บทความยอดนิยม Thaibrokerforex

บทความที่ผ่านการคัดสรรจากทีมงาน Thaibrokerforex ที่ทรงคุณค่าแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง


ข้อมูล ประเภทโบรกเกอร์ Forex (แบบชัวร์ๆ ไม่มั่วนิ่ม)

คะแนนโดย admin

เส้น

 

เทรดเดอร์หลายคนอาจสงสัยว่า บางทีแต่ละโบรกเกอร์มีการให้บริการที่แตกต่างกัน ในเรื่องที่ว่า “บางโบรก Spread แคบ แต่เก็บค่าคอม , บางโบรก Spread กว้าง แต่ไม่เก็บค่าคอม หรือ บางโบรกมี Re-quote และ บางโบรกไม่มี Re-quote” … คำถามคือ ทำไมแต่ละโบรกไม่ทำให้เหมือนกันไปเลย ?? … ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมีที่มา … โดยหลักๆเลย ความแตกต่างนี้มันมีจาก … ประเภทการบริการของโบรกเกอร์นั้นแตกต่างกัน … มาดูกันว่าทำไม

 

ประเภทโบรกเกอร์ Forex มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของโบรกเกอร์ Forex หลักๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. Dealing Desks (DD)
  2. No Dealing Desks (NDD)

 

Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อนึงว่า Market Makers

 

ส่วน No Dealing Desks (NDD) สามารถแบ่งประเภทย่อยออกมาได้อีก คือ

  • Straight Through Processing (STP) และ
  • Electronic Communication Network + Straight Through Processing (ECN+STP)

มาดูประเภทแรกกันก่อน Dealing Desks (DD)

โบรกเกอร์ Forex ที่ให้บริการในรูปแบบ ของ Dealing Desks (DD) หรือที่เรียกกันว่า Market makers … จะเป็นลักษณะโบรกเกอร์ที่ไม่ได้นำออเดอร์ของลูกค้าเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง โดยทางโบรกจะหาวิธีการต่างๆ เพื่อจับคู่สถานะตรงกันข้ามกับลูกค้า เช่น

  • จับคู่ออเดอร์ของลูกค้าด้วยกันเอง เช่น ลูกค้าคนนึง Long ก็หาลูกค้าอีกคนนึงที่ Short มาจับคู่กัน เป็นต้น
  • ถ้าโบรกเกอรไม่สามารถจับคู่สถานะของลูกค้ากันเองได้ ก็จะไปเทรดสถานะตรงข้ามกับลูกค้าในตลาดจริง หรือกับโบรกเกอร์อื่น เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • หรือว่า … รับออเดอร์ของลูกค้านั้นตรงๆ เลย ไม่ได้ไปเปิดสถานะตรงข้ามแต่อย่างใด

 

โดยจากตัวอย่าง 2 อันแรกข้างต้น โบรกเกอร์จะได้กำไรจากส่วนต่างของ Spread บนค่าเงินต่างๆที่เราเทรด … แต่อันหลังสุด มันประมาณว่า โบรกเกอร์พนันว่าคนที่มาเทรดสุดท้ายจะแพ้เองในที่สุด (คล้ายๆกับคาสิโนที่รับพนันกับผู้เล่นนั่นเอง)

 

ซึ่งถ้าพูดให้ลึกเข้าไปอีก … โดยส่วนมากวงการโบรกเกอร์ Forex มักจะทำกันอย่างงี้

เค้าจะแบ่งกลุ่มลูกค้าเป็น 2 ประเภท

คือ

  1. กลุ่มลูกค้าที่สามารถทำกำไรได้จริง
  2. กลุ่มลูกค้าที่ม่สามารถทำกำไรได้

ส่วนมากโบรกเกอร์จะรับออเดอร์ของกลุ่มลูกค้าที่ “ไม่สามารถทำกำไรได้” ตรงๆเลย เพราะเค้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วกลุ่มลูกค้าพวกนี้ยังไงก็จะเจ๊ง จะสูญเสียเงินจากการเทรดทั้งหมด .. และโบรกเกอร์ก็จะได้กำไรเต็มๆ ในส่วนนี้

แต่…

ถ้าโบรกเกอร์เจอกลุ่มลูกค้าที่ “สามารถทำกำไรได้จริง” โบรกเกอร์จะพยายามจับคู่ออเดอร์ตรงกันข้ามให้ หรือว่าถ้าหาไม่ได้ ก็ไปเปิดสถานะตรงกันข้ามในตลาดจริงแทน เพื่อป้องกันความเสี่ยง และกินแค่ค่า Spread แทน

แต่อย่างไรก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการบริหารความเสี่ยงของทางตัวโบรกเกอร์เองว่าจะใช้วิธีใด ซึ่งอันนี้เราต้องไปเช็คดูว่า โบรกเกอร์ที่เราใช้อยู่เค้าใช้ลักษณะใดในการบริหารธุรกิจ

 

ถัดมา … อีกประเภทนึง คือ No Dealing Desks (NDD)

 

ง่ายๆ เลยคือ ประเภทโบรกเกอร์ที่ “ไม่ใช่” พวก Dealing Desks นั่นเอง

 

โดยโบรกเกอร์ประเภทนี้จะนำคำสั่งของลูกค้ายิงเข้าสู่ตลาดจริงโดยตรง (ไม่มีการรับออเดอร์ลูกค้าแต่อย่างใด) เป็นเพียงตัวกลางที่จะคอยนำคำสั่งของลูกค้าไปสู่ตลาดจริงหรือที่เรียกกันว่า Interbank market* ซึ่งในนั้นจะมีผู้เล่นจริงๆ ทั้งธนาคาร , กองทุน , โบรกเกอร์ , Hedge fund , ลูกค้าจากที่ต่างๆ ที่เทรดค่าเงินจริงๆกันอยู่แล้ว ซึ่งตลาดนี้เองที่เป็นแหล่งอ้างอิงในการกำหนดมูลค่าของค่าเงินต่างๆที่โชว์ให้เราเห็นตามที่ต่างๆ ทั่วโลก

 

โดยโบรกเกอร์ประเภท No Dealing Desk นี้จะทำกำไรจากการเก็บค่าคอม (Commission) จากการเทรด หรือบวกเพิ่มส่วนต่างนิดหน่อยจาก Spread

 

แต่ในส่วน No Dealing Desks (NDD) ยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก

คือ STP และ STP+ECN

 

STP คือ

STP ย่อจากมา Straight Through Processing system

 

โบรกเกอร์ Forex ที่ใช้ระบบ STP ในการจับคู่คำสั่งให้กับลูกค้า จะนำคำสั่งลูกค้ายิงตรงเข้าสู่ตลาดจริง (interbank market) โดยในตลาดจริงเราสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดออเดอร์กับธนาคารไหน (จริงๆต้องใช้คำว่า “ผู้ให้บริการสภาพคล่อง” หรือ “liquidity provider” เพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย ขอใช้คำว่าธนาคารแทนแล้วกันนะครับ) ซึ่งแต่ละธนาคารก็มีราคา bid กับ ask ที่แตกต่างกันออกไป เช่น

โดยทางระบบ STP จะจัดเรียง Bid กับ Ask ที่ดีที่สุดให้กับทางโบรกเกอร์ จากตัวอย่างข้างต้นนี้ Bid ที่ดีที่สุดคือ 1.4000 (เวลาขาย หรือ Short ก็ต้องการราคาสูงที่สุดใช่ไหมละครับ) ส่วน Ask ที่ดีที่สุดคือ 1.4001 (เวลาซื้อ หรือ Long ก็ต้องการราคาที่ต่ำที่สุด)

ดังนั้น Bid/Ask ที่ดีที่สุดคือ 1.4000/1.4001

… และคำถามถัดมาคือ โบรกเกอร์เค้าจะเอา Bid/Ask ตัวนี้มาให้เราเทรดกันใช่ไหม ??

คำตอบคือ ไม่ครับ!

เพราะถ้าโบรกเกอร์เค้าเอา Bid/Ask ดังกล่าวมา เค้าก็จะไม่ได้กำไรอะไรเลย

โดยปกติเค้าจะเพิ่ม Bid/Ask เข้าไปฝั่งละ 1 pip (Bid ลด 1 pip , Ask เพิ่ม 1 pip) เพื่อกินกำไรส่วนต่างนี้

… ดังนั้นโบรกเกอร์จะแสดงค่า Bid/Ask อยู่ที่ 1.3999/1.4002 ในโปรแกรมเทรด

จากตัวอย่างเดิม สมมติ ลูกค้าที่เป็นเทรดเดอร์สั่งเปิด Long EUR/USD จำนวน 1 lot (Standard : 100,000 units) ก็ต้องซื้อฝั่ง Ask ใช่ไหมละครับ ก็คือ 1.4002

เมื่อลูกค้าซื้อ EUR/USD ที่ 1.4002 ทางโบรกเกอร์จะยิงคำสั่งตรงไปยังธนาคารที่มีแสดงค่า Ask ต่ำที่สุด ณ ตอนนั้น จากตัวอย่างนี้คือธนาคาร A กับ B ณ ที่ระดับ 1.4001 (ในกรณีนี้ทางโบรกเกอร์จะเลือกธนาคารไหนก็ได้ เพราะ Ask ดีที่สุดเท่ากัน)

… ซึ่งจะเห็นได้ว่าโบรกเกอร์จะกำไร 1 pip จากการสั่งคำสั่งของเทรดเดอร์ในครั้งนี้

 

*ทั้งนี้ STP ก็อาจมีการ Re-quote เกิดขึ้นได้ (พวกประเภทบัญชีที่เป็น Instant Execution) ซึ่งถ้าโบรกเกอร์จับคู่คำสั่งไม่ทันกับทาง “ผู้ให้บริการสภาพคล่อง” หรือ “liquidity provider” … ซึ่งปกติเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับพวก Dealing Desk

 

โบรกเกอร์ส่วนมากมักจะแบ่งประเภทบัญชีตามการสั่งคำสั่งออเดอร์เป็น 2 แบบ คือ

 

  1. Instant Execution

หมายถึงออเดอร์จะถูกดำเนินการตามราคาที่ลูกค้าส่งคำสั่ง โดยหากราคาตรงกับราคาตลาดในปัจจุบันออเดอร์นั้นก็จะเปิดทันที  แต่หากว่าราคาที่ลูกค้าขอเปิดคำสั่งซื้อนั้น ไม่ตรงกับราคาตลาดในปัจจุบัน ลูกค้าจะได้รับ Requote

 

  1. Market Execution

หมายถึงออเดอร์จะถูกดำเนินการที่ราคาที่มีในตลาด ซึ่งลูกค้าจะไม่ได้รับ Requote ทั้งนี้ราคาอาจไม่ตรงตามที่ลูกค้าต้องการดังนั้นจึงอาจเกิด Slippage ซึ่งหมายถึงความต่างของราคาที่ลูกค้าส่งและราคาที่ถูกดำเนินการ

ที่มา : Exness

 

Tip : ในการเลือกโบรกเกอร์ที่เป็น STP มี 3 สิ่งที่ต้องดูคือ

 

  1. จำนวน Liquidity providers ที่โบรกเกอร์มีอยู่ในมือ

            ยิ่งมีมากยิ่งดี ก็เพราะว่าทางโบรกจะได้เลือกค่า Bid/Ask ที่ดีที่สุดมาได้ และสุดท้ายทำให้ Spread แคบลง ซึ่งเป็นผลดีต่อลูกค้า

            … เลือก Broker ที่มี Liquidity providers อยู่ในมือมากๆ

 

  1. ประเภทของ Spread (Fixed หรือ Variable)

            ปกติโบรก STP ที่มีประเภท Spread เป็นลักษณะ Variable จะเทียบเท่ากับประเภท ECN เลย (ต่างกันแค่ STP ยิงคำสั่งต่อให้ Liquidity providers แต่ ECN ยิ่งคำสั่งเข้าตลาดตรงๆ) โดย Spread จะถูกเปลี่ยนแปลงตาม Bid/Ask ของทาง Liquidity providers และอาจมีบวกเพิ่มนิดหน่อย เพื่อให้โบรกเกอร์ได้กำไร

            ส่วนโบรกที่ Spread เป็น Fixed คือจะล๊อคค่า Spread ให้คงที่ ไม่ได้ปรับตามกับ ทาง Liquidity providers ซึ่งปกติการ Fixed ค่า Spread นั้น มักจะมี Spread ที่กว้างกว่าพวก Variable

(โบรกเกอร์จะแปลงความผันผวนของ Bid/Ask ที่มาจาก Liquidity providers ให้มาอยู่ในรูปแบบคงที่ หรือ Fixed ซึ่งการทำอย่างนี้โบรกเกอร์ก็ต้องบวกค่าความเสี่ยงในการผันผวนของ Bid/Ask ที่ได้รับมาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้แบบ Fixed ส่วนมากค่า Spread จะห่างกว่า แบบ Variable)

            … เลือกประเภท Spread ที่เป็นลักษณะ Variable ส่วนมากจะดีกว่า

           

  1. การดำเนินคำสั่งของออเดอร์ (instant หรือ market execution)

            ประเภทที่เป็นลักษณะ Market execution หรือที่เรียกันว่า DMA (Direct Market Access) STP จะเป็นการยิงออเดอร์ของลูกค้าตรงไปที่ LPs (Liquidity providers) โดยจะดำเนินการหาราคาที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า (บวกเพิ่ม Spread นิดหน่อยเพื่อเป็นกำไรให้กับตัวโบรกเกอร์เอง) … ซึ่งลักษณะนี้จะไม่เกิดการ Requote เกิดขึ้น แต่อาจมี Slippage บ้างเล็กน้อยกรณีช่วงตลาดผันผวน

            แต่ในส่วนของ Instant execution จะเป็นลักษณะที่ว่า โบรกเปิดสถานะตรงกันข้ามกับลูกค้า คือ โบรกเกอร์รับคำสั่งจากลูกค้ามาก่อน แล้วค่อยไปเปิดสถานะตรงข้ามกับ LPs (Liquidity providers) เพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกิดการ Lag อยู่นิดหน่อย (ระยะเวลาการส่งคำสั่งมากกว่า Market execution) และวิธีนี้สามารถเกิดการ Requote เกิดขึ้นได้ หากเกิดกรณีที่ว่าโบรกเกอร์รับออเดอร์จากลูกค้ามา แล้วไม่สามารถจับคู่กับ LPs (Liquidity providers) ได้ ซึ่งการที่โบรกเกอร์จับคู่ไม่ได้นั้นมาจากการที่โบรกเกอร์ไม่สามารถหาส่วนต่างระหว่าง ออเดอร์ของลูกค้า กับทาง LPs (Liquidity providers) ได้นั่นเอง

            ข้อเสียของการ Requote ในส่วนมากมักกระทบกับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Scalping ในการเทรดหรือรัน EA ที่เทรดสั้นๆ ในช่วงที่ราคาเป็นลักษณะ Spike หรือไส้ยาวๆ เป็นช่วงที่ราคาผันผวนเร็วๆ โดยจะกินกำไรไม่กี่ pips ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งถ้าใครไป Backtesing กลยุทธ์อาจจะกำไรจริง แต่พอมารันในตลาดจริง ถ้าโดน Re-quote จากทางโบรกเกอร์ ก็จะเสียโอกาสในการทำกำไรช่วงจังหวะดังกล่าว

            … เลือกแบบ Market execution ส่วนมากจะดีกว่า เหมาะกับการเทรดทุกกลยุทธ์

 

แล้ว ECN คือ ?

 

จะคล้ายๆ กับ DMA (Direct Market Access) STP แต่ ECN จะมีความแตกต่างคือ DMA STP โบรกเกอร์จะยิงออเดอร์ของลูกค้าไปยังพวก LPs (Liquidity providers) ที่โบรกเกอร์มีอยู่ แต่บนระบบ ECN ลูกค้าสามารถยิงออเดอร์ตัวเองไปยังผู้เล่นคนอื่นในตลาดจริงๆเลย

 

โดยบนระบบ ECN มีผู้เล่นทั้ง ธนาคาร, กองทุน, Hedge fund, รายใหญ่, รายย่อย รวมถึงโบรกเกอร์ต่างๆ ที่เทรดกันอยู่บนระบบนี้ ซึ่งการเทรดบนระบบนี้เทรดเดอร์จะได้ค่า Spread ที่ดีมากๆ ได้ Bid ที่ดีที่สุด ได้ Ask ที่ดีที่สุด เพราะมันเป็นตลาดจริงๆที่เทรดกันอยู่

 

คำถามสำคัญคือ แล้วโบรกจะได้กำไรจากไหน ??

กำไรที่โบรกจะได้ก็คือ การเก็บค่าคอมแทนนั่นเองครับ (Commission)

 

ที่สำคัญสุดของ ECN คือ ไม่มีการ Re-quote ครับ

 

—–

 

*รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Interbank market

http://www.forexthai.in.th/interbank-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

 

—–

 

คำถามสำคัญที่สุดคือ “แล้วเราควรเลือกโบรกเกอร์ประเภทไหน ??”

 

ต้องบอกก่อนว่า แต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียของตัวมันเอง ไม่ได้มีดีที่สุด … มันจะขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของเทรดเดอร์มากกว่า

 

บางโบรกที่มี Spread แคบ แต่มีค่าคอมในการเทรด ก็จะเหมาะสมเทรดเดอร์ที่เทรดลักษณะเล่นสั้นๆ (พวก Day trade , Scalping เป็นต้น) ส่วนบางโบรกมี Spread ที่กว้างหน่อย แต่ไม่มีการเก็บค่าคอม ก็อาจจะเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เทรดระยะยาวขึ้นมาหน่อย (พวก Trend-following, Swing trading , Position trading เป็นต้น)

 

มาดูสรุปของประเภทโบรกเกอร์แต่ละอันกัน

Dealing Desk , No Dealing Desk (STP) และ No Dealing Desk (STP+ECN)

 

—–

 

มาดูประเภทของแต่ละโบรกเกอร์ที่เรานำมาจัดอันดับกัน

ว่าแต่ละโบรกเป็นประเภทอะไรกันบ้าง

 

  1.  XM (XM Group)

XM ได้รับการจำแนกเป็น Market Maker เนื่องจากเรามี dealing desk ที่ใช้สำหรับดำเนินการจัดการคำสั่งผ่านทางโทรศัพท์ แต่ออเดอร์(โพซิชั่น) ต่างๆของลูกค้านั้นจะดำเนินการผ่านทาง Liquidity provider ต่างๆ ซึ่ง XM จะไม่ได้รับประโยชน์ใดจากการขาดทุนของลูกค้า และในการดำเนินส่งคำสั่งให้ลูกค้า

ทางโบรกเคลมว่า 99.35 % ของออเดอร์ทั้งหมด จะถูกดำเนินการไม่เกิน 1 วินาที และนโยบายของ XM จะไม่มีการ Requote (No requotes) และไม่มีการปฏิเสธคำสั่งใดๆทั้งสิ้น (No rejections)

 

บางคนอาจประโยคข้างต้นอาจจะสับสนเล็กน้อย … มาขยายความกัน

 

ต้องบอกก่อนว่า XM เป็นโบรกเกอร์ประเภท Dealing Desk แต่ทางนโยบายของเค้า จะไม่มีการรับออเดอร์จากลูกค้าเอง เค้าเลือกใช้วิธีที่ว่าเป็นแค่ตัวกลางคอยส่งออเดอร์ไปยังตลาดจริง (Liquidity provider)

ซึ่งถ้าเปรียบเทียนนโยบายของ XM แล้วจะเห็นได้ว่าจะคล้ายกับ STP ปกติ ที่ทางโบรกจะเข้ามาแทรกแซงราคากินกำไรพวกค่า Spread นิดหน่อย แต่อย่างไรก็ดีทางโบรก XM ให้บริการในรูปแบบของโบรกเกอร์ที่เป็น Dealing Desk นั่นเอง

 

(Dealing Desk จะไม่มีให้เลือกว่าเป็น instant หรือ market execution เพราะตัว Dealing Desk ที่ดำเนินการลักษณะนี้จะเท่ากับ instant execution นั่นเอง ที่ว่าเมื่อลูกค้าส่งคำสั่งมา ทางโบรกเกอร์จะส่งต่อไปยัง Liquidity provider โดยบวกเพิ่มราคานิดหน่อยเพื่อทำกำไร)

 

มีประเด็นนึงเราถามเค้าว่าแล้วมี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า … เค้าแจ้งว่าไม่สามารถแจ้งข้อมูลในส่วนนี้ได้ โดยเนื่องจากเป็นข้อมูลทางธุรกิจของเค้า ทางเค้าแจ้งได้เพียง Citibank เป็นหนึ่งใน Liquidity provider ของทาง XM

 

ทีมงาน : XM เป็นโบรกที่ยอมรับอย่างเต็มปากว่าตัวเองเป็น Dealing Desk แต่เนื่องด้วยนโยบายของทางบริษัทที่แข็ง ค่า Spread ต่างๆ ค่อนข้างดี และที่สำคัญไม่มีการปฏิเสธคำสั่งของลูกค้าและไม่มีการ Requote คำสั่งของลูกค้าอีกด้วย (แต่ก็อาจเกิด Slippage ได้ ในกรณีที่ราคาเกิดการผันผวนมาก ในภาวะข่าวเหตุการณ์สำคัญ แต่อย่างไรก็ดี ทางโบรกรับประกันว่าลูกค้าจะได้ราคาที่ดีที่สุด)

 

*** มีหลายแหล่งข้อมูลที่แจ้งว่าทาง XM เป็น non-dealing desk ซึ่งทางทีมงานเราได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ XM โดยตรง ทางเค้ายืนยันว่าเป็น Dealing desk … ซึ่งประเด็นนี้หลายคนเข้าใจผิดค่อนข้างเยอะ

 

คงเป็นเพราะหลายคนเข้าใจว่า XM ใช้ STP แล้วจึงเหมารวมว่าโบรกที่ใช้ STP ต้องเป็น NDD ซึ่งจริงๆ แล้ว DD ก็สามารถใช้ STP เป็นทางเลือกได้เช่นเดียวกัน

 

ทางเจ้าหน้าที่เค้ายืนยันว่า XM เป็น Non dealing desk


หน้า Website ของตัว XM ก็แจ้งว่าเป็น Dealing desk ครับ (สามารถวางคำสั่งซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์และคุยกับดีลเดอร์ได้)

 

fbs

  1. FBS

 

ประเภทบัญชีของ FBS ทั้งหมดจะใช้การสั่งซื้อโดยตรงจากตลาด (All FBS accounts use Market Execution of orders) คำสั่งซื้อจะดำเนินการในราคาในตลาดจริง การ requotes จึงไม่เกิดขึ้น

คำสั่งซื้อจะดำเนินการภายใต้ NDD (Non-Dealing Desk) และ STP (Straight Through Processing) – เพื่อให้พวกเขาได้รับการออฟเซ็ตโดยตรงเข้าไปในระบบของผู้ให้บริการสภาพคล่อง

95% ของคำสั่งซื้อจะทำการรับคำสั่งซื้อภายใน 0.4 วินาที

มีบัญชี ECN ให้เทรดอีกด้วย

 

ทีมงาน : ทาง FBS มีการชี้แจ้งรายละเอียดบน Website อย่างชัดเจน

… แต่เพื่อความชัว ทางทีมงานจึงแชทไปถามทาง Support เค้ากลับตอบว่า

 

มาดูการประกาศบนหน้า Website

ซึ่งไม่ตรงกับที่ Support กล่าว .. ทางทีมงานจึงถามต่อ

 

เค้าค่อยมาแก้ตัวทีหลัง ว่าตอบผิด …

ทางทีมงานเราไม่ได้ติดใจอะไรนะครับ เพราะเจออย่างงี้แทบจะทุกโบรก

แล้วก็พอเราถามว่าทาง FBS มี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า … เหมือนทาง Support เค้าไม่เข้าใจหรืออย่างไรไม่ทราบ … เค้าให้ไปตรวจสอบที่หน้าการทำธุรกรรม ฝาก-ถอน … ซึ่งคำถามนี้ไม่น่าเกี่ยวกับการ ฝาก-ถอน เลย

 

ต้องบอกว่าข้อมูลที่เราได้จาก FBS แทบทั้งหมดมาจากการค้นหารายละเอียดหน้า Website ของเค้าเอง ที่อธิบายไว้ชัดเจน แต่พอเราถามทาง Support ของเค้า เหมือนไม่ได้คำตอบที่ต้องการอะไรเลย

 

pepperstone_1000forexbrokers_logo3

  1. Pepperstone  

 

เป็นโบรกเกอร์ประเภท NDD (Non-Dealing Desk) ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการสภาพคล่องจำนวนมากและมีการจับคู่คำสั่งโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการกำจัดการแทรกแซงของโบรกเกอร์

 

ดำเนินสั่งคำสั่งลักษณะ Market Execution

  • บัญชี Standard เป็น STP + ECN
  • บัญชี Razor เป็น ECN

 

เค้าแจ้งว่า STP+ECN แตกต่าง ECN ตรงที่ บัญชีประเภท STP+ENC ทางโบรกจะเข้ามาแทรกแซงราคานิดหน่อย เพื่อทำกำไรจาก Spread แต่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ส่วน ECN ทางโบรกจะปล่อยให้ลูกค้าแทรกบนตลาดจริงโดยตรง ไม่มีการแทรกแซง แต่จะเก็บค่าคอมมิชชั่นเพื่อสร้างกำไรให้โบรก

 

Pepperstone ได้ผสมผสานการดำเนินการคำสั่งการเทรดเข้ากับการกำหนดราคาจากธนาคารและผู้ให้บริการสภาพคล่อง 22 แห่ง และการดำเนินการคำสั่งแบบอัตโนมัติ 100% โดยที่ Pepperstone ได้ยึดมั่นในแนวทางที่จะไม่ให้มีการแทรกแซงใด ๆ โดย ‘ไม่มี Dealing Desk’ สำหรับตราสารทุกประเภทของเรา การดำเนินการคำสั่งเทรดของเรามีเวลาแฝงต่ำสุดเพียงแค่ 50ms (0.05 วินาที) และชำระเงินในทันที นั่นหมายความว่าจะไม่มีความล่าช้า ไม่มีการปฏิเสธคำสั่ง และไม่มีการรีโควต

 

เค้าเสริมมาว่า … โดย Pepperstone เป็นโบรกเกอร์ที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทาง Regulation ของประเทศออสเตรเลียจะให้โบรกเกอร์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นเป็นประเภท Non-Dealing desk เท่านั้น

 

ทีมงาน : ตอบตรงประเด็น ขอเบอร์แล้วโทรมาอธิบายให้เลย

 

home-6

  1. Exness

เป็น Non dealing desk (STP)

  • แต่ในส่วนของ Cent จะมาเฉพาะ ลักษณะ Instant Execution
  • ส่วน Mini , Classic สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นลักษณะ Instant Execution หรือ Market Execution

 

Instant Execution : อาจเกิดการ Re-quote เกิดขึ้นได้

Market Execution : จะไม่มีการ Re-quote แต่อาจจะเจอ Slippage , และอาจเกิด off quote ได้เช่นเดียวกัน

 

         โดย off quote จะแตกต่างกับ Re-quote

  • สำหรับการ off quote พอกดสั่งไปแล้ว ระบบก็จะแจ้ง off quote ครับ
  • จะไม่มีเด้งขึ้นมาเหมือน re-quote เพื่อให้ยอมรับในราคาใหม่

 

Off quote คือ

            off quote จะหมายถึง ราคานั้นในตลาดไม่มีเลยหรือ สภาพคล่องในตลาดน้อยมากครับ … เมื่อเราสั่งออเดอร์ออกไป ทาง Exness อาจขึ้น Off quote ได้

 

ข้อความ Off quotes หมายความว่า ไม่มีราคาใหม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และราคาล่าสุดไม่สามารถใช้เป็นราคาตลาดได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อคุณพยายามที่จะดำเนินการคำสั่งด้วยราคานี้ เซิร์ฟเวอร์จะขึ้นข้อความ Off quotes และจะ ปฏิเสธการดำเนินการ

Off quotes มักเกิดขึ้นมากในช่วงที่มี สภาพคล่องเบาบาง เช่น เมื่อเริ่มเปิดสัปดาห์ซื้อขายใหม่ในวันอาทิตย์ หรือช่วงก่อน ตลาดปิดในวันศุกร์

lเพื่อให้เกิด Off quotes น้อยที่สุด ลองวิธีต่อไปนี้

1.  หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีสภาพคล่องต่ำ

2. หลีกเลี่ยงการเทรดเครื่องมือทางการเงินที่มีสภาพคล่องต่ำ

 

Re-quote คือ

การที่ลูกค้าออกคำสั่งแบบ Instant Execution แล้ว แต่ ณ เวลานั้น ราคาได้เปลี่ยนไปแล้ว การ re-quote จะเกิดขึ้นเป็น ราคาใหม่ที่เปลี่ยนไปแล้ว ณ เวลาตอนนั้น ลูกค้าสามารถกดเพื่อยอมรับ หรือ ปฏิเสธได้ครับ

 

Slippage คือ

Slippage คือส่วนต่างของราคาที่คาดว่าจะได้จากการเทรดและราคาจริง ๆ ที่ได้จากการดำเนินการคำสั่ง ซึ่งค่า slippage สามารถเป็นบวกหรือลบก็ได้ ส่วนต่างของราคานี้สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง เมื่อตลาดได้มีการกระโดดจากราคาหนึ่งไปอีกราคาหนึ่ง

Slippage สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อตลาดมีสภาพคล่องไม่เพียงพอตามราคาที่ได้ร้องขอในคำสั่งเทรด ดังนั้นผู้ให้บริการสภาพคล่องจึงจับคู่ที่ราคาที่ดีที่สุดในลำดับต่อไป เราไม่สามารถควบคุมการเกิด slippage ได้เนื่องจากเราเป็นโบรกเกอร์ ECN – เราเป็นผู้ดำเนินการคำสั่งเทรดเพียงเท่านั้น ถ้าหากไม่มีธนาคารใดที่ยอมรับคำสั่งเทรดของท่านที่ราคาหนึ่งได้ คำสั่งเทรดนั้นจะถูกจับคู่ที่ระดับราคาที่ดีที่สุดถัดไป ดังนั้น Exness จึงไม่สามารถที่จะรับประกันคำสั่งเทรดแบบมีเงื่อนไขได้ เช่น คำสั่ง Stop Losses, Take Profits, Buy/Sell Stops, Buy/Sell Limit Orders … คัดลอกจากทาง Support ของ Exness

 

  • กรณีของบัญชี Mini

คู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย m จะเป็น Instant Execution

ส่วนคู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย k จะเป็น Market Execution

 

  • กรณีของบัญชี Classic

            คู่สกุลเงินที่แสดงชื่อธรรมดา เป็น Instant Execution

            คู่สกุลเงินที่ลงท้ายด้วย k จะเป็น Market Execution

 

มีบัญชี ECN ให้เทรดอีกด้วย

 

โดยทาง Exness มี Liquidity provider อยู่ 4 แห่งหลัก คือ Deutsche Bank, Barclays Capital, UBS, AG (พวก European bank) และอื่นๆ แต่ไม่ได้บอกว่ากี่แห่ง เพราะเค้าแจ้งว่าเป็นข้อมูลภายใน ไม่สามารถเปิดเผยได้

 

ทีมงาน : ทาง Support ของโบรกนี้ชี้แจงรายละเอียดดีครับ ถามอะไรแจกแจงได้หมด

 

  1. FXPRIMUS

 

FXPRIMUS เป็นโบรกเกอร์ประเภท Straight-Through Process (STP) 100% … ว่าง่ายๆ คือ ทุกบัญชีเป็น STP หมด

 

  • โดยบัญชี ECN และ Variable Spread (พวก Standard , Premium และ VIP) เป็นลักษณะ Market Execution
  • ส่วนบัญชี Demo เป็นลักษณะ Instant Execution

 

เค้าแจ้งว่าเรื่อง Liquidity provider เค้าใช้ธนาคารที่เป็น tier-1 world banks มากกว่า 30 แห่ง

 

ทีมงาน : Support ของที่นี่ให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ หรือในกรณีภาษาไทยจะถูกแปลมาจากโปรแกรม เรื่องการตอบของเจ้าหน้า Support ต่างประเทศนั้นทำได้ดี ชัดเจนตรงประเด็น

 

fxclearing-200

  1.  FXCL  ( Fxclearing )

 

ทาง  Support เค้าแจ้งมาว่า FXCL เป็น Non-dealing desk

 

ประเภทบัญชี

  •             Beginner : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             Micro Cent : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             Mini : เป็นลักษณะ Instant execution
  •             ECN Light :
  •             ECN Interbank :
  •             ECN Plus :
  •             Zero Spread : เป็นลักษณะ Market execution

 

ทีมงาน : แต่ทีมงานเราได้เข้าไปดูในส่วนของ Agreement ในข้อที่ 20.1 ได้แจ้งว่า

Any trading instruction sent by the Client via the Company trading platform is considered as irrevocable request, and will be regarded as an order upon electronic confirmation by the dealing desk … (รอคำตอบ)

 

ทาง Supoort คนไทย ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดเชิงลึกของประเภทบัญชีได้

(เราถามไปว่า ECN Interbank ที่แจ้งบน Website ว่าเทรดผ่าน Interbank แล้วพวก ECN light กับ ECN Plus เทรดผ่านอะไร ? … เค้าให้ทิ้ง email รอคำตอบ )

 

โดยทาง FXCL นั้นแจ้งว่า ตอนนี้ (ปี 2018) มีประมาณเกือบ 10 เจ้า (ที่ไหนบ้าง ? รอคำตอบทาง Email)

 

  • ตอน 2 ทุ่มไม่มีเจ้าหน้าที่ไทยตอบใน Live chat หากมีคำถามอะไรให้ email ไปที่ [email protected]
  • เจ้าหน้าที่คนไทยจะให้บริการ Live chat ในช่วงเวลา จันทร์ – ศุกร์ เวลา 00-18.00 น.

 

เราติดอยู่ 3 คำถาม (รอ Email ตอบกลับ)

  1. ประเภทบัญชี ECN แต่ละอันแตกต่างกันอย่างไร (ขอละเอียดหน่อยนะครับ เช่นวิธีการส่งคำสั่ง)
  2. จำนวน Liquidity provider
  3. Agreement ในข้อที่ 20.1

 

weltrade-400x400

  1. Weltrade

มี 2 ประเภท

  • โดยเฉพาะบัญชี Pro ที่เป็น Non-Dealing Desk – STP
  • นอกนั้นเป็น Dealing Desk หมด

 

*ทาง Support นี้เค้าเสริมว่าโบรกส่วนมากในไทย มักจะเป็นโบรกที่มีทั้ง 2 ประเภท คือ DD และ NDD

 

โดยเค้ามี Liquidity provider อยู่ประมาณ 3 เจ้า

TopFx เป็นหนึ่งในนั้น

ส่วนอีก 2 เจ้าเป็น บริด (Bridge) ที่จะคอยทำการสวิตออเดอร์ เพื่อหาออเดอร์ไปแมตซ์ในตลาด (ในกรณีที่ไม่สามารถจับคู่ออเดอร์กันเองได้ในโบรก)

 

โดยทาง Support เค้าใช้ Siri ในการคุยและพิมพ์ เพื่อความรวดเร็วในการตอบลูกค้า ซึ่งสำนวนภาษาอาจแปลกๆบ้าง แต่ยังสื่อสารได้ดี และที่สำคัญชี้แจงตรงประเด็น

 

ทีมงาน : Support ของโบรกนี้ตอบตรงประเด็นมาก อธิบายชัดเจน … ในส่วนของบัญชีที่เป็น Dealing Desk เค้าจะมีรับกินเอง (จับคู่ออเดอร์กันในโบรกเกอร์เองก่อน แต่ถ้าออเดอร์ไหนไม่สามารถจับคู่ได้ ทางโบรกเกอร์ก็จะยิงเข้าสู่ตลาดหรือส่งไปสู่แบงค์)

 

hotforex-broker-share

8. Hotforex

เป็น 100% STP Broker

ทีมงาน : แต่ทาง Support บอกว่า ก็สามารถเกิดการ Requote เกิดขึ้นได้ … ซึ่งทางทีมงานเราก็ติดใจในประเด็นส่วนนี้ เพราะถ้าหากเป็น STP (Market execution) จริง จะไม่มีการ Requote เกิดขึ้นได้

 .. เค้าให้เรา Email ไปถามทางฝ่ายเทคนิค ได้คำตอบที่ชัดเจนมาว่า “ไม่มี Re-quote” (ตอบกลับไวครับ)

 

ดังนั้นการดำเนินการประเภท Market Execution จะไม่มีการ Re-quote แต่อาจจะเกิด Slippage เกิดขึ้นได้

 

เราถามทาง HotForex ว่ามี Liquidity provider อยู่กี่เจ้า ?

เค้าบอกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้

แต่เราถามต่อว่า แนะนำหลักๆ มาหน่อยได้ไหม ?

เค้าบอกว่าเป็นเจ้าที่มีชื่อเสียงในวงการการเงิน ทั้ง Barclays, BNP Paribas, Bank of America, Citi, etc.

 

… Live chat เข้ามาตอบช้า (รอเกินกว่า 15 นาที กว่าจะเข้ามาตอบ) และที่สำคัญ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat ที่เป็นคนไทย

 

roboforex

9.RoboForex

มีทั้ง 3 ประเภท

Standard/Cent Accounts

  •             Fix เป็น NDD STP ที่ประเภทการดำเนินการเป็น Instant Execution
  •             Pro เป็น NDD STP ที่ประเภทการดำเนินการเป็น Market Execution

Prime เป็น NDD STP

ECN accounts เป็น STP+ECN

 

ทาง RoboForex แจ้งว่ามี Liquidity provider อยู่หลายเจ้า แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวน และรายชื่อ ใดๆกับทางทีมงาน

ผู้ให้บริการสภาพคล่อง

ผู้ให้บริการสภาพคล่องคือธนาคารขนาดใหญ่ บริษัทลงทุนที่มีใบอนุญาต และโบรกเกอร์ ซึ่งมีกระบวนการซื้อขายผ่านเทคโนโลยี STP (Straight Through Processing) หมายความว่าคำสั่งของลูกค้าทั้งหมดจะถูกส่งต่ออัตโนมัติไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่องโดยไม่มีการแทรกแซงจากโบรกเกอร์ ช่วยให้ผู้เทรดและบริษัทหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในกรณีนี้ ผลกำไรที่ลูกค้าได้รับจะไม่ทำให้โบรกเกอร์เกิดการสูญเสียใด ๆ 

 

ทีมงาน :

Live chat ไม่เข้ามาตอบ รอเกินกว่า 30 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตอบ

ทาง Live chat ของโบรกนี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าคนไทยมาบริการ และอีกทั้งเจ้าหน้าที่ของเค้ากว่าจะตอบทีนานมากๆ เราลองทักใน Skype ไปก็เป็นเหมือนกัน กว่าจะตอบช้ามากๆ (เป็นชม.ยังไม่ตอบเลย) ซึ่งบอกเลยว่าการสื่อสารกับโบรกเกอร์รายนี้ ค่อนข้างลำบากมาก ถามไป 1 คำถาม กว่าจะตอบมา 3-5 นาที และบางทีอยู่ๆก็หายไปเป็นครึ่งชม. ทำให้กว่าจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนใช้เวลาหลายวันเลยทีเดียว

หลายครั้งที่ทิ้งคำถามไว้กว่า 20 นาที ทางเจ้าหน้ามาตอบ พอเราไม่ตอบเค้าแค่ 10 นาที เค้าก็ลาหายไปเลย

forex4you

  1. Forex4you

มีทั้ง 2 ประเภท

  • Cent และ Classic เป็น Dealing Desk
  • ส่วน Cent NDD , Classic NDD เป็น Non-Dealing Desk (ใช้ระบบSTP)
  • และ Pro STP (ข้อแตกต่างกันความเร็วในการสั่งคำสั่ง … บัญชีนี้จะเร็วว่า NDD ปกติ)

 

โดยทาง Forex4you ไม่ได้แจ้งว่ามี Liquidity Provider อยู่กี่เจ้า แต่เค้าแจ้งมาว่า ใช้บริการอยู่หลายที่ เช่น LMAX ,CTDL,GSAC,BARX ,SDUK เป็นต้น

LMAX : www.lmax.com

CTDL : www.citadel.com

GSAC : www.goldmansachs.com

BARX  : www.barx.com

SDUK : www.stagedirectorsuk.com

โดยเจ้าที่แสดงบน Website เค้าบอกว่าเป็นเฉพาะเจ้าที่สามารถเปิดเผยได้

 

ทีมงาม : ทาง Support ของโบรกนี้ก็ตอบค่อนข้างช้า ทางเค้าบอกว่าเพื่อความถูกต้องของข้อมูล เลยทำการสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ต่างประเทศอีกทีนึง

 

—–

 

ทั้งนี้ทางทีมงานต้องขอขอบคุณทาง Support ของจากทางหลายๆโบรกเกอร์ที่ทำให้ทีมงานสามารถปะติดปะต่อ เรื่องการแบ่งประเภทของโบรกเกอร์ได้ เนื่องด้วยข้อมูลในไทยและต่างประเทศ ที่มาบางแหล่งข้อมูลไม่ตรงกันเอาอย่างมากๆ จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิด … อาจด้วยเพราะว่าเนื้อหาประเด็นนี้ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน … จึงต้องอาศัยการอธิบายที่ดี จึงจะเข้าใจ

 

เส้น


เทรด FOREX แบบง่ายๆ ทำเงิน 110,000 ใน 1 ชั่วโมง

คะแนนโดย admin

 

เส้น

*  เทรด Forex ประสบการณ์จริง ในการทำเงิน 117,360 บาท จาก Forex ในเวลา เพียง 41 นาที 

 

เทรด Forex ให้ได้กำไรนั้นไม่ยากครับ จากประสบการณ์การเทรดมา 7 ปี การเทรด Forex ยากตรงที่เทรดให้ได้กำไรไปตลอด อย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้เป็นการโอเวอร์เทรด(overtrade) ขอเตือนผู้อ่านไว้ก่อนครับ ผมอยากให้ใช้วิจารณญาณในการพิจารณาใช้ล็อต(lot) ด้วยตัวท่านเอง เพราะ ” ความพอดี รวมถึง เทคนิค ลีลา ” ของแต่ละท่านย่อมไม่เท่ากันครับ บางคนเทรดยาว เพื่อดูสภาวะตลาดไปเรื่อยๆ แล้วเก็บสั้นๆหนักๆก็มี เมื่อค้นพบตัวเองแล้วก็เพียงแค่รักษาระบบให้สมดุลก็เพียงพอ จะประสบความสำเร็จในตลาดอย่างสม่ำเสมอได้ครับ ….

วิธีการทำกำไรในตลาด Forex ง่ายๆในทริคนี้มี 2 ปัจจัยคือ หนึ่งใช้ทุนสูงและล็อตใหญ่(กฎสามเท่าของผู้โจมตี) และสองจับตามองช่วงข่าวมองหาปลาตัวโต

ปัจจัยด้านโบรกเกอร์ โบรกเกอร์คือสิ่งแรกที่ทุกคนต้องสมัครก่อนจะเทรดและมีโบรกเกอร์มากมายให้เลือก เราก็ควรจะเลือกให้ดีที่สุดครับ เพราะมีผลมาก ความสำคัญของการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีรีโควต(Non-Requotes)คำสั่ง ซื้อ-ขาย สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธการเทรดสั้นๆ ถือว่าสำคัญมาก อาจจะถึง 50% แต่สำหรับคนที่เทรดยาว เรื่องนี้ก็ไม่สำคัญมากนักแค่ 10%-20%

ในตัวอย่างภาพด้านล่าง ผมโอนเงินเข้าเทรด โบรกเกอร์ FBS บัญชี UNLIMITED จำนวน 4,000$ สังเกตออเดอร์ที่ 2 เปิดออเดอร์เวลา 14.50 ปิดออเดอร์ 15.31 ใช้เวลา 41 นาทีเท่านั้น ทำกำไร 3605$ สำหรับออเดอร์นี้ (117,360 บาท ถอนออกทาง ธ.กรุงไทย ถอนได้ในเรทตามธนาคารเลยครับ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม )

 

ออเดอร์forex

 

ในช่วงเวลาเทรด(trade)คือที่วงกลมเอาไว้ EU พุ่งขึ้นจากข่าว Non-Farm ในรอบแรกกราฟพุ่งขึ้นไป แล้วดิ่งลง แล้วพุ่งขึ้นอีกรอบ ภายในไม่กี่นาที หลายๆโบรกเกอร์ที่ผมเคยใช้ ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกดซื้อ ขาย กดซื้อในราคาดีๆ ยากมากและขายในราคาที่ต้องการแทบไม่ได้เลย ต้องกดหลายๆรอบหรือไม่ก็ขายได้ในราคาที่ห่างจากที่เราต้องการไว้มาก บางทีบวกเป็นยี่สิบจุด กดปิดซ้ำๆ ตอนที่ปิดได้จริงๆ กลับติดลบครับ ส่วน FBS สำหรับผมไม่ผิดหวังเลย กดซื้อ ครั้งเดียว และขาย ครั้งเดียวเท่านั้น และได้ในราคาดีๆ ใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาทีในการรันคำสั่ง อีกโบรกเกอร์ที่แนะนำ คือ XM ออเดอร์ไวไม่มีรีโควตเช่นกันครับ

โบรกเกอร์ที่มักจะรีโควตเยอะๆ เวลาข่าว ก็เช่น exness roboforex fxopen สำหรับนักเทรดสั้นควรหลีกเลี่ยงแม้บางโบรกเกอร์จะมีค่าสเปรด(spread) ที่ถูกก็เถอะครับ เพราะเวลาข่าวมาทีนั่นแหละ โอกาสทอง ช่วงที่คนจ่ายตลาดกันถ้าเราซื้อ หรือขายไม่ได้ ก็น่าเสียดายยิ่ง เพราะช่วงที่คนปล่อยของกัน กราฟมักจะแสดงตัวออกมาให้เราเห็นทิศทางได้อย่างชัดเจน มากกว่าตอนตลาดนิ่งครับ

สำหรับคนที่ใช้วิธีเทรดสั้น ต้องเข้าใจตลาด อ่านข่าวเป็น และต้องมั่นใจสัก 90% ถ้าไม่มั่นใจ เทรดไปแล้ว กดปิดไปเลยอย่าไปเสียดายครับ

ได้กำไรพอใจแล้วก็ถอนออกมา ไม่เทรดในจังหวะเดิมๆ ซ้ำๆ ครับ ทิ้งระยะสักนิด ทำให้เรามองตลาดได้แจ่มชัดขึ้นครับ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้เชื่อใจตัวเองครับ เมื่อมั่นใจแล้วก็อดทนรอเวลา อย่าหวั่นไหวไปกับจังหวะการเต้นของตลาด เป็นกำลังใจให้ครับ ^ ^


 

 


เส้น

คิดถึง Forex คิดถึงเรา


Forex คืออะไร

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex คืออะไร

 

Forex คืออะไร … Forex ย่อมาจาก “Foreign exchange market” หรือที่สั้นๆที่เรียกกันว่า FX ซึ่งเป็นแหล่งการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Forex คืออะไร

            Forex เป็นตลาดที่ให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับตัวนักลงทุนเอง โดยผ่านทางการซื้อขายค่าสกุลเงินต่างๆ ที่นักลงทุนคิดว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดการณ์ไว้ เช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่นๆ อาทิ ทองคำ น้ำมัน หุ้น ที่ว่าเราจะกำไรก็ต่อเมื่อ เราซื้อถูกและขายแพง … ซึ่งการเทรด Forex ใช้หลักการนี้เหมือนกัน เพียงแต่สิ่งที่ลงทุนเป็นการลงทุนบนคู่สกุลเงินแทน

 

ถ้าใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศ ยังไงก็ต้องมีส่วนร่วมกับตลาด Forex นี้ ! ก็เพราะว่า เวลาเราไปต่างประเทศเราก็ต้องแลกสกุลเงินประเทศที่เรากำลังไป

เช่น

ไปเที่ยวประเทศสหรัฐอเมริกา 5 วัน

            ขาไป : เรทค่าเงินสหัรฐ เมื่อเทียบกับเงินบาท อยู่ที่ … 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

            โดยคิดว่าจะแลกสัก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นเงินใช้สอยตอนอยู่นั่น

            ซึ่งเราต้องใช้เงินบาททั้งสิ้น 30*1,000 = 30,000 บาท

            โดยเรานำเงินบาทไปแลกที่ธนาคาร เพื่อแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ (ขายเงินบาท เพื่อไปแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ)

 

สมมติว่าระหว่างที่ไปเที่ยวที่สหรัฐอเมริกานั้นไม่ได้ใช้เงินเลย (แฟนใจดีจ่ายให้หมดเลย)

            พอขากลับ : ค่าเงินบาทเราอ่อนค่าอย่างแรง ขึ้นไปสู่ระดับ 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

            ซึ่งเมื่อเรากลับมาที่ประเทศไทย เราเอาเงินดอลลาร์ที่เราแลกไว้ก่อนหน้าไปแลกคืนที่ธนาคาร … (ขายเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาท)

            ดังนั้นเรากลับมาจะมีเงินเพิ่มขึ้นเป็น 35*1,000 = 35,000 บาท

 

ทั้งนี้ทำให้เรากำไรถึง 5,000 บาท จากการทำการแลกเปลี่ยนเงินตราในครั้งนี้ …

ซึ่ง ! การเทรด Forex ก็แค่นี้แหละครับ … ถ้าเราคาดการณ์ทิศทางราคาของคู่สกุลเงินต่างๆได้ เราก็จะสามารถสร้างกำไรจากการลงทุน Forex นี้ได้เช่นเดียวกัน

 

… ข้อดีของการลงทุนใน Forex

 

อันดับแรกเลย Forex ถือว่าเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆที่เทรดกัน ตลาด Forex เป็นตลาดที่จำนวนผู้เล่นและมูลค่าการซื้อขายในตลาดสูงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ 

ลองมาดูการเปรียบค่าเฉลี่ยของมูลค่าการซื้อขายในแต่ละวันของ ตลาดหุ้น กับ ตลาด Forex กันดู

 

Forex คืออะไร

 

จะเห็นได้ว่า ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาด Forex สูงกว่า ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สูงในโลกอย่างสหรัฐฯ กว่า 200 เท่า !!

โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยในตลาด Forex แต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ … ฟังไม่ผิดนะครับ 5 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  ต่อวัน !

นี่แสดงถึงความมีประสิทธิภาพของตลาด เมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นในลักษณะเดียวกัน … เรื่องนี้ Forex กินขาด

 

ข้อดีอันดับที่สอง คือ … ตลาด Forex เปิดให้เทรดตลอด 24 ชั่วโมง!!

หลายคงอาจจะสงสัย ว่าทำไมตลาดนี้ถึงเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ??

ก็เพราะว่าการเทรด Forex เป็นการเทรดในตลาดทั่วโลก ในขณะที่บางตลาดของประเทศนึงถูกปิดไป ในช่วงนั้นก็จะมีตลาดอีกประเทศนึงที่กำลังเปิดและให้เทรดอยู่

 

โดยศูนย์กลางการเทรด Forex หลักจะมีอยู่ 4 แห่ง (ใช้ในการแบ่ง Trading session) คือ

  1. Sydney – ออสเตรเลีย
  2. Tokyo – ญี่ปุ่น
  3. London – อังกฤษ
  4. New york – สหรัฐ

Forex คืออะไร

 

ตลาด Forex เทียบตามเวลาบ้านเรา (ประเทศไทย)

            ตอนตี 5 ตลาดที่ Sydney จะเปิดให้ทำการซื้อขาย จนถึง ประมาณบ่าย 2 

            ในระหว่างนั้น ช่วงเวลา 8 โมงเช้า ตลาดที่ Tokyo ก็เปิดทำการ จนถึง ประมาณ 4 โมงเย็น

            เช่นเดียวกัน ช่วงเวลา บ่าย 3 ตลาดที่ London ก็เริ่มเปิดทำการ จนถึง ประมาณ 5 ทุ่ม

            และ ในช่วง 2 ทุ่ม ตลาด New York ก็เปิดทำการ จนถึง ประมาณตี 5

(โดยจะปิดจริงๆ แค่ช่วงเสาร์ อาทิตย์ แค่นั้นเอง)

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่า เมื่อตลาดนึงถูกปิดไป ก็มีตลาดที่เปิดขึ้นมา ไปเรื่อยๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดเมื่อไหร่ก็ได้ ตามเวลาที่เทรดเดอร์สะดวกเลย

 

จะเล่น Forex ต้องทำอย่างไร ?

            ก็คล้ายกับการเล่นหุ้น อย่างแรกเราต้องมีพอร์ตในการเทรด Forex โดยต้องทำการเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเรา มีโบรกเกอร์จำนวนมากที่มาให้บริการในด้านนี้ โดยโบรกเกอร์ที่นิยมในไทยก็อย่างเช่น XM , FBS , Pepperstone และ Exness เป็นต้น ซึ่งโบรกเหล่านี้ค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าปลอดภัย เพราะเปิดให้บริการยาวนานมากว่า 10 ปี

 

วิธีการเทรด Forex

การเทรด Forex ต้องบอกว่าสามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ว่าจะเป็น “ขาขึ้น” หรือ “ขาลง” ขอเพียงแค่ให้เราวิเคราะห์ทิศทางของราคาให้ถูกต้อง ก็สามารถสร้างกำไรจากการเทรดได้แล้ว

 

โดยหลักๆ Forex จะมีคำสั่งซ์้อ-ขาย อยู่ 2 คำสั่งได้แก่

           1. Long หรือ Buy

                       ถ้าเราคาดการณ์ว่าราคาจะ “ขึ้น” เราก็สั่งคำสั่ง Long

                       (ซื้อถูก ขายเพง = กำไร)

           2. Short หรือ Sell

                      ถ้าเราคาดการณ์ว่าราคาจะ “ลง” เราก็สั่งคำสั่ง Short

                      (ขายแพง ซื้อถูก = กำไร)

 

            และโดยส่วนมากโปรแกรมที่ใช้เทรด Forex ส่วนมากที่ใช้กัน คือ MT4 หรือที่ย่อมาจาก MetaTrader 4 นั่นเอง ซึ่งเป็นโปรแกรมเทรดโดยสากล ใช้กันทั่วโลก สามารถคีย์คำสั่งได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว โดยสั่งคำสั่งผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือมือถือก็ได้เช่นเดียวกัน

            อีกทั้งถ้าเทรดเดอร์คนไหนมีความสามารถในการเขียนโปรแกรม สามารถเขียนโปรแกรมการเทรดอัตโนมัติลงบนโปรแกรมนี้ได้เลย หรือที่เรียกกันว่า “EA (Expert advisor) สามารถปล่อยให้โปรแกรมรันและเทรดตามคำสั่งที่เราเขียนไว้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องนั่งเฝ้าจอเลยทีเดียว

Forex คืออะไร

 

คู่สกุลเงินหลักในตลาด Forex

            แม้ว่าคู่สกุลเงินจะทั่วโลกจะมีมากมาย แต่จะมีคู่สกุลเงินหลักๆที่เทรดกันจะมีเพียงไม่กี่คู่สกุลเงิน เทรดเดอร์ที่พึ่งเข้ามาใหม่ ที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเริ่มเทรดคู่สกุลเงินไหนดี ให้เริ่มจากคู่สกุลเงินหลัก หรือ “Majors” ด้วยเพราะว่าคู่สกุลเหล่านี้มีวอลุ่มการเทรดมหาศาล ครอบคลุมกว่า 72%! ของปริมาณการเทรด Forex ทั้งหมด โดยคู่สกุลเงินเหล่านี้จะมีการแกว่งตัวของราคาอยู่ตลอด ทำให้เทรดเดอร์สามารถเข้าไปสร้างกำไรจากการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้

 

โดยคู่สกุลเงินหลักมีดังนี้

  1. EUR/USD       หรือ     ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐฯ
  2. USD/JPY        หรือ     ดอลลาร์สหรัฐ / เยน (ญี่ปุ่น)
  3. GBP/USD       หรือ     ปอนด์ (อังกฤษ) /  ดอลลาร์สหรัฐ
  4. USD/CHF       หรือ     ดอลลาร์สหรัฐ / ฟรังก์สวิส (สวิสเซอร์แลนด์)
  5. USD/CAD       หรือ     ดอลลาร์สหรัฐ / ดอลลาร์แคนาดา
  6. AUD/USD       หรือ     ดอลลาร์ออสเตรเลีย /  ดอลลาร์สหรัฐ
  7. NZD/USD       หรือ     ดอลลาร์นิวซีแลนด์ / ดอลลาร์สหรัฐ

Forex คืออะไร

วิธีคาดการณ์ทิศทางของราคาค่าเงินในตลาด Forex

            หลักๆ จะมีอยู่ 3 รูปแบบในการวิเคราะห์ คือ

  1. เทรด Forex แบบดูกราฟวิเคราะห์ราคาจากรูปแบบของกราฟ (Technical Analysis)
  2. เทรด Forex แบบวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
  3. เทรด Forex แบบเล่นตามข่าว (Sentiment Analysis)

ซึ่งแต่ละวิธีการก็แตกต่างกันออกไป แต่ละวิธีสามารถทำกำไรได้หมด ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบหรือถนันแบบไหนมากกว่าแค่นั้นเอง

 

รายได้จากการเทรด Forex

            น่าจะ 100% เลยทีเดียวสำหรับคนที่เข้ามาเทรด Forex ก็เพราะว่า “อยากรวย เร็วๆ” ซึ่งต้องบอกความจริงก่อนเลยว่า … มีหลายคนจริงที่รวยจากตลาดแห่งนี้ แต่ก็มีหลายคนที่เจ๊งเช่นเดียวกัน … มันเหมือนกับการแข่งขันต่างๆที่ว่า คนที่ชนะ คือ คนที่ฝึกฝนมีดี ขยันตั้งใจฝึกซ้อม ทบทวนหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ส่วนคนที่แพ้ คือ คนที่ไม่ทำอะไรเลย อยากชนะ แต่ไม่พยายาม … ซึ่ง Forex ก็เหมือนกันครับ ถ้าอยากสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเราเก่งจนสามารถเอาชนะตลาดนี้ได้ครับ

           โดยโลกการเทรดเราจะนับรายได้กันเป็น % บางคนก็ได้ 10% ต่อปี บางคนมีฝีมือหน่อยก็ 20-30% ต่อปี บางคนก็เทพเลยก็สามารถทำกำไรเกิน 50% ต่อปี ได้ก็มีครับ ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคนว่าจะสามารถทำกำไรได้มากน้อยเพียงใด … โชคดีในการเทรดทุกครับนะครับ 🙂

 

จากทางทีมงาน Thaibrokerforex   คิดถึง Forex คิดถึงเรา

 

เส้น


ข้อมูล รีวิว FBS , วิจารณ์โบรกเกอร์ FBS Review ข้อดี ข้อเสีย และความน่าสนใจ

คะแนนโดย admin

เส้น

เส้น

รีวิวโบรกเกอร์ FBS Broker Review

FBS คะแนนรวม 9.0 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด อันดับ 2 ของ Thai Broker Forex โหลดโปรแกรม mt4 FBS mt4 web trader mt4 ios mt4 android

เข้าสู่ Website

FBS คะแนนรวม 9.0

อันดับ 2 FBS

เป็นโบรกที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศไทยเรา FBS มีการจัดสัมนาทั่วประเทศให้เห็นอยู่ตลอดทั้งปี มาตรฐานการให้บริการถือว่าดีเยี่ยม ระบบการเทรดค่อนข้างเสถียร ค่า Spread ค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะคู่สกุลเงินอย่าง EURUSD และ GBPUSD ทางโบรกมีการให้เลเวอเลจถึง 1:3000 และที่สำคัญทางไม่มีรีโควต เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บัญชีที่แนะนำคือ Zero spread และ ECN เพราะมีเสปรดที่ต่ำมาก บวกกับการส่งคำสั่งที่รวดเร็ว

การฝากถอนก็สามารถดำเนินผ่านธนาคารในประเทศไทยได้ถึง 9 ธนาคาร โดยจะเป็นลักษณะ Internet banking ทั้งหมด มีความรวดเร็วมาก โดยสามารถถอนสูงสุดได้วันละ 500,000 บาท

ส่วนการฝากถอนผ่านพวก eCurrency ล่าสุด ได้ถูกปรับปรุงให้รวดเร็วมากขึ้น ทั้ง Neteller , WebMoney , FasaPay และ Perfect Money (อันนี้ค่าธรรมเนียมถูกสุด)

มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ คือ โบนัสเงินฝาก 100% ที่ฝากเงินเท่าไหร่ ได้รับโบนัสจำนวนเท่านั้น

Live chat ของ FBS มีเจ้าหน้าคนไทยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง (เป็นโบรกเดียวที่มีเจ้าหน้าคนไทยให้บริการ 24 ชั่วโมง) ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ และวันเสาร์ – อาทิตย์ จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการเวลา 08.00-16.00 น. … ส่วนภาษาอังกฤษตลอด 24 ชม. ทุกวัน

ข้อเสีย

  • Live chat เจ้าหน้ายังไม่สามารถให้รายละเอียอเชิงลึกได้ และบางครั้งตอบเหมือนหุ่นยนต์
  • Link ของ Live chat ชอบหาย หาไม่ค่อยเจอ
  • เรทการฝากถอน ในกรณีฝากถอนผ่าน Internet banking ในประเทศไทย ยังค่อนข้างแพง อยู่ที่ประมาณ 6% ส่วนช่องทางอื่นปกติ
  • เรื่องการรับประกันเงินทุนของลูกค้า ในกรณีบริษัทปิดตัวลงยังไม่ค่อนชัดเจน

openacc

ข่าวสาร FBS ที่น่าสนใจ

✪ โบนัสแรกเปิดบัญชี 50$ FBS
✪ FBS ให้บริการอย่างเป็นมิตร ใกล้ชิดคุณทุกเวลา
✪ วันเกิด FBS แจกรางวัลเพียบ ฟรีๆ และง่ายๆ …new
✪ FBS แจกโบนัส ไม่ต้องฝาก 123$ สามารถเบิกได้เมื่อเทรดครบล็อตที่กำหนด เงื่อนไขการถอนกำไรจากโบนัสคลิ๊ก
เงื่อนไขการถอนกำไรจากโบนัสคลิ๊ก
✪ FBS มีสำนักงานสาขาที่ 3 ในประเทศไทยแล้ว!…new
✪ FBS จัดกิจกรรม 1 ล้านยูสเซอร์ ” บอกมาเลยว่าคุณอยากได้อะไร FBS จัดให้ “

 


รีวิวเรื่องการ ฝาก ถอน สักนิด

การฝาก ถอน ของ FBS ในปัจจุบันคุณสามารถฝากได้ทุกธนาคาร และในส่วนของการถอน ก็มีการถอนเงินที่เร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะ vip(ฝากและเทรดเยอะ) ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

ทั้ง e-currency และทางธนาคารไทย. ผมแนะนำช่องทาง ธนาคารไทยครับ มีอยู่ 10 ธนาคารคือ กรุงเทพฯ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ทหารไทย กรุงศรี ธนชาต ออมสิน CIMB และ เกียรตินาคิน ซึ่งในการฝากเงิน เมื่อเราทำการฝากเงินเข้าไปในบัญชี เงินของเราจะเข้าไปในบัญชีเทรดทันที เร็วมากๆ ครับ

ส่วนในเรื่องการถอนก็รวดเร็วเช่นเดียวกัน ผมทดลองถอนในหลักแสน สามารถถอนได้ภายใน 1-2 วันทำการเท่านั้นครับ เช่น ถอนวันศุกร์ตอนกลางคืน ได้วันจันทร์ตอนกลางคืน วันเสาร์-อาทิตย์ไฟแนนหยุดครับ ซึ่งล่าสุดทาง FBS ได้พัฒนาระบบให้ถอนเร็วมากขึ้น เหลือเพียง 15 – 20 นาทีเท่านั้น

การถอนทางกรุงไทย ตอนนี้สามารถถอนได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท กดถอนไว้ทีละหลายๆคำสั่งได้ครับ บางคำสั่งถอนก็ใช้เวลาวันสองวัน แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 ชั่วโมงในวันและเวลาทำการ ถ้าเป็นจำนวนเงินหลักหมื่นเหรียญขึ้นไปแนะนำการฝากถอนทาง Bank wire จะสะดวกกว่าเพราะสามารถถอนได้ไม่จำกัดครับ

ช่องทางการฝากถอน

12768364_855058131283817_5754359799092033654_o


คุณสมบัติที่โดดเด่นของ FBS

  • เสปรดไม่แพง อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่น
  • โบนัส โปรโมชั่น เพียบ เยอะกว่าโบรกเกอร์อื่นๆ และใช้ได้จริง
  • ไม่มีรีโควต เหมาะสำหรับการเทรดสั้น Scalping
  • สามารถฝาก และเทรดเป็นหน่วยเงินไทยได้เลย
  • เลเวอร์เลจถึง 1:3000 ( เท่ากับคุณมี 1 บาท สามารถกู้ธนาคารมาเทรดได้ถึง 3000 บาท โดยที่เสียได้ไม่เกินเงินที่คุณฝาก )
  • ไม่มีบัญชีสวอป (ในบางบัญชี)
  • ใช้โปรแกรมเทรด MT4, MT5, MultiTerminal, MT4 WebTerminal, Mobile Platforms สามารถเทรดผ่านโทรศัพท์มือถือ และ เท็บเล็ตที่รองรับ ได้ MetaTrader 4, และ 5
  • มีทีมวิเคราะห์ข่าวให้ลูกค้า และมีเว็บไซด์ให้ลูกค้าเข้าใช้บริการได้
  • มีระบบการฝากถอนเงินผ่านธนาคารไทย และ E-currency ชั้นนำ รวมทั้งบัตรเครดิต เดบิตด้วย
  • มีโบนัส ไม่ต้องฝาก 123$ เงื่อนไขการถอนกำไรจากโบนัสคลิ๊ก
  • มีพนักงานไทยบริการดีเยี่ยมรวดเร็วตลอด 24 support online ที่หน้าเว็บไซต์ และทาง email [email protected] โดยล่าสุด เพิ่มช่องทางอีก 4 ช่องทางคือ ผ่าน Facebook, ผ่าน messenger, บน Telegram. บัญชี @fbs_bot, บน WeChat. บัญชี fbsforex
  • รองรับ EA ได้ทุกรูปแบบ และเป็นอีกโบรกเกอร์ที่ใช้รันอีเอได้ดีมาก
  • มีการแข่งขันประจำเดือน
  • ง่าย สำหรับมือใหม่
  • เงินโบนัสเงินฝาก 100% และมีโปรโมชั่นประกันเงินฝาก
  • โปรโมชั่นรับประกันเงินฝาก เมื่อมีการขาดทุน (เงื่อนไขคร่าวๆ คือ ฝากเข้าครั้งต่อไปและเทรดให้ครบล็อตที่กำหนด)

.

openacc

FBS

โปรโมชั่นของ FBS

  • งานเลี้ยงเทรดเดอร์ FBS
  • รับรถยนต์จาก FBS
  • โบนัส Trade 100 bonus
  • โบนัสเงินฝาก 100%
  • Cashback
  • เลเวอเรจ (Leverage) 1: 3000

โบนัส Trade 100 Bonus 

เป็นโบนัสใหม่ล่าสุดของทาง FBS หลังจากที่ได้ปิดตัวโบนัส $50 และ $123 ไป ซึ่งโบนัสนี้ค่อนข้างโดดเด่น กว่าโบนัสเดิม

โดยเมื่อเราลงทะเบียบรับโบนัสนี้ จะได้รับเงินจำนวน 100 USD (ไม่ต้องฝาก) มาเทรด และถ้าเทรดได้ตามเงื่อนไขที่ครบกำหนดก็จะสามารถถอนกำไรที่ทำได้จากโบนัสนี้

เงื่อนไขโบนัส

  • เทรดบน MT5
  • ปริมาณคำสั่งซื้อขาย คือ 0.01 ล๊อต
  • ยอดรวมที่ถอนได้ 100 USD
  • มีจำนวนวันที่มีการซื้อขายครบ 30 วัน (นับวันที่มีการเทรด เปิด หรือ ปิดก็ได้)
  • ต้องทำการซื้อขายอย่างน้อย 5 ล๊อต

 

รางวัลบางส่วนที่เด่นๆ โบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุดของเอเชีย 2014 ,โบรกเกอร์ forex ที่ดีที่สุดของตะวันออกกลาง 2015 ,โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้2013 ,ระบบโบนัสในตลาดฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2014 , TOP IB Program 2016 ,แบรนด์ Forex ที่ดีที่สุดปี 2015, รางวัลความปลอดภัยกองทุนที่ดีที่สุดของลูกค้าเอเชียในปี 2015 ,โบรกเกอร์ยอดเยี่ยมในเอเชีย แปชิฟิก 2015 ฯลฯ

และล่าสุดพึ่งจะได้รับรางวัล “Best Forex Broker Asia-2018″ และ “Best Copy Trading Application Global-2018” ซึ่งเป็นข้อพิสูนจ์ที่ดีในระดับหนึ่งถึงประสิทธิภาพในการให้บริการของทางโบรกเกอร์ FBS


เปรียบเทียบประเภทบัญชี

เส้น

ขั้นตอนการเปิดบัญชี และการฝากถอน

 openacc

1.เปลี่ยนภาษาให้เป็นเว็บแสดงผลเป็นภาษาไทยให้เรียบร้อยเพื่อความสะดวกในการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ จากนั้นเลือกคลิกที่เปิดบัญชีปุ่มสีเขียวๆตามภาพครับ

 

2.เมื่อเราคลิกเข้ามาแล้วจะเจอหน้าต่างให้กรอกรายละเอียดการเปิดบัญชีสมาชิกตามในภาพ

ในช่องแรกให้เราเลือกเลยว่าเราจะเลือกสมัครบัญชีแบบไหน โดยถ้าเลือกบัญชีCent(ขั้นต่ำการฝากเงินอยู่ที่ 1$) เงินภายในบัญชีของเราจะถูกใช้เป็นหน่วย USC (100USC=1USD) ซึ่งบัญชีเซนต์นี้จะเหมาะสำหรับคนที่มีทุนน้อยๆเช่น ถ้าเราฝากเงินเข้าไป 1$ ก็จะมีเงินในบัญชีถึง 100USC เลยทีเดียว ทำให้เราสามารถจัดการพอร์ตลงทุนได้ง่ายดายขึ้นมาก ส่วนถ้าใครมีทุนหนาขึ้นมาหน่อยให้เราเลือกเปิดบัญชี Mini(ขั้นต่ำในการฝากเงินอยู่ที่5$) หรือ Standard(ขั้นต่ำในการฝากเงินอยู่ที่100$)ได้เลย ส่วนบัญชีชนิดอื่นๆนั้นจะเป็นของนักเทรดมืออาชีพที่มีทุนเยอะๆตั้งแต่500เหรียญดอลล่าสหรัฐไปจนถึงหลักหมื่นเหรียญกันเลยทีเดียว

3.จากนั้นให้ใส่ชื่อ-นามสกุล และอีเมลล์ที่สามารถใช้งานได้จริงให้เรียบร้อย ย้ำอีกซักครั้งว่าต้องใช้งานได้จริงๆเพราะทางโบรกเกอร์จะให้เรายืนยันตัวตนด้วยอีเมลล์ที่ใช้สมัครในภายหลัง หลังจากกรอกรายละเอียดต่างๆครบหมดแล้วรวมถึงคลิกยอมรับเงื่อนไข( ส่วนนี้ควรเข้าไปอ่านเงื่อนไขต่างๆให้เรียบร้อยก่อนนะครับ) ให้เราไปสู่ขั้นตอนต่อไปด้วยปุ่มเปิดบัญชีได้เลยครับ สีเขียวอีกตามเคย

fbs3fbs4

 

4.เรียบร้อยไปหนึ่งสเต็ปครับ หลังจากนี้ให้เราเข้าไปตรวจสอบจดหมายที่ทางโบรกเกอร์ส่งไปให้เราในอีเมลล์ที่ใช้สมัครเมื่อสักครู่ เพื่อคลิกยืนยันตัวตนตามลิงค์ที่ให้มา

fbs5

 

 

fbs6

5.หลังจากเข้าลิงค์มาจะมีที่อยู่ให้ตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าขึ้นว่า ราชอณาจักรไทยก็หมายถึงว่าถูกต้องแล้ว ให้กดที่ข้อมูลถูกต้อง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับในขั้นตอนการยืนยันอีเมลล์

6.นอกจากยืนยันอีเมลล์แล้วเรายังต้องยืนยันเบอร์มือถือและยืนยันตัวตนจากเอกสาร ซึ่งเราก็สามารถเข้าสู่หน้ายืนยันได้ง่ายมากๆเพราะจะมีแถบสีเขียวใหญ่ๆแบบนี้ขึ้นมาในหน้าแดชบอร์ดสมาชิกอยู่แล้ว โดยเอกสารที่จะต้องอัพโหลดก็ได้แก่ บัตรประชาชน สแกนชัดๆ หรือถ้าใครใช้มือถือถ่าย ขอให้ถ่ายชัดๆ แล้วตัดเอาฉากหลังทิ้งไปให้เหลือแต่ตัวเอกสาร จะช่วยให้ยืนยันผ่านง่ายขึ้นครับ เสร็จเรียบร้อยfbs8

 

ขั้นตอนการเพิ่มบัญชี เราสามารถเพิ่มบัญชีย่อยได้อย่างไม่จำกัดนะครับ ถ้าบัญชีไหนไม่ได้ใช้งานไปนานๆ ก็จะลบออกไปเอง

f11 f22 f33 f44

openacc

การยืนยันตัวตน

เมื่อเราสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว  FBS  จะให้เรายืนยันว่า เราอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ตามภาพด้านล่างครับ

Click ที่  Yes, it is correct  เลยครับ รอไร   จากนั้นจะไปยังหน้าจอ ตามภาพด้านล่างครับ

FBS จะให้เรายืนยันอยู่ 4 ข้อ   ตอนนี้ทำการยืนยันให้เราไปแล้ว สองข้อ เหลือในส่วน  โทรศัพท์ และ ตัวตนของผู้สมัคร ..

ยืนยันหมายเลขโทรศัพท์  click => Confirm จากนั้น FBS จะส่ง SMS  มาที่เครื่องโทรศัพท์ของเรา ให้เอาตัวเลขที่ได้รับมากรอกครับ เป็นอันเรียบร้อยในการยืนยันโทรศัพท์ จากนั้นมายืนยันตัวตนครับ

เป็นการยืนยันข้อสุดท้ายของ  FBS =. Click : Confirm identify  จากนั้นเตรียมข้อมูลบัตร ประชาชน วันเดือนปีเกิด จากนั้น แนบไฟล์บัตรประชาชนส่ง FBS ครับ

จากนั้น รอการตรวจสอบจาก  FBS  ครับ  ส่วนการยืนยันที่อยู่นั้น ในปี 2019  นี่ไม่มีครับ ตัดออก .. ดีครับ ผมชอบ

จากนั้น รอ ประมาณ หนึ่งวันครับ  FBS จะตอบมาทางเมล์ของเราครับ ว่า ผ่านหรือไม่ สรุปแล้ว ยืนยันแต่บัตรประชาชน หรือ passport แค่นั้น ครับ

เมือยืนยันผ่านทั้งสี่ข้อ  FBS  จะแสดงเครื่องหมาย ถูก ครบทั้งสี่ข้อ ครับ

 

การฝากเงิน FBS

FBS  ถือว่าเป็นโบรกที่รองรับการฝากเงินหลากหลายมากครับ เรียกได้ว่าเยอะกว่าทุกโบรกที่ผมเคยรู้จักครับ ตามภาพด้านล่างเลย

เริ่มที่ เลือก พอร์ตที่ต้องกานฝากเงิน แล้ว Click => ฝากเงินเข้าสู่บัญชี  จากนั้นเลือกช่องทางการฝาก

มีให้เลือกตั้งแต่ ธนาคารในไทย , Thai Exchanger , บัตรธนาคาร , การชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ , ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน  ซึ่งในบทความนี้ ขอนำเสนอเฉพาะ ส่วน ธนาคารในไทยครับ  ส่วนอื่น ผมไม่มีบัญชีเลย

รองรับถึง 9 ธนาคาร ตามภาพข้างบนเลย ส่วนผมใช้บริการธนาคารกรุงเทพ

เลือกเลยครับ ธนาคารกรุงเทพ

Click ที่ => ฉันอยากฝากเงิน

FBS  จะให้ฝากขั้นต่ำ  500  บาทครับ .. ตรงนี้แหละที่ผมไม่ชอบ .. ไม่เหมือน  Exness ให้ฝากขั้นต่ำ 1 $  หรือ 30  บาท  จากนั้น ระบบจะพาเราไปที่ระบบ ibank ของธนาคารครับ ก็ใส่ user และ Password  เพื่อเข้าทำการฝากเงินครับ และเงินจะเข้าบัญชีในทันที  เป็นอันว่าเรียบร้อยครับในการฝากเงิน

 

การถอนเงิน  FBS

วิธีการถอนเงินออกจาก FBS นั้นมีหลายวิธีเหมือนกับวิธีฝากเลย แต่ในที่นี้ผมจะใช้วิธีถอนผ่านธนาคารกรุงเทพ ซึงเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกสำหรับคนไทย ใช้เวลาอย่างเร็วไม่กี่ชั่วโมงก็ได้รับเงินแล้วครับ

เลือกถอนจาก ธนาคารกรุงเทพ  Click ที่โลโกของธนาคารเลย

ให้เราใส่ยอดเงินลงไป เป็นเงิน  USD  นะครับ ใส่ชื่อบัญชีธนาคาร คือ ชื่อของเรา และบัญชีธนาคารจะต้องตรงกับชื่อที่เราสมัคร FBS  จากนั้นใส่เลขที่บัญชีธนาคาร  Click  ยืนยันยอดที่ต้องการถอนเงิน  ยอดถอนขั้นต่ำ ที่  FBS  ให้ถอนคือ  1 $ ครับ  โดยในปี 2019 นี้  FBS  ตัด การกรอกรหัส pincode  ออกครับ  สะดวกขึ้นเยอะเลย ผมชอบจำรหัส pincode  ไม่ได้ ซะด้วย โดยปกติการถอนเงินจากบัญชีของ  FBS นั้นใช้เวลา 1 วันทำการ และไม่สามารถถอนในวันหยุดได้ครับ

โดยรวม ๆ แล้ว ไล่มาตั้งแต่การสมัคร การฝากเงิน การถอนเงิน  FBS  ปรับปรุงได้กระชับกว่าเดิมเยอะครับ

 

 


thai broker forex1

เส้น


ข้อมูล รีวิว XM , วิจารณ์โบรกเกอร์ XM Review ข้อดี ข้อเสีย และความน่าสนใจ

คะแนนโดย admin

เส้น

เส้น

. .xm11111

XM.com คะแนนรวม 9.3  ได้รับการจัดอันดับให้เป็นโบรกเกอร์ที่ดีที่สุด อันดับ 1 ของ  Thai Broker Forex

อันดับที่ 1 ด้าน ช่องทางการฝากถอนที่ดีที่สุด คลิ๊กดูที่นี่
อันดับที่ 3 ด้าน spread ต่ำ( รวมค่าบริการต่างๆ ทั้งหมด) คลิ๊กดูที่นี่
อันดับที่ 4 ด้าน ความปรอดภัย ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ คลิ๊กดูที่นี่
อันดับที่ 3 ด้าน เรทฝากถอนดีที่สุด คลิ๊กดูที่นี่

รีวิวโบรกเกอร์ XM Broker Review

เข้าสู่ Website

XM (XMGroup) คะแนน 9.1

อันดับที่ 1 XM (XM Group) โบรกเกอร์อันดับที่ 1 ในปี 2019

จากโบรกเกอร์ที่อยู่อันดับท้ายๆ ของ Thaibrokerforex กลับขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ได้ ภายในไม่กี่ปี ต้องยอมรับว่าทาง XM เป็นโบรกเกอร์ที่มีการพัฒนาอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งจะเห็นได้ว่า XM จะติดอันดับต้นๆของการจัดอันดับทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อน่าถือ , Spread ต่ำ , เรทฝากถอน , ฝากถอนเร็ว , Support ดี และ มีช่องทางฝากถอนที่รองรับคนไทยดีที่สุด สิ่งเหล่านี้ทำให้ XM ขึ้นมาครองตำแหน่งได้อย่างไม่มีข้อกังขา … ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเทรดเดอร์หลายคนจึงเลือก XM เป็นโบรกเกอร์หลักในการเทรด Forex

จุดแข็งของ XM ที่โดดเด่น คือ เรื่องการฝากถอน ทั้งในแง่ในเรทการฝากถอน ที่ต่ำมาก (แทบไม่เสียส่วนต่าง เพราะทางโบรกไม่เก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เลย) และ ช่องทางการฝากถอนที่ต้องบอกว่า สะดวกสบายที่สุดแล้วในไทย ณ ตอนนี้ เพราะมีการรองรับหลายธนาคาร อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ,กสิกร , ไทยพาณิชย์ , กรุงศี , กรุงไทย และ TMB โดยสามารถฝากผ่าน Internet banking ทั้งบน Mobile หรือ PC ส่วนที่โบรกอื่นไม่มี แต่ XM มีคือ ระบบการฝากผ่าน QR Code ที่รองรับหลายธนาคาร , ชำระหน้าเคาร์เตอร์ธนาคาร , จุดบริการชำระเงินต่างๆ อาทิ ตู้บุญเติม เป็นต้น ซึ่งสะดวกเอามากๆ … แต่ถึงแม้ช่องทางการชำระเงินของ XM จะเยอะมากก็ตาม ทาง XM ก็ทำรูปแบบออกมาให้ดำเนินการได้ง่ายมาก ไม่ต้องมีนั่งกรอกข้อมูลหรือส่งหลักฐานอะไรให้วุ่นวาย

XM ดำเนินธุรกิจมีตั้งแต่ปี 2009 โดย ณ ปัจจุบันถือเป็นโบรกชั้นนำของโลก ให้บริการกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

โปรโมชั่นที่โดดเด่น ทำให้ XM เป็นที่รู้จักกันอย่างมากเลยคือ “โบนัส $30 แบบไม่ต้องฝากเงิน” ในการเปิดบัญชีครั้งแรก … เงื่อนไขของโบนัสนี้ง่ายมาก มันง่ายจริงๆ แถมไม่มีอะไรแอบแฝง (ข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างในส่วนของโบนัส $30)

ทาง XM เคลมว่า “ไม่มี Requotes หรือ ปฏิเสธ คำสั่ง” อย่างแน่นอน

เรื่อง Platform การเทรดก็ครบเครื่องอยู่แล้ว มีทั้ง MT4/MT5 ให้ใช้บน PC , Mobile และ Website ส่วนผลิตภัณฑ์ในการเทรดก็หลากหลายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าเงิน , ทองคำ , น้ำมัน , ดัชนีทั่วโลก , หุ้นต่างๆ เป็ฯต้น

ปัจจุบัน บัญชีที่มีค่าบริการถูกสุด คือ บัญชี XM Ultra Low โดยจะไม่มีค่า Commission ในการเปิดปิดออเดอร์เลย และที่สำคัญ Spread ต่ำมาก (แต่ไม่มีโบนัสให้สำหรับคนที่เปิดบัญชีนี้)

มี Live chat ภาษาไทยให้บริการ ตั้งแต่ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ ช่วงเวลา 10:00 – 18:00 (ส่วนภาษาอังกฤษ 24 ชั่วโมง) … ทีมงานได้พูดคุยกับทาง XM แล้วพบว่า เป็นโบรกที่มีความโปร่งใสในเรื่องข้อมูลกับลูกค้า ซึ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของโบรกเกอร์ Forex เพราะ ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมนี้

ข้อเสีย : ค่า VPS แพง สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดโดยใช้ EA แนะนำให้ใช้ VPS จากภายนอกจะดีกว่าครับ

Update : เรื่องการถอนเงิน

มีหลายคน Comment มาแจ้งว่า XM ถอนเงินได้ไม่ครบ หรือไม่พอ ทางทีมงานได้ลองทดสอบ 5 ครั้ง ผลคือ ยอดตรงเป๊ะ ทั้ง 5 ยอด มั่นใจได้ 100% ครับ ยอด ประมาณ 1.7 แสน ใช้เวลาถอนประมาณ 1 ชั่วโมง

openacc

✪ ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี XM

✪ เปิดบัญชีจริง XM คลิ๊กที่นี่

✪ เปิดบัญชีเดโมคลิกที่นี่

 

ข่าวสาร xm ที่น่าสนใจ

ข้อตกลงและเงื่อนไข “โครงการโบนัสซื้อขาย $30”  (ฉบับแปลไทย อ่านง่าย)

✪ ทำไม XM จะต้องให้สมัครใหม่ทุกครั้ง ที่บัญชีไม่เคลื่อนไหวเกิน 3 เดือน  มีคำอธิบาย!

✪ XM เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกและปริมาณการซื้อขายสูงอันดับต้นๆของโบรกเกอร์ทั่วโลก
 ✪ โหลดแอปพริเคชั่น XM ฟรี มีประโยชน์ สำหรับฝากถอนเงิน,วิเคราะกราฟและข่าวเข้ามือถือตลอดวัน …new
✪ สัมนาฟรีแบบจัดเต็มกับ XM จัดเต็ม มือใหม่พลาดไม่ได้งานสัมมนา XM กรุงเทพ 6 มีนา เชียงใหม่ 16 มีนา …new
✪ ภาพบรรยากาศงานกาล่าดินเนอร์ โบรกเกอร์ XM คลิ๊ก

 

คุณสมบัติเด่นของ XM Global Limited

  • เลเวอเรจระหว่าง 1:1 – 888:1
    โบนัสแบบไม่ต้องฝากเงิน 30 เหรียญ กำไรสามารถถอนออกมาได้ (เมื่อเทรดครบ 10 micro lot นิดเดียวครับผมเทรดวันเดียวครบ)
  • ✪ ฝากถอน ผ่านธนาคารประเทศไทยสะดวกและรวดเร็ว
    ✪ มีหน้าเว็บภาษาไทยและอีก 20 ภาษา
    ✪ มีโปรโมชั่น ข้อเสนอต่างๆ เร้าใจ
    ✪ มี chat support ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง จันทร์ – ศุกร์ และซับพอร์ตภาษาไทย 10:00 – 18:00
    มี บทเรียนออนไลน์ฟรี และสัมนาฟรีให้ความรู้โดยเทรดเดอร์ชั้นเซียนในแต่ละเดือนบ่อยมากๆ ติดตามในเว็บไซต์หลักได้เลยครับ
    ✪ เป็นโบรกเกอร์ใหญ่ ที่มีความมั่นคงสูง มีชื่อเสียงที่ดีทั้งในไทยและต่างประเทศ
    ✪ โบนัสเงินฝาก 50% ที่สามารถใช้เป็นมาร์จิ้นได้
    ✪ ฝากเริ่มต้น 5$
    ✪ ใช้ EA ได้ทุกรูปแบบ
    ✪ เทรดได้ทุกรูปแบบ สั้น ยาว เฮจดิ้ง ฯลฯ
    สำนักงานอยู่ที่ Belize แต่มีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยช่วยเหลือ บริการรวดเร็วและจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ทิ้งปัญหา
    ✪ ไม่เคยมีประวัติเสียหายในการจ่ายเงิน ( สำคัญมาก น้อยโบรกเกอร์ที่จะทำได้  )
    ✪ มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
  • ✪ มีการจัดแข่งขันเทรดเดโม่ฟรี ที่ใหญ่ที่สุดและไม่เคยมีโบรกเกอร์ไหนทำมาก่อน เงินรางวัล 1 ล้านดอลล่าสหรัฐ (พึ่งจบไป)
  • ✪ การติดต่อ โทร 092-9680699 [email protected]

ความพร้อมของทีมงาน

เป็นมิตร มีประสิทธิภาพ น่ารักและ เป็นกันเองมากๆ ครับ

xmพนักงาน

BONUS

xm2xm3โบนัส XM

โบนัส 50% และ 20% โดดเด่นกว่าโบรกอื่นๆ ตรงที่เป็นโบนัสที่ใช้เป็นมาร์จิ้นได้ ถ้าฝาก 1000$ ได้โบนัส 500$ สามารถเทรดติดลบถึงได้ 1500$ แต่ข้อเสียของโบนัสนี้คือ

1.เมื่อคุณถอนเงินจากบัญชีนั้น ไม่ว่าเท่าไหร่ก็ตาม โบนัสจะหายไปตามจำนวนเงินที่คุณถอน

2.โบนัสมีจำนวนจำกัด โบนัส 50% มากสุด 500$ เมื่อครบแล้วจะลดลงเหลือ 20% อันนี้ได้มากสุด 5000$

*** โบนัสฟรี $30 แบบ ไม่ต้องฝากเงิน ***
เทียบเท่ากับ: 25 EUR, 20 GBP, 25 CHF, 3000 JPY, 30 AUD, 1000 RUB, 100 PLN, 7000 HUF, 40 SGD, 347 ZAR, ประมาณ 1,000 บาท
  • ไม่จำเป็นต้องฝากเงิน
  • เพิ่มเข้าสู่บัญชีของท่านโดยอัตโนมัติ
  • กำไรทั้งหมด ที่ได้รับสามารถถอนออกมาได้
  • สำหรับ ลูกค้าใหม่ ทั้งหมด
  • ไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง

เงื่อนไขการถอนกำไรที่ได้จากการเทรดด้วย โบนัส 30 เหรียญ : (เงื่อนไขอย่างละเอียด แปลไทย คลิ๊ก)

1. ทำกำไรอย่างน้อย 5 USD (ไม่รวมโบนัส 30 USD)

2. เปิด และ ปิด ครบ 5 ออเดอร์

3. รวมจำนวนลอตเทรด มากกว่า หรือ เท่ากับ 0.1 Standard Lots ( 10 Micro Lots )

สำคัญนิดนึงคือ โบนัสนี้สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่เท่านั้น โดยให้เลือกในช่อง “ข้อมูลบัญชีซื้อขาย” เมื่อตอนสมัครเปิดบัญชีจริง ดังรูปด้านล่าง

และจากเมื่อทำการสมัครเสร็จ ให้เราอัพโหลดเอกสารยืนยันตัวตน ก็จะได้รับโบนัสดังกล่าว

* หากท่านใดลืมกดปุ่มรับโบนัสในตอนแรก ยังสามารถขอรับโบนัสนี้ได้อยู่  … ให้ทำการเพิ่มบัญชีใหม่  “เปิดบัญชีเพิ่มเติม” … แล้วกด “ต้องการรับโบนัส” ดังภาพด้านล่าง … แต่ต้องหลังการยืนยันบัญชีแล้วไม่เกิน 30 วันนะครับ

… ข้อมูลเพิ่มเติมแบบละเอียด

– โบนัสนี้ ไม่ต้องฝากเงิน ก็ได้รับใช่ไหม ?

ตอบ : ใช่ครับ … แค่กดลงทะเบียนบัญชีซื้อขายจริง แล้วยืนยันตัวตนเสร็จให้เรียบร้อย (อัพโหลดเอกสาร) แค่นี้ก็ได้รับเงินนี้แล้วครับ สามารถนำเงินจำนวนนี้ไปเทรดได้เลย

– โบนัส $30 นี้สามารถถอนได้ไหม ?

ตอบ : ได้ครับ … แค่ทำให้ครบ 3 เงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. ทำกำไรให้ได้อย่างน้อย $5
  2. เปิด และ ปิด ครบ 5 ออเดอร์
  3. รวมจำนวนลอตเทรด มากกว่า หรือ เท่ากับ 0.1 Standard Lots ( 10 Micro Lots )

ไม่ว่าเราจะเทรดยังไงก็ตามขอแค่ครบ 3 เงื่อนไขดังกล่าว ก็ได้รับโบนัสนี้แล้ว … เชื่อเหอะครับว่า โบนัสนี้มันได้ง่ายจริงๆ และไม่มีอะไรแอบแฝง 

เราจะเทรดยังไงก็ได้

เช่น

… เทรด 6 micro lots จำนวน 1 รอบ , เทรด 1 micro lots จำนวน 4 รอบ , กำไรเกิน 5 USD >> ก็ครบเงื่อนไข สามารถถอนเงินได้แล้ว

… เทรด 1 micro lots จำนวน 10 รอบ (ขั้นต่ำแค่ 5 รอบ) , กำไรเกิน 5 USD >> ก็ครบเงื่อนไขเช่นเดียวกัน

… ฝากเงิน 100 USD , เทรด 2 micro lots จำนวน 5 รอบ , กำไรเกิน 5 USD >> ครบเงื่อนไข

เป็นต้น

– เวลาถอนโบนัสนี้ ถอนยังไง ?

ตอบ : ถอนเหมือนปกติเลยครับ

– โบนัสนี้มีวันหายไปไหม ?

ตอบ : มีครับ กรณีเทรดเดอร์ไม่ทำการเทรดเกิน 90 วันโบนัสก็จะหายไป … ถ้าเทรดปกติก็อยู่จะคงในบัญชีตลอดชีวิตของเทรดเดอร์เลยครับ

– เมื่อถอนกำไรออก โบนัส $30 นี้จะอยู่เหมือนเดิมไหม ? หรือ ถ้าฝากเงินเข้าไปด้วยล่ะ แล้วเทรดกำไร โบนัสนี้จะถูกคิดอย่างไร ?

ตอบ : ถ้าถอนกำไรออก โบนัสในบัญชีจะถูกลดหลั่น ตามสัดส่วนตามจำนวนเงินที่ถอน

ตัวอย่าง

สมมติ : เทรดครบ 10 micro lots , เทรดครบ 5 รอบ , และทำกำไรได้ USD 100 … และจะต้องการถอนเงิน USD40

กรณีไม่ได้ฝากเงินเข้าไปเลย

โบนัส $30 ทำกำไรได้ จำนวนเงินที่สามารถถอนได้
(กำไรจากโบนัส)
ต้องการถอนเงิน  จำนวนโบนัสคงเหลือ
USD 30 USD 100  USD 100  USD 40 
(คิดเป็น 40 % ของกำไร USD 100)
USD 12
(40% ของ USD 30)

กรณีฝากเงินเข้าไปเทรดด้วย USD 500

โบนัส $30 ฝากเงิน ทำกำไรได้ จำนวนเงินที่สามารถถอนได้
(กำไรจากโบนัส)
ต้องการถอนเงิน  จำนวนโบนัสคงเหลือ
USD 30  USD 500  USD 100  USD 600  USD 40
(คิดเป็น 6.67% ของ USD 600)
USD 28
(6.67% ของ USD 30)

ข้อตกลงและเงื่อนไข “โครงการโบนัสซื้อขาย $30” Ver. ภาษาไทย: แปลโดยทีมงาน Thaibrokerforex (คลิ๊ก)

การฝากเงินเข้าบัญชีเทรด XM.COM : (มีรูปด้านล่าง)

Online Banking : ธนาคารกรุงเทพ / กรุงไทย / กรุงศรี / ไทยพาณิชย์ / กสิกร

ฝากขั้นต่ำ 165 THB
ฝากสูงสุด 329,090 THB

การถอนเงินจากบัญชีเทรด XM.COM :

Local Thai Bank (Online banking) : ธนาคารกรุงเทพ / กรุงไทย / กรุงศรี / ไทยพาณิชย์ / กสิกร

ครั้งละไม่เกิน $1,500 สูงสุด วันละ 3 ครั้ง ใช้เวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี XM

openacc


หลากหลายช่องทางการฝากถอน

 

การเปรียบเทียบบัญชีเทรด

 

 

openacc

 

เส้น

 

ขั้นตอนการสมัครเปิดบัญชี XM

 

เรา Click  ที่ เปิดบัญชีจริง  ซึ่งจะมีทั้งหมด 2 หน้า ตามมาดูกันเลย

ข้อมูลที่บันทึกในหน้าแรกนี้ เป็นข้อมูลส่วนตัว ชื่อ สกุล ที่อยู่ เบอร์โทร และ e-mail  แล้วให้เลือกประเภทของบัญชี MT4  ผมเลือกประเภท  Micro  มาดูหน้าที่ สองกัน

ในหน้านี้จะให้บันทึก วันเดือนปีเกิด ไปจนถึงที่อยู่ ไปจนถึง รายได้  การศึกษา ปิดท้ายด้วยการตั้ง

รหัสผ่าน ซึ่งตรงนี้สำคัญ ต้องเก็บไว้ในที่ปลอดภัย จากนั้นก็เลือก เมนู  เปิดบัญชีจริง

เป็นอันว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัครสมาชิก จากนั้น  XM  จะส่งรายละเอียดของบัญชี มาที่  e-mail ของเราที่ทำการลงทะเบียนไว้ครับ

e-mail แจ้งรายละเอียดและ กด ยืนยัน ที่  link  ยืนยันอีเมล์ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์

จากนั้น  XM  จะส่งเมล์แจ้ง  ID  ของบัญชีที่เราสมัคร มาอีกครั้งครับ ไม่ส่ง  password  นะครับ

เป็นอันว่า การสมัครสมาชิก เสร็จ สมบูรณ์  มาดูการยืนยันตัวตนกันครับ

 

การยืนยันตัวตน XM

ในปี 2019 เมนู อัพโหลด เปลี่ยนมาอยู่ที่ด้านล่างครับ หลักฐานที่เราต้องเตรียมมาในการยืนยันตัวตน ไฟล์บัตรประชาชน หรือใบขับขี่  และ บิลค่าสาธารณูปโภค ไม่เกิน 6 เดือน  เตรียมไฟล์เอกสารไว้เลย

เตรียมไฟล์ บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต หรือ ใบขับขี่ ให้ save ตามที่ XM  กำหนดครับ gif , jpg , pdf เรียบร้อยแล้ว ..เตรียมอัพโหลดตามเมนู

นี่ผมทำการ อัพโหลดไฟล์บัตรประชาชน  ทำการ Save => .jpg  เรียบร้อยแล้ว มา อัพโหลด บิลค่าน้ำ ค่าไฟกันเลยครับ  ซึ่ง XM  กำหนดไว้ มีดังนี้ครับ

  • ใบเสร็จค่าสาธารณูประโภคเดือนล่าสุด เช่น บิลค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าหรือค่าโทรศัพท์
    – ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร
    – เอกสารทางการใดๆ ที่มีชื่อและที่อยู่ของเรา เช่น ทะเบียนบ้าน

ผมโหลด ไฟล์ ค่า  internet  ขึ้นครับ  เรียบร้อยแล้ว จากนั้นรอการตรวจสอบ ใช้เวลาประมาณ 1 – 2  วันครับ เรียบร้อยแล้วครับ สำหรับการยืนยันตัวตนของ  XM  

เมนูแสดงหลักฐานการ  อัพโหลดไฟล์เอกสาร

 

การฝากเงินเข้าบัญชี

ตรง ๆ ครับ เมนูฝากเงิน  => XM รองรับการฝากเงินที่

หลายรูปแบบ ล่าสุดในปี 2019 รองรับการฝากด้วย  Bitcoin แล้ว  ในตอนนี้จะนำเสนอเฉพาะ การฝากเงินผ่านธนาคารไทยครับ ..

เลือก => Online Bank Transfer นะครับ  เป็นทางฝากที่สะดวก  เร็ว  ส่วน Kbank Mobile Banking  เป็นอีกทางเลือกที่ใช้  Gateway payment คนละตัว .. มาดู การฝากผ่าน Online Bank Transfer กันเลย

รองรับธนาคารไทย  6  แห่งครับ   ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารกรุงเทพ , ธนาคารกสิกรไทย , ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารไทยพานิชย์ และ  TMB  ก็พอรับได้ แม้ว่าจะไม่มากเท่ากับ  FBS  และ Exness

ผมเลือก ธนาคารกรุงเทพ ทดลองฝากเงิน 200  บาท => XM  ทำการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนให้ทันที 6.36 $  ครับ

Click  ยืนยันเลย..

จากนั้น เข้าสู่ระบบการฝากเงินของธนาคารครับ

ดำเนินการฝากเงินเรียบร้อย  เงินจะเข้าในบัญชีเราทันทีครับ ..

 

การถอนเงิน XM

มีเมนูให้ฝาก  2 ที่ ตามภาพด้านบนเลย เลือกตรงไหนก็ .. ในตอนนี้ก็จะเหมือนการฝากครับ ขอนำเสนอในส่วนของธนาคารไทย ในปี 2019  นี้เมนูการถอนยังคงเดิมครับ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง

Click => Online Bank Transfer  เลือกธนาคารเดียวกับตอนฝากเงินนะครับ  บันทึกข้อมูล

เลขที่บัญชีของธนาคาร จำนวนเงินที่ต้องการถอน เป็น  USD  นะครับ

จากนั้น รอแจ้งกลับทาง e-mail  ปกติแค่ 1 – 2 ชั่วโมงเงินก็เข้าบัญชีแล้วครับ ไม่แนะนำให้ถอนวันศุกร์นะครับ อ้อ.. วันเสาร์ อาทิตย์ ด้วยครับ ..

โดยรวมแล้ว ทั้งการสมัครสมาชิก การยืนยันตัวตน การ ฝากถอนเงินของ  XM  แทบไม่ต่างไปจากเดิม เมื่อ  5-6 ปีก่อนเลยครับ .. 

 


thai broker forex1

เส้น


12 อันดับโบรกเกอร์ ช่องทางการฝากถอน ที่ดีที่สุด

คะแนนโดย admin

 

หลังจากที่ ทาง กลต. ของบ้านเราได้กล่าวหาพวกเว็บซื้อขาย E-currency ต่างๆ ว่าเข้าข่ายผิดกฏหมาย ทำให้เว็บ E-currency เหล่านั้นต้องปิดทำการลงไป (รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก) ซึ่งทำให้การฝากถอนผ่านโบรกเกอร์ต่างๆ ผ่าน E-currency นั้นลำบากอย่างมาก 

ทำให้ช่องทางการฝากถอน ผ่านธนาคารไทย คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้

เราจึงมาโฟกัสเรื่องการฝากถอน ผ่านธนาคารไทย ว่าโบรกเกอร์ไหนมี ช่องทางการฝากถอน ที่ดีที่สุดเพื่อให้เทรดเดอร์มีความสะดวกรวดเร็วในธุรกรรมฝากถอน ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ ได้เอาเวลาไปเน้นในเรื่องการเทรดให้เต็มที่

12 โบรกเกอร์ ช่องทางการฝากถอน ที่ดีที่สุด

เกณฑ์การให้คะแนนโบรกเกอร์ด้านช่องทางการฝากถอน

  • เน้นช่องทางการฝากถอนผ่านธนาคารในประเทศไทยเป็นหลัก
  • วิธีการชำระเงิน
    • Internet Banking : **ให้น้ำหนักมากสุด
    • QR code
    • ATM
    • เคาน์เตอร์ธนาคาร
    • จุดบริการชำระเงินต่างๆ อาทิ Tesco Lotus , ตู้บุญเติม , [email protected](ไปรษณีย์ไทย) , mPay เป็นต้น
    • VISA /Mastercard (ปกติทุกโบรกมีอยู่แล้วช่องทางนี้)
    • โอนผ่านบุคคลธรรมดา และ E-currency  : **ให้น้ำหนักน้อยสุด
  • ความง่ายของช่องทาง
  • มูลค่าที่จำกัด สูงสุด และ ต่ำสุด ในการฝากถอน

 

อันดับที่ 1 : XM

เป็นโบรกเกอร์ที่มีช่องทางการฝากถอนเงินที่สะดวกสบายที่สุด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะจุดเด่นเรื่อง “ความหลากหลาย” และ “ความง่าย” ในการฝากเงิน

XM จะเน้นให้ฝากผ่านธนาคารหลักๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ , กสิกร , ไทยพาณิชย์ , กรุงศรี , กรุงไทย และ TMB เท่านั้น … ถึงแม้จำนวนธนาคารที่รองรับจะไม่เยอะเท่าโบรกอื่น แต่ด้วยประสิทธิภาพต้องบอกเลยว่า กินขาด

เรื่องฝากผ่านธนาคารออนไลน์ (Internet banking) โบรกดีๆส่วนมากก็มีกันเป็นปกติอยู่แล้ว

          – ที่บอกว่า XM กินขาด อย่างแรกก็ด้วยเพราะว่า XM สามารถฝากผ่าน QR Code ได้ถึง 3 ธนาคาร ! คือ กรุงเทพ , กสิกร และ TMB … ซึ่งปกติโบรกที่ฝากผ่าน QR Code มักจะมีแค่ กสิกร เท่านั้น

          – อย่างที่สอง คือ XM เป็นโบรกเดียวที่ช่องทางการฝากเยอะมาก ทั้ง Internet banking , QR , Code , เคาร์เตอร์ธนาคาร  , จุดบริการชำระเงินต่างๆ อาทิ Tesco Lotus , ตู้บุญเติม เป็นต้น … ซึ่งบอกเลยว่า แทบจะครบทุกช่องทาง

          – อย่างสุดท้าย คือ ถึงแม้ว่าช่องทางการชำระเงินของ XM จะเยอะมากก็ตาม แต่ทาง XM ทำให้รูปแบบออกมาดูง่ายมาก ไม่ต้องมานั่งส่งหลักฐานยืนยันหรือกรอกข้อมูลเยอะๆเลย

โดยตัวเลือกในการฝากเงินของ XM ผ่านธนาคารในประเทศไทย จะมีอยู่ 2 ช่องทางหลักให้เลือก คือ

  1. Online Bank Transfer
    • Bangkok Bank – ธนาคารกรุงเทพ : ***
    • Bank of Ayudhya – ธนาคารกรุงศรี : Online Banking
    • Kasikorn Bank – ธนาคารกสิกร : ลิงค์ไปยัง QR Code
    • Krung Thai Bank – ธนาคารกรุงไทย : Online Banking
    • Siam Commercial Bank – ธนาคารไทยพาณิชย์ : Online Banking
    • TMB Bank Public Company Limited  – ธนาคารทหารไทย : ***
  2. Kbank Mobile Banking : ช่องทางนี้เป็นการฝากผ่าน QR Code ของธนาคารกสิกร ผ่านแอฟ K-Plus บนมือถือ … ซึ่งจริงๆแล้ว ธนาคารกรุงเทพ และ TMB ก็มี QR code ให้ แต่ XM เน้นของกสิกร เลยเอามาขึ้นหน้าแรก และ ถ้าหากใครใช้ กสิกร ก็จะฝากผ่าน QR Code ได้อย่างเดียว ไม่เหมือนกับธนาคารอื่นๆ .

*** ธนาคารกรุงเทพ และ TMB จะค่อนข้างหลากหลายกว่าเพื่อน คือ สามารถฝากได้หลายช่องทาง

มี 6 ธนาคารหลักให้ฝากผ่าน

วิธีการชำระเงิน (ผ่านธนาคารกรุงเทพ และ TMB)
1. สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking (ใช้ App ของธนาคารใดก็ได้ จ่ายได้เหมือนกัน)
2. พิมพ์รายการ แล้วนำไปชำระในจุดให้รับชำระ
3. ไปที่ธนาคารโดยตรง

สามารถชำระได้หลากหลายช่องทาง (ผ่านธนาคารกรุงเทพ และ TMB)

ส่วนนอกเหนือจากฝากถอนผ่านธนาคารในไทยแล้ว XM ยังมีช่องทางอื่นๆ อีก อาทิ

  • Credit/Debit Cards (Visa / Master Card)
  • Neteller
  • Skrill
  • WebMoney
  • Bitcoin (ต้องยืนยันตัวตนก่อน ถึงช่องทางนี้จะปรากฏ)

ฝาก ขั้นต่ำ : 5 USD
ฝาก สูงสุด : 10,000 USD ไม่จำกัดจำกัดครั้ง (กรณียังไม่ยืนยันตัวตน ได้สูงสุดไม่เกินครั้งละ 2,500 USD)

ถอน ขั้นต่ำ : 5 USD
ถอน สูงสุด : ไม่จำกัด

 เปิดบัญชีกับ XM (คลิ๊ก)

 ข้อมูล เพิ่มเติม XM (คลิ๊ก)

 

อันดับที่ 2 : Exness

ยอมรับว่า Exness เป็นโบรกที่มีจำนวนธนาคารที่ให้บริการฝากถอนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับโบรกอื่น โดยทาง Exness จะมีเพียง 5 ธนาคารใหญ่ๆ ในประเทศเท่านั้น คือ

  1. กรุงไทย : Internet banking
  2. กรุงเทพ : Internet banking + QR code + ATM + เคาน์เตอร์
  3. ไทยพาณิชย์ : Internet banking + QR code + ATM + เคาน์เตอร์ … (XM ไม่มี QR Code ของไทยพาณิชย์ , แต่ Exness ก็ไม่มี QR Code ของ TMB เหมือนที่ XM มี)
  4. กสิกร : QR code + เคาน์เตอร์
  5. กรุงศรีอยุธยา : Internet banking

บอกเลยว่า น้อยแต่มีคุณภาพ โดยการฝากเงินไม่ได้เฉพาะ Internet banking อย่างเดียว และยังมีการเงินฝาก QR code , ATM และหน้าเคาน์เตอร์ ได้อีกด้วย

อีกทั้งความเรียบง่าย และสะดวกสบายในการเข้าไปกดคลิ๊กฝากถอน ของบน Website ทำได้อย่างดีเลยทีเดียว … ทำให้เรานำ Exness มาอยู่อันดับที่ 2

ฝาก ขั้นต่ำ :

  • บัญชีเซ็นเเละมินิขั้นต่ำครั้งเเรกคือ 1 ดอลล่าร์
  • บัญชีคลาสสิคครั้งแรก 2000 ดอลล่าร์
  • บัญชี ECN ครั้งแรก 300 ดอลล่าร์

* ส่วนการฝากครั้งต่อไปไม่มีขั้นต่ำ

ฝาก สูงสุด :

  • ธนาคารไทยพาณิชย์: 1 000 000 USD
  • ธนาคารกรุงไทย: 1 000 000 USD
  • ธนาคารกรุงศรี: 1 000 000 USD
  • ธนาคารกรุงเทพ เคาน์เตอร์ / ATM: 2700 USD
  • ธนาคารกรุงเทพ Mobile banking: 2700 USD
  • SCB เคาน์เตอร์ / ATM: 13500 USD
  • SCB Mobile banking: 13500 USD
  • กสิกร เคาน์เตอร์: 13500 USD
  • กสิกร Mobile Banking: 13500 USD
  • กรุงเทพ iPay: 1350 USD

ถอน ขั้นต่ำ : 1 USD สูงสุด 1350 USD ต่อครั้ง โดยในหนึ่งวันไม่จำกัดจำนวนครั้ง
…. โดยหากถอนต่ำกว่า 1000 บาทมีค่าธรรมเนียมที่ 1% (ขั้นต่ำ 0.5 USD) หาก 1000 บาทหรือมากกว่าจะไม่มีค่าธรรมเนียมจากเอกซเนสแต่อาจเป็นค่าธรรมเนียมจากธนาคาร
ถอน สูงสุด : 1350 USD ต่อครั้ง โดยในหนึ่งวันไม่จำกัดจำนวนครั้ง
* ถ้าจะถอนเยอะๆ ก็กดถอนหลายๆครั้ง

ส่วนช่องทางการฝากอื่นๆ ก็มีทั้ง

  • Perfect Money
  • NETELLER
  • WebMoney
  • Skrill

***** ในกรณีลงทะเบียนในประเทศไทยนั้น Exness จะไม่มีช่องทางการฝากถอนผ่านบัตรเครดิต ก็ว่าง่ายๆ คือ ไม่สามารถฝากผ่าน VISA และ Mastercard *****

 เปิดบัญชีกับ Exness (คลิ๊ก)

 ข้อมูล เพิ่มเติม Exness (คลิ๊ก)

 

อันดับที่ 3 : Pepperstone

ช่องทางการฝากของโบรกเกอร์จะมีแค่ 6 ธนาคารหลัก 1. ไทยพาณิชย์ (ทางโบรกจะเน้นให้ฝากกับธนาคารนี้) 2. กรุงไทย 3. UOB 4. กสิกร 5. กรุงเทพ และ 6. กรุงศรี แต่ ! *จุดเด่นของทางโบรกนี้คือสามารถถอนได้หลายธนาคารมาก (กว่า 11 ธนาคาร

อีกทั้งความง่ายของการเข้าสู่ระบบการฝากถอน ทำให้ค่อนข้างรวดเร็ว เราจึงให้อันดับ 3 แก่ทาง Pepperstone

* ปกติการถอนต้องถอนผ่านธนาคารที่ฝากมาแต่แรก กรณีจะถอนต่างธนาคารต้องฝากผ่านไปแล้ว 60 วัน ถึงจะถอนต่างธนาคารได้

โดยจะเห็นได้ว่า SCB มีซ้ำกันอยู่ 2 ที่ ซึ่งฝากได้เหมือนกัน แค่อันแรก (วงสีแดง) เป็นการฝากโดยตรงผ่านระบบของธนาคาร SCB (SCB PAYMENT GATEWAY) ส่วนอันที่สอง (วงสีน้ำเงิน) เป็นการฝากผ่านตัวกลางที่ชื่อว่า “easypay”

ฝากขั้นต่ำ : ไม่มีขั้นต่ำ
ฝากสูงสุด :
– SCB สูงสุด 50,000 USD (ต่อวัน) *** 
– Easy pay (ธนาคารอื่น) 45,000 USD (ต่อวัน) ***
เฉพาะช่องทาง Local bank transfer (ธนาคารในประเทศไทย) จะจำกัดการฝากต่อวัน ส่วนช่องทางอื่นๆ ไม่จำกัด

ถอนขั้นต่ำ :
– ไม่มีขั้นต่ำ
– ไม่เกิน 2 ล้านคิดค่าธรรมเนียม 15 บาท
ถอนสูงสุด :
– ไม่จำกัด ไม่เกิน 2 ล้านคิดค่าธรรมเนียม 15 บาท
– หากเกินจะคิดเพิ่ม 2% จากยอดที่เกิน

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ ของ Pepperstone

  • Skrill
  • Neteller
  • PAYPAL << *** น้อยโบรกที่จะมีช่องทางนี้

*** ไม่มีช่องทาง VISA / Mastercard ***

 เปิดบัญชีกับ Pepperstone (คลิ๊ก)

 ข้อมูล Pepperstone เพิ่มเติม (คลิ๊ก)

 

อันดับ 4 : Forex4you

โดยรวมถือว่าเป็นโบรกที่มีช่องทางการฝากถอนที่โอเคร อยู่ในระดับที่ดีทั้งหมด ทั้งในเรื่องจำนวนธนาคารที่รองรับ , ยอดขั้นต่ำขั้นสูงสุดในการฝากถอน , ระบบการฝาก , ความสะดวกในการเข้าระบบการฝากถอน และช่องทางการฝากถอนอื่นๆ ทั้งหมดนี้ Forex4you ทำได้ดีเลยทีเดียว

ธนาคารออนไลน์ (ไทย) : Internet banking

  • ธนาคารกรุงเทพ : ฝากตรงผ่านระบบ Internet banking ของธนาคาร
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา : easypay
  • ธนาคารกสิกร : easypay
  • ธนาคารกรุงไทย : easypay
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ : ฝากตรงผ่านระบบ Internet banking ของธนาคาร
  • ธนาคารยูโอบี : easypay

ฝากขึ้นต่ำ : 500 บาท
ฝากสูงสุด : 500,000 บาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ถอนขั้นต่ำ : 15 USD
ถอนสูงสุด : 1,500 USD ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

  • VISA / Mastercard
  • WebMoney
  • Skrill
  • NETELLER

 เปิดบัญชีกับ Forex4you (คลิ๊ก)

ข้อมูล เพิ่มเติม Forex4you (คลิ๊ก)

 

อันดับ 5 : Fxprimus

ถึงแม้โบรกนี้จะมีหลายธนาคารที่รองรับการฝากถอน … แต่ … การโหลดบนหน้าเว็บไซต์ในการเข้าไปทำธุรกรรมฝากถอนของเว๊ป FXPRIMUS ค่อนข้างช้ามาก ตั้งแต่ตอนการเลือก ธนาคาร , กรอกจำนวนเงินยืนยัน , เข้าไปสู่ระบบ Internet banking แต่ละขั้นตอนคลิ๊กที “โหลดนาน”

แต่ละธนาคารก็จะใช้ช่องทางแตกต่างกันออกไป โดยทาง FXPRIMUS ใช้ Payment gateways อยู่ 3 เจ้า คือ

  1. PaySec หรือ easypay
  2. Zotapay
  3. PaymentAsia

ซึ่งใช้ระบบ Internet banking ฝากได้เหมือนกันหมด

ฝากขั้นต่ำ :
– บัญชี Variable spreads : 100 USD
– บัญชี ECN : 500 USD
ฝากสูงสุด : ไม่จำกัด
… ปกติส่วนมากจะให้ฝากสูงสุดครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท แต่จะไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ยกเว้น กรุงไทย ที่สูงสุดไม่เกินครั้ง 99,000 บาท ไม่จำกัดจำนวนครั้งเช่นกัน)

ถอนขั้นต่ำ : 25 USD
ถอนสูงสุด : ไม่จำกัด

ช่องทางอื่นๆ ของ FXPRIMUS

  • Visa / MasterCard
  • ecoPayz
  • Skrill
  • NETELLER
  • Bitcoin

 เปิดบัญชีกับ Fxprimus (คลิ๊ก)

 ข้อมูล เพิ่มเติม Fxprimus (คลิ๊ก)

 

อันดับ 6 : Weltrade

โบรกนี้คิดว่าน่าจะเป็นการฝากถอนที่ง่ายที่สุด เพราะตัดขั้นตอนซับซ้อนออกหมด โดยจะทำธุรกรรมได้เฉพาะระบบ Internet banking เท่านั้น (ยกเว้น กสิกร) และจะมีเฉพาะธนาคารหลักๆ 5 ธนาคาร คือ

  1. กสิกร : สามารถเลือกได้ว่าจะฝากหน้าเคาเตอร์ธนาคาร หรือ QR code (บนมือถือ)
  2. กรุงศรี : Internet banking
  3. กรุงไทย : Internet banking
  4. กรุงเทพ : Internet banking
  5. ไทยพาณิชย์ : Internet banking

ทั้งหมดนี้เป็นลิงค์ตรงเข้าสู่ระบบการชำระเงินของแต่ละธนาคาร (ง่ายและรวดเร็ว)

จุดอ่อนคือ ข้อจำกัดในการถอนสูงสุดต่ำมาก ถอนได้ไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์ ต่อวันเท่านั้น !

ฝากขั้นต่ำ : 5 USD
ฝากสูงสุด : 500,000 THB ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ถอนขั้นต่ำ : 5 USD
ถอนสูงสุด : ไม่เกิน 5,000 USD ต่อวัน (ครั้งละไม่เกิน 1,400 USD)

 เปิดบัญชีกับ Weltrade (คลิ๊ก)

ข้อมูล เพิ่มเติม Weltrade (คลิ๊ก)

 

อันดับ 7 : FXOpen

ช่องทางการฝากผ่าน FXOpen ถือว่าสะดวกอย่างมาก เฉพาะระบบการฝากผ่าน Internetbanking (Paytoday) ที่เป็นการฝากผ่านระบบธนาคารโดยตรง (5 ธนาคารหลัก)  อีกทั้งฝากถอนขั้นต่ำเพียง 10 บาท เท่านั้น ขั้นสูงสุดไม่จำกัดอีกด้วย

ที่ไม่แนะนำคือการฝากผ่านบุคคลธรรมดาของโบรกนี้ เพราะค่อนข้างช้ามาก โดยจะผ่านชื่อบัญชีของ “นาย สมภพ จิตรตระกูล” เป็นตัวกลางในการนำฝาก

แต่ที่เราหักคะแนนของโบรกนี้ลงมาเยอะก็เพราะว่า … ลิงค์การนำไปสู่ช่องทางฝากถอนบนหน้าเว็บไซต์ของ FXOpen ทำได้ไม่ดีเลย …  ผมคนนึงที่ตอนแรกฝากเงินเข้าเทรดกับ FXOpen ใช้ช่องทาง “Local Deposit” ซึ่งเป็นช่องทางฝากผ่านบุคคลธรรมดา ใช้เวลานานมากกก พึ่งมารู้ตอนหลังว่าทาง FXOpen ก็มี Internet banking เหมือนกัน โดยให้กดช่องทางที่ใช้ชื่อว่า “Paytoday” ซึ่งช่องทางนี้เร็วรวด เงินเข้าทันที … โดยต้องสังเกตดีๆ ถึงจะมองเห็น (ดังภาพด้านล่าง)

โดยช่องทาง Paytoday (Internet banking) จะมีให้เลือกธนาคารอยู่ 5 ธนาคาร คือ

  1. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  5. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

ฝากขั้นต่ำ : 10 บาท
ฝากสูงสุด : ไม่จำกัด

ถอนขั้นต่ำ : 10 บาท
ถอนสูงสุด : ไม่จำกัด

จุดเด่นของโบรกนี้อีกอย่างคือ ช่องทางการฝากผ่านพวก Electronic payments เยอะมาก และยังรองรับพวก Crypto หลากหลายสกุลอีกด้วย (หลายโบรกไม่มี)

ช่องทางอื่นๆ

  • VISA/Master card
  • NETELLER
  • Skrill
  • WebMoney
  • Perfect Money
  • ePayments
  • Bitcoin , Litecoin , Emercoin , Ethereum , Tether << รับฝากสกุลเงิน Crypto เยอะมาก ปกติส่วนมากจะรับแต่ Bitcoin

 เปิดบัญชีกับ FXOpen คลิ๊ก

 ข้อมูลเพิ่มเติม FXOpen คลิ๊ก

 

อันดับที่ 8 : FBS

โบรกเกอร์เป็นโบรกที่มีจำนวนธนาคารในการฝากถอนมาก กว่า 10 ธนาคาร โดยส่วนใหญ่จะเป็นการฝากผ่านระบบ Internet banking ทั้งหมด ยกเว้น ธนาคารธนชาติ ที่เป็นการฝากแบบโอนผ่านบุคคลธรรมดา

โดยรวมถือว่าโอเคร มีจุดที่ต้องตินิดนึงคือ การจัดเรียงของหน้าระบบฝากเงิน ไม่ได้ถูกเรียงเป็นหมวดหมู่ (ดังภาพด้านล่าง) อย่างเช่น ธนาคารไทย ก็เรียงแบบสะเปะสะปะ เป็นต้น … และมีชื่อบางธนาคารพิมพ์ผิด อย่าง “ธนาคารกรุงศรี” บนหน้าเว็บใช้ชื่อว่า “TKB (Krubank)” ซึ่งไม่มีความถูกต้อง

*** ธนาคารเกียรตินาคิน อยู่ระหว่างการปรับปรุง ไม่สามารถฝากถอนได้ (เห็นหลายๆโบรกที่มีการให้บริการฝากถอนผ่านธนาคารเกียรตินาคิน ก็อยู่ในระหว่างการปรับปรุงหมด น่าจะเป็นเพราะมาจากการใช้ระบบเดียวกัน คือ ผ่านตัวกลาง (Payment Gatewat) ชื่อ https://directpay.racethewind.net )

*** ข้อเสียหลักของ FBS อันนี้สำหรับเทรดเดอร์รายใหญ่ที่มีมูลค่าพอร์ตจำนวนมาก การถอนของ FBS ทำได้สูงสุดเพียง 50,000 บาทต่อวัน ( VIP 100,000 บาทต่อวัน : ทำรายการ 2 ครั้ง) ซึ่งหากพอร์ตเป็นล้าน จะต้องใช้เวลาถอนมากพอสมควร เช่น พอร์ต 1 ล้าน ถอนได้ 50,000 บาทต่อวัน ต้องใช้เวลาถอนถึง 20 วัน !!! ถึงจะถอนเงินออกได้ทั้งหมด

ฝากขั้นต่ำ : 500 บาท
ฝากสูงสุด : 2,000,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

ถอนขั้นต่ำ : 500 บาท ทุกธนาคาร
ถอนสูงสุด : ธนาคารไทยสูงสุด 50,000 บาทต่อวัน (VIP ได้สูงสุด 100,000 บาทต่อวัน)

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

บัตรธนาคาร

  • Visa/MasterCard
  • CardPay

การชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิก

  • Skrill
  • NETELLER
  • Perfectmoney
  • Bitcoin by Skrill
  • CashU

 เปิดบัญชีกับ FBS (คลิ๊ก)

ข้อมูล เพิ่มเติม FBS (คลิ๊ก)

 

อันดับ 9 : Fullerton Markets

เป็นหนึ่งโบรกที่สามารถฝากผ่านธนาคารได้หลากหลายธนาคาร และยังสามารถฝากผ่าน QR Code ของทางกสิกรได้อีกด้วย

แต่ที่เราดึงโบรกนี้มาอยู่ลำดับท้ายๆ ก็เพราะว่า … ช่องทางการฝากของ Fullerton Markets สร้างความสับสนกับเทรดเดอร์ในการทำขั้นตอนนี้

เวลาการเข้าไปฝากเงินผ่าน “ออนไลน์แบงค์ (ประเทศไทย)” ของทางเว็บโบรกนี้ เราจะเจอ 3 ช่องทาง ดังภาพ

ซึ่งเชื่อว่าหลายคนต้อง งง สรุปต้องใช้ช่องทางไหนกันแน่

ทางทีมงานเราได้ทดสอบทั้ง 3 ช่องทางนี้ได้ข้อสรุปว่า

… “ออนไลน์แบงค์ (ประเทศไทย) 1” กับ “ออนไลน์แบงค์ (ประเทศไทย) 3” นั้นเหมือนกัน
ที่ทราบก็เพราะว่า จำนวนธนาคารที่ให้ฝากเท่ากัน และลิงค์การฝากของธนาคารเกียรตินาคิน ขึ้นว่า อยู่ในระหว่างการปรับปรุง เหมือนกัน
(เป็นระบบ Internet banking ผ่าน https://directpay.racethewind.net/ )

มีให้เลือกถึง 9 ธนาคาร

  • Bangkok Bank
  • Bank of Ayudhya (Krungsri)
  • CIMB Thai
  • Government Saving Bank
  • Karsikorn Bank (K-Bank)
  • Kiatnakin Bank *** อยู่ในระหว่งการปรับปรุง
  • Krung Thai Bank
  • Siam Commercial Bank
  • TMB Bank Public Company Limited

… ส่วน “ออนไลน์แบงค์ (ประเทศไทย) 2 (Kbank-QR Code)” จะมีจำนวนธนาคารให้เลือกน้อยกว่า และโดยเฉพาะ ธนาคารกสิกร จะเป็นการฝากผ่าน QR Code นอกนั้นเป็นระบบ Interbanking ของแต่ละธนาคารโดยตรง

มีให้เลือก 5 ธนาคาร

  • Bangkok Bank : ลิงค์ตรงไปยังธนาคาร
  • Kasikorn Bank : QR Code
  • Siam Commercial Bank : ลิงค์ตรงไปยังธนาคาร
  • Krung Thai Bank : ลิงค์ตรงไปยังธนาคาร
  • Bank of Ayutthaya : ลิงค์ตรงไปยังธนาคาร

ฝากขั้นต่ำ : 100 USD
ฝากสูงสุด : 300,000 บาทต่อรายการ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ถอนขั้นต่ำ : 500 บาท
ถอนสูงสุด : ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อรายการ … สามารถถอนได้สูงสุด 300,000 ต่อวัน

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

  • บัตรเครดิต (มาสเตอร์การ์ด เท่านั้น)
  • บิทคอยน์ (Bitcoin)
  • Neteller
  • Fasapay
  • Skrill

 เปิดบัญชีกับ Fullerton markets คลิ๊ก

 ข้อมูล เพิ่มเติม Fullerton markets คลิ๊ก

 

อันดับ 10 : USGFX

ลักษณะคล้ายกับโบรก Fullerton Markets ที่เวลากดเข้าฝากเงินจะมีช่องทางซ้ำกันอยู่ 2 ช่องทาง 

นอกนั้นโดยรวมค่อนข้างหมดทุกอย่าง

ในการฝากผ่านธนาคารประเทศไทย จะมีให้เลือก “Thailand Online Banking” อยู่ 2 อัน หน้าตาเหมือนกัน

ความแตกต่างของ 2 อันนี้คือ

… อันแรกเป็นระบบการฝากเงิน Internet banking ผ่าน easypay ประกอบด้วย 6 ธนาคาร คือ 1. ไทยพาณิชย์ 2. กรุงไทย 3. UOB 4. กสิกรไทย 5. กรุงเทพ และ 6. กรุงศรี

… ส่วนอันที่สอง เป็นการฝากเงินผ่านระบบ Internet banking ที่เชื่อมตรงเข้าสู่เว็บของธนาคาร โดยจะมีแค่ 3 ธนาคาร คือ 1. กรุงศรี 2. ไทยพาณิชย์ และ 3. กรุงไทย

ฝากขั้นต่ำ : 100 USD
ฝากสูงสุด : ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ถอนขั้นต่ำ : 25 USD
ถอนสูงสุด : ไม่จำกัด

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

  • VISA / MasterCard
  • WebMoney
  • Perfect Money
  • fasapay
  • Skrill
  • Neteller
  • MoneyNet

ข้อมูล USGfx เพิ่มเติม คลิ๊ก

 

อันดับ 11 : HotForex

ที่ HotForex ลงมาอันดับท้ายๆ ก็เพราะว่าช่วงนี้เค้าปรับปรุงช่องทางการฝากถอนอยู่ ทำให้เหลือเพียงไม่กี่ธนาคารที่สามารถฝากถอนได้ (4 ธนาคารหลัก 1. กสิกร 2. กรุงเทพ 3. กรุงไทย และ 4. ไทยพาณิชย์)

โดยหน้าเว็บแจ้งว่ามีตัวเลือกถึง 9 ธนาคาร แต่จริงๆแล้วฝากถอนจริงๆ ตอนนี้ได้เพียง 4 ธนาคาร

ฝากขั้นต่ำ : 500 THB
ฝากสูงสุด : 500,000 THB ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ถอนขั้นต่ำ : 20 USD
ถอนสูงสุด : 10,000 USD ต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

  • VISA/Master card
  • Neteller
  • Skrill
  • Bitcoin
  • WebMoney
  • FasaPay

 เปิดบัญชีกับ HotForex(คลิ๊ก)

 ข้อมูล เพิ่มเติม HotForex (คลิ๊ก)

 

อันดับ 12 : FXCL

ไม่แปลกที่โบรกนี้จะอยู่ในอันดับบ๊วยสุด เพราะด้วยช่องทางการฝากเงินของ FXCL ยังค่อนข้างโบราณ เป็นลักษณะการฝากผ่านบุคคลธรรมดา และยังจำกัดเวลาฝากในเฉพาะช่วงเวลา 09:00 – 18:00 จันทร์ – ศุกร์ เว้นวันหยุดอื่นๆอีก ทำให้เทรดเดอร์ที่อยากจะนำเงิน หรือ เติม margin ในช่วงตอนกลางคืน หรือวันหยุดในประเทศไทย ไม่สามารถทำได้ ต้องรอเฉพาะวันและเวลาที่ให้บริการเท่านั้น

อีกทั้งเวลาโอนเงินเสร็จ ยังต้องเข้าไปกรอกรายละเอียดค่อนข้างเยอะ สร้างความลำบากแก่เทรดเดอร์

ใครพอร์ตใหญ่อาจไม่เหมาะกับโบรกนี้เลย ก็เพราะว่า
… ฝากสูงสุด 20,000 USD (ต่อบัญชี *** ย้ำนะครับ ต่อบัญชี … หากต้องการเพิ่มต้องส่งเรื่องให้กับทาง FXCL)
… ถอนสูงสุด ไม่จำกัด แต่ทางเจ้าหน้าที่จะโอนให้วันละ 100,000 บาท จนครบตามจำนวนที่แจ้งถอน

ฝากขั้นต่ำ : 1 USD
ฝากสูงสุด : 20,000 USD

ถอนขั้นต่ำ : 1 USD
ถอนสูงสุด : ไม่จำกัด * แต่ทางเจ้าหน้าที่จะโอนให้วันละ 100,000 บาท จนครบตามจำนวนที่แจ้งถอน

ช่องทางการฝากถอนอื่นๆ

  • ไม่มี

 เปิดบัญชีกับ FXCL คลิ๊ก

 ข้อมูล FXCL เพิ่มเติม คลิ๊ก


10 อันดับโบรกเกอร์ ซับพอร์ตแชท Live chat ดีที่สุด

คะแนนโดย admin

 

10 อันดับโบรกเกอร์ ซับพอร์ตแชท Live chat ดีที่สุด

โบรกเกอร์ที่มีการให้บริการ Live chat ที่ดี แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของตัวโบรกเกอร์กับเทรดเดอร์ เวลาเทรดเดอร์มีปัญหาในเรื่องต่างๆ อาทิ ฝาก/ถอน , วิธีการส่งคำสั่ง , การใช้งานโปรแกรม , คำนวณ margin และอื่นๆอีกเป็นต้น ก็สามารถสอบถามกับทาง Live chat ของโบรกเกอร์ที่เทรดเดอร์ใช้บริการได้โดยตรง

ถ้าโบรกไหนมี Live chat ที่ดี เทรดเดอร์ก็จะได้รับข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญข้อมูลนั้นต้องถูกต้อง ยามใดที่เทรดเดอร์มีปัญหาและต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน โบรกเกอร์ที่มี Live chat ที่ดี จะช่วยให้เทรดเดอร์แก้ปัญหาต่างๆได้อย่างทันท่วงที

ทางทีมงาน thaibrokerforex ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงได้ทดสอบการให้บริการ Live chat ของทางโบรกเกอร์ต่างๆ แล้วนำมาจัดอันดับ เพื่อดูกันว่า โบรกไหนให้บริการ Live chat ดีที่

____________________

เกณฑ์การให้คะแนน

หลักๆ เราจะตระหนักถึงเรื่อง

  • ระยะเวลาการตอบคำถาม
    • เราจะสร้างชุดคำถาม 10 ข้อขึ้นมา และเรียงลำดับจาก ง่าย ไป ยาก
  • ความถูกต้องของคำตอบ 
  • ความเร็วในการเข้ามาคุยของเจ้าหน้าที่ Live chat
  • มีเจ้าหน้าคนไทยให้บริการ

 

ชุดคำถาม 10 คำถาม

1. ทางโบรกเปิดให้บริการมากี่ปี ?

2. ทางโบรกเปิดให้บริการกี่ประเทศ ในปัจจุบัน ?

3. ทางโบรกจดทะเบียนที่ประเทศอะไร ?

4. สำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน ? และมีสำนักงานที่ไทยหรือไม่ ?

5. การฝากถอนในแต่ละแบบการฝากถอนจำกัดต่อวันเท่าไหร่ ?

6. เวลาไม่มีการเทรด บัญชีจะถูกปิดหรือไม่ และใช้เวลานานแค่ไหนก่อนจะถูกปิด ?

7. ทางโบรกเป็นประเภทโบรกเกอร์แบบไหน (Dealing desk หรือ Non-dealing desk) ?

8. ทางโบรกมี Liquidity provider มีกี่เจ้า ?

9. มีการประกันเงินหรือประกันพอร์ทในกรณีโบรกปิดตัวลงหรือไม่ ? ถ้ามี เท่าไหร่ ?

10. ช่วยบอกนโยบายในการให้บริการเป็นโบรกเกอร์ของ บริษัทคุณ เป็นคำพูดสั้นๆ ?

____________________

อันดับ 1 : Pepperstone

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 3 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 15 นาที 33 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : วันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 17:00

แม้จะไม่ได้โบรกเกอร์ที่ตอบได้รวดเร็วที่สุด แต่ด้วยความต่อเนื่องและความถูกต้องของการตอบคำถาม เป็นไปได้อย่างดียิ่ง ได้คำตอบที่ต้องการชัดเจน ครบถ้วน จึงต้องยกอันดับ 1 ให้กับทาง Pepperstone

 เปิดบัญชีกับ Pepperstone (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล Pepperstone เพิ่มเติม (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : Pepperstone  (คลิ๊ก)

 

 

อันดับ 2 : XM

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 16 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 14 นาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) :วัน จันทร์-ศุกร์ 08:00 – 21:30

จริงๆไม่ค่อยแตกต่างจากอันดับ 1 มากสักเท่าไหร่เลย อาจช้ากว่าบ้างเล็กน้อยแค่นั้น ก็เพราะว่า โดยรวม XM ตอบคำถามได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน การตอบต่อเนื่อง อธิบายชัดเจน ตรงคำถามที่ถามไป

(ระบบ Live chat ของ XM เป็นลักษณะแยกออกมาต่างหากจาก Website หลักของโบรก)

 เปิดบัญชีกับ XM (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม XM (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : XM (คลิ๊ก)

 

อันดับ 3 : FXCL

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 10 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 12 นาที 26 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) :วันจันทร์-ศุกร์ 9:00 – 17:00

เพิ่มเติม : โบรกนี้ไม่มีการรับประกันเงินของเทรดเดอร์*

ที่ FXCL ได้ขึ้นมาอันดับ 3 ก็เพราะว่า ความรวดเร็วในการเข้ามาตอบของเจ้าหน้าที่ และ ความเร็วในการตอบคำถาม เป็นโบรกที่ทำได้รวดเร็วที่สุดแล้ว …

แต่ !! โบรกนี้ถูกตัดคะแนนเรื่องความถูกต้องของการตอบคำถาม เนื่องด้วย อย่างเช่นคำถามง่ายๆ ในข้อ 2 ที่ถามว่า “ทางโบรกเปิดให้บริการกี่ประเทศ ในปัจจุบัน ?” เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าจะแจ้งให้ทราบทาง Email และข้อ 10 ที่ถามว่า “ช่วยบอกนโยบายในการให้บริการเป็นโบรกเกอร์ของ บริษัทคุณ เป็นคำพูดสั้นๆ ?” ก็บอกว่าจะแจ้งกลับทาง Email (ข้อ 10 ที่เราตั้งคำถามอย่างงี้ขึ้นมาก็เพราะว่า โบรกไหนตอบได้ดี แสดงถึงความใส่ใจในการให้บริการที่แท้จริง)

นอกเรื่องนิดนึงนะครับ …. สังเกตุคำถามข้อที่ 9 เราถามว่า  “9. มีการประกันเงินหรือประกันพอร์ทในกรณีโบรกปิดตัวลงหรือไม่ ? ถ้ามี เท่าไหร่ ? “ … เค้าตอบมาว่า “ไม่มีค่ะ

… ซึ่งบทความนี้เป็นการจัดอันดับ Live chat เราจึงโฟกัสเฉพาะเรื่อง Live chat เท่านั้น โดยจะไม่เอาปัจจัยอื่นมารวมในการจัดอันดับ

 เปิดบัญชีกับ FXCL (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม FXCL (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : FXCL (คลิ๊ก)

 

อันดับ 4 : Exness

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 10-40 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 13 นาที 49 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : วันจันทร์ 06.00 น. – วันเสาร์ 06.00 น. และเสาร์อาทิตย์ 10.00 – 18.00 ตามเวลาประเทศไทย

Exness โดยรวมดีมากครับ อาจมีช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตอบคำถามช้าบ้าง (เต็มที่ไม่เกิน 1 นาที) แต่เรื่องความต่อเนื่อง , ความรวดเร็ว , ความถูกต้องและความชัดเจนในการตอบคำถาม ทำได้ดีมากเลยทีเดียว

จุดเด่นของการให้บริการ Live chat ของโบรกนี้คือ อธิบายคำตอบได้อย่างดีเยี่ยมครับ … ดูเจ้าหน้าที่เค้าใส่ใจที่จะตอบ

 เปิดบัญชีกับ Exness (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม Exness (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : Exness (คลิ๊ก)

 

 

อันดับ 5 : Fxprimus

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 8 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 17 นาที 10 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : ไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat คนไทย (สำหรับภาษาไทยสามารถสอบถามผ่านทาง [email protected])

ถึงแม้โบรกนี้ทาง Live chat ไม่ได้ให้บริการเป็นภาษาไทย แต่เราสามารถพิมพ์ภาษาไทยไปได้เลย แล้วทางโปรแกรมจะมีการแปลภาษาให้อัตโนมัติ (คล้ายๆ Google translate) แล้วทางเจ้าหน้าที่จะตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษ และทางโปรแกรมก็จะแปลเป็นภาษาไทยให้เราอ่าน … ซึ่งวิธีการนี้ตอนแรกคิดว่า ไม่น่ามีประสิทธิภาพ แต่พอได้ลองถามจริงๆ ก็สามารถสื่อสารได้เข้าใจ ทางเค้าสามารถตอบคำถามของเราได้อย่างถูกต้อง อาจไม่ 100% แต่ก็จับภาพรวมได้อย่างดีเลยทีเดียว

มีเพียงแค่คำถามสุดท้ายในข้อที่ 10 ที่ถามว่า “10. ช่วยบอกนโยบายในการให้บริการเป็นโบรกเกอร์ของ บริษัทคุณ เป็นคำพูดสั้นๆ ?” อันนี้คงแปลแล้ว ไม่เข้าใจ เลยตอบไม่ตรงคำถาม แค่นั้นเอง ส่วนข้ออื่นสามารถตอบได้หมด

เรื่องความเร็วและความต่อเนื่องในการตอบก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน เลยให้โบรกนี้มาอยู่ในอันดับที่ 5

 เปิดบัญชีกับ Fxprimus (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม Fxprimus (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : Fxprimus (คลิ๊ก)

 

อันดับ 6 : Forex4you

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 12 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 22 นาที 2 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : ทุกวันตั้งแต่ 7.00-23.00

โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่มีตอบช้าๆ ในช่วงคำถามหลังๆ และที่ต้องตัดคะแนนโบรกนี้เลยคือ คำถามข้อ 8 ที่ทางทีมงานเราถามว่า ” 8. ทางโบรกมี Liquidity provider มีกี่เจ้า ?” ทาง Live chat ของ Forex4you ตอบว่า “เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ทางเราจึงไม่สามารถแจ้งรายละเอียดได้ค่ะ” … ซึ่งจริงๆ แล้วเราเคยคุยเรื่องนี้กับเจ้าหน้า Support ท่านอื่นๆ ของโบรกนี้ในตอนทำข้อมูลต่างๆ เราจะสามารถเข้าไปดู Liquidity provider ได้ที่ https://www.forex4you.com/th/liquidity/ (ต้องบอกว่า เจ้าหน้าที่บางคนรู้ บางคนไม่รู้) ซึ่งไม่ค่อยตรงกัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องตัดคะแนนเรื่องนี้ เพราะว่าการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเทรดเดอร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ จะมาตอบมั่วๆ ทางเรามองว่าไม่เหมาะสม (เราให้เครดิตคนที่ตอบไม่รู้ หรือ email มาทีหลังมากกว่าคนที่ตอบส่งๆมา)

ติดเรื่องนั้นเรื่องเดียวแหละครับ เรื่องอื่นแทบจะโอเครหมดเลย

จุดเด่นของโบรกนี้คือ ให้บริการ Live chat ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00-23.00 ต้องบอกว่า เรื่องนี้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับทุกโบรก

(ระบบ Live chat ของ Forex4you เป็นลักษณะแยกออกมาต่างหากจาก Website หลักของโบรก  คล้ายกับ XM)

 เปิดบัญชีกับ Forex4you (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม Forex4you (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : Forex4you (คลิ๊ก)

 

อันดับ 7 : HotForex

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 39 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 15 นาที 2 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) :ไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat คนไทย

โบรกนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat ให้บริการเป็นภาษาไทย ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยรวมถือว่าดีเลยทีเดียว ความถูกต้องและความต่อเนื่องในการตอบคำถามทำได้ดีมาก ติดนิดเดียวตรงที่ระยะเวลาในการเข้ามาตอบของเจ้าหน้าที่ที่นานไปนิดนึง

 เปิดบัญชีกับ HotForex(คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม HotForex (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : HotForex (คลิ๊ก)

 

อันดับ 8 : FBS

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 1 นาที 21 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 33 นาที 20 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) :09.00 – 21.00 น. จันทร์ – ศุกร์

การตอบคำถามโบรกนี้ค่อนข้างละเอียด โดยรวมดีมาก มีจุดด้อยแค่อย่างเดียวคือ ระยะเวลาการเข้ามาตอบของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างช้า

มีแค่คำถามข้อที่ 8 ที่ถามว่า “8. ทางโบรกมี Liquidity provider มีกี่เจ้า ?” ทางเจ้าหน้าที่หายไปประมาณ 15 นาที ซึ่งทำให้ระยะเวลารวมของการตอบคำถามนานเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ดี ทางทีมงานเคยติดต่อกับโบรกนี้อยู่บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน ปกติคำถามที่ไม่ชัวหรือยาก เจ้าหน้าที่เค้าจะนำคำถามไปถามต่อกับเจ้าหน้าที่ต่างประเทศ จึงทำให้ต้องรอคำตอบนาน

ซึ่งจุดนี้เรามองว่าเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า (ได้คำตอบที่ชัดเจน) แต่แค่ปล่อยให้รอนานไปนิดนึง

(Link เข้าไปสู่ Live chat บนหน้า Website หาค่อนข้างยาก … บางครั้ง Link ดังกล่าวก็หาย ไม่ปรากฏ)

 เปิดบัญชีกับ FBS (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม FBS (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : FBS (คลิ๊ก)

 

อันดับ 9 : Weltrade

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 1 นาที 5 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 30 นาที 40 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : 8.00 – 19.00 จันทร์ ถึง ศุกร์

โบรกนี้ตอบให้ค่อนข้างห้วนมาก และพิมพ์ผิดเยอะมาก และให้ชี้แจงบางคำตอบ ก็เหมือนไม่ค่อยอยากอธิบาย … ระยะเวลาเข้ามาตอบขอเจ้าหน้าที่ก็ช้า และการตอบระหว่างข้อก็ช้า … แต่ทั้งนี้ความตรงประเด็นและความถูกต้องถือว่าดีครบถ้วนเลยทีเดียว

สุดท้ายมีการขอเบอร์ติดต่อเพื่อชี้แจ้งรายละเอียด

 เปิดบัญชีกับ Weltrade (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม Weltrade (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : Weltrade (คลิ๊ก)

 

อันดับ 10 : RoboForex

การเริ่มต้นเข้ามาตอบแชทของเจ้าหน้าที่ : 9 นาที 44 วินาที

ใช้เวลาตอบคำถามทั้งสิ้น : 1 ชั่วโมง 55 นาที 39 วินาที

ระเวลาการใช้บริการ Live chat (เฉพาะเจ้าหน้าที่คนไทย) : ไม่มีเจ้าหน้าที่ Live chat คนไทย

“ตอบช้า … แต่ตอบนะ” ให้คำนี้เลยสำหรับโบรกนี้ … เพราะว่า กว่าเจ้าหน้าที่เค้าจะตอบนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก … เราใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 55 นาที กว่าทางเค้าจะตอบคำถามที่เราถามได้หมด ซึ่งต้องบอกว่าเป็นโบรกที่ตอบช้าที่สุดเลยก็ว่าได้

แต่ละคำถามกว่าจะตอบทีใช้เวลาประมาณ 10 นาที … แค่เข้ามาตอบคำถามแรกก็ปาไป 9 นาทีแล้วครับ

 เปิดบัญชีกับ RoboForex (คลิ๊ก)

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม RoboForex (คลิ๊ก)

 

 หลักฐานการทดสอบ Live chat : RoboForex (คลิ๊ก)

 

____________________


12 อันดับโบรกเกอร์ Forex ฝากถอนเร็วที่สุด

คะแนนโดย admin

เส้น

เส้น


จัดอันดับ 12 โบรกเกอร์ Forex ฝากถอนเร็วที่สุด

ความเร็วในการฝากถอนเป็นปัจจัยที่สำคัญในการบริหารจัดการพอร์ตของเทรดเดอร์อย่างยิ่ง การโอนถ่ายเงินที่รวดเร็วทำให้สร้างโอกาสให้เทรดเดอร์ในการเทรดเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ในแง่ของการ “ฝาก” ที่รวดเร็ว :

  • ถ้าเทรดเดอร์เห็นจังหวะในการสร้างกำไร และอยากเทรดทันที แต่เงินในบัญชีตอนนั้นไม่พอ (เปิดออเดอร์อื่นอยู่) … หากเทรดเดอร์เลือกใช้บริการโบรกเกอร์ที่สามารถฝากเงินได้เร็วรวด (ทันที) เราสามารถโอนเงินเข้าแล้วกดเทรดจังหวะนั้นได้อย่างทันที … แต่ถ้าโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่มีระยะเวลาการฝากนาน (1 ชั่วโมงขึ้นไป หรือ เป็นวัน) ก็อาจทำให้เราเสียโอกาสนั้นไปได้

ในแง่ของการ “ถอน” ที่รวดเร็ว :

  • ถ้าเทรดเดอร์เลือกใช้โบรกเกอร์ที่ถอนเงินได้อย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์ก็จะสามารถบริหารจัดการเงินในกระเป๋าได้ดีขึ้น การถ่ายเงินสะดวกรวดเร็ว … หากมีเหตุจำเป็นที่ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน ก็สามารถถอนเงินออกจากพอร์ตได้อย่างทันที … แต่หากไปเลือกใช้บริการโบรกเกอร์ที่ถอนเงินช้า อาจทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องในช่วงขณะได้

เงื่อนไขการทดสอบ

  • ฝากจริง ถอนจริง
  • ใช้การฝากเงินจำนวน 100 USD และถอน 100 USD 
  • ใช้ช่องทางการฝากผ่าน ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น
    . . . SCB =  Pepperstone , HotForex , USGFX , FxPro
    . . . KTB = FBS , Exness , Weltrade , FxPrimus
    . . . BBL = FXCL , Forex4you , Fullerton Markets
    . . . KBANK = FXopen , XM

 

:: อันดับ 1 ::

Exness

เป็นโบรกที่ฝากถอนรวดเร็วจนน่าตกใจเลยครับ ตอนฝากแล้วเงินเข้าทันทีนี่ไม่ค่อยแปลกใจ เพราะหลายๆ โบรกก็ทำได้ แต่ตอนสั่งถอนแล้วกดเข้าธนาคารทันทีเนี่ย มีน้อยโบรกที่สามารถทำได้อย่างนี้ … ทางทีมงานเราสืบมาว่าทาง Exness ใช้ Robot ในการฝากถอนเงิน ทำให้ขั้นตอนการฝากถอนนี้ทำให้อย่างรวดเร็วทันใจ

 เปิดบัญชีกับ Exness คลิ๊ก                                    ข้อมูล Exness เพิ่มเติม คลิ๊ก

:: อันดับ 2 ::

FBS

แทบไม่ต่างอะไรกับอันดับ 1 เลย การฝากเงินทันที การถอนเงินเพียงระยะเวลาเพียง 3 นาที เท่านั้น เงินก็ถูกนำเข้าบัญชีธนาคารของเราแล้ว

 เปิดบัญชีกับ FBS คลิ๊ก                                         ข้อมูล FBS เพิ่มเติม คลิ๊ก

:: อันดับ 3 ::

Weltrade

โบรกนี้มีขั้นตอนในการฝากถอนค่อนข้างง่าย ฝาก : ทันที ถอน : 13 นาที

 เปิดบัญชีกับ weltrade คลิ๊ก                                        ข้อมูลเพิ่มเติม weltrade คลิ๊ก

:: อันดับ 4 ::

Fullerton Markets

โบรกนี้เวลาฝากเงินไม่ได้ถูกนำเข้าทันที โดยใช้เวลา 6 นาที ส่วนการถอนใช้เวลา 30 นาที … โดยรวมถือว่าโอเคร

– โบรกนี้เวลาฝากผ่านธนาคารในประเทศไทยอยู่ 2 ช่องทาง อาจทำให้เทรดเดอร์หลายคนสับสนได้ … ระยะเวลาการฝากเท่ากัน

 เปิดบัญชีกับ Fullerton markets คลิ๊ก                                         ข้อมูล เพิ่มเติม Fullerton markets คลิ๊ก

:: อันดับ 5 ::

XM

การฝากเงินของ XM ถูกนำเข้าบัญชีทันที ส่วนการถอนใช้ระยะเวลาประมาณ 40 นาที

(การถอนเงินของโบรกนี้ ต้องมีการยืนยันธนาคารของธนาคารที่ถอนก่อนในครั้งแรก … เพียงแค่ถ่ายรูปหน้าสมุดบัญชีที่ถอนแล้วส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่)

 เปิดบัญชีกับ xm คลิ๊ก                                                       ข้อมูล เพิ่มเติม xm คลิ๊ก

:: อันดับ 6 ::

Forex4you

ระยะเวลาการฝากทันที ส่วนการถอนใช้ระยะเวลา 1 ชม. 30 นาที

 เปิดบัญชีกับ Forex4you คลิ๊ก                                ข้อมูลเพิ่มเติม Forex4you คลิ๊ก

:: อันดับ 7 ::

FXCL

โบรกนี้ระยะเวลาการฝากเงินนานมากกกกก … กว่า 1-3 ชม. ส่วนระยะเวลาการถอนอยู่ที่ 2 ชม. 20 นาที

 เปิดบัญชีกับ FXCL คลิ๊ก                                                    ข้อมูล FXCL เพิ่มเติม คลิ๊ก

:: อันดับ 8 ::

FxPrimus

ระยะเวลาการฝากนานเช่นเดียวกัน 30 นาที ถึง 1 ชม. ส่วนระยะเวลาถอนอยู่ที่ 6 ชม. ก็ถือว่านานในระดับนึง

 เปิดบัญชีกับ FXPRIMUS คลิ๊ก                            ข้อมูล FXPRIMUS เพิ่มเติม คลิ๊ก

:: อันดับ 9 ::

FXopen

ว่า FXCL ฝากนานแล้วนะครับ มาเจอ FXopen ฝากนานกว่า !! ใช้เวลาการฝากทั้งสิ้น 1 วัน 6 ชม. …  ส่วนการถอนใช้เวลาถึง 10 ชม.

(เมื่อก่อนโบรกนี้การถอนใช้เวลาเป็นอาทิตย์ แต่ปัจจุบันนี้ปรับปรุง ถอนไวขึ้น)

 เปิดบัญชีกับ FXOpen คลิ๊ก                                        ข้อมูลเพิ่มเติม FXOpen คลิ๊ก

 

:: อันดับ 10 ::

Pepperstone

โบรกนี้เงินฝากถูกนำเข้าบัญชีทันที ส่วนการถอนนานหน่อยใช้ระยะเวลา 1 วัน 17 ชม. 

 เปิดบัญชีกับ pepperstone คลิ๊ก                                   ข้อมูล pepperstone เพิ่มเติม คลิ๊ก

:: อันดับ 11 ::

USGFX

USGFX การฝากเงินถูกนำเข้าบัญชีทันที ส่วนการถอนใช้ระยะเวลา 1 วัน 19 ชม. 

 เปิดบัญชีกับ FXOpen คลิ๊ก                                        ข้อมูลเพิ่มเติม FXOpen คลิ๊ก

:: อันดับ 12 ::

HotForex

ทั้งระยะเวลาการฝากที่นาน 10-15 นาที และที่สำคัญโบรกนี้ใช้เวลาการถอนนานที่สุด คือ 2 วัน กับอีก 1 ชม.

 เปิดบัญชีกับ HOT forex คลิ๊ก                           ข้อมูลเพิ่มเติม HOT forex คลิ๊ก

 

… ฝากถอนเร็วถือเป็นหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ … แต่มีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือ “เรทฝากถอน” ซึ่งถ้าโบรกไหนเรทฝากถอนดี เทรดเดอร์ก็จะมีต้นทุนการเทรดที่ดีกว่าคนอื่น … ทางทีมงานได้ทำการทดสอบ 12 โบรกเกอร์ Forex เพื่อหาว่าโบรกเกอร์ไหนมีเรทฝากถอนดีที่สุด โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลย

12 อันดับโบรกเกอร์ Forex เรทฝากถอนดีที่สุด

 

เส้น


13 อันดับโบรกเกอร์ Forex เรทฝากถอนดีที่สุด

คะแนนโดย admin

เส้น

เส้น

13 อันดับโบรกเกอร์ FOREX เรทฝากถอนดีที่สุด

หนึ่งองค์ประกอบที่เทรดเดอร์หลายคนมักมองข้ามไป คือ “เรทฝากถอน” ในการเข้าไปเทรด รวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมในการฝากถอนนี้ ซึ่งนี้ถือเป็น “ต้นทุน” ของเทรดเดอร์เลยทีเดียว … ถ้าเรามีต้นทุนที่ดี ก็จะเสริมสร้างประสิทธิการทำกำไรในภาพรวมแก่พอร์ตการเทรดของเราได้ดียิ่งขึ้น

ลองมาดูง่ายๆ เลยนะครับว่า

สมมุติ : ง่ายๆ เทียบโบรกเรทฝากถอนดี กับ โบรกเรทฝากถอนไม่ดี

  • โบรก A (โบรกเรทฝากถอนไม่ดี) มีเรทฝากถอนอยู่ที่ …
    ฝาก 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
    ถอน 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐถ้าเราฝากจำนวน 100 USD เพื่อที่จะเทรด
    เราต้องใช้เงินจำนวน 3,400 บาท
    และสมมุติเราถอนทันทีเลย โดยที่ยังไม่เทรดอะไร เราจะได้เงินกลับมาเหลือเพียง 3,200 บาท
    ดังนั้น เราจะขาดทุนทันที 200 บาท !! (3,400 – 3,200) โดยที่ยังไม่เทรดอะไรเลย
    (*** มีหนึ่งโบรกเกอร์ในการทดสอบนี้ที่มีเรทฝากถอนดังตัวอย่างด้วย … ดูกันเองนะครับ ***)

มาเทียบกับ

  • โบรก B (โบรกเรทฝากถอนดี)
    ฝาก 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
    ถอน 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐถ้าฝาก 100 USD ต้องใช้เงิน 3,200 บาท
    และเมื่อถอน ก็จะได้เงิน 3,200 บาท … ซึ่งไม่ได้ขาดทุนอะไรเลย

… เห็นหรือยังครับว่า เวลาเลือกโบรกเกอร์ควรเลือกโบรกไหนดีกว่า

ซึ่งมีหลายๆ โบรกเเกอร์ที่ดำเนินกิจการโดยไม่เป็นธรรม อาศัยช่องโหว่ที่หลายๆคนมองข้ามไปนี้ สร้างผลกำไรให้แก่ตัวโบรกเกอร์เอง ไม่ได้คำนึงถึงเทรดเดอร์เป็นอันดับแรก เช่น กำหนดเรทฝากถอนแย่ หรือบางโบรกเกอร์แอบกินค่าธรรมเนียมจากเรทฝากถอนนี้ เป็นต้น

ปัจจัยนี้เองทำให้ทางทีมงาน ThaiBrokerForex.com ตระหนักถึงสิ่งสำคัญนี้ เพื่อให้เทรดเดอร์ได้ใช้โบรกเกอร์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด … เราจึงได้ทำการทดสอบ ฝากจริง ถอนจริง กับโบรกเกอร์ต่างๆ แล้วมาดูว่าแต่ละโบรกเกอร์นั้น เก็บค่าธรรมเนียมหรือคิดเรทค่าฝากถอนกับเราอย่างไรกันบ้าง

 

ตารางสรุปรายละเอียดเรทฝากถอนของแต่ละโบรกที่ทำการทดสอบ

รายละเอียดการทดสอบ

– ทำการฝากจริง และถอนจริง
– ฝากจำนวน 100 USD และดูว่าถอนได้เท่าไหร่ … หาส่วนต่างนั้น
– ใช้ช่องทางการฝากผ่าน ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น
. . . หลักๆ จะใช้ SCB ในการฝากถอน
. . . กรณีบางโบรกถอนโดยใช้ SCB ไม่ได้ ก็จะใช้ธนาคารอื่น อาทิ KTB และ BBL
– เราจะทำการฝากและถอนภายในวันเดียวกัน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน
– บางโบรกเกอร์อาจมีค่าเงินตอนถอนที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะมีระยะเวลาการถอน … ส่วนมากเปลี่ยนแปลงทุกๆ 30 วินาที … บางโบรกก็คงเรทฝากถอนไปเลย (โบรกที่คงเรทฝากถอนมักจะโก่งเรทฝากถอน)

ผลการทดสอบ

 

… อันดับ 1 … FxPro

ต้องยกให้ FxPro เป็นอันดับ 1 ในเรื่องเรทฝากถอนเลย เพราะส่วนต่างของการฝากถอนนั้นอยู่ที่ 0 บาท จริงๆ ควรจะติดลบนิดหน่อย แต่อาจด้วยเพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเรทค่าเงิน ณ ตอนนั้น (ส่วนมากเปลี่ยนแปลงทุกๆ 30 วินาที) … ซึ่งทำให้เราแทบไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นในการฝากถอนเลย … ในแง่ฝากถอนนี้ถือว่าดีเยี่ยมครับ

นิดนึงคือ โบรกนี้ไม่สามารถถอนผ่านธนาคาร SCB ได้ … แต่ทำการฝากผ่านได้

 เปิดบัญชีกับ FxPro คลิ๊ก

 

 ข้อมูล FxPro เพิ่มเติม คลิ๊ก

 

… อันดับ 2 … Exness

เรทฝากถอนของ Express ยอมรับว่าดีมากเช่นเดียวกัน แต่ที่พิเศษกว่าคือ ถอนเร็วมาก … ถอนใช้เวลาเพียง 1-2 นาที บอกได้ว่า เป็นโบรกที่ถอนเร็วที่สุดแล้ว

 เปิดบัญชีกับ Exness คลิ๊ก 

 

 ข้อมูล Exness เพิ่มเติม คลิ๊ก

 

… อันดับ 3 … XM  

XM  มีการเก็บส่วนต่างนิดหน่อยในการฝากถอนกรณีเทรดเดอร์ใช้ KBANK ในการฝากถอน ซึ่งจะไม่เสีย “ค่าธรรมเนียมการฝาก” ที่ถูกเรียกเก็บจากธนาคาร … แต่ถ้าท่านไหนฝากผ่าน SCB จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการฝากนี้ 10 บาท … ซึ่งก็ไม่ได้มากจนมีนัยสำคัญอะไร … โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นเดียวกัน

– ในการถอนครั้งแรกของ XM จะต้องยืนยันบัญชีธนาคารก่อน ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย

 เปิดบัญชีกับ xm คลิ๊ก

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม xm คลิ๊ก

… อันดับ 4 … Fullerton Markets

ทาง Fullerton markets จะใช้เรทฝากถอนเดียวกับธนาคารที่เราใช้ทำธุรกรรม … ในการทดลองจริงเรทฝากตรงกับธนาคารที่ใช้ แต่เรทถอนจะดีกว่านิดหน่อย

 เปิดบัญชีกับ Fullerton markets คลิ๊ก

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม Fullerton markets คลิ๊ก

… อันดับ 5 … FXPRIMUS

FxPrimus เรทฝากถอนจริง จะดีกว่าเรทที่แจ้งใน Live chat เยอะมาก

 เปิดบัญชีกับ FXPRIMUS คลิ๊ก

 

 ข้อมูล FXPRIMUS เพิ่มเติม คลิ๊ก

… อันดับ 6 … HotForex

โบรกนี้จะใช้เรทค่าเงินอ้างอิงจาก Website : Xe.com

 เปิดบัญชีกับ HOT forex คลิ๊ก

 

 ข้อมูลเพิ่มเติม HOT forex คลิ๊ก

 

… ก่อนไปลำดับที่ 7 -13 อยากจะแจ้งว่า … 

ลำดับที่ 1 – 6 ที่ผ่านมา ทางทีมงานถือว่าการคิดเรทฝากถอนและค่าธรรมเนียมต่างๆของทางโบรกเหล่านี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี … ฝาก 100USD เสียเงินไม่เกิน 100 บาท …

… ซึ่งเรามองว่าการเลือกใช้งาน 6 โบรกนี้จาก “เงื่อนไขเรทฝากถอน” นี้อาจไม่ได้แตกต่างกันมาก อาจไปพิจารณาประเด็นอื่นประกอบด้วย เช่น ความเร็วในการฝากถอน , ความเสถียรของระบบการเทรด , การบริการที่ดี , โบนัส , ความน่าเชื่อถือ และองค์ประกอบอื่นๆ …

แต่!!! ตั้งแต่ลำดับที่ 7 เป็นต้นไป ส่วนต่างของการฝากถอนนั้นจะค่อนข้างเยอะแล้ว (ฝาก 100 USD เสียเงินเกิน 100 บาทขึ้นไป) อาจทำให้การฝากถอนมีนัยสำคัญต่อพอร์ตของเทรดเดอร์ได้

… อันดับ 7 … Pepperston

โบรกนี้จะฝากถอนฝากธนาคาในประเทศไทยได้ธนาคารเดียว คือ ไทยพาณิชย์ (SCB) … โดยจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการฝากจากธนาคารอยู่ที่ครั้งละ 10 บาท
เรทฝากถอนโบรกนี้จะถูกเปลี่ยนแปลงทุกๆ 30 วินาที

 เปิดบัญชีกับ pepperstone คลิ๊ก

 

 ข้อมูล pepperstone เพิ่มเติม คลิ๊ก

… อันดับ 8 … USGfx

USGfx เรทฝากถอนของโบรกนี้อยู่ในเกณฑ์นี้ที่ดี แต่ทางโบรกจะเก็บค่าธรรมเนียมตอนถอนที่ 2.75% + 4USD ทำให้หล่นมาอยู่อันดับ 8

 ข้อมูล USGfx เพิ่มเติม คลิ๊ก

… อันดับ 9 … Weltrade

Weltrade จะค่าที่เรทฝากถอนเป็นเลขกลมๆ

 เปิดบัญชีกับ weltrade คลิ๊ก

 

 ข้อมูลเพิ่มเติม weltrade คลิ๊ก

… อันดับ 10 … FBS

เรทฝากถอนค่อนข้างแย่ ลบกว่า 6% 

 เปิดบัญชีกับ FBS คลิ๊ก

 

 ข้อมูล FBS เพิ่มเติม คลิ๊ก

… อันดับ 11 … Forex4you

Forex4you เรทฝากถอนถือว่าโหดอยู่พอสมควรเลยทีเดียว

 เปิดบัญชีกับ Forex4you คลิ๊ก

 

 ข้อมูลเพิ่มเติม Forex4you คลิ๊ก

… อันดับ 12 … RoboForex

แม้เรทฝากถอนจะโหด แต่ข้อดีของ RoboForex คือ ถอนเร็วมาก เพียง 2 นาที

 เปิดบัญชีกับ RoboForex คลิ๊ก

 

 ข้อมูล เพิ่มเติม RoboForex คลิ๊ก

 

… อันดับ 13 … FXOpen

FXOpen จะค่าที่เรทฝากถอนเป็นเลขกลมๆ เช่นเดียวกัน … ส่วนเรทฝากถอนโหดที่สุดแล้ว โหดกว่าชาวบ้านเยอะมาก
ฝากเงิน 3310 บาท ถอนได้ 2881.2 เท่ากับมีต้นทุนถึง -428.8 บาท คิดเป็น 12.95% เลยทีเดียว
… ให้เห็นภาพง่ายๆคือ ให้เทรดเดอร์ฝาก (ยังไม่ต้องเทรดเลย) แล้วถอนทันที …เทรดเดอร์ก็ขาดทุนไปแล้วกว่า 12%

 เปิดบัญชีกับ FXOpen คลิ๊ก

 

 ข้อมูลเพิ่มเติม FXOpen คลิ๊ก

 

เส้น


เจาะลึกวิธีแตก Pattern forex เพื่อการทำกำไรอย่างยั่งยืน ตลอดชีวิต แบบกินยาวๆ

คะแนนโดย admin

ผมไม่รู้ว่าใครคิดเหมือนกับผู้เขียนไหม นั่นคือ การเทรด forex เริ่มดูเป็นเรื่องที่หลายๆคนนั้น อาจไม่เชื่อมั่น หรือมั่นใจว่า ตนเองนั้นจะประสบความสำเร็จได้ไหม ทำได้จริงไหม และมันจะทำอย่างไรให้สำเร็จ

 

 

แม้ว่าหลายๆคนนั้นจะไปเรียนรู้วิชาการเทรด forex ที่มีการสอนกันอยู่อย่างดาษดื่นทั่ว ๆไปแล้วก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะประสบความสำเร็จในตลาด forex

 

ผู้เขียนในตอนแรกก็เป็นแบบเดียวกันเลยครับ

 

กล่าวคือ การเริ่มต้นเพื่อให้เทรด forex และสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืนนั้น แลดูเป็นอะไรที่ยากมาก และอาจไม่สามารถทำได้เลยด้วยซ้ำ!!

 

แต่ด้วยอาศัยความพยายาม และความตั้งใจจริง! สุดท้ายแล้วก็สามารถทำได้ และประสบความสำเร็จในที่สุดครับ

 

1.เริ่มจากการปรับทัศนคติที่ถูกต้องเสียก่อน

ผมเคยไปสอนเรื่องทฤษฎีต้นน้ำในโลกของระบบทุนนิยมให้กับลูกน้องฟังในงานสัมมนาแห่งหนึ่งครับ โดยพยายามชี้ให้เห็นว่า การลงทุนที่ดีที่สุดในโลกของทุนนิยม Capitalism นั้น คือการเลือกลงทุนในสิ่งที่เป็นต้นน้ำเท่านั้น

 

โดยการทำการเทรดตามแนวทาง A นั้นไม่ใช่เรื่องของทฤษฎีต้นน้ำ และขอให้นักเรียนในคลาสนั้นทุกคนอย่างทำตามอย่างเด็ดขาด! แน่นอนครับ ทุกคนเข้าใจดี และสัญญากับผมว่าจะไม่ทำอย่างนั้น!

 

แต่แล้ว… เมื่อเวลาผ่านไปราว ๆ 1 เดือน ทุก ๆคนก็ลืมเรื่องราวที่ผมสอนไปเสียหมดสิ้น พร้อมกับหันไปทำตามการเทรดในแนวทาง A เสียทั้งหมด!

 

เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า! ถ้าทัศนคติของคุณนั้นไม่เปลี่ยน มันก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนความสำเร็จในการเทรด forex ให้เกิดขึ้นได้ครับ ดังนั้นผมจึงอยากใช้เนื้อหาตรงนี้ ปรับจูนเรื่องราวด้านทัศนคติสู่ความสำเร็จใน forex กันก่อน ถ้าเราปรับได้ตรงนี้ ขั้นตอนต่อไปก็จะไม่ใช่เรื่องยากแล้ว

 

           1.1forex ต้องการการฝึกฝนอย่างจริงจัง

Forex ต้องการการฝึกฝนอย่างจริงจัง และการลงมือทำจริงเท่านั้น การเข้ามาในตลาดแบบฉาบฉวยและคิดว่าตนเองจะรวยจากการเทรด forex เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ แต่กระนั้นการฝึกฝนในตลาดนี้ไม่ต้องรอนานครับ

 

ไม่ใช่ 3 เดือนแล้วค่อยสำเร็จ

 

แต่เป็นอาจใช้เวลาแค่ไม่ถึง 1 เดือนก็ประสบความสำเร็จได้ครับ เพียงแต่คุณมีหลักการที่ถูกต้อง หรือวิธีการที่ถูกต้องเท่านั้น! ดังนั้นจงเริ่มต้นด้วยกระบวนการคิดที่ถูกต้องเสียก่อน

 

          1.2ความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นทั้งความรู้ในสิ่งที่ช่วยตัดสินใจ และการตัดสินใจช่วยให้สำเร็จได้

มีความรู้ให้คุณศึกษามากมายใน forex ครับ แต่ความรู้ที่แท้จริงที่คุณจะต้องเจาะลึกลงไป ประกอบไปด้วย ความชำนาญในการใช้ Indicator การบริหารการเงินของคุณ และการควบคุมจิตวิทยา ตลอดจนการใช้ EA สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการ ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จแน่นอน

 

ยิ่งศึกษามาก การตัดสินใจของคุณจะยิ่งมีความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น และผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ความสามารถในการทำกำไรที่มากขึ้นนั่นเอง

 

          1.3การทำทุกอย่างถูกต้อง แต่ออเดอร์นั้นคุณเสีย เป็นเรื่องธรรมดา

อย่าไปคาดหวังว่า คุณจะต้องเทรดและชนะทุกตานะครับ ในโลกของความจริงใน forex คุณจำเป็นต้องมีตาที่ชนะบ้าง ปนๆกับตาที่เสียบ้าง แบบนี้ แต่มันจะเป็นแบบ ตาชนะมากกว่าตาแพ้ครับ ซึ่งเราจะใช้จำนวนตาตลอด 30 วันในการประเมิน แต่ไม่ใช้วันต่อวันประเมิน (ซึ่งจะได้ตัวเลขที่ผิดมากๆ)

 

           1.4สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือตาชนะมากกว่าตาแพ้ แค่นั้น

จำไว้ว่า เราแค่ต้องการเท่านี้ครับ ไม่ต้องการอะไรเยอะ แค่ต้องการตาชนะใน forex มากกว่าตาแพ้ก็พอ ที่เหลือเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ

 

          1.5กำไรที่ควรได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 – 50 ต่อเดือน คือสิ่งที่ถูกต้อง

กำไรเป้าหมายที่เราสามารถคาดหวังได้คือ ร้อยละ 20 – 50 ต่อเดือนครับ จริง ๆแล้วผมเชื่อว่าจะต้องมีกูรูออกมาเคลมว่าจะต้องต่ำกว่านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ต้องกังวลครับ เพราะจริงๆแล้ว

 

คุณต้องยืดเรื่องที่ผมเขียนไว้นี้ให้เป็นหลักการเทรด forex ของคุณเลยนะครับ ห้ามคิด หรือสงสัยว่ามันจริงไหม มันจะทำได้ไหม ตัวเลขที่ผมเขียนขึ้นนั้น คุณสามารถทำได้จริงๆอย่างแน่นอน และมากกว่านั้นด้วย

 

ดังนั้นขอให้ปรับทัศนคติทั้ง 5 ประการข้างต้นก่อน มันจะช่วยให้การเทรด forex ของคุณ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ เอาล่ะในข้อต่อไปผลจะพาคุณไปรู้จักกับ หลักการ 3 ประการที่สำคัญที่สุดในการเทรด forex ในความคิดของผม

 

2.หลักการพื้นฐานเพื่อการเทรด forex ที่ถูกต้อง 3 ประการ

หากคุณจะต้องศึกษาลงไปใน forex เพื่อให้ตนเองสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืนแล้ว หัวข้อใดเล่า คือหัวข้อที่เราควรใส่ใจมากที่สุด มนประเด็นนี้ผมมีคำตอบครับ

 

 

          2.1 เลือก Indicator ให้เหมาะสมกับการเทรด forex

          2.2 วางแผนการเงินที่เหมาะสม

          2.3 พัฒนาหลักการทางจิตวิทยาให้สอดคล้อง

 

หลักการทั้ง 3 ประการข้างต้นนี้ คือหลักการที่สำคัญที่สุดครับ เป็นเรื่องที่ผมเน้นมาเสมอ หากคุณอ่านงานเขียนบทความของผมจากเรื่องอื่น ๆ คุณก็จะยังพบหลักการทั้ง 3 ประการนี้เสมอ ทำไมล่ะ?

 

เพราะว่ามันเป็นของจริง มันเป็นหลักการที่ได้ผลจริงและคุณสามารถพัฒนาหลักการเทรด forex ทั้ง 3 ข้อนี้ให้กลายเป็นทักษะที่มีความเชี่ยวชาญได้ยังไง ดังนั้นท่องไว้เลยนะครับ หลักการทั้ง 3 ประการนี้ รับรองว่าเป้นประโยชน์อย่างแน่นอน

 

3.ทำความเข้าใจแต่ละข้อก่อน

ทีนี้ผมจะพามาทำความเข้าใจในแต่ละข้อแต่ละประเด็นกันนะครับ ซึ่งไม่ยาก แต่อย่าได้ประมาทในหัวข้อนี้ เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการในหัวข้อต่อ ๆไปครับ

 

          3.1Indicator

สำหรับ Indicator คือตัวบอกสัญญาณการชี้วัดว่า เมื่อไหร่เรานั้นควรเข้า Order หรือว่าเมื่อไหร่ที่ควรหยุดนั่นเอง ซึ่งอินดิเคเตอร์ที่ดีนั้นต้องสามารถช่วยให้เราวัดผลได้ครับ ตัวที่สำคัญที่สุดที่ผมต้องการแนะนำคุณคือ

 

               3.1.1 MACD

 

 

ค่า MACD ถือเป็นค่าที่มีความสำคัญมากครับ โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราสามารถมองเห็นว่า เทรนด์ของกราฟนั้นเป้นเทรนด์ขาใดและเราสามารถเข้ากราฟได้ที่ราคาเท่าใด ตรงนี้คือความสำคัญที่สุดของการเทรด พยายามฝึกการใช้กราฟตัวนี้ให้มีความชำนาญมากขึ้นนะครับ

 

               3.1.2 RSI

 

 

ค่า RSI เราใช้เป็นตัวที่แสดงสัญญาณการกลับตัวของราคาครับ โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 90 หรือ 10 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างปลอดภัยและมีนัยบ่งชี้เรื่องของการกลับตัวของสัญญาณที่ชัดเจน

 

               3.1.3 การตีเส้นเทรนด์ไลน์

 

 

การตีเส้นเทรนด์ไลน์ ถือเป็นการตีเส้นที่มีความสำคัญมากครับ เพราะช่วยให้เรามองเห็นจังหวะของราคาว่าเราจะเล่นเทรนด์ที่ถูกต้องได้ไหม ซึ่งปกติแล้วผมจะใช้ทามเฟรมที่ 1H ร่วมกับ 1M ในการเข้าครับ เพราะเป็นการเข้าที่ง่ายที่สุดแต่ส่งผลดีที่สุด

 

หลักๆแล้วการใช้ Indicator เราจะใช้ประมาณนี้เท่านั้นในการเริ่มต้นเทรด forex โดยหัวใจหลักของการเทรดคือ การบริหารจัดการเงิน และการฝึกฝนการใช้หลักจิตวิทยาประกอบการเทรด forex ซึ่งต้องมีความชำนาญโดยอาศัยในเรื่องของกรอบเวลาของการฝึกฝน (ซึ่งมีให้ทำตอนท้าย) เป็นแนวทางในการพัฒนาความสำเร็จในการเทรด forex ให้เกิดขึ้นครับ ในบทต่อไปผมจะชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เราต้องปรับปรุงเพื่อให้ การเทรด forex มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

4.ทำความเข้าใจเครื่องมือเทรด forex ที่สำคัญ

ในส่วนของเนื้อหาตรงนี้นั้น ผมจะอธิบายแนวทางการใช้เครื่องมือ forex นะครับ แต่ไม่ใช่การสอนว่าแต่ละจุดต้องตั้งค่า forex อย่างไร เพราะตรงส่วนนี้นั้นคุณสามารถที่จะทำได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว แต่ส่วนที่จะมาเน้นคือ วิธีการปรับแต่งการใช้เครื่องมือ forex ครับ

 

          4.1อย่าเปิดเพลงหรือวีดิโอขณะที่เราเทรด forex

ในระหว่างที่คุณเทรดนั้น ผมมีข้อเสนอเพื่อการเทรดที่ดีขึ้นนั่นคือ อย่าเปิดเพลง หรือว่าดูคลิปอะไรไปด้วยนะครับ เพราะการทำแบบนี้นั้นจะส่งผลให้คุณเสียสมาธิมากๆ และอาจทำให้จังหวะในการเทรด forex ที่สำคัญๆของคุณนั้นหลุดลอยออกไปได้ ในช่วงแรกๆ ผมมักเผลอแบบนี้และทำให้เสียเงินไปทุกทีเลยครับ

 

          4.2การเปิด forex หลายๆจอช่วยให้การเทรดดีขึ้นได้

คุณคงเคยคุ้นเคยกับภาพถ่ายการเทรดแบบหลายหน้าจอใช่ไหมครับ ผมอยากเรียนว่านั่นคือสิ่งสำคัญ การเปิดทามเฟรมหลายๆทามเฟรม ทางที่ดีที่สุดคือการมีหน้าจอหลายๆแบบครับ มันสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด forex ของคุณได้มากขึ้นอย่างมาก โดยผมแนะนำว่าควรมีจออย่างน้อยก็สัก 3 จอครับ กำลังดี

 

          4.3อย่าเทรด forex หลังเวลา 24.00น

อย่าไปเทรด forex หลังเวลา 24.00น. ครับ ช่วงเวลาดังกล่าวของประเทศไทย เป้นช่วงเวลาที่มีค่าเสปรดที่สุงมาก และคุณอาจสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากไปกับค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ผมเสียเงินไปช่วงนี้บ่อยมาก ๆครับในช่วงแรกๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่หลังๆนี่รู้แล้ว และไม่ไปแตะช่วงเวลาเทรด forex แถวนั้นอีกเลย

 

          4.4อย่าเทรดทอง

ทองคำ ชื่อนี้เป็นอะไรที่สร้างความหอมหวนใจเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถควบคุมมันได้หรือมองเห็นได้ว่าตนเองจะสามารถทำกำไรกับทองคำได้เท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมอยากให้คุณระวังเรื่องของการเทรดทองคำให้มากครับ เพราะค่าเสปรดที่สูงมาก อาจทำกำไรที่หามาได้หมดไปกับสิ่งนี้เลยก็ได้

 

          4.5เครื่องมือที่ใช้หรือ Indicator ไม่ควรเกิน 3 ตัว

ส่วนของ Indicator ที่เราเลือกมาใช้นั้นไม่ควรเกินกว่า 3 ตัวนะครับพยายามใช้แค่นี้พอ เพราะถ้ามากกว่านี้ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าการขัดกันของสัญญาณ ส่งผลให้แทนที่เราจะสามารถทำกำไรได้มากขึ้นกลายเป็นว่า เราขาดทุน เพราะเนื่องด้วยการอ่านค่าสัญญาณที่มันขัดกัน

 

          4.6ตั้งหน้าจอให้เป็นสีดำ

เวลาตั้งหน้าจอเทรด แนะนำว่าให้ตั้งค่าเป็นสีดำนะครับ เพราะเป็นสีที่ปลอดภัยต่อสายตาและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากที่สุด ผมเคยลองใช้สีขาวในการเป็นพื้นของการเทรด ปรากฏว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ มันแสบตามาก และผมคิดว่าทางที่ดีที่สุด คือสีดำ

 

          4.7แท่งเทียนที่ใช้ควรเป็นแบบ Candle Stick

แท่งเทียนที่เราตั้งให้ใช้เป็นแบบ Candle stick แทนการใช้แบบกราฟครับ การตั้งค่าแบบนี้จะง่ายต่อการคำนวณและการมองหาช่องทางในการเทรดมากกว่า และที่สำคัญคือมองหาข้อมูลสำคัญๆ จากกราฟได้อย่างไม่ยากนักในการเทรด

 

          4.8ใช้สีเข้ามาช่วยในการแยกกราฟแท่งเทียนนะครับ

การใช้สีเข้ามาช่วยในการเทรด forex ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เรามองเห็นได้ชัดเจนถึงกรอบราคาต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการแยกแยะตัวราคา ทำให้ไม่เกิดความสับสนในขณะที่เทรด forex ครับ

 

          4.9สร้างห้องสำเร็จเทรด forex

เรื่องนี้อาจเป็นอะไรที่ใหญ่ แต่เป้นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์มาก กล่าวคือลองสร้างห้องเทรด forex ขึ้นมาแยกออกมาจากห้องปกติที่บ้านของคุณดูนะครับ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด forex มากยิ่งขึ้น และสามารถทำกำไรได้มากขึ้นด้วย ของผมส่วนตัวก็มีห้องแยกต่างหากครับ

 

          4.10หาผู้ช่วยในการดูกราฟสิครับ

ข้อสุดท้ายคือ อย่าลืมหาผู้ช่วยในการดูกราฟประกอบนะครับ เพราะผู้ช่วยนั้นถือเป็นคนสำคัญที่จะช่วยให้การดูกราฟของคุณนั้นง่ายยิ่งขึ้น และสามารถมองเห็นจังหวะหรือว่าจุดสำคัญในการเข้าเทรด forex ตามสัญญาณได้เป็นอย่างดี

 

ทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นแนวทางในการปรับปรุงเครื่องมือประกอบการเทรด forex ให้มีความสมบูรณ์และสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของ % ของการทำนายราคาในอนาคตที่ถูกต้อง ผมไม่อยากให้ประมาทนะครับ พยายามฝึกฝนและทำทีละข้อให้มีความสมบูรณ์

 

ยิ่งเราทำให้สมบูรณ์มากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็มีความสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้นครับ ดังนั้นอย่าดูเบาเรื่องเหล่านี้ทีเดียว ทำให้ชำนาญก่อนที่ผลลัพธ์จะไม่เกิดขึ้นกับคุณนะครับ ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย สำหรับในข้อต่อไปเราจะไปเรียนรู้เรื่องมาติงเกลเพื่อใช้บริหารเงินหน้าตัดกในการเทรด forex ของเรากันครับว่ามีแนวทางในการทำอย่างไรบ้าง

 

5.ตารางเทรดโดยใช้หลักการมาติงเกล

วิธีการที่ผมจะสอนคุณต่อไปนี้ เป็นหลักการที่ประยุกต์ออกมาจากการเทรดแบบมาติงเกลนะครับ ซึ่งถ้าคุณชื่นชอบการเทรดแบบมาติงเกล ก็สามารถใช้การเทรดแบบนั้นได้เลย แต่ถ้าไม่ชอบ และต้องการใช้วิธีการที่ประยุกต์เพิ่มขึ้นมา ผมแนะนำวิธีการต่อไปนี้ครับ

 

ซึ่งคุณจะต้องทำการทดสอบด้วยตนเองแบบ A/B Test ก่อน เพื่อให้ทราบว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดนะครับ

 

          5.1.แบบขั้นบันได

แบบแรกเป็นแบบขั้นบันไดครับ แบบนี้เป็นวิธีการบริหารจัดการเงินหน้าตักที่เสี่ยงน้อยที่สุด แต่ก็มีข้อเสียคือ ทำเงินได้น้อยมากเช่นกัน ดังนั้นอาจไม่เหมาะสมสำหรับคนที่ชอบความเสี่ยงและการทำกำไรที่หวือหวา แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะขอแนะนำวิธีการง่ายๆ สำหรับคนใหม่ก็สามารถใช้ได้ครับ

 

จุดเด่น: ปลอดภัยสูง สามารถทำกำไรได้เรื่อยๆ

จุดด้อย: ทำกำไรได้ช้า

ทุนเทรด forex แนะนำ: เริ่มต้นที่ 1000 ดอลล่าร์

 

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นด้วยทุนที่ต่ำที่สุดในการเทรดครับ จากนั้นไล่สเตปของการทำกำไรเพิ่มขึ้น โดยใช้หลักว่า หากขาดทุน ให้เพิ่มเงินขึ้น 1 เท่า แต่หากได้กำไร ให้ลดลงมาลงเงินเท่ากับจำนวนที่เริ่มต้นในตอนแรก

 

เช่นเริ่มที่ 1 ดอลล่าร์ หากเทรดผิด ออเดอร์ต่อไปคือ 2 ดอลล่าร์ ผิด เป็น 4, 8, 16, 32, 64, แบบนี้ครับ ซึ่งถ้าจะเริ่มต้นด้วยเงิน 1 ดอลล่าร์ ทุนที่ควรใช้ในการเริ่มต้นคือ 1000 ดอลล่าร์ครับโดยห้ามน้อยกว่านี้นะครับ เพราะหากน้อยเกินไปก็ไม่เป็นผลดีเท่าไหร่

 

ตัวเลขแนะนำคือ

เริ่มที่ 1 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 1000 ดอลล่าร์

เริ่มที่ 10 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 10000 ดอลล่าร์

เริ่มต้นที่ 100 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 100,000 ดอลล่าร์

 

ลองเอาตัวเลขเหล่านี้ไปเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาตัดสินใจบริหารจัดการเงินหน้าตักในการเทรด forex ดูครับ

 

          5.2แบบทีละคำ

แบบที่ 2 นี้เป็นแบบคนที่มีทุนเทรด forex หนาเป็นพิเศษ และมีความแม่นยำในเครื่องมือมาก โดยจุดเด่นคือ เราจะทำกำไรได้มากกว่า และสูงกว่าแบบแรกมากๆ โอกาสสร้างผลกำไรในระดับ 30-50% ต่อเดือนจะสูงมากครับ และอาจสูงกว่านี่อีกนะครับ

 

จุดเด่น: ทำกำไรได้สูง30-50% ต่อเดือน

จุดด้อย: ความเสี่ยงสูงกว่าแบบแรกมากๆ

ทุนเทรด forex แนะนำ: เริ่มต้นที่ 3000 ดอลล่าร์

 

วิธีการเทรดแบบนี้ง่ายๆเลยครับคือ เริ่มต้นจากเงินที่เป็นก้อนเลย โดยปกติเราจะใช้ที่ 10 ดอลล่าร์ หรือ 20 ดอลล่าร์ในการเริ่มต้น จากนั้นก็เทรดไปเรื่อยๆ โดยไม่ว่าจะมีเงินเท่าไหร่ก็ตาม หรือแพ้หรือชนะก็ตาม เราก็จะเทรดไปด้วยเงินก้อนจำนวนเท่าเดิมครับ

 

ตัวเลขแนะนำคือ

เริ่มที่ 10 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 3000 ดอลล่าร์

เริ่มที่ 20 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 6000 ดอลล่าร์

เริ่มต้นที่ 50 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 10,000 ดอลล่าร์

เริ่มต้นที่ 100 ดอลล่าร์ ใช้ทุนราวๆ 20,000 ดอลล่าร์

 

คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ตัวเลขได้ตามความเหมาะสมครับว่าต้องการเอาเท่าไหร่บ้าง ส่วนตัวแล้วผมชอบการเทรดในแบบแรกที่สุดครับ เพราะมีความเสี่ยงในการเทรดน้อยที่สุดหากเทียบกับรูปแบบอื่นๆ

 

6.ฝึกฝนรูปแบบการเทรดให้ดีที่สุด ตามแบบของตนเอง

รูปแบบในการเทรด forex นั้นมีหลายวิธีมากขึ้นอยู่กับว่าคุณนั้นชำนาญ และชอบการฝึกฝนการเทรดแบบไหน ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบการเทรดแบบตามเทรนด์มากที่สุด ส่วนการเทรดแบบสวนเทรนด์ หรือการเทรด forex ตามข่าว เป็นอะไรที่ไม่ถนัดเอามาก ๆครับ แต่กระนั้นก็ดี ผมจะขอบอกข้อดี และ Trick ง่าย ๆ เกี่ยวกับการเทรด forex แต่ละประเภทพอเป็นที่เข้าใจดังนี้

 

          6.1การเทรดตามเทรนด์

แบบบแรกคือการเทรดแบบตามเทรน หรือ follow trend ถือเป็นการเทรดที่สามารถทำกำไรได้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะแม้ว่ากราฟจะมีการเคลื่อนที่ไปผิดทาง ยังไงคุณก็ยังสามารถทำกำไรจากตลาดนี้ได้อย่างแน่นอน จุดสำคัญของการเทรดตามเทรนด์คือ อย่าเบิ้ลลอต และทำ Over trade forex อย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น กำไรที่ทำมาต่อเดือน พังหมด!

 

เทคนิคสำคัญ: อย่าเบิ้ลลอต อย่าทำ Over trade เด็ดขาด

 

          6.2การเทรดสวนเทรนด์

กลยุทธ์การเทรด forex แบบสวนเทรนด์นั้น หลักการก็คล้ายๆกับเสือปืนไว ที่คุณต้องไวต่อการเทรดให้มากที่สุดครับ เพราะมักเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่แท่งเทียนทะลุ Upper Band หรือ Lower band ออกมา ซึ่งหากกราฟผิดทางต้องตัดขาดทุนให้ไวที่สุด ดังนั้นเคล็ดลับของมันคือ คุณต้องแม่นในสัญญาณที่อ่านครับ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

 

เทคนิคสำคัญ: จงแม่นในสัญญาณ ห้ามเข้าออเดอร์เด็ดขาดถ้าสัญญาณยังไม่บอก

 

          6.3การเทรดตามข่าว

การเทรดตามข่าวนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็คงจะตามจากแหล่งข้อมูลเดียวกันคือที่ forexfactory.com ซึ่งภายหลังจากการตามข้อมูลตรงนั้นแล้ว ก็เหลือแต่ขั้นตอนของการเทรดเท่านั้น สิ่งที่ผมต้องการให้คุณให้ความสำคัญของการเทรดตามข่าวคือ อย่าเทรดโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องของข่าวนั้นๆเลย

 

 

เช่น หากการเทรดนั้นเป็นการเล่นข่าว Non-farm คุณจะต้องเข้าใจว่ามันคืออะไร และมีผลต่อคู่เงินสกุลใด ในช่วงเวลาใด แบบนี้เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดคือ การเทรดแบบตามข่าว สามารถสร้างคนมีเงินจำนวนมากขึ้นมาได้ด้วย ดังนั้นหากคุณชอบการเสี่ยงดวงซะหน่อยแล้ว มาเล่นตามข่าว forex เลยครับ

 

เทคนิคสำคัญ: เข้าใจข่าว รู้เวลา แล้วแทงเลย!

 

พอเป็นไอเดียและเป็นแนวทางอย่างง่ายๆนะครับ ในการทำนายทิศทางของความชอบของตนเอง ซึ่งถ้าคุณไม่รู้ว่าตนเองชอบแบบไหนกันแน่ ผมก็แนะนำว่าให้คุณทำการทดลองมันทั้งหมดเลยครับ เอาสักประมาณ 30 วัน โดยทดลองแนวทางละ 10 วัน เพียงเท่านี้ก็จะบอกได้แล้วว่า คุณถนัดการเทรด forex แบบไหนมากที่สุด!

 

7.อันตรายที่ต้องรู้จักการใช้จิตวิทยาไม่ถูกต้อง

สำหรับในข้อนี้นั้นผมอยากจะเน้นย้ำในเรื่องของหลักการทางจิตวิทยากับการเทรด forex เพิ่มเสียหน่อยครับ แต่จะเป็นการเน้นย้ำวิธีที่ช่วยให้การเทรด forex มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก่อนทำการเทรดจริง

 

โดยผมขอให้คุณลองทำตามข้อแนะนำด้านล่างประกอบการเทรด forex จริง ผมเชื่อว่าจะต้องมีความเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนครับ ลองทำดู คุณทำได้แน่นอน!

 

          7.1อย่าฟังกูรูให้มากนัก

จิตวิทยาข้อแรกที่ผมอยากแนะนำคืออย่าฟังกูรูนะครับ ผมรู้ว่าเรื่องนี้มันอาจขัดต่อความรู้สึกในใจของคุณ แต่นี่คือความจริงครับ บางทีแล้วกูรูที่บอกเราเขาก็อาจมีผลอะไรที่เกี่ยวข้องกับราคาของการเทรด forex นั้นๆก็ได้ อีกทั้งเขาก็ขาดความรับผิดชอบด้วยหากคุณเกิดเทรด forex เสียมา ดังนั้นอย่าไปฟังให้มากครับ เสียเวลาเปล่าๆ

 

         7.2เทรดด้วยตนเองคือดีที่สุด

การเทรดที่ดีที่สุดคือต้องเทรด forex ด้วยตนเอง และห้ามให้ใครมาบงการความคิดอย่างเด็ดขาด หรืออาจยึดหลักที่เรียกว่า “เล่นจริง เจ็บจริง” แบบนี้ครับ อย่างน้อยตอนที่เราเสีย เราก็ยังภูมิใจว่า เราเป็นคนทำเสียด้วยตนเอง ดีกว่าปล่อยให้คนอื่นมาบงการความคิดของเรา

 

          7.3เล่นเอง เวลาเสียอย่าเอาอารมณ์เข้าเทรด

ผมเน้นอีกครั้งครับ ระหว่างที่คุณเทรด forex คุณจะต้องเสียแน่นอน และเสียเยอะด้วยครับ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก ความผิดพลาดในการเลือกตัดสินใจของเรา หรืออาจมาจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม อย่าเอาอารมณ์เข้ามามีส่วนกับการเทรดนะครับ

 

จากประสบการณ์ของผม ถ้าเอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องคือ พัง 100% ไม่ใช่แค่ 10% นะครับ แต่เป็นระดับ 100% ซึ่งหากตอนคุณเทรด forex แล้วเกิดตาเสียหลายๆครั้ง จนคุณเริ่มจับอารมณ์เสียของคุณได้แล้ว ผมขอให้คุณหยุดเทรดทันที!

 

แล้วออกไปทำกิจกรรมอย่างอื่นที่คุณผ่อนคลายมากกว่า ทำแบบนี้แล้วคุณจะพบว่า มันสามารถทำให้สติในการเทรด forex กลับมาอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะเตลิดเปิดเปิงออกไป จนทำให้คุณล้างพอร์ตได้แน่นอน

 

          7.4แบ่งเวลาเทรด forex ให้เหมือนกับการทำงาน

แบ่งเวลาเทรดของคุณให้เหมือนกับการทำงานสิครับ อย่าเทรด forex แบบบ้าคลั่งตลอดทั้งวัน แบบนี้ไม่เอา ไม่คุ้มค่าหรอกครับ และการอยู่กับ forex นานเกินไป ก็ไม่ทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของคุณอย่างแน่นอน คุณอาจอารมณ์เสียและหงุดหงิด มากขึ้น เพราะการจ้องอยู่กับกราฟนานๆ ทำให้ใจของเรานั้นมีความเครียดสะสมเพิ่มขึ้น

 

เทคนิคการแบ่งเวลา: แนะนำว่าแบ่งไว้สักวันละ 2 – 3 ชั่วโมงก็พอแล้วครับ

 

          7.5ปฏิบัติธรรม ช่วยเรื่องการเทรด forex ได้ดีมาก

ลองหาเวลาอาทิตย์ละ 1 วันเป็นอย่างน้อย เพื่อไปปฏิบัติธรรม หรือไปวัดไปวาดูนะครับ การทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพของใจเราให้ดีขึ้น และสามารถช่วยปรับปรุงเรื่องการทำงานในตำแหน่งอื่นๆของเราให้ดีขึ้นไปในตัวด้วย

 

แต่คำว่าปฏิบัติธรรมในที่นี้ผมหมายถึง การนั่งสมาธิเลยนะครับ ไม่ใช่แค่การไปวัดไปวา และแค่ไปไหว้พระเฉยๆ แบบนี้ยังไม่ใช่เป้าหมายครับ ต้องไปปฏิบัติต้องไปนั่งสมาธิเลย คือวิธีการที่ดีที่สุด

 

8.แบบฝึกหัดทดสอบตนเองให้ 90 วัน

เพื่อให้คุณประสบความสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น ผมขอเสนอการบ้านจำนวน 10 ข้อ ที่คุณสามารถเอาไปทำเป็นเวลา 90 วัน เพื่อฝึกฝนทักษะการเทรดของคุณให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นครับ โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้

 

วันที่ 1 – 7 ไปสมัครเรียนการเทรด forex อย่างถูกต้องกับโค้ช หรือผู้สอนในประเทศไทย

วันที่ 8 ทำการสมัครเป็นสมาชิกโบรกเกอร์ forex ที่คุณชื่นชอบ เปิดบัญชีแบบ Demo ก่อน

วันที่ 9 – 10 ทำความเข้าใจเมนูต่าง ๆของการใช้งาน

วันที่ 11 – 30 ฝึกฝนการใช้บัญชีเดโมและสามารถทำกำไรได้มากกว่า 20 % หากยังไม่ถึง ให้เริ่มทำขั้นตอนนี้ใหม่ รวมระยะเวลา 20 วัน โดยต้องเทรด forex ทุกวัน

วันที่ 31 – 60 เทรด forex ด้วยบัญชีจริง โดยรักษาเป้ากำไรที่ 10% ต่อเดือนของเงินทุนพอ

วันที่ 61 – 90 เทรด forex ด้วยบัญชีจริง โดยรักษาเป้ากำไรที่ 20% ต่อเดือนของเงินทุน

 

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติการเทรด forex ให้ประสบความสำเร็จครับ จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องยากมากนักสำหรับคนที่ต้องการความสำเร็จเช่นคุณ ดังนั้นนำข้อความและข้อมูลทั้งหลายนั้นไปประยุกต์ใช้นะครับ อาจมีกานปรับเปลี่ยนตารางการปฏิบัติบ้างก็ไม่เป็นไรครับ แต่อย่างไรต้องคงหลักการตรงนี้ไว้ก่อน เพราะเป็นตารางที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าประสบความสำเร็จครับ

 

 

9.บทสรุปสำหรับบทความนี้

สรุปแล้ว สำหรับแนวทางที่ได้เรียนรู้การเทรด forex มาตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงปัจจุบันตรงนี้ น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ง่าย และสามารถนำความรู้ที่ได้นี้ไปปฏิบัติได้จริงครับวิธีการทั้งหมดนั้นไม่ยากเลย ขอเพียงแค่มีความตั้งใจทำ และลงมือทำอย่างเต็มที่และจริงจังเท่านั้น คุณก็จะประสบความสำเร็จแล้วในตลาด forex

 

ดังนั้น อย่าอ่านบทความนี้ผ่านๆ นะครับ บันทึกข้อมูลเก็บไว้ และพร้อมที่คุณจะมาทบทวนเนื้อหานี้ได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

 

ผมมั่นใจว่าถ้าตั้งใจเรียนรู้และลงมือทำอย่างจริงจัง! ต้องสำเร็จ ๆ ๆ อย่างแน่นนอนครับ

 

ขอให้สำเร็จ

 

ทีมงาน: thaibrokerforex.com