แฟ้มเก็บเอกสารรายวัน: สิงหาคม 9, 2019


การใช้งาน Martingale EA

คะแนนโดย admin

เส้น

การใช้งาน Martingale EA

วันนี้ผมนำเสนอ การใช้งาน Martingale EA เบื้องต้น เนื่องจากว่า ความนิยมของการใช้งาน EA นั้นมีสูงมาก ช่วงแรก ๆ คนที่เข้ามาในตลาด Forex ก็เข้าใจผิดคิดว่า EA จะเป็นระบบอัติโนมัติที่สามารถทำกำไรได้ จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เครื่องมือในการส่งคำสั่ง EA ไม่ว่ารูปแบบไหน ๆ ก็จะออกมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เนื่องจากกฏของการเทรดที่เราตั้งขึ้น มันไม่ได้มีความยืดหยุ่นพอในการเทรดหลายสถานการณ์ ดังนั้น EA จึงต้องมีการใช้อย่างเหมาะสมในการเทรดด้วยเช่นกัน การเทรด ของ EA นั้นเราต้องมั่นใจว่ามันสามารถทำกำไรได้ และต้องเข้าใจความสามารถของ EA ในการทำกำไร ลักษณะของเงื่อนไข มือใหม่หลายท่านเข้ามาในตลาด และได้รับแจก EA ใช้ในการเทรดไปและคิดว่า มันจะทำกำไรได้สม่ำเสมอ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกครั้งไปครับ

ในบทความนี้เป็นการใช้งาน EA Martingale ซึ่งเป็น EA ยอดนิยม สาเหตุก็เพราะว่า มันเป็นอีเอ ที่ไม่ขาดทุน เพราะมัน รันตลอดเวลา การที่ไม่ขาดทุนเพราะว่า มันจะเบิ้ลลอทการเทรดไปเรื่อย ๆ เพื่อแก้ทาง แก้ไขความผิดพลาดของการเทรด ทำให้ข้อด้อยของมันคือ คือ ต้องใช้เงินเยอะในการรัน EA ตัวนี้เพราะว่า เราจะต้องเริ่มต้นเทรดด้วย Lot ที่น้อยกว่าเดิมมาก ๆ หลายเท่าตัว นอกจากนี้ EA ยังทำการ เบิ้ลลอท โดยไม่มีกำหนดหยุด Lot ส่งออเดอร์เริ่มต้นจึงต้องมีขนาดเล็กมาก ๆ นั่นเอง การเทรด EA Martingale หลายคนอาจจะใช้เทคนิคที่แตกต่างกัน เนื่องจาก EA martingale ก็ยังแบ่งประเภทได้อีกหลายประเภท เช่น EA Martingale ที่มี Stop loss ก็มี EA Martingale ที่ไม่มี Stop loss แต่สามารถตั้งจุดตัดขาดทุนได้ก็มี ซึ่งเราจะมาว่าด้วยเรื่องของ EA Martingale กันในบทความมนี้ให้หมด

EA Martingale ที่มีชื่อเสียง

เนื่องจาก EA Martingale มีหลายตัว ผมจึงขอยกตัวอย่าง EA Martingale ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเตอร์เนท โดย EA Martingale ที่มีกล่าวถึงมีจำนวนมาก โดยผมของยกตัวอย่างเพียง 1 ตัวอย่างเท่านั้น คือ EA Forex Grid Trader หรือ คนไทยเรียกมันว่า Forex Setka EA ผมเดาว่า น่าจะเป็นคนไทยตั้งชื่อเองว่า Setka หรือแปลว่าตั้งค่านั่นเอง ส่วน ตัวเดิม Code มันชื่อว่า FXGT หรือ Forex Grid Trader ซึ่งก็คือ การเทรดแบบ Grid หรือที่ส่งเทรดแบบระยะยทางเท่ากัน โดยที่เมื่อผิดทางก็จะเบิ้ลลอทเพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อมันเกิดจังหวะกลับตัวก็จะสามารถกลับมาทำกำไรได้ทันทีนั่นเอง

ภาพที่1  แหล่งดาวน์ EA

ตัวอย่าง EA Forex SETKA

อีเอ Forex Setka นั้นเป็น EA ที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงหนึ่ง ตัวมันเป็น เป็น EA ที่ไม่ได้มีการส่งออเดอร์ Forex ที่ซับซ้อน EA Forex Setka นั้น มีหลักการเข้าเทรดง่าย ๆ คือเปิดออเดอร์เลยโดยไม่ต้องพึ่งสัญญาณเทรดจาก Indicator เมื่อเราใส่ EA ลงในกราฟมันก็จะขึ้นการส่งคำสั่งเลยทันที

ภาพที่ 2 การติดตั้ง EA Forex Setka

ด้วยหลักการส่งสัญญาณของ EA แบบนี้หมายความว่า มันสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งคำสั่งได้หลายแบบ เช่น การเปิดออเดอร์เทรดตามเทรนด์ หรือการเปิดออเดอร์เทรดแบบสวนเทรนด็ก็ได้ อย่างไรก็ตามเราก็จะต้องมาพูดถึงหลักการของ EA Martingale ก่อนคร่าว ๆ

หลักการ EA Martingale

หลักการของ EA Martingale เป็น การที่เราไม่ยอมรับผลขาดทุน ขณะที่กำไรเราก็ยอมรับมาด้วยเช่นกัน เพราะว่า เราไม่กล้ายอมรับผลขาดทุน เราจึงส่งออเดอร์ เพิ่มขนาดเข้าไปเพื่อที่จะให้มันย้อนกลับมาและกำไรนิดหน่อยแล้วปิดออเดอร์ทันที ดังนั้นวัตถุประสงค์ของ EA Martingale คือ การแก้ไขความผิดพลาด แต่อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดมันไม่ได้เกิดตลอดเวลา เมื่อความผิดพลาดไม่ได้เกิดตลอเวลา เวลามันถูกเราก็ได้กำไรน้อย เวลามันผิดเราก็เสี่ยงเยอะเพราะเราไม่ยอมเสียเล็กเสียน้อยแต่เรายอมที่จะรักษากำไรก้อนน้อยไว้แทนนั่นเอง แล้วเราจะใช้งานมันยังไง เราไปดูที่วิธีการใช้งาน EA Martingale กันเลยดีกว่า

วิธีใช้งาน

เมื่อเรารู้คุณสมบัติของ EA Martingale ว่ามันทำอะไรได้บ้าง มันใช้เพื่อการป้องกันการเทรดผิดทาง ฉะนั้น เราก็ควรใช้เมื่อมันถูกทางเท่านั้น โดยหลีกเลี่ยงความผิดในการเทรดผิดทาง โดยเราสามารถแบ่งการเทรด ได้เป็น 2 แบบ คือ การเทรดแบบ Trend Following และการเทรด แบบ Overbought และ Oversold

ภาพที่ 3 ตัวอย่างกราฟ

การเทรดแบบ Trend – เราจะทำการเปิด EA Martingale ในช่วงที่กราฟมีเทรนด์เท่านั้น เมื่อเทรนด์เปลี่ยนทิศทาง เราก็ปิดด้านหนึ่ง เช่น ถ้า เส้น MA 5 ต่ำกว่า MA10 เราก็จะเปิด EA Martingale เฉพาะ Sell Only เท่านั้น และเมื่อมันตัดขึ้น เราก็จะเปิดเฉพาะ Long Only เท่านั้นเช่นกัน ซึ่งการเทรดแบบนี้ก็จะเป็นการเทรดแบบตามเทรนด์ และไม่ผิดพลาดช่วงไม่มีเทรนด์ ในช่วงที่ผิดพลาดเรก็ปล่อยให้กลไก Martingale แก้ไขตัวเองไป

การเทรดแบบ OVB-OVS – คือการเทรดโดยให้ Martingale เปิดออเดอร์เมื่ออยู่ใน Zone Overbought และ Oversold เท่านั้น การเทรดแบบนี้ทำให้ EA จะเทรดจุดที่สุดโต่ง ซึ่งเทรดแบบเบิ้ลลอท เราสัณนิษฐานว่า มันจะกลับมา ที่จุดกลับตัว ทำให้มันสามาถรรองรับระยะการวิ่งผิดทางได้นั่นเอง

แค่ 2 เคล็ดลับการใช้งานแค่นี้ก็จะทำให้คุณสามารถได้เครื่องมือในการส่งออเดอร์ขึ้นมาแล้วนั่นเอง อย่างที่ผมบอกไว้ตอนแรก EA มันคือเครื่องมือช่วยในการส่งออเดอร์ อย่าเอามันมาแทนตัวคุณเพราะคุณอาจจะเจอกับหายนะได้เลย

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


การเลือก Forex Broker

คะแนนโดย admin

เส้น

การเลือก Forex Broker

การเลือก Forex Broker สำหรับคนที่ต้องการที่จะเริ่มต้นกับการเทรด Forex มีปัจจัยอะไรบ้างที่สำคัญและควรพิจารณา โดยบทความนี้จะกล่าวเป็นข้อ ๆ เรียงลำดับความสำคัญและข้อมูลที่สำคัญควรจะพิจารณาก่อน ซึ่งเนื่องจาก Forex โบรคเกอร์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ มีเยอะยิ่งกว่าดอกเห็ด ออกมาเต็มไปหมด บางแห่งตั้งสำนักงานในประเทศไทย บางแห่งไม่ได้ตั้งสำนักงานแต่มีตัวแทนอยู่ในประเทศไทย ความนิยมของการเทรด Forex มาจากคนที่ต้องการรวยทางลัด แต่ว่าไม่รู้เลยว่า Forex นั้นมีความเสี่ยงแบบไหน จะสามารถสร้างผลตอบแทนทางการเงินอย่างที่คาดไว้ได้หรือไม่

ภาพที่ 1 การเลือก Forex Broker – โบรคเกอร์ที่มีในตลาด

การเริ่มต้นที่ถูกต้อง การเลือก โบรคเกอร์ที่ถูกต้องจึงมีบทบาทสำคัญมากในการเทรด และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเปลี่ยนมาบ่อย หรือบางครั้งโบรคเกอร์มีปัญหาก็จะสามารถทำให้แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยที่เราจะใช้ในการเลือกโบรคเกอร์เรียงลำดับตามความสำคัญของโบรคเกอร์มีดังต่อไปนี้

  1. ความน่าเชื่อถือ

ความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์จะช่วยเรื่องความมั่นใจในการฝากเงิน ความมั่นใจในการที่โบรคเกอร์จะไม่ปิดบริษัทแล้วเชิดเงินเราหนีไป หลาย ๆ แห่งอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ หลายคนอาจจะไม่เคยคิดว่า ถ้าหากว่าเทรดเดอร์เสียชีวิตแล้วเงินที่ฝากอยู่ในนั้นจะหายไปไหน นั่นเป็นเรื่องสำคัญ การเลือกโบรคเกอร์ต้องหาความน่าเชื่อถือของโบรคเกอร์ให้มาก แล้วเราจะดูได้อย่างไร สิ่งแรกเลย คือการดู Review โบรคเกอร์ ซึ่งเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ คอยให้บริการ รีวิวโบรคเกอร์ ทั้งเว็บไทยและเว็บฝรั่ง แต่นั่นอย่างเดียวอาจจะยังไม่พอ การ Review โบรคเกอร์ส่วนใหญ่จะเป็นการ reviews เพราะว่า คนเหล่านั้นกำลังเชียร์โบรคเกอร์ให้สมัครต่อดาวน์ไลน์เนื่องจากได้คอมมิชชั่นจากการเชียร์นั้น ดังนั้น การอ่านรีวิว ก็ต้องดูทั้งกระแสตอบรับจากผู้ใช้ โดยอาจจะทำการถามจาก Google ถึงว่า โบรคเกอร์นี้ดีหรือไม่ ไปหาข้อมูลจากคนที่เคยใช้จริง

ภาพที่ 2 การเลือกโบรคเกอร์ – โบรคเกอร์ไหนดี

ภาพตัวอย่างเป็น ตัวอย่าง keywords ในการหาดูว่าผลตอบรับของผู้ใช้คนไทยเกี่ยวกับการใช้บริการ Forex โบรคเกอร์ของประเทศไทย เป็นอย่างไรและคนไทยให้ความสนใจกับโบรคเกอร์ที่ไหนบ้าง ซึ่งการอ่านข้อมูลแบบนี้ไม่มีข้อมูลจากการให้คะแนนโบรคเกอร์ Forex ที่ได้ให้ค่าคอมมิชชั่นคนรีวิวมาปนแน่

ภาพที่ 3 การเลือก Forex Broker – การลงทะเบียนโบรคเกอร์

อีกส่วนหนึ่งของเรื่องความน่าเชื่อถือ ของโบรคเกอร์ Forex เราสามารถดูได้จากหน่วยงานที่ให้การกำกับดูแลโบรคเกอร์เพราะว่า โบรคเกอร์ที่ดีควรจะมีการลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เขาได้ลงทะเบียนจัดตั้งธุรกิจไว้ แม้ว่าจะไม่ได้ลงทะเบียนในไทยและไม่ได้มีผลในกฏหมายไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้อนุญาตให้บุคคลธรรมดาซื้อขายค่าเงิน แต่ต่างประเทศก็เพิ่มความน่าเชื่อถือ แม้ว่าจะไม่สามารถประกันเงินที่เราลงทุนไว้ได้ก็ตาม การดูหน่วยงานเราก็สามารถหาข้อมูลได้จากเว็บของโบรคเกอร์ทั่วไป หรือเว็บที่ให้การรีวิวโบรคเกอร์ก็ได้เช่นกัน

  1. ผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ

อีกปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกโบรคเกอร์ คือ การที่คุณจะเลือกโบรคเกอร์ คุณต้องรู้แล้วว่าคุณจะเทรดอะไร เช่น การเทรดค่าเงิน เทรดหุ้น เทรดทองคำ บางโบรคเกอร์มีผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจำกัด การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้เทรดได้หลากหลายแม้อาจจะดีก็จริง แต่ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ บางโบรคเกอร์มีผลิตภัณฑ์ในการให้บริการน้อยมาก เพียงแต่ว่า ตรงเป้าหมายมากกว่า เช่น มี CFD ของหุ้นไทย เป็นต้น ซึ่งโบรคเกอร์ส่วนใหญ่จะไม่มีบริการแบบนั้น

นอกจากประเด็นเรื่องของความเฉพาะของบริการแล้ว สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คือ ความหลากหลาย แม้ว่าหลายคนจะมีกลยุทธ์ในการเทรดไม่มาก แต่บ่อยครั้งที่โอกาสของการลงทุนนั้นมาแบบไม่ได้ตั้งตัวและเรามองเห็นโอกาสนั้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากที่ผลิตภัณฑ์ของโบรคเกอร์ที่นำเสนอเราจะต้องมีความหลากหลาย ตัวอย่างเช่น การเห็นโอกาสในการ Short Cryptocurrency ซึ่งการ Short Crypto Currency นั้นไม่สามารถทำกำไรได้จากขาลง จากการเทรดในโบรคเกอร์ Cryptocurrency ปรกติ การกระทำดังกล่าวก็สามารถกระทำผ่านโบรคเกอร์ของการเทดรค่าเงิน โดยโบรคเกอร์เทรดค่าเงินบางโบรคนั้นให้บริการการเทรด CFD ของ Crypto Currency ซึ่งผมสามารถยกตัวอย่างโบรคเกอร์ที่มีชื่อเสียงและให้บริการการเทรด Crypto Currency ไว้หนึ่งตัวอย่างได้แก่ โบรคเกอร์ Etoro ดังนี้

ภาพที่ 4 การเลือกโบรคเกอร์ – Cryptocurrency

ข้อดีของการเทรด Crypto ที่ etoro คือมีจำนวน Crypto ให้เทรดมาก อันนี้ผมหมายถึงเฉพาะ CFD นะครับ ที่นี่อนุญาตให้ใช้ Leverage 1:2 ซึ่งเราสามารถใช้มันเป็น Derivative ในการเทรด เพิ่มความได้เปรียบได้ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายโบรคเกอร์ที่ให้บริการการเทรด Crypto currency แบบนี้ โดยที่มี Cryptocurrency จำนวนไม่มากนัก แต่ถ้าหากเทรดเดอร์ไม่ได้เทรดสกุลเงินพิศดาร ก็จะมีสกุลหลัก ๆ เช่น Bitcoin ให้เทรดอยู่แล้ว ซึ่งที่อื่นจะให้ Leverage เยอะกว่านี้ บางที่อาจจะให้ Leverage สูงถึง 1:20 หรือ 1:10 เท่า ซึ่งเพิ่มความได้เปรียบในการเทรดมากกว่า นอกจากนี้บางโบรคเกอร์ยังให้บริการฝากถอนเป็น Crypto currency อีกด้วย

  1. ต้นทุนการให้บริการ

ปัจจัยที่ 3 ที่มีความสำคัญในการเลือกค่าเงิน เป็นปัจจัยที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ก็อยู่ท้าย ๆ ถ้าเพราะว่าถ้า 2 ข้อแรกไม่ผ่านก็ไม่สามารถกำหนดอะไรได้ ดังนั้น การดูต้นทุนบริการนี้จะต้องดูต้นทุนด้านไหนบ้างเรามาดูกัน

ต้นทุนค่าคอมมิชชั่น – ต้นทุนค่าคอมมิชชั่นในการเทรดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเทรดเดอร์รายย่อยจะไม่เจอเพราะว่า การเปิดบัญชีจะมีแบบที่ให้เราเลือกว่าจะมี commission หรือไม่ เพราะว่า ต้นทุนค่าคอมมิชชั่นนั้น ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับประเภทบัญชี ECN ซึ่งมีการส่งออเดอร์เข้าไปในตลาด การส่งออเดอร์เข้าไปในตลาดทำให้เราได้ราคาที่ได้จากตลาด แต่ว่า Broker ไม่ได้ส่วนต่างจากตรงนั้นจึงมีการคิดค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งSpread จะต่ำและสะท้อนความเป็นจริงในตลาดมากกว่า แต่ก็มีค่าคอมมมิชชั่น เราต้องทำการเปรียบเทียบค่าคอมมิชชั่นในตลาดว่าแต่ละที่แตกต่างกันเท่าไหร่ โบรคเกอร์ที่ไหนที่คิดค่าคอมมิชชั่นน้อย

ต้นทุนค่า Spread – ต้นทุนค่า Spread เป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะว่า ต้นทุน Spread จะกำหนดกลยุทธ์ของการเทรดของเรา การเทรด Scalping จะต้องใช้โบรคเกอร์ที่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นน้อย เพราะว่า ถ้าหากมี Spread กว้าง การปิดออเดอร์ของการเทรดระยะสั้นมาก ๆ จะทำให้ยาก เพื่อให้กลยุทธ์ของเรามีความหลากหลายยิ่งขึ้น การคิดต้นทุน Spread จึงมีความสำคัญในการเทรด

ภาพที่ 5 การเลือก Forex Broker – เปรียบเทียบ Spread

โดยการเลือก Spread เราสามารถใช้เครื่องมือของโบรคเกอร์ที่ให้บริการการเปรียบเทียบ Spread โดยเราสามารถเลือกดูได้หลาย ๆ แห่งทำให้การเลือกโบรคเกอร์สามารถทำได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

ต้นทุนค่า Swap – ตัวสุดท้ายสำหรับการเลือกต้นทุน คือ Swap ซึ่ง Swap เป็นอีกปัจจัย บางคนถือค่าเงินแล้วต้องเสีย Swap มากกว่า อีก โบรคเกอร์หนึ่งซึ่งตัวนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับการเปรียบเทียบ Spread เรามีเครื่องมือที่สามารถเปรียบเทียบ Swap ของแต่ละโบรคเกอร์ในรายค่าเงินได้เลย และสามารถใชก้ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ต้นทุน 3 อย่างนี้ต้องได้รับการเปรียบเทียบและควรให้ความสำคัญในการเทรด เพื่อเลือกโบรคเกอร์ที่เราจะเทรดและฝากความวางใจในการเก็บเงินและบริหารจัดการเงินของเรา

  1. บริการเสริมและการช่วยเหลือ

ข้อสุดท้าย เป็นบริการเสริมที่ต้องมี นั่นคือ การตอบ Chat แบบ 24 ชั่วโมง โดยมากการมีสำนักงานใหญ่ในไทยอาจจะไม่ได้มีผลเท่าไหร่แต่ว่าถ้าหากคนไทยส่วนใหญ่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ นั่นเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหาพอร์ทลงทุน การดูแลลูกค้าส่วนนี้จึงมีความสำคัญ Forex Broker ที่มีเอเจนซี่สามารถโต้ตอบภาษาไทยได้ย่อมสามารถแก้ปัญหาของคนไทยได้ตรงจุด มีความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น