จิตวิทยาการเทรด

จิตวิทยาการเทรด หัวใจสำคัญของการเทรดให้ประสบความสำเร็จ


การกำหนด Mindset

คะแนนโดย admin

เส้น

การกำหนด Mindset

การกำหนด Mindset

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่สามารถกำหนดกำไรหรือขาดทุนได้คือ Mind Set ผมมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง จากวงการบริหารของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ มากในการเทรด และจริง ๆ แล้วมันสามารถใช้ได้ทุกวงการ

นี่เป็นเรื่องราวของสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น เมื่อสายการบินแห่งชาติญี่ปุ่น ขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีและใกล้จะล้มละลายแล้ว เป็นหนี้เป็นสินถึง 700,000 ล้านบาท และในภาวะนั้น ไม่มีอะไรจะเสีย พวกเขาได้ว่าจ้างให้กับผู้บริหารท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นมีอายุ 78 ปี เรียกได้ว่า อายุขนาดนั้นจะใช้ชีวิตอยู่แบบปกติก็ลำบากแล้ว ยังต้องไปนั่งบริหารสายการบินที่มีคนและพนักงานจำนวนมหาศาลให้มันปวดหัวอีก

เขาคือ คาซูโอะ  อินาโมริ  ผู้ก่อตั้งบริษัทเคียวเซร่า นั่นเอง ในวันนั้น สถานการณ์ของสายการบิน แจแปนแอร์ไลน์ คือ ต้องวิ่งในเส้นทางที่มีสนามบินที่นักการเมืองเป็นผู้สร้างไว้และเป็นเส้นทางที่ไม่มีผู้โดยสารมากเพียงพอทำให้สายการบินประสพภาวะขาดทุน นอกจากนี้ในแต่บริษัทยังมีแต่ลูกท่านหลานเธอ ใช้เส้นสายเข้าทำงาน จนทำให้บริษัทขาดระเบียบวินัยในการลงทุน สิ่งที่เขาได้เปลี่ยนแปลงกับสายการบินนี้ อาจจะเป็นงานที่หนักหนาสาหัส แต่เขาสามารถพลิกกลับมาทำให้สายการบินมีกำไรและนำเข้าสู่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้อีกครั้งภายในเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น

สิ่งที่เขาทำนั้นใส่ใจในรายละเอียดมากถึง ตัวอย่าง เรื่องของผ้าเช็ดโต๊ะเก้าอี้ของผู้โดยสารในเครื่องบินนั้น ได้มีการขอบริจาคเสื้อผ้าเหลือใช้จากพนักงาน บ้านละ 1 ตัว ซึ่งการกระทำดังกล่าวคงไม่อาจจะทำให้บริษัททำกำไรได้จากการใช้เสื้อผ้ามือสองมาเช็ดถูหรอกครับ แต่สิ่งที่ทำมันสะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของสายการบิน ของความร่วมมือของพนักงาน นี่เป็นจิตวิทยา และเป็น mindset ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จต่าง ๆ ของการทำงาน อย่างไรก็ตาม ต้องบอกก่อนครับว่า เราไม่ได้มาคุยกันเรื่องผ้าขี้ริ้วครับ สิ่งที่ผมจะเล่าเกี่ยวกับผู้บริหารท่านนี้คือ  สมการแห่งความสำเร็จ

สมการแห่งความสำเร็จ คือ ถ้าหากว่าสามารถทำได้ตามเงื่อนไขเหล่านี้คือ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่สูง โดยสมการความสำเร็จประกอบด้วย

ความสำเร็จ = ความพยายาม x ความสามารถ x ทัศนคติ

ในสมการความสำเร็จความพยายาม คือ ความมุมานะ ไม่ย่อท้อ ไม่ล้มเลิก และการที่จะไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง  ส่วนความสามารถ นั้นกล่าวรวมถึงสติปัญญา ความรู้ ความสามารถที่จะทำการใดการหนึ่ง ทัศนคติคือการมองโลก มุมมองในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ

ถ้าหากว่าเรามองสมการนี้อย่างผิวเผินมันก็ธรรมดา และไม่มีอะไรมากมาย คิดว่าใคร ๆ ก็คิดได้ครับ แต่จริง ๆ แล้วมันแฝงไปด้วยความธรรมดา

ในสมการ จะมีการให้คะแนน ความพยายามจะมีคะแนน ตั้งแต่ช่วง 1 – 100 ก็ให้คะแนนกันเหมือนเกรดทั่วไปที่เราเรียนกันในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนความสามารถก็เช่นกัน มีคะแนนตั้งแต่ช่วง 1 – 100 ซึ่งสิ่งที่เขาได้ใช้ก็คือ การให้คะแนนกับพนักงาน โดยให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยทีว่ามานี้ทำให้ ส่วนทัศนคติ จะมีคะแนนช่วงตั้งแต่ – 100 ถึง 100 ฟังไม่ผิดครับ ว่า คะแนนมีช่วงติดลบ จากการรวมคะแนนจะเห็นว่า สิ่งสำคัญของมันคือ เครื่องหมายคูณในสมการ

ถามว่าทำไมต้องเครื่องหมายคูณนั่นเพราะว่า ในโลกนี้อะไรก็ตามจะมีผลเป็นทวีคูณ ตัวอย่างง่าย เช่น ถ้าหากเราจะทำสวน เรามีสระน้ำ เรามีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ เรามีดินที่ดี การทำสวนนั้นจะง่ายเป็นทวีคูณ ขณะที่คนที่มีแต่ดินแข็ง ๆ และไม่มีสระน้ำ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ เขาจะรู้สึกว่าการทำงานนั้นหนักมาก นั่นเพราะว่าทุกอย่างมันช่วยเสริมสร้างกันและกัน จึงเรียกว่าผลทวีคูณยังไงหล่ะครับ ทีนี้ย้อนกลับมาในสมการ ใน 3 ตัวนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ลุง คาซูโอะ ให้ความสำคัญที่สุดคือ ทัศนคติ เพราะอะไร นั่นเพราะว่า ถ้าหากเราได้รับสมัครคนเรียนเก่งคนหนึ่ง ที่มีความพยายาม และมีความสามารถเข้ามาทำงาน แต่ว่าเขามีทัศนคติที่เป็นลบ มันก็จะกลายเป็นว่า ผลรวมของคะแนนของความสำเร็จออกมาจะเป็นลบ เช่น  ความพยายาม 70 ความสามารถ 60 และทัศนคติ – 1  นั่นเท่ากับ -4200 คะแนน หมายความว่า คน ๆ นี้กำลังใช้ความพยายามของเขาไปในทางที่ผิด และเป็นผลเสียต่อองค์กรยังไงหล่ะครับ

ทีนี้มันเกี่ยวกับ Forex อย่างไร การกำหนดรายละเอียดเหล่านี้เรียกว่า Mindset ถ้าหากเรามองว่า เราไม่มีทางทำกำไรได้ กับการมองว่า เราจะทำกำไรได้อย่างไร หรือแม้แต่ว่า เราจะทำกำไรอย่างไรให้มันสอดคล้องกับความเป็นจริง การสะสม Balance แทนการสร้างกำไรมหาศาลต่อเดือน การสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องยาวนาน เช่น ตั้งเป่ากำไร 2 % ต่อเดือน สิ่งเหล่านี้คือทัศนคติทั้งสิ้น ซึ่งจะบวก หรือ ลบ ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำความเข้าใจมันอย่างไร และมองมันอย่าง มันก็จะส่งผลต่อพอร์ทการลงทุนของคุณเช่นนั้น

เส้น


อยู่ให้รอดก่อนค่อยทำกำไร

คะแนนโดย admin

เส้น

อยู่ให้รอดก่อนค่อยทำกำไร

ปัจจุบัน Forex กลายเป็นเครื่องมือสำหรับคนอยากรวยเร็ว เนื่องจากอัตรผลตอบแทนที่สามารถนำไปล่อเม่าได้ง่าย โดยทำให้คนที่ยังใหม่ต่อการลงทุนและอยากรวย เนื่องจากการจะรวยจากการเล่นหุ้นนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้ Forex เป็นทางเลือกที่ดึงดูดขึ้นมาทันที เพราะว่า จำนวนเงินที่ใช้น้อยกว่า อัตรากำไรเมื่อเทียบกับเงินก็มากกว่า หลักการของพวกมิจฉาชีพพวกนี้ก็ฟังดูแล้วจะมีความคล้ายคลึงกับการตกปลาอยู่ไม่น้อย คืออาศัยการหว่านแห  โดยการไปโปรยเหยื่อทิ้งไว้ แล้วให้รายย่อยมารุมล้อม ทำให้รายใหญ่เห็นแล้วสะดุดตาแล้วอยากมาร่วมวงด้วย

คำว่ารายใหญ่ไมได้หมายความว่า เป็นเทรดเดอร์สถาบันแล้วอยากจะมาลงขันการเทรดกับรายยุ่ยในตลาดหรอกนะครับ ผมหมายถึงคนรวยที่มีเงินเก็บมหาศาล แต่ว่าไม่มีความรู้ในการลงทุนและเผลอหลงเข้ามาติดกับดัก อย่างไรก็ตาม บางรายก็ใช้วิธีการตอดกินสะสมรายย่อยไปเรื่อย ๆ ก็มีสัดส่วนที่สำคัญเช่นกัน  เช่นการหาลูกค้า Affliate จำนวนมาก ๆ ก็สามารถทำให้รายได้จากการมีลูกค้าเช่นเดียวกัน

มันมีคำพูดหนึ่งที่เป็นคำพูดของเทรดเดอร์ชื่อดัง ว่า “อยู่ให้รอดก่อนค่อยทำกำไร” เป็นคำพูดที่เหมาะกับสถานการณ์อย่างนี้เป็นอย่างมาก ถ้าหากท่านเปิดเข้าไปในหน้า Feed Facebook และท่านเป็นคนที่สนใจการลงทุนเป็นอย่างมาก มันจะมีโผล่ขึ้นมาแน่นอน อีเพจแนะนำการลงทุนใน Forex และล่อท่านด้วยจำนวนผลตอบแทนมหาศาล วันนี้บทความจะมาพูดถึงเรื่องของการอยู่ให้รอดก่อนค่อยทำกำไร โดยผมจะแบ่งเป็นสองสถานการณ์ได้แก่ สถานการณ์ของมือใหม่ที่ไม่ประสีประสาเกี่ยวกับ Forex และสถานการณ์ของมือเก๋าที่มีประสบการณ์

มือใหม่ที่คิดจะรวยจาก Forex

รุ่นน้องที่ผมรู้จัก เขาจบจากมหาวิทยาลัยภูธร วันหนึ่งเข้าโทรมาถามว่า “พี่ รู้จัก Forexไหม พี่” เขามาสอบถามผมและเขาได้ลงทุนกับ Forex ไปเนื่องจากว่ามีคนมาแนะนำระบบเทรดอัติโนมัติ ให้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรมากก็ได้กำไร และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ น้องบอกว่า มันเป็นอิสระทางการเงินอย่างแท้จริง ช่วงแรก ๆ เขาเบิกเงินออกมาใช้ เพราะว่ากำไรเยอะแล้ว พักหลัง ๆ ความโลภเข้าตามาก คิดว่า ถ้าฝากเพิ่มอีกจะได้เยอะกว่านั้นก็เลยกู้มาลงทุน หลังจากนั้นน้องมันคิดว่า ถ้าฝากสะสม พร้อมกับเอากำไรนั่นแหละสะสมตัวมันไปเรื่อย ๆจะทำให้พอร์ทมีขนาดใหญ่และก็จะสามารถรวยได้เร็วยิ่งขึ้น เมื่อความคิดแบบนี้เกิดขึ้นก็เข้าทางโจร เพราะว่า มันเป็นแชร์ลูกโซ่ที่รอให้เงินมันโป่งเต็มที่แล้วเขาจะเชิดหนีหายไป  ไม่นานหลังจากนั้น น้องมันก็โทรมาโอดครวญกับผม ทำนองว่า ไม่น่าคิดอะไรง่าย ๆ อย่างนั้นเลย

อยู่ให้รอดก่อนค่อยทำกำไร

นั่นแหละครับ ถ้าหากว่าเงินมันหาง่ายขนาดนั้น ทุกคนก็รวยกันไปหมดแล้ว ดังนั้น การที่จะทำกำไรได้ คุณต้องอยู่ให้รอด คำว่าอยู่ให้รอดนี้ คือ การรักษาเงินต้นให้ไว้ได้มากที่สุด แต่ว่าเราก็ไม่สามารถรักษามันไว้ได้ทุกบาททุกสตางค์หรอกครับ ความรู้มันก็แลกมาด้วยเงินทองเหมือนกัน ยิ่งมีความรู้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเสี่ยงเสียงเงินก็จะมีมากเท่านั้น เพราะว่า มีความรู้มากแล้วรู้สึกมั่นใจนี่แหละครับ การมีความมั่นใจและอยากลองนั่นแหละครับ ทำให้เราอดเย้ายวนใจไม่ได้ เมื่อเจ็บตัวอีกก็ได้บทเรียนอีก นั่นแหละครับเขาถึงเรียกว่า ถ้าเราสามารถอยู่รอดในช่วงแรก ๆ ได้เราจะสามารถทำกำไรต่อไปได้ การจะทำกำไรได้นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรามีทุนแล้วเท่านั้นครับ

สำหรับมือเก่า

เมื่อคุณเริ่มเข้าวงการใหม่ ๆ และโดนหลอกมานับไม่ถ้วนแล้ว เหมือนกับน้องผมคนนั้น ทุกวันนี้ออกจากวงการไปแล้ว เพราะว่าโดนหลอก แต่ก็ไม่มีทางได้คืนแล้วนะครับ ผิดกับใครสักคนที่ผมรู้จัก เขายังดื้อดึงและศึกษามันเรื่อยมา แต่ปัญหาที่เขาประสบพบเจอ คือ เขายังไม่สามารถทำกำไรได้ ปัญหาของเขาตอนนี้คือ เงินฝืดมาก เขามักจะบ่นอยู่เสมอว่า “ถ้ากูมีเงินเยอะกว่านี้ก็ดีสิ  จะได้ทำกำไรได้เยอะและเลี้ยงตัวเองได้แล้ว” จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพราะว่า ต่อให้คุณมีเงินเยอะ คุณก็จะหมดกับการเอาเงินไปลองวิธีการเทรดต่าง ๆ ของคุณอยู่ดีนั่นแหละครับ

ด้วยการทดลองอะไรอย่างนี้นั่นแหละทำให้เราเงินหมด และสุดท้ายก็ไม่มีเงินที่จะทำกำไร ผมยังจำเกี่ยวกับตัวผมเองได้ ในวันที่ผมรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในการเทรด และจะทำกำไรได้อย่างไร จะอยู่ให้รอดได้อย่างไร เงินมันไม่เหลือสักบาทแล้ว ยอมจำนนต่อตลาด เข้าใจตลาดและยอมรับว่าเราไม่เก่ง แต่เงินไม่มีแล้วครับ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ท่านต้องรักษาเงินต้นไว้ยิ่งชีวิตของท่าน ต่อให้ท่านเก่งขนาดไหน ถ้าไม่มีเงินทุนแล้วก็ไม่สามรถทำกำไรได้หรอกครับ

เส้น


Forex กับการว่ายน้ำ

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex กับการว่ายน้ำ

ถ้าหากเราเปรียบเทียบการเทรด Forex กับการว่ายน้ำ คงมีคนกำไรเยอะมาก เพราะว่า การว่ายน้ำเป็นไม่ได้ยากเท่าไหร่ ผมเคยเห็นคนหัดว่ายน้ำ โดยการไปโรงเรียนสอนว่ายน้ำ มีฟองน้ำให้เกาะ หรือเกาะขอบสระ แล้วฝึกตีขา ฝึกกลั้นหายใจในน้ำ ฝึกการหายใจ ดูมันจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมีขั้นตอนกระบวนการเยอะแยะเต็มไปหมด สำหรับใครที่ว่ายน้ำไม่เป็นมันก็เหมือนจะเป็นงานที่หนักหนาเอาการอยู่กับการลอยตัวไม่ให้จม อย่างไรก็ตาม มันมีความมหัศจรรย์ของร่างกายมนุษย์อยู่ว่า เมื่อเราว่ายน้ำเป็นแล้ว เราจะไม่ลืมมัน ก็แปลกดีนะครับ เหมือนกับการขี่ จักรยานเป๊ะเลย ถ้าหากขี่จักรยานเป็นแล้วก็จะไม่มีทางที่จะขี่ไม่เป็นอีก  ก็นั่นแหละครับ ร่างกายมนุษย์

จริง ๆ เรื่องนี้มันแทบจะไม่แตกต่างอะไรกับการเทรด Forex เลยครับ การเทรด Forex เหมือนกับการว่ายน้ำเป๊ะเลย เมื่อสมัยยังเด็กผมก็ไม่ใช่ลูกคนรวยและเป็นเด็กบ้านนอกที่เล่นน้ำในห้วยหนองคลองบึง  สระน้ำทั่วไป น้ำก็ขุ่นควักไปหมดแต่ก็เล่นได้อย่างไม่รังเกียจ แรก ๆ ของการหัดว่ายน้ำ คือ การลอยตัว พยายามพยุงตัวให้ลอยอยู่โดยที่ขาไม่แตะพื้น เริ่มจากการกระโดดขึ้นจากพื้นและทำมือทำไม้ให้ลอยอยู่บนน้ำ โดยที่ให้ขาเหยียบพื้นช้าที่สุด ทำอย่างนั้นอยู่นาน จนรู้ว่า ต้องดิ้นขาดิ้นมืออย่างไรถึงจะสามารถลอยอยู่ได้ หลังจากลอยแล้วก็พยายามจะเคลื่อนไหวเพื่อให้ไปข้างหน้า หันหลังกลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่จะทำให้เราเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างใจ เริ่มจากท่าหมา เสร็จแล้วเห็นคนอื่นทำไม้ทำมืออย่างไรก็พยายามเลียนแบบครับ นั่นก็เรียกว่า ว่ายน้ำเป็นแล้ว ของผมแย่อย่างตรงที่ไม่มีห่วงยางคอยเป็นตัวช่วยเลย ตอนเด็ก ๆ ช่วงหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปสระว่ายน้ำ เห็นคนอื่นมีห่วงยางรูปเป็ดสีชมพูและลอยไปมา บ้างมีแผ่นโฟม ที่เกาะเอาไว้ให้ตีขา แล้วหัดไปเรื่อยๆ  ผมคิดในใจ มันจะเป็นได้ยังไงก็มัวแต่พึ่งพาโฟมอยู่วันยังค่ำ

Forex กับการว่ายน้ำ

แล้วเกี่ยวกับ Forex อย่างไร?  

ในการเทรด สถานการณ์เหล่านั้นแทบจะไม่แตกต่างกัน  การเทรดบางคนแล้วแทบจะไม่ใช้เครื่องมืออะไรเลยในการฝึกเทรด ผมเทรดครั้งแรกก็ใช้ indicator เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ เอาจริงๆ  แล้วมันเหมือนกับการฝึกว่ายน้ำโดยมีห่วงยางคอยช่วยมากกว่า ทำให้เราไม่กล้าที่จะปล่อยมือสักที  คุณลองเอา indicator ทุกอย่างออกจากกราฟ ดูสิ คุณจะเห็นว่า คุณรู้สึกโหวงเหวงและมองไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป การใช้ indicator ก็ทำให้คุณกลัวที่จะปล่อยมือออกจากห่วงยาง และลอยตัวอยู่ในน้ำ เอาจริง ๆ แล้วเรากระโดดลงสระที่รู้ความลึกแน่นอน กับ การกระโดดลงทะเลที่ไม่เห็นก้นทะเลเลย ความรู้สึกมันแตกต่างกันมาก เราไม่มีทางรู้เลยว่า อะไรจะแหวกว่ายอยู่ใต้ขาเราลงไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ในตลาด Forex เป็นเช่นนั้น เราไม่รู้เลยว่า กราฟจะเคลื่อนไหวไปถึงไหน ไปลึกขนาดไหน สำหรับคนที่เทรด position แบบไม่มี Cutloss มันเหมือนกับคนที่จมลงไปก้นมหาสมุทร แล้วเราควรจะฝึกอย่างไร?

 

การฝึกเทรด

การฝึกเทรดกับการฝึกว่ายน้ำ ผมเสนอวิธีการที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ การฝึกแบบพยุงตัวจากที่ตื้นก่อน มากกว่าที่จะเคลื่อนไหวโดยใช้เครื่องมือช่วยแบบห่วงยาง หรือการใช้ indicator สิ่งที่เราควรทำคือ การเทรดกราฟโล่ง ๆ เพื่อให้ชินกับสภาพ การที่เราเทรดกราฟโล่ง ๆ ตั่งแต่แรกทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมราคาของ Forex มากขึ้นซึ่งทำให้เราเข้าใจได้ไวขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับขั้นตอนต่อมาสำหรับการฝึกเทรด คือ คุณต้องเทรดกราฟที่เล็ก ๆ เช่น กราฟ 5 นาที เพื่อสร้างความมั่นใจกับความตื้นของน้ำ ฝึกทำความคุ้นเคยกับการกลับตัว การเปลี่ยนเทรนด์ เพราะถ้าลำพังน้ำตื้นคุณยังไม่รอด ผมบอกได้อย่างเดียวว่า น้ำลึกระดับกราฟ 4 ชั่วโมง หรือกราฟรายวัน ฆ่าคุณแน่นอน

เมื่อเราฝึกลอยตัวในน้ำตื้นแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือ การทำให้เราว่ายไปข้างหน้า ข้างหลังได้ มันคือ การฝึกเทรด โดยจับรูปแบบของคลื่นราคาได้ เมื่อเรามีความคุ้นชิ้น ทำให้เรารู้ว่าจะรอดได้อย่างไร นั่นก็คือจังหวะของการเทรด และเมื่อเราเทรดโดยกราฟเปล่า และหลังจากนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนให้มันทำกำไรให้ได้ แล้วค่อยขยับขึ้นไปเทรดกราฟใหญ่ขึ้นเช่น Time Frame 4 ชั่วโมง หรือ 1 Day เป็นต้น แล้วคุณจะค่อย ๆ คล่องกับแต่ละ Time Frame

 

ลองเอาไปใช้กันดูครับ คิดว่าสร้างประโยชน์ให้ท่านได้แน่นอน

เส้น


Forex และ รสชาติของกำไร

คะแนนโดย admin

เส้น

Forex และ รสชาติของกำไร

Forex ถือเป็นตลาดของคนโลภ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน สาเหตุเนื่องมาจาก การเข้าตลาดที่ง่ายมาก แค่มีเงินเพียงไม่กี่พันบาท  3 – 5 พันบาทก็สามารถเปิดบัญชีเทรดได้แล้ว อันที่จริง แค่300 บาทก็เปิดบัญชีได้ ไม่มีเงินก็เปิดบัญชีได้ แต่ไม่ได้เทรด แถมบางโบรคเกอร์ยังมี Bonus ให้เทรดโดยที่ยังไม่ต้องฝากเงินอีก ลองไปหากันได้ครับ ทำไมเขาถึงให้เราขนาดนั้นครับ นั่นเพราะว่า เขาต้องการให้เราเข้าเทรดในตลาดและอยากให้เราติดใจกับรสชาติของกำไรครับ

ย้อนกลับไปเหตุการณ์ในเว็บบอร์ดพันทิป ทั่วไปเกี่ยวกับการขอคำปรึกษา ในการลงทุน Forex เนื่องจากมีคนมาเชิญชวนให้ไปลงทุน โดยลงทุนเท่านั้นเท่านี้แล้วสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทน 10 % ต่อเดือน หรือมากกว่านั้น 10 % ต่อเดือนในโลกของความเป็นจริงก็มีครับ ผมเห็นแชร์ลูกโซ่ทั่วไปก็ทำอย่างนั้นกัน ประกาศขายโฆษณา ชักชวนคนมาลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนเท่านั้นเท่านี้ หรือ ล่อด้วยกำไรที่จะได้ต่อเดือน กี่ % ก็ว่าไป หรืออีกแบบหนึ่งที่ระบาดหนัก ก็เงินกู้นอกระบบ พวกนี้ปล่อยกู้นอกระบบไม่เยอะ ปล่อยประมาณ 3 – 5 พันบาทต่อคน แต่ว่า ดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน หรือก็คือ สมมุติว่า ปล่อยไป 1 เดือนยืมเงินมา 3000 บาท จะจ่ายตอนเย็น 110 บาท ทุกวัน เมื่อครบ 30 วันก็จะเป็นเงิน 3300 บาท เมื่อทำอย่างนี้ ซัก 10 เจ้าก็เป็นเงิน 30,000 ได้ดอกเบี้ย 3,000 บาททุกเดือน ถ้ายอดปล่อยถึง 100,000 เดือนหนึ่งก็ได้เป็นหมื่น แต่ความเสี่ยงก็ต้องไปรับสภาพเอาเอง บางคนก็โดนโกงสารพัด บางคนก็หายไปดื้อ ๆ บางคนก็มีแล้วค่อยจ่าย ความเสี่ยงกับผลตอบแทนมันก็ใกล้เคียงกันอยู่อย่างนี้เสมอแหละครับ มีโอกาสได้กำไรเท่าตัว ก็มีโอกาสที่ขาดทุนแบบหมดตัวเช่นเดียวกัน

ข้อที่เป็นจุดดึงดูดของ Forex นอกจากจะใช้ทุนน้อยแล้วก็ทำกำไรได้เร็ว และเข้าถึงคนได้ทุกระดับด้วย Leverage ทำให้ใช้เงินทุนน้อยกำไรเท่าตัว เอาจริง ๆ แล้วมีอะไรบ้างที่กำไรเท่าตัวในระยะเวลาอันสั้น ก็คงหายากสักหน่อย พอเห็นคนได้กำไรกันเยอะในระยะเวลาอันสั้นก็เกรียวกราวเข้ามาในตลาดกันครับ

มีนิทานในพระไตรปิฏกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับ รสชาติ ชื่อว่า “ วาตมิคชาดก” เป็นเรื่องของกวางตัวหนึ่งที่เข้ามากินหญ้าในเขตพระราชฐาน ของพระเจ้าพรหมทัต  แล้วนายสัญชัย คนเฝ้าอุทยานก็ไม่ได้ขับไล่และก็เห็นกวางเข้ามากินหญ้าในอุทยานทุกวัน หลังจากนั้น นายสัญชัยผู้นั้นก็ได้ไปเข้าเฝ้าเพื่อรายงานความเป็นไปของอุทยานตามปกติ แต่คราวนี้ได้รายงานด้วยว่า มีกวางเข้ามากินหญ้าในอุทยาน พระเจ้าพรหมทัต ได้ยินอย่างนั้นแล้วจึงอยากดูกวางใกล้ ๆ เลยบอกให้นายสัญชัยไปจับกวางมาให้ดูแบบเป็น ๆ เพราะว่า ปกติวิสัยกวางก็จะมีนิสัยไม่เชื่องและไม่กล้าเข้าใกล้คน  พอได้รับคำสั่ง นายสัญชัย จึงขอพระราชทานน้ำผึ้งจากกษัตริย์ เพื่อนำไปทาบริเวณหญ้าที่กวางชอบกิน เมื่อกวางได้กินหญ้ารสน้ำผึ้งก็ติดใจ และมากินตรงนั้นอยู่บ่อย ๆ หลังจากนั้น นายสัญชัยก็เริ่มด้วยการไปยืนอยู่ใกล้ ๆ และทาหญ้าด้วยน้ำผึ้ง ให้มันคุ้นเคยว่ามีคนอยู่ หลังจากนั้นก็ต่อด้วยการเอาหญ้าให้ทานกับมือ พอกวางคุ้นเคยดีแล้วก็ทำความสนิทสนมกับกวางจนเชื่อง  ในวันที่ถึงวันนัดหมายกับพระเจ้าพหรมทัต ก็เลยใช้หญ้ารสน้ำผึ้งนั้นล่อกวางตั้งแต่อุทยาน จนมาถึงในพระราชวัง ด้วยความเมามายกับการกิน กวางก็มาอยู่ที่หน้าพระพักตร์ ของพระเจ้าพรหมทัต โดยไม่รู้ตัว และช่วยกันล้อมจับ  พระเจ้าพรหมทัต ได้คิดว่า ขนาดกวางตัวนี้ เป็นสัตว์ในป่าแท้ ๆ ยังมาอยู่ในวังได้ เพราะว่า ติดใจในรสอาหารจึงไม่ระวังอันตรายอะไรเลย การติดในรสชาติ นี่มันน่ากลัวจริง ๆ

Forex และ รสชาติของกำไร

เรื่องของข้อคิดของประเจ้าพรหมทัตนี้ก็ไม่แตกต่างจาก Forex กำไรเยอะ ๆ 10 % ต่อเดือนก็คือน้ำผึ้ง คนล่อกำไรก็คือคนเฝ้าอุทยาน กวางก็คือนักลงทุนหน้าใหม่ทั้งหลาย ที่คิดว่า เรากำลังจะรวย แน่นอนว่า โลกนี้มันมีคำเตือนเยอะแยะ เกี่ยวกับ การลงทุนใน แชร์ลูกโซ่ มีบทความเยอะแยะเกี่ยวกับการป้องกันการหลอกลวงในตลาด Forex แต่เราก็จะเห็นคนพวกนี้เต็มไปหมดในทุกที่และยังมีคนถูกหลอกอยู่ ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่มีบทความหรือให้ความรู้อย่างเดียว ปัญหาคือ คนโลภก็จะติดในรสชาติและนำอันตรายมาสู่ตัวเองด้วย

ฉะนั้น ในการลงทุนนั้น สิ่งที่ท่านพึงมีมากที่สุดคือ ความรู้เป็นองค์ประกอบสำคัญซึ่งหาอ่านได้ในเว็บนี้ และที่สำคัญที่สุดอีกอย่างคือ สติการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าอะไรควร อะไรถูก อะไรเป็นไปไม่ได้จริงในโลกของความเป็นจริง ถึงจะรอดพ้นจากอันตรายในโลกการลงทุนได้

เส้น


คุณเป็นนักเทรดหรือนักพนัน

คะแนนโดย admin

เส้น

คุณเป็นนักเทรดหรือนักพนัน

 

 ในโลกมนุษย์เรา มีเรื่องที่ต้องเสี่ยงมากมาย ถ้าเราไม่ได้คิดอะไร เราก็เป็นนักพนัน ถ้าเรามีความรู้เราก็เรียกว่า นักแสวงหาโอกาส ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหู แต่ว่ามันก็เป็นจริงตามนั้น ในบทความนี้ผมจะมาพูดถึงว่า คุณเป็นนักเทรดหรือนักพนัน เอาจริง ๆ แล้ว นักพนันมีอยู่ทั่วไปดาษดื่นอยู่เต็มท้องถนนไปหมด

 

ถ้าหากเราจะบอกว่า เรากำลังเล่นการพนัน สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ การนิยาม การพนัน ในช่วงเกริ่นนำ เราก็บอกไปแล้วว่า การที่เราเล่นการพนัน คือเราขาดความรู้ ถ้าหากผมตั้งนิยามง่าย ๆ ว่า เรามาทายกันว่าทายหัวก้อย  โดยให้ผมเป็นเจ้ามือ ถ้าทายถูก ผมจะจ่ายให้ 50 บาท แต่ถ้าคุณทายผิดคุณจะต้องจ่ายผม 100 บาท ถ้ามองอย่างนี้ผมบอกได้เลยว่า ไม่มีใครเล่นกับผม เพราะมองยังไง ก็มีแต่เสียกับเสีย ถูกไหมครับ อย่างนี้เรียกว่า การพนันไหม ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่การพนันเลย เพราะคงไม่มีคนเล่นไง เล่นยังไงก็เสียใครจะเล่น ต่อให้มันคือการเดิมพันของอะไรสักอย่างก็ไม่แตกต่างกัน  ในเมื่อแบบนี้ยังไม่เรียกว่าการพนันแล้วเพราะอะไร  ก็เพราะว่า คุณรู้ไงครับว่าเสียเปรียบ และยากที่จะได้กำไร คุณเลยไม่เล่น ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ รู้อยู่แล้วว่า จะขาดทุนนี่แหละครับ นั่นคือความรู้หล่ะ!!!

แล้วอย่างไหนถึงเรียกว่า เป็นการพนันกันหล่ะครับ เรามาดูกันอีกซักตัวอย่าง เช่น ถ้าเล่นเกมส์โยนหัวก้อยเกมส์เดิม  โดยคราวนี้เปลี่ยนใหม่ ถ้าคุณทายถูกผมจ่าย 48 บาท แต่ถ้าทายผิดจ่ายให้ผม 50 บาท และถ้าทายถูกติดกัน 2 ครั้งผมจ่ายให้ 98 บาท เป็นต้น จะสังเกตุเห็นว่า ตรงนี้มีจุดล่อใจเพิ่ม แต่จริง ๆ มันก็ยังเสียเปรียบอยู่ 2 บาทอยู่ดีครับแต่มันก็น่าลุ้นขึ้นมาหน่อยหนึ่ง เราลองบอกใหม่ว่า เรามาเล่นเกมส์ทายตัวเลขกัน ให้ทาย 3 เลข เลือกมา 3 เล่น ถ้าเลือกถูก 1 เลข จ่าย 3 บาท แต่ถ้าผิดจ่าย 1 บาท โหว!!!! ลงทุน 1 บาทแต่ได้ 3 บาทเชียวนะ เช่น ถ้าเลือกเลขมา 3 เลข และคนเลือกก็สุ่มเลือกเลข 3 เลขเช่นกัน จะสังเกตุว่า ความซับซ้อนของเกมส์เริ่มเยอะขึ้น แรงจูงใจและรางวัลเริ่มเยอะขึ้น ขณะที่โอกาสถูกก็จะลดลงเช่นเดียวกัน นี่มันอะไรกัน นี่มันคือการทำเกมส์ให้ยากขึ้น และดูไม่รู้ เรียกว่า คนไม่มีความรู้เมื่อไหร่ก็จะตกหลุมอย่างง่ายดาย

ไอ้ตัวอย่างข้างบนที่ว่าก็คือ หวยดีดีนี่เองครับ

 

ลองพิจารณาโอกาสถูกหวยเลขท้าย 2 ตัวสิครับ การแทงหวยใต้ดิน 1 เลข  เลขละ 1 บาท จะได้เงินมา 60 บาท ขณะที่เลขที่มีให้แทงมีทั้งหมด 100 เลข  นั่นคือ โอกาสมีเท่ากับ 1 ใน 100 แต่ว่า ตอนแทง 1 ได้ 60 เอง ยังไงก็มีโอกาสไม่โดนอยู่อีก 40 เลข เรากำลังจะเดิมพันกับ 40 เลขนั้นว่าเราไม่มีโอกาสโดนอย่างนั้นหรือ? บอกได้เลยว่าเรารู้หรือไม่ว่า จะไม่โดน คำตอบคือ ไม่รู้ นี่แหละครับ การพนัน 100 % เพราะเราไม่รู้นั่นเอง

 

แถวพื้นที่ผมอาศัยอยู่มีร้านส้มตำมาเปิดใหม่ ร้านส้มตำมาพร้อมกับความมั่นใจในฝีมือว่า เขาตำอร่อย และถูกปากคนแถวนั้น แต่เขาไม่รู้เลยว่า เขาจะอยู่รอดได้อย่างไร เขาต้องขายวันละกี่จานถึงจะอยู่รอด และที่ที่เขาอยู่นั้นทำเลดีหรือไม่ นี่เป็นปัญหาที่เขาไม่รู้  ในเมื่อไม่รู้อย่างนี้ก็เรียกว่า เสี่ยงดวง หรือพนันนนั่นแหละครับ รูปแบบของมันมาในรูปแบบไม่ตายตัว อย่างที่ผมได้บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า คนชอบเล่นพนันมีดาษดื่นกันเต็มถนน

 

แล้ว Forex ต้องรู้อะไรบ้าง

พอพูดอย่างนี้แล้ว แล้วการเทรด Forex หล่ะเป็นการพนันไหม?  คำตอบก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณนั่นแหละครับว่า คิดว่ามันเป็นการพนันหรือไม่ มันจะเป็นก็ต่อเมื่อ คุณไม่รู้อะไรเลยครับ คำตอบง่าย ๆ แล้วคุณต้องรู้อะไรบ้างหล่ะ?  ผมมีคำตอบมาบอกดังต่อไปนี้ สิ่งที่คุณต้องรู้คือ

  1. คุณจะกำไรได้อย่างไร?
  2. คุณจะรอดได้อย่างไร?

มี 2 วิธีนี้เอง ถ้าคุณแค่ลอง ว่า มันอาจจะกำไรก็ได้นั่นก็คงเป็นการเล่นพนันมากกว่า จะเป็นการทำกำไรครับ แล้วคุณจะกำไรได้อย่างไร ถ้าคุณมี Stop loss คุณก็ต้องไม่ชน Stop loss บ่อยครั้ง ถ้าคุณไม่มี Stop loss คือคุณต้องไม่เจ๊ง ล้างพอร์ทครับ นี่เป็นคำตอบง่าย ๆ ที่คุณต้องหา จะเห็นว่า เราก็หาเหตุผลสืบเนื่องไป คุณก็จะได้คำตอบว่า จริง ๆ คุณต้องทำอย่างไรในการที่จะทำให้มันไม่ชน Stop loss บ่อย นี่แหละครับ มันถึงจะเป็นการลงทุน ไม่ใช่การพนัน เราจะเป็นนักแสวงหาโอกาส มากกว่านักพนัน

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


อยากมีบัญชีเทรดครบ 1 ล้านบาท อย่าสนใจเรื่องตัวเลข

คะแนนโดย admin

เส้น

อยากมีบัญชีเทรดครบ 1 ล้านบาท อย่าสนใจเรื่องตัวเลข

 

 มีบทเรียนหนึ่งที่ผมสอนน้องไป แต่ก็สามารถแบ่งปันคนอื่นได้ คือ น้องอยากสามารถเทรดและเลี้ยงตัวเองได้ ทำให้น้อง Focus ไปที่ผลตอบแทนว่าจะต้องได้ 30,000 บาทต่อเดือน  ผมบอกไปว่าถ้า focus ไปที่เงินจะไม่มีเงินและไม่ได้เงินสักบาท เรื่องนี้จริง ๆ แล้วถึงขั้นมีผลจากการวิจัยมารับรองว่า ถ้าเราต้องการอะไรเราจะไม่ได้เนื่องจากความต้องการของเรามันจะสวนทางกับความเป็นจริง  เรามาดูรายละเอียดกันดีกว่า

ความคาดหวังที่เกินจริง

คนเรามักจะสร้างความคาดหวังที่เกินจริงขึ้นมาเสมอ เช่น เทรดให้ได้ 30,000 บาทต่อเดือน เทรดให้ได้ 2 % ต่อเดือน เทรดให้ได้ กำไรเท่านั้นเท่านี้ เอาจริง ๆ หลายคนคงแย้งว่าไอ้ที่ผมเสนอว่ามันเกินจริงไม่ได้เกินจริงเลย เพราะว่าหลาย ๆ คนคงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ผลตอบแทนต่อเดือน 2 % หรอกจริงไหมครับ หลายคนหวัง 10 % ต่อเดือน รายใหม่บางรายคาดหวัง 50 % ต่อเดือนเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น 2 % จึงไม่เกินจริงเลย

 

เชื่อไหมครับ 2 % ต่อเดือนนี่ก็ยังเกินจริงอยู่เลย เกินจริงในแง่ไหน และคืออะไร มาดูกัน  การตั้งเกณฑ์ 2 % ต่อเดือนอาจจะมีโอกาสที่บอกได้ว่า เป็นไปได้ เราลองมาดูข้อเสนอของผมง่าย ๆ กันสักหน่อย เราลองกลับมาว่า บริษัทในตลาดหุ้น มีกี่บริษัทที่ทำกำไรเกิน 24 % ต่อปีบ้างครับ นั่นคือหลักการง่าย ๆ อย่างน้อย 2 % ต่อเดือนนะครับ แล้วถ้ามันทบต้นหล่ะ มันอาจจะไม่ใช่ 24 % ต่อปี ลองเอาหลักการ 24 % นี่แหละไปหาดูว่า กองทุนไหนที่ได้กำไรเฉลี่ย 24 % ทุกปี เป็นระยะเวลา 10 – 20 ปีติดต่อกันบ้าง ถ้าเห็นอย่างนี้ คุณจะพบว่า มันมีไม่กี่ที่กี่แห่ง หรือกี่บริษัทในตลาดหุ้นหรอกที่ทำกำไร 2 % ต่อปีได้

 

อีกอย่างหนึ่ง สิ่งที่คุณกำลังทำนั่นเรียกว่า ความแน่นอน คือ จะเกิดแน่นอน ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ความแน่นอนนั้นไม่มีในโลก มีแต่เหตุการณ์ไม่แน่นอนทั้งนั้น ไม่มีอะไรแน่นอนและเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ นั่นคือความจริง บ่อยครั้งที่ การเทรดเจอกับขาลงตลอดทั้งเดือน มันหมายความว่า เดือนนั้นจะไม่ได้เงินเลยแล้วต้องไปกดดันกับเดือนหน้าให้ตัวเองได้เกิน 2 % สำหรับเดือนอื่น เมื่อคุณกดดันสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความบีบคั้นที่จะทำให้คุณเทรดโดยไม่จำเป็น พยายามมองหาจังหวะในการเทรด ไม่ว่ามันจะมีจังหวะหรือไม่จังหวะ Mindset ของเราจะเปลี่ยนไปอารมณ์ของเราจะแตกต่างและกดดันเราทำให้เราตกอยู่ในสภาวะเดิม ๆ ในการเทรด ที่ไม่เหมาะกับการเทรดอย่างสิ้นเชิง  สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งในการเทรด มีดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน แต่สิ่งที่ควรทำคือ การกำหนดเป้าหมายรายปี และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า มันต้องทำได้จริง ๆ และสอดคล้องกับอันอื่น ๆ เช่น สถานการณ์ เราต้องไม่สนใจเป้าหมายและทำเท่าที่จำได้ให้ดีที่สุด เลือกเท่านั้นจริง ๆ ครับ เลิกคิดเรื่องเป้าหมาย และทำให้ดีที่สุด
  2. การตั้งเป้าว่าจะต้องทำกำไรได้กี่จุด กี่ pip ต่อสัปดาห์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำเช่นเดียวกันกับการตั้งเป้าผลตอบแทน เหตุผลนั้นไม่แตกต่างกันเลย คือเรากำลังกำหนดสิ่งที่มันไม่มีทางคงที่ให้มันคงที่นั่นเอง

 

แล้วเราต้องทำอย่างไรถึงจะจัดการปัญหาอย่างนั้นได้ การที่จะมีเงิน 1 ล้านบาทจากการเทรด ทำอย่างไร เราจะมาดูกัน

สิ่งที่เราควร Focus มากที่สุด คือ การกิน การอยู่ การหลับ และการนอน ฟังไม่ผิดครับ เป็นคำพูดที่เราได้ยินกันติดปาก คือ กินอยู่หลับนอนครับ  โดยเราจะมาว่ากันในรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

การกิน – มันคือการบริหารอาหาร การบริหารเงินที่จะซื้อกับข้าว สิ่งที่คุณควรจะคิดคือ ในวัยของคุณต้องการข้าวเท่าไหร่ เกลือแร่เท่าไหร่ วิตมินเท่าไหร่ ไขมัน คาร์โบไฮเดรทเท่าไหร่ และมันมีในอาหารจำพวกไหน จะกินให้ครบอย่างไร และไม่เกินอย่างไร คุณจะใช้เงินเท่าไหร่ในการได้วัตถุดิบนั้นมา หาเงินนั้นมาได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องพึ่งพา Forex ลองเล่นเกมส์โกโกริโกะ กินอยู่อย่างประหยัดโดยใช้เงื่อนไขที่ผมพูดดู

การอยู่ – มันกล่าวถึงการใช้ชีวิตโดยเฉพาะเลยครับ สิ่งที่คุณต้องทำให้ตัวเองเลยคือ การทำงาน การได้ออกเหงื่อ และ ความบันเทิง  การทำงานหมายถึงการได้ออกแรง ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ปลูกผัก ทำแปลงผัก ทำอะไรก็แล้วแต่ที่คุณคิดว่าจะทำให้ตัวเองได้สร้างอะไรขึ้นมาบ้าง และได้ใช้พลังงานที่คุณกินเข้าไป นอกจากนี้มันยังหมายถึง การได้ออกกำลังกายในตอนเย็น การได้ดูหนังฟังเพลง เที่ยวกับครอบครัวแบ่งปันเป็นอาทิตย์เป็นเดือน ไม่ใช่ว่าต้องทำอย่างนี้ทุกวันให้มันตึงเกินไปก็ไม่ใช่ครับ

การหลับ – การหมายถึง การได้ใช้เวลาในกลางคืนพักผ่อนอย่างเพียงพอ 7-10 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนการหลับ หมายถึงเวลากลางวันหลังจากที่คุณกินข้าวเสร็จแล้วคุณได้นอนพักผ่อน เป็นสิ่งจำเป็น เมื่อคุณรู้สึกอย่างไรให้ทำอย่างนั้นครับ ง่าย ๆ เลย

 

ลำพังแค่ 3 กิจกรรมนี้คุณจะไม่ว่างเลย และคุณจะสนใจการเทรดน้อยมาก จนทำให้กิจกรรมการเทรดของคุณนั้นค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปและมีผลดีต่อชีวิตและกิจกรรมการเทรด

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


ความผิดพลาดที่ต้องระวัง

คะแนนโดย admin

เส้น

ความผิดพลาดที่ต้องระวัง

                การเทรดมีหลายวิธีการในการทำเงิน แต่มีความผิดพลาดบางอย่างที่ต้องไม่ให้เกิด หรือต้องระวังไม่ให้เกิดเมื่อการเทรดเริ่มเกิดขึ้น หรือถ้าเกิดขึ้นต้องรีบจัดการเพราะโอกาสเทรดมีตลอด 24 ชั่วโมง  แม้ว่าโอกาสการเทรดอาจไม่เกิดตลอดเพราะแต่ละช่วงตลาดโอกาสต่างกันออกไป แต่ก็มีสินค้าหลากหลายให้เลือกเทรด

                ข้อดีของการเทรดตลาดฟอเรกคือ เข้าตลาดด้วยเงื่อนไขที่ง่ายเช่นทุนน้อยก็เทรดได้ หรือเทรดจากการใช้โบนัสที่เกิดจากการเปิดบัญชีจริงจากโบรกเกอร์ก็ได้ เมื่อการเทรดดำเนินไปความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนอย่างอาชีพอื่นๆ จนกว่าท่านจะเทรดเป็นชำนาญถึงจุดที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ความผิดพลาดบางอย่างต้องไม่ให้เกิดเลยจะดี เพราะจะส่งผลกระทบตามมาอีกมากมายทั้งเรื่องของทุนและเรื่องของ mindset

                ข้อแรก Overtrading – อย่างแรกเลยเพราะเป็นเรื่องเงิน เมื่อเข้าใจหลักการทำงานว่าการทำกำไรในตลาดสิ่งที่กระตุ้นเทรดเดอร์ได้ดีสุดด้วยตัวของมันเองคือ ความโลภ อยากได้เยอะ อยากได้เร็ว ยิ่งมากยิ่งดี แม้ว่าการเทรดจะเป็นเรื่องของความเป็นไปได้ ยิ่งเสี่ยงมากยิ่งได้มาก แต่ข้อดีของการเทรดคือ ไม่ใช่แบบการเล่นพนัน คือท่านสามารถสะสมหรือรอเงื่อนไขที่ trading odds ที่ท่านกำหนดในการเทรดเพื่อความเป็นไปได้ของท่านมากขึ้น ทำให้ท่านได้เปรียบหรือเห็นความเป็นไปได้มากกว่า ความอดทนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากของการเทรดเพราะต้องรอเงื่อนไขพวกนี้ หรือเมื่อท่านเปิดเทรดแล้วกำไร ท่านก็ต้องทนเป็นตราบใดที่เงื่อนไขการเทรดของท่านยังเข้าข้างท่านอยู่เพื่อให้กำไรมากขึ้น ไม่ใช่พอเทรดเสียถือทนรอนานได้ แต่พอเริ่มกำไรกลัวกลับมาเสียอีกต้องรีบออก

                Overtrading หมายถึงการเทรดเกินทุนตัวเอง  ถ้าเกิดการผิดพลาดมีผลกระทบด้านลบตามมาอีกเยอะ เช่นทุนลดลงอย่างรวดเร็วหรือล้างพอร์ตได้ สภาพจิตที่โดนกระทบ ต่อมาจะถูกครอบงำด้วยความโลภและความกลัว ตามมาด้วยการเทรดที่ขาดวินัย และใช้อารมณ์เป็นตัวนำในการเทรด Overtrading อาจมาจากการเปิดล็อตเยอะ หรือการเทรดหลายๆ ออเดอร์แต่ล็อตรวมกันเยอะ เพราะเมื่อเปิด positions ไปตลาดไม่ได้วิ่งทันที เพราะตลาดจะวิ่งเมื่อจำนวนออเดอร์ที่เกินกันและต่อเนื่อง ระยะห่างที่ห่างจากจุดเปิดค่อยจะมากพอที่จะทำกำไร ถ้าอยู่แถวเดิมทำ sideway เป็นหลัก ถ้าเปิดก็จะเสียเปรียบ กลายเป็นรูปแบบหนึ่งของ overtrading พอถึงช่วงตลาดวิ่งจริงๆ ถ้ากลับสวนทางก็จะทำให้เสียเยอะและเร็วเพราะ overtrading

                ข้อสอง เทรดตามความคิดของเทรดเดอร์คนอื่นๆ

                ท่านอาจจะได้ยินคำพูดประจำว่า –  ถ้าท่านให้ปลาคน เขาอาจอยู่ได้ 1 วัน แต่ถ้าท่านสอนความรู้จับปลาให้เขาๆ ก็จะอยู่ได้ตลอดเพราะหากินเองได้ – ทำนองเดียวกันกับการเทรดตามความคิดคนอื่น แม้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือได้กำไร แต่ไม่ใช่ระยาว การเทรดเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยตัวเองให้ได้ เมื่อท่านเข้าใจเรื่องออเดอร์ท่านจะรู้ดีว่าทำไมท่านต้องเทรดด้วยตัวเองให้ได้ เพราะถ้าเทรดเดอร์คนหนึ่งเปิด เขาจะได้กำไรก็ต่อเมื่อมีคนทำสิ่งเดียวกัน และทำหลังจากที่เขาทำ เห็นได้ชัดเมื่อท่านมองจากชาร์ตเปล่า ถ้าท่านเป็นบาร์ยาวๆ เกิดขึ้นมักจะมีราคาวิ่งไป หรือหลักการปิดทำกำไร เมื่อขาใหญ่เทรดทางไหน ถ้าเขาต้องการจะปิดพวกเขาต้องการออเดอร์ทางที่พวกเขาเปิดเทรด พวกเขาเลยดันราคาให้มากพอที่จะทำให้รายย่อยอยากเปิดตามทันที เพื่อพวกเขาจะได้ปิดทำกำไร เพราะการจะปิดทำกำไรได้ เท่ากับพวกเขาเปิดออเดอร์ฝั่งตรงข้ามที่พวกเขาเปิดเทรดมา และออเดอร์ที่จะมา fill ออเดอร์ที่พวกเขาปิดคือจากรายย่อยที่เทรดตามพวกเขาหรือ trade setup ต่างๆ หรือบริการ free signals ก็ทำนองเดียวกัน

                สาเหตุหลักที่เทรดเดอร์ยังมักจะเทรดตามความคิดเทรดเดอร์คนอื่นๆ น่าจะมาจาก ยังรับความผิดพลาดที่เกิดจากตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าเปิดผิดพลาดก็โทษแหล่งที่มาเพื่อเป็นข้ออ้างให้กับความผิดพลาดที่ตัวเองทำ และอีกอย่างน่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ เพราะไม่ได้เรียนรู้อย่างจริงจัง การเทรดตามความคิดคนอื่นก็จะชดเชยหรือมองเป็นประหยัดเวลาการเรียนรู้ไปอีกแบบ              

                ข้อสาม เป็นเรื่องไม่ทำตามแผนการเทรดที่กำหนดไว้

                การกำหนดแผนการเทรดเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะเป็นตัวตีกรอบคร่าวๆ เป็นแนวทางว่าท่านจะเทรดอย่างไร อะไรเป็นเงื่อนไขการเข้าเทรดและอะไรเป็นเงื่อนไขการออกเทรด รับความเสี่ยงหรือการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้แค่ไหน แผนการเทรดจะทำให้ท่านเทรดแบบมีระบบ ลดเรื่องอารมณ์ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวออกไป เพราะถ้าเทรดด้วยการขาดแผนการเทรด จะเป็นการเทรดตามอารมณ์และความโลภเป็นตัวนำ

                ข้อสี เสี่ยงมากเกินไป

                แม้ว่าการเทรดจะมีข้อได้เปรียบคือท่านสามารถเทรดเมื่อเห็น trading odds (วิธีการที่กำหนดความเป็นไปได้)  มาทางที่ท่านเทรดมากกว่า แต่เมื่อท่านเทรดต้องยอบรับอย่างหนึ่งก่อนว่า การเทรดเป็นเรื่องความเป็นไปได้ ไม่ใช่เทรดความแน่นอน แม้ความเป็นไปได้จะมาทางที่ท่านเปิดเทรดขนาดไหน แต่ท่านไม่อาจเสี่ยงมากเกินไป เพราะเมื่อเปิดเทรดแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ การเสี่ยงมากเกินไปถ้าราคาวิ่งสวนท่านจะเกิดความผิดพลาดที่มากเกิน

                ข้อห้า เข้าหรือออกเทรดเร็วเกินไปเพราะขาดความอดทน

                เพราะเงื่อนไขการเทรดมาจากการวิเคราะห์ โดยเฉพาะแบบ technical analysis การจะเปิดเทรดหรือออกเทรดได้ ต้องมี trade setup ประกอบที่จะเป็นตัวกำหนดว่าการเทรดควรจะเกิดขึ้นหรือเปล่าที่มีเงื่อนไขความเป็นไปได้สูง แต่พอราคามา อาจจะยังไม่ได้เงื่อนไขของ trade setup ดี แต่เพราะกลัวราคาไปก่อนหรือกลัวไม่ทัน เลยมักจะทำให้เข้าเทรดเร็วเกินไป

                การเทรดเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และอดทน ความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ แต่บางอย่างที่ยกมาอย่าให้เกิด หรือถ้าเกิดต้องรีบจัดการเพราะจะมีผลต่อการเทรดระยะยาว หรือมีผลต่อ mindset ที่จะกระทบต่อการเทรดที่ตามมา การเทรดไม่ใช่แค่เรื่องหา trade setup จำเป็นต้องสร้าง mindset ให้ได้ จะส่งผลให้ท่านรู้และจัดการความผิดพลาดต่างๆ พวกนี้ไม่ให้เกิดได้

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


ถ้าทำแบบนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วผมคงไม่ขาดทุนเยอะ

คะแนนโดย admin

เส้น

ถ้าทำแบบนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วผมคงไม่ขาดทุนเยอะ

 

ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วมีคนถามผมว่า ถ้าตอนนี้สามารถย้อนเวลาไปได้ แล้วผมจะไม่ทำอะไร หรือว่าทำอย่างไรบ้างที่จะทำให้สถานการณ์การเทรดดีกว่านี้ เอาจริง ๆ ก็มีหลายเรื่องครับ เพราะว่า เราย่อมไมม่รู้ว่าที่ผ่านมาอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับแล้วหรือยังนั่นเอง  ผมเสียเงินไปจำนวนหนึ่งและถ้าเป็นปัจจุบันสิ่งที่ผมจะสามารถแนะนำได้สำหรับมือใหม่คือ

ฝึกแค่กลยุทธ์เดียว

มันมีคำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบมาก ซึ่งน่าจะเป็นคำพูดของ บรู๊ซ ลี ประมาณว่า “ผมไม่กลัวคนที่มี 10,000 กระบวนท่าหรอก แต่ผมกลัวคนที่มีกระบวนท่าเดียวแต่ฝึกมา 10,000 ครั้ง” นั่นหมายความว่า เขาชำนาญศาสตร์ของเขามาก มากเสียจนเราหาทางชนะไม่ได้เลย ลำพังการเตะ 10,000 กระบวนท่า คนที่เตะ จะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ มันเยอะเกินไป แต่ถ้าเตะมา 10,000 ครั้งในท่าเดียว ทุกสถานการณ์ มันหมายความว่า ไม่ว่าจะพลิกแพลงแบบไหนเขาฝึกมาจนชำนาญหมดแล้ว อันนี้จริง ๆ แล้วเหมือนกับระบบเทรดของเรา เพราะว่า หลายคนมักจะกระโดดเปลี่ยนระบบไป ๆ มา ๆ ไม่มีระบบที่เป็นของตัวเองสักที สิ่งที่ผมจะแนะนำให้ทำหน่ะหรอ?  หาระบบเข้าใจง่าย ๆ มีหลักการ และหลักฐาน มีเครื่องมือที่เข้าใจง่าย มีระบบป้องกันขาดทุน แล้วฝึกเทรดกับระบบนั้น คอยแก้ไขไปสถานการณ์แล้ว วันเล่า วันหนึ่งคุณจะชำนาญระบบนี้โดยการเทรดเป็น 10,000 ครั้ง ทำให้คุณเจอสภาพแวดล้อมที่แทบจะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบสำหรับการเทรด 10,000 ครั้ง ทำให้เราชำนาญและระบบของเราจะค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามกาลเวลา

 

รักษาเงินทุนไว้เทรด

ในช่วงแรก ๆ เราอารมณ์ร้อน และก็ร้อนวิชา ลองอะไรกำไรนิดหน่อย ลองไปสัก 2 – 3 วันก็คิดว่านี่แหละได้แล้ว อารมณ์ประมาณใจเร็วด่วนได้ กลัวไม่ได้ทำกำไร กลัวโอกาสหลุดลอยไป สุดท้ายล้างพอร์ท นั่นแหละครับ อาการนี้ใครก็เป็นผมก็เคยเป็น สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเตือนเหล่าเทรดเดอร์หน้าใหม่ทุกคน สิ่งที่ต้องทำคือ รักษาเงินทุนไว้ให้ครบทุกบาททุกสตางค์ให้ได้มากที่สุด เทรดแค่ Demo ไปก่อนสัก 3 – 5 ปีเลยยิ่งดี หาวิธีที่จะทำกำไรให้ได้ก่อน ก่อนที่จะหาเงิน เงินนั้นไม่สำคัญเท่ากับวิธีการที่จะทำกำไรได้เลย ไม่ต้องรีบรวย เก็บเงินไว้ เอาไว้เสียตอนที่มันควรจะเสียไม่ใช่เสียเบี้ยบ้ายรายทาง จนทำให้ไม่มีเงินเทรดในตอนที่ต้องฝึกฝีมือเอาเอง

แต่ข้อแนะนำหนึ่งที่ผมอยากจะพูดคือ เมื่อคุณลอง Demo จนกคล่องแล้วก็ต้องยอมรับว่า เงิน Demo กับเงินจริงนั้นให้อารมณ์และความโลภที่แตกต่างกัน คุณอาจจะออกและเทรดกับ Demo ได้แต่ว่าอารมณ์มันแตกต่างจากการเทรด แบบบัญชีจริงมาก  ซึ่งก็คือเราต้องใช้เงินจริงมาฝึกตัวเองด้วย นั่นแหละ นี่ก็คือโอกาสที่เราจะได้ใช้เงินจริง ๆ ฝึกตัวเอง ดังนั้น อย่ารีบเสียเงินจนหมัดหน้าตัก เราควรมีเงินไว้ฝึกตัวเองในเวลาสมควร

 

อย่าเทรดอะไรแต่อย่างเดียว

เราไม่ควรเทรดแค่ Forex หรือหุ้น หรือแค่โภคภัณฑ์  เพราะอะไรหน่ะหรือ เพราะว่าเราควรสนใจทั้งหมดในคราเดียวกัน หลายคนอาจจะบอกว่าเทรดแค่ EURUSD ก็เหลือแหล่ แล้ว การเทรดหลายตลาดช่วยสร้างประโยชน์ให้เราในการเรียนรู้กราฟได้เร็ว เรียนรู้รูปแบบตลาดได้ดี เรียนรู้ลักษณะการเคลื่อนไหว นอกจากนี้สินทรัพย์ที่แตกต่างกันยังมีความเหมือนความต่าง ในการณีที่เกิดสัญญาณดีหรือไม่ดี เราสามารถรับรู้ผ่าน สินทรัพย์ตัวอื่น ๆ เช่น ราคาโภคภัณฑ์ขึ้นสูง คือน้ำมันดิบ ทำให้ค่าเงินสหรัฐฯแข็งค่าเป็นต้น

ความเชื่อมโยงดังกล่าวนี้ บางครั้งการเคลื่อนไหวอาจจะเกิดไม่พร้อมกัน ทำให้เราสามารถชิงจังหวะตัดสินใจข้าม Asset และใช้ประโยชน์จากมันในการส่งคำสั่ง

 

ใส่ indicator เข้าไปน้อยที่สุด

การใส่ indicator ต้องใส่เท่าที่จำเป็นเพราะว่า ถ้าไม่จำเป็นมันจะทำให้การตัดสินใจของเราแกว่ง และไม่มั่นคง บางครั้งเทรดเดอร์หน้าใหม่ใช้ indicator ในการยืนยันสัญญาณเทรด ปรากฏว่า ใส่ indicator ยืนยันสัญญาณเข้าไปจำนวนมาก จนไม่รู้อะไรเป็นอะไร และไม่รู้จะให้ค่าน้ำหนักกับ indicator ตัวไหน หรือตั้งค่าให้สอดคล้องกันก็จะมีสัญญาณคล้ายคลึงกัน ดังนั้นการใส่ indicator เข้าไปจึงทำให้งง มากกว่าที่จะทำให้เทรดได้ดี การใส่เข้าไปน้อย หรือต้องตอบโจทย์ของมัน เช่น ถ้าวัดเทรนด์ก็ใช้เครื่องมือวัดเทรนด์เท่านั้น ไม่ซับซ้อน

 

เพียงเท่านี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะเตือนกับผู้อ่านว่า ถ้าย้อนเวลาไปเมื่อก่อนจะสามารถช่วยคนอื่นในการเทรด Forex ได้อย่างไร

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น  

คะแนนโดย admin

เส้น

ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น  

 

เสาร์อาทิตย์นี้มีงาน เมนเตอร์นิดหน่อยครับ ทำให้ต้องหยุดบทความไปหนึ่งวัน กลับมาก็เพลียมากแล้ว เนื่องจากมีเทรดเดอร์ที่ผมดูแลอยู่มาปรึกษาเรื่องของการออกจากงาน เทรดเดอร์คนนี้ผมช่วยฝึกให้มานานพอสมควรแล้วครับ ในตอนแรกเขาอยากจะออกจากงานและมาฝึกกับผมเต็มตัว เพราะอยากจะมีอิสระทางการเงิน ผมไล่ให้เขาไปทำงานและทำงานให้ได้ดีกว่าเดิม แต่ก็ยังฝึกกับผมไปด้วย เขาได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการตัดสินใจและได้ฝึกขัดเกลาจิตใจมาอย่างน้อย 2 – 3 ปีและมาหาผมเพื่อให้ผมประเมินและขอความเห็นว่า เขาสามารถที่จะเทรดและอยู่ได้แล้วหรือยัง? และผมก็ประเมินให้เขาตกไปอีกรอบครับ เพราะว่าเขาทำการบ้านน้อยและมีจำนวนชั่วโมงบินที่น้อยเกินไปที่จะออกมาเทรดและอยู่ได้ด้วยการเทรด เขาสัญญาว่าจะกลับไปปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นและกลับไปตั้งใจเทรดมากกว่าเดิม ฝึกประสบการณ์ให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพื่อให้ผมประเมินจนกว่าเขาจะผ่าน

ในวันนี้ผมจึงขอโอกาสที่จะเขียนบทความเรื่องความแตกต่างของมืออาชีพกับมือสมัครเล่นครับ เพราะว่าหลายคนเหลือเกินที่เห็นว่าอาชีพนี้มีความน่าหลงใหลและอยากเข้ามาอยู่ในวงการ อยากมีอิสระทางการเงินดูแลตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นนายของตัวเอง เราก็เลยจะมาดูกันว่า อะไรบ้างที่ทำให้เราแตกต่างจากมืออาชีพที่เขาเทรดจนเลี้ยงดูตัวเองและดูแลคนอื่นได้

 

ข้อที่ 1 เทรดเดอร์มืออาชีพ แยกอารมณ์ออกจากเหตุผลได้อย่างชัดเจน

การแยกอารมณ์ออกจากเหตุผลได้ของเทรดเดอร์มืออาชีพ ไม่ได้หมายความว่าเขากลายเป็นหุ่นยนต์ไปแล้ว และไม่มีความรู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นก็ไม่ใช่ครับ การแยกอารมณ์ออกจากเหตุผลเหมือนจะเป็นการคุมสติในพุทธศาสนา นั่นหมายความว่า ถ้าคุณโกรธคุณจะรู้ตัวว่าคุณโกรธ ถามว่าคุณโกรธไหม แน่นอนคุณโกรธ ด้วยสติสัมปะชัญญะที่ยังมีอยู่จะทำให้เราแว๊บนึง ชั่วครู่หนึ่งคิดว่า ถ้าทำแบบนี้ด้วยอารมณ์แล้วมันจะจบด้วยเหตุการณ์แบบไหน นั่นทำให้เราเกิดความเข้าใจว่า อ๋อ ไม่ควรทำอย่างนี้นะ และต้องไม่ทำอะไรโง่ ๆ นะ เช่นว่า ขาดทุน ติด ๆ ต่อกันจนหงุดหงิด ช่วงที่หงุดหงิดนั้น รู้สึกว่ากูหงุดหงิดเพราะโดนตลาดมันปั่นหัว งั้นกูเลิกก่อน แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่นจะมือลั่น ส่ง Lot ใหญ่ ๆ เข้าไปได้ครับ

 

ข้อที่ 2 ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

การสร้าง Commitment หรือข้อผูกมัดใด ๆ  ย่อมเป็นสิ่งที่มืออาชีพควรหลีกเลี่ยง เช่น เราบอกว่า ถ้าเรามีเงิน 10,000 USD เราจะสามารถสร้างผลตอบแทนและเลี้ยงตัวเองได้ ความจริง ไม่ว่ามันจะได้หรือไม่ได้ มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงิน 10,000 เหรียญ หรือ 100,000 เหรียญเลย เพราะว่า การบอกว่า เรามีเงิน 10,000 เหรียญเราจะทำได้หมายความว่า การสรุปว่าเหตุการณ์นั้นต้องเป็นอย่างนั้น เมื่อเราสรุปแบบนี้ไปแล้ว กับสิ่งที่มันไม่แน่นอน ว่าเราจะได้ผลตอบแทนเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ซึ่งทำให้เราลำบาก การเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทำให้บางครั้ง Mindset เราอาจจะรวนขึ้นและตัดสินใจผิดพลาดได้ พูดง่าย ๆ ก็คือ การทำอะไรแล้วส่งผลกระทบต่อการเทรด เกิดความผิดปกติเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด

 

ข้อ 3 ก่อนเทรดต้องทำการบ้าน

เทรดเดอร์สมัครเล่นมักจะไม่ได้สนใจตลาด แต่สนใจเฉพาะสินค้าที่ตัวเองซื้อขาย เช่น คนเทรดค่าเงิน EURUSD และใช้กราฟทางเทคนิค เพราะฉะนั้นเทรดเดอร์เหล่านั้นจะดูแต่ค่าเงิน EURUSD เท่านั้น ในความเป็นจริง เราต้องติดตามสภาพตลาดตลอด ทั้งตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นยุโรปสำหรับคนที่เทรดค่าเงิน euro ขณะที่ตลาดหุ้นฝั่งอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ก็ต้องให้ความสนใจ ต้องสนใจดูตลาด โภคภัณฑ์ และตลาดอื่น ๆร่วมด้วย เพราะว่าในกรณีที่เกิดวิกฤติย่อมส่งผลกระทบพ่วงกันหมดอย่างแน่นอน ดังนั้น การเทรด ต้องสนใจหลายตลาด การติดตามสถานการณ์โลกก็มีความจำเป็น ซึ่งมือสมัครเล่น มักจะคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกันมาก แน่นอนมันไม่ได้เกี่ยวมาก แต่จะรอให้เหตุการณ์ผลกระทบเกิดขึ้นก่อนเท่านั้นหรือถึงจะป้องกัน ดังนั้นมืออาชีพเขาจะให้ความสำคัญกับอะไรก็ตามที่ส่งผลกระทบกับเงินในกระเป๋าของเขา

 

ข้อ 4 อย่าโกหกตัวเอง

บ่อยครั้งที่เทรดเดอร์หน้าใหม่ขับดันตัวเองด้วยความฝัน ด้วยเหตุผลที่ว่า จะสามารถมีเงิน 10 ล้าน หรือว่า 20 ล้านด้วยการเทรด การขับดันตัวเองด้วยความฝันไม่ใช่สิ่งผิด แต่ว่า ความฝันนั้นก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของความจริงที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้มีระบบแบบแผนที่จะสามารถทำได้และปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด นั่นจึงเรียกว่า การไม่ฟุ้งเฟ้อ กับความฝันและไม่หลอกตัวเอง ทำเกินความสามารถที่ตัวเองมีอยู่

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น


การฝึก mindset ให้เหมาะกับการเทรด

คะแนนโดย admin

เส้น

การฝึก mindset ให้เหมาะกับการเทรด

 

บ่อยครั้งที่เราได้ยินคำว่า Mindset หรือว่าระเบียบวินัย การเตรียมพร้อมด้านจิตใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันฟังดูเข้าใจยาก จนทำให้มันดูยากเกินที่จะทำตาม จนเราไม่รู้ว่า นี่มันทำได้จริง ๆ หรือว่ามีคนสร้างมาเพื่อให้มันดูยากเพื่อที่จะไม่มีใครเข้าไปถึง เพราะว่ามันไม่มีอยู่จริง แล้วก็สร้างมาขายอยู่นั่นแหละว่าเราไม่เก่ง เราไม่ได้ฝึก Mindset ซึ่งทำให้เราต้องคิดว่าเราขาดการศึกษาเพิ่มเติมอยู่ร่ำไป

ในบทความนี้ไม่ต้องไปลงคอร์สเรียน หรือว่า ไปฝึกสมาธิใด ๆ ทั้งสิ้น จะเป็นการแนะนำการฝึกสภาพจิตใจ การเตรียมพร้อมสภาพจิตใจให้เหมาะกับการเทรด เพราะสภาพจิตใจของเรานั้นก็เหมือนกับร่างกายนั้นสามารถฝึกได้ มันไม่แตกต่างกับการสร้างกล้ามเนื้อ หรือการเข้าคอร์สออกกำลังกาย ตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดเรื่องการออกกำลังกาย เช่น คนตัวผอมสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่มีกล้ามเนื้อสมส่วน คนที่ดูอ้วนอยากมี six pack หรือหน้าอก สิ่งนี้ก็เหมือนกัน สามารถฝึกได้โดยจะฝึกอย่างไรนั้น ลองมาดูกันทีละหัวข้อ  

ความสามารถทางจิตใจ

สิ่งแรกที่เราต้องมาทำความรู้จักคือ ความสามารถทางจิตใจ ที่จะสามารถมีสมาธิ และสามารถตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ๆ ซึ่งมันเป็นพื้นฐานซึ่งรวมทั้งระเบียบวินัย และองค์ประกอบในการทำความเข้าใจและ การจัดการอารมณ์อยู่ในนี้

สมาธิ – คำว่าสมาธิ ไม่ได้หมายความว่า ผมให้ผู้อ่านไปวัดแล้วมานั่งสมาธิแน่นอนครับ สมาธิ คือ สภาวะที่จิตของเราจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลาย ๆ คนคงเคย ช่วงที่คิดแต่เรื่องเทรด บ้าเทรด Forex ใหม่ ๆ ท่านจะหาทางที่จะเอาชนะตลาดได้ แม้แต่ว่าท่านไปวิ่ง หรือท่านกินข้าว ท่านก็คิดเรื่อง Forex ไปด้วย นั่นเรียกว่า สมาธิครับ เพราะว่าท่านจดจ่อกับเรื่องนั้นอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สมาธิที่ดีควรทำอย่างเดียว ไม่ใช่ว่ากินข้าวก็นึกถึง Forex นั่นเรียกว่าสมาธิไม่ดี ไม่ดีอย่างไร ลองนึกดูว่าถ้าท่านขับรถอยู่และใจจดจ่อกับ Forex มันอาจจะพาท่านไปทัวร์นรกก่อนก็เป็นได้ ในเมื่อสมาธิหมายความถึงใจจดจ่ออย่างนี้แล้ว การฝึกสมาธิให้จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราสนใจย่อมทำได้ แต่สิ่งที่ทำได้ยากคือ ทำอย่างไรให้เราจดจ่อกับเรื่องนั้นนานพอ นี่แหละครับปัญหา บางครั้งเราเจอปัญหาแล้วแก้ไขไม่ได้เราก็ทิ้งปัญหาและลืมมันไปเลยไม่กลับมาสนใจมันอีกเลย อย่างนี้เรียกว่าไม่มีสมาธิ ดังนั้นการฝึกคือ ฝึกแก้ไขปัญหาง่าย ๆ และให้รางวัลเล็ก ๆ น้อยกับตัวเองเมื่อแก้ปัญหาง่าย ๆ ได้ และปัญหายาก ๆ ค่อย ๆ แก้ขึ้นทีละหน่อย ปัญหาไหนยากมาก ๆ ก็วางไว้ก่อนค่อยกลับมาสะสางนั่นจึงเป็นการฝึกสมาธิที่ดี

การทำตามวินัย  – คำว่าทำตามวินัย อาจจะตีความได้กว้าง เช่น ความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีน้ำหนักสำคัญ ทำตามที่รับปากกับคนอื่น หรือรับปากกับตัวเองไว้ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ เพราะมันต่อจากสมาธิ อย่าลืมว่า เมื่อเราเจอปัญหายากเราอาจจะต้องทิ้งไว้ก่อน แต่พอจะให้กลับมาอีกครั้ง หลายคนก็บ่นขี้เกียจเสียแล้ว นี่แหละครับ มันจึงไปต่อไม่ได้ เมื่อสะสางงานต่าง ๆ แล้วจึงทำให้เราสามารถกลับมาทำงานค้างได้ เรียกว่า ทำตามวินัย ทำตามระบบที่ออกแบบได้ นี่แหละครับเรียกว่ามีวินัย

การตัดสินใจ – นอกจากองค์ประกอบของการทำตามวินัย เมื่อเราทำตามวินัยตัวเองได้แล้ว สิ่งที่สำคัญคือ การรู้จักการชั่งน้ำหนักของการตัดสินใจ สืบเนื่องจากการฝึกสมาธิในการแก้ไขปัญหา สิ่งที่เราต้องตัดสินใจมี เพียง 2 รูปแบบ คือ ปัญหาสำคัญ และปัญหาเร่งด่วน ปัญหาเร่งด่วน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็อาจจะด่วนกว่าเรื่องสำคัญ เพราะต้องใช้ในสถานการณ์อันใกล้ มันคงไม่ยากถ้ามีแค่นั้น แล้วถ้าเป็นปัญหาด่วนและก็สำคัญด้วยหล่ะ นี่แหละครับ ทักษะในการตัดสินใจที่บอกว่า เราควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร เราต้องหัดชั่งน้ำหนักลำดับความสำคัญในชีวิตครับ มันจึงจะสามารถสร้างวินัยและมีสมาธิกับสิ่งที่ทำได้ เพราะว่ายังทำในสิ่งที่สามารถทำต่อไปได้เรื่อย ๆ

องค์ประกอบสุดท้าย คือ การจัดการกับอารมณ์ – อันที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะดูไม่ยากเท่าไหร่ แต่การจัดการกับอารมณ์นี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุด แม้ว่าจะเข้าใจได้ง่าย แต่ทำยากมาก ๆ ครับ บางครั้งเราหงุดหงิดมาก็อยากจะเทรดแก้เบื่อ การกระทำแบบนี้ทำไม่ได้ครับ นี่แหละครับมันถึงเรียกว่ายาก เพราะอารมณ์เป็นของคู่กันกับมนุษย์แต่เราก็ต้องฝืนความรู้สึก ทำตามสิ่งที่ถูกต้องวางแผนไว้มากกว่าทำตามสิ่งที่ตนเองรู้สึก เลิกใช้สัญชาตญาณครับ

 

แล้วฝึกตอนไหน?

จากเรื่องที่เล่ามา ไม่เห็นมีบอกว่าฝึกตอนไหน ก็ฝึกทุกตอนของชีวิตครับ ฝึกทำอะไรทีละอย่าง ฝึกแก้ไขปัญหาในชีวิต เช่น การจัดการตู้เสื้อผ้า บริจาค การทำความสะอาดห้อง และคิดว่าต้องทำความสะอาดมุมไหนก่อน การล้างจาน ล้างถ้วยก่อนหรือจานก่อนหรือช้อนก่อน แล้วคิดตั้งใจทำ ทำทุกอย่างที่ว่ามา ลองคิดดูครับ คนที่ต้องการมีหุ่นดี เขาไม่ได้ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงในการเข้ายิมครับ เข้าใช้เวลาตลอด 24 ชั่วโมงมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง วันแล้ววันเล่า ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงวัน 2 วัน เรื่องนี้เป็นเรื่องยากมาก แต่ก็สามารถทำได้จริง และไม่ต้องใช้พรสวรรค์อะไรทั้งนั้น  คุณสมบัติ 4 ข้อข้างต้นจะทำให้คุณเทรดประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น