EA Concept  


เส้น

EA Concept  

หลังจากที่หัดเขียนไป 2 Expert Advisor วันนี้ผมพักเรื่องราวของการเขียน หรือการออกแบบ EA กลับมาพูดเรื่องของเทคนิคที่สำคัญ คุณสมบัติที่จะทำให้คนเขียนประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดของการทำอะไรก็ตาม คือ การเข้าใจหลักการก่อน วันนี้จึงจะมาพูดถึงหลักการของการเขียน

โดยทั่วไปแล้ว การเขียน หรือการออกแบบระบบนั้น จะหมายความว่า คนที่เทรดเป็นจะสามารถเขียนมันออกมาได้ดี แต่ว่าไม่ได้หมายความว่า พอคุณเทรดได้บ้าง  รู้จักเครืองมือบ้างบางตัวแล้วจะทำให้คุณเทรดได้ดีแล้วก็ไม่ใช่  บ่อยครั้งที่ผมเห็นนักเทรดในเว็บบอร์ด จ้าง หรือวานคนอื่นเขียน EA Free โดยการบอกคอนเซปของหลักการซื้อขายให้ นักเขียน EA เอาไปออกแบบ ที่ผมพยายามจะบอกก็คือ นักเทรดส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่า EA ที่ตัวเองสั่ง หรือวานให้คนอื่นเขียนนั้นจะกำไรหรือไม่ แต่สิ่งที่พวกเขากำลังทำคือ คิดว่ามันจะกำไร พูดง่าย ๆ ก็คือ อยากลองแนวคิดของตัวเองนั่นแหละ แม้ว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนที่ต้องการเขียน EA แต่ผมก็ต้องบอกก่อนว่า การที่เทรดเดอร์จะประสบความสำเร็ใจได้ นั้น เทรดเป็นอย่างเดียวก็ไม่สำเร็จ  เขียน EA เป็นอย่างเดียวก็ไม่สำเร็จ หรือไม่เป็นเลยยิ่งยากเข้าไปใหญ่ คนส่วนใหญ่แค่อยากลองความคิดของตัวเองเท่านั้น ไม่ค่อยมีคนไหนที่มักจะใส่ใจหลักการทำงานของ EA เท่าใดนัก

ในบทความนี้จึงพูดถึง คุณสมบัติดข้อหนึ่งของเทรดเดอร์ คือ จินตนาการ และการสร้าง EA นั่นเอง มีคำพูดหนึ่งที่หลายแหล่งอ้างว่า อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์เป็นคนกล่าวไว้ คือ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ผมเห็นด้วยมากเลย เพราะว่า การเทรดสำเร็จเนี่ย มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ คุณจะไม่สามารถใช้ความรู้ทั่วไปที่มีอยู่ในตลาดได้ แต่คุณต้องรู้ในแบบที่พิเศษมาก ๆ และเข้าใจอะไรบางอย่างมากที่สุด ถึงจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้

ในการเขียน EA สิ่งที่คุณต้องใช้มากที่สุดเลยคือ จินตนาการ คุณเห็นภาพกราฟ อย่างไร  คุณคิดว่า กราฟนั้นเป็นอย่างไร มีหลักการอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ สำหรับหลักทฤษฎีที่ผมเขียนเล่น ๆ ก็แล้วกันครับ

ทฤษฎี สู่หลักการเทรด

ผมเชื่อว่า การเทรด นั้นจะต้องมีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ ต้องมีตัวชี้ทิศทางว่า ตอนนี้ควรเทรดทางไหน นั่นก็คือ Buy และ Sell นั่นเอง จริง  ๆ แล้วการเทรดมันมีอยู่แค่นี้ มันคือ โอกาสผิดถูกเท่ากับ 50 : 50 เสร็จแล้วไปหาจังหวะเข้าที่ดีที่สุดในเทรนด์นั้น ถ้าในหัวของผมภาพที่ผมเห็นคือ เทรนด็แม้จะมี 2 อย่างคือ Buy กับ Sell แต่ว่า  Trend ก็มีหลายรูปแบบ เช่น เทรนด์ Side Way เทรนด์ขาขึ้น เป็นต้น

สมมุติว่าผมเห็ฯว่า ราคาเคลื่อนไหวเป็นกรอบเส้นตรง ผมก็จะนึกภาพในหัวว่า ราคาเป็นอย่างไรและจุดเข้าอยู่ตรงจุดไหน เพื่อให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ดูดังภาพต่อไปนี้

ในภาพ จะเห็นตัวอย่างหลักการคิดของผม  ตัวอย่างเช่น ผมเห็นราคาเป็นกรอบการเคลื่อนไหวในกรอบใหญ่ ถ้าเอียงขึ้นแบบนี้หมายความว่าผมเลือกเล่นข้าง Buy แต่จะ Buy อย่างไรให้ได้เปรียบ นั่นก็คือ เราก็ต้องทำการตีกรอบการเคลื่อนไหวของราคาขึ้นมา เมื่อตีกรอบแล้ว เราก็กำหนดจุดต่ำสุดในกรอบนั้น ซึ่งสีเขียว ในวงกลม คือกรอบราคานั้นเป็นราคาที่เข้าเทรดแล้วได้เปรียบที่สุด

ภาพที่กล่าวไปคือภาพบนหัวผม อ้าวแล้วอย่างนี้จะเทรดอย่างไร เราจะแปลงความคิดชองเราให้มันสามารถใช้งานได้จริงได้อย่าง นี่แหละครับ เรียกว่า จินตนาการ  เทรดเดอร์หลายคนก็อาจจะใช้ เส้น Trend Line ในการลากเส้นเพื่ออกแบบระบบของตัวเอง แล้วเมื่อราคามาถึงเส้นก็ต้องเตือนไว้ แต่ EA ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ (ใน Fxpro Quant ) ซึ่งมันเป็ฯข้อจำกัดของ EA แล้วเราจะทำอย่างไรกันหล่ะ

ผมเสนอวิธีการหนึ่ง คือ การใช้ เส้น MA เป็นเส้น กลาง แล้วเราบวก ค่าอะไรสักค่าหนึ่ง เช่น Standard Deviation ให้สูง และต่ำกว่า เส้น MA ที่เราคำนวณ เราก็น่าจะได้ กรอบราคาใกล้เคียงกับภาพข้างบน แม้จะไม่เหมือนกันเลย แต่ก็พอ่จะใช้ได้อยู่บ้าง นี่แหละครับที่เรียกว่า การใช้จินตนาการ  บางคนที่ไม่เข้าใจจุดนี้เลยก็แทบจะไม่รู้ว่าต้องเริ่มเขียน EA อย่างไนด้วยซ้ำ โดยหลักการวที่ผมนำเสนอ ว่าให้ตีเส้นขึ้นมาเส้นหนึ่งแล้วให้เส้นนั้นเป็ฯเส้นกลาง และเราสามารรถบวกราคาปัจจุบันเข้าไปทำให้เห็นส่วนต่างต้นทุนและกำไรของการเทรด ซึ่งวิธีการที่ผมกล่าวไป ใน MT4 ก็มี indicator ตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Envelope ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายเช่นนี้ ทำให้เราลดขั้นตอนในการสร้าง EA ไปด้วย หลังจากนี้คราวหน้าผมจะใช้แนวคิดนี้แหละ กรอบราคาแบบนี้ในการเขียน EA ตัวต่อไปให้ดู

 

เส้น