้ ระบบ AI อัจฉริยะในการเทรด เสร็จแล้วจะได้ผลตอบแทนต่อเดือนเป็น 10 หรือ 20 % ต่อเดือน แรก ๆ นั้นก็จะมีหน้าม้าไปชักชวนคนมาลงทุน หลัง ๆ เมื่อมีคนมาลงทุนเป็นจำนวนมากก็จะจ่ายผลตอบแทนที่มหาศาลเพื่อเรียกแขก คนที่ได้ผลตอบแทนจริง ๆ ก็จะไปชักชวนเพื่อนฝูงมาลงทุน และทำการสร้างเครือข่ายดาวน์ไลน์ในการลงทุน สำหรับคนที่ชวนเพื่อนมาก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งการกระทำแบบนี้สามารถเรียกแขกให้เข้ามาในตลาดจำนวนมากได้  หลังจากนั้นก็จะทำการเชิดเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย

แต่ก็แปลกดีที่ทุกยุคทุกสมัยก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเราจะเห็นได้บ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ และเว็บบอร์ดชื่อดังต่าง ๆ

ภาพแสดงกระทู้ในบอร์ดพันทิป

วันนี้บทความจะกล่าวถึงคอร์สสอน Forex ที่ผมบังเอิญไปเจอในบอร์ด Pantip เกี่ยวกับสุดยอดคอร์ส Forex ออนไลน์

เหตุผลง่ายๆ ในการทำกำไร

จริง ๆ แล้วสิ่งที่สามารถคิดได้ง่าย ๆ เกี่ยวกับว่า พวกนี้จะเป็น 18 มงกุฎมาหลอกเอาเงินเราหรือเปล่านั้น ไม่ยากเลย สมมุติว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ประมาณ 8 % ต่อปี แล้วเขาเสนอให้ 10 % ต่อเดือน มีคำถามอย่างนี้ว่า แล้วทำไมธนาคารต่าง ๆ ไม่มาลงทุนกับเขา กองทุนเก็งกำไรข้ามชาติ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ กระทรวงการคลังของประเทศไทย มัวแต่หายหน้าไปไหน ทำไมไม่รีบมาลงทุนกับวงเรานี้ ทำไมรับแต่รายย่อย ซึ่งประเด็นพวกนี้ก็น่าจะตอบได้อยู่ระดับหนึ่งไปแล้ว

อย่างที่ 2 ผลตอบแทนที่ทำได้เยอะขนาดนี้ ทำไมเขานำมาบอกเราและยังระดมทุนจากเราอีก ถ้าวิธีการดีจริง ๆ ทำไมไม่หาทางในการทำกำไรเสียเอง กู้เงินมาก็ได้ ขนาดกู้ธนาคารดอกเบี้ยยัง 8 % ต่อปี กู้มาแล้วก็ทำกำไรให้ได้ 10 % ต่อเดือนแบบที่เขาเสนอเราส่วนต่างดอกเบี้ยน่าจะ 98 % ต่อปีเลย ทำสัก 3 ปีก็รวยเป็นมหาเศรษฐีพันล้านแล้ว ทำไมยังมาระดมทุนจากรายย่อย ๆ อย่างเรา ๆ อีก ข้อนี้มันมีเหตุผลที่น่าสงสัยเป็นอย่างมาก

ในภาพในเว็บบอร์ด พันทิปแสดง คอร์ส สอนลงทุนกำไร 100 % ภายใน 20 วัน มีคำถามอย่างนี้ว่า ถ้าทำได้ ไอ้หมอนี่ธนาคารไม่ตามหาตัวให้ควักหรอ? เพื่อที่จะจ้างมันไปทำกำไรให้  สิ่งที่น่าคิดอย่างหนึ่งคือ ทำไมคุณไม่ไปเทรดให้มันรู้เรื่องรู้ราว มาเปิดคอร์สสอนอยู่ทำไม สิ่งที่น่าคิดอีกอย่างคือ ราคาคอร์ส เพียง 800 บาท มีคำถามดังนี้ ถ้า 800 บาทแล้วสามารถทำให้เรารวยได้ คนทั่วโลกก็คงรวยไปจำนวนมากเช่นกัน เพราะอะไรหน่ะหรือ ก็เพราะว่า เงินแค่ 800 บาทแล้วสามารถทำกำไรได้ 100 % คนที่มีเงิน 800 บาทก็คงต้องหาเงินมาให้หมอนี่สอนเพื่อสามารถทำกำไรชดเชยกลับไปทำกำไรได้ไม่ยากเย็นนัก

เราลองคิดกลับกันดูว่า กว่าเราจะเรียนจบมหาวิทยาลัยใช้เวลากี่ปี ตั้ง 4 ปี ค่าเทอมปีละ สาม ถึง ห้าหมื่น เมื่อเรียนจบมาปั๊บ ยังไม่มีการรับรองว่าเราจะหารายได้ สร้างงาน หรือหางานทำได้หรือเปล่า เรียนจบให้กระดาษเรามาใบหนึ่ง ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเราทำอะไรได้ รู้แค่ว่ามีรูปของสถาบันและไม่รับรองอะไรสักอย่างต่อนายจ้างว่า นายคนนี้ทำอะไรได้ เวลาที่เรียน 4 ปี จบมาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรได้ เงินที่เสียไป ทำไมเราจะไปเรียนมหาวิทยาลัยอีก ในเมือเราสามารถทำกำไรได้จากการเทรดด้วยการเรียนเพียงแค่ 800 บาทเท่านั้น

วิธีคิดที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

วิธีคิดที่ถูกต้องสำหรับการเทรด คือ ถ้าหากว่าคุณเรียนวิศวะ เรียนแพทย์ เรียนพยาบาลแล้วต้องเสียเงินจำนวนมากในการเรียน และยังต้องเสียเวลาอีก ตั้ง 4 ปี จบมาก็ไม่รู้จะได้งานทำหรือเปล่า สิ่งที่ควรคิดคือ Forex ก็เช่นกัน ถ้าเรียน 4 ปี ในมหาวิทยาลัยแล้วได้เป็นแค่ลูกจ้าง การเรียน สัก 10 ปี ของ Forex แล้วได้เป็นเจ้านายตัวเองก็ดูสมเหตุสมผลไม่น้อย แถมยังสามารถหาศึกษาอ่านได้ตามโลกออนไลน์ทั่วไป ประเด็นคือ การเรียนในการเทรด Forex เป็นการเรียนแบบอาศัยประสบการณ์จริง ต้องมีการเข้าใจและทำความเข้าใจต่อการเทรดอย่างจริง ๆ

ฝรั่งมักบอกอยู่เสมอว่า การเรียนที่ดี คือ สอบก่อนแล้วค่อยเรียน นั่นคือ คุณเจอบททดสอบของชีวิตก่อน แล้วคุณร้องว่า อ๋อออ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง นี่เรียกว่า สอบก่อนเรียน คือได้เรียนรู้แล้วนั่นแหละรเรียกว่า เรียน ขณะที่ในโรงเรียน เราเรียนเสร็จแล้วเราเอาไปสอบ สอบเสร็จเราก็ไม่เข้าใจอยู่ดีเพราะว่าเราไม่ได้บทเรียนจากการกระทำแบบนั้น บางครั้งการอ่านหรือท่องไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากเราจะเข้าใจความรู้สึกของมัน ไม่มีนักเทรดคนไหนที่ไม่เคยผ่านการล้างพอร์ทแล้วบอกว่าเข้าใจความรู้สึกดี

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น