เส้น

Forex Trading For Living  : 2 มุมมองระหว่างธุรกิจกาแฟกับการเทรด Forex

 

บทความเมื่อวานเรานำเสนอการเปรียบเทียบธุรกิจกับการเทรด Forex ซึ่งพยายามแสดงให้เห็นถึงความเหมือนและแตกต่างกันที่ไม่มากนัก วันนี้เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงทำการเปรียบเทียบการทำธุรกิจร้านกาแฟ กับ การเทรด Forex โดยธุรกิจร้านกาแฟ ที่ผมเลือกจะเป็นบริเวณและสถานที่ที่ใกล้กับที่ผมอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นย่านมหาวิทยาลัย มีร้านกาแฟเต็มไปหมด

ที่มา: https://www.tradeciety.com/tips-and-tricks-for-setting-goals-and-performance/

 

หลักการเปิดธุรกิจ

สำหรับธุรกิจกาแฟ สิ่งที่ต้องเริ่มทำก่อนเลย คือ โอกาสและตลาดของตลาดกาแฟ เราจะทำธุรกิจกาแฟ สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเลย คือ ต้นทุนต่อแก้ หาว่า ต้นทุนทั้งคงที่และผันแปร ทำให้มันมีกำไรหรือไม่  ราคาตลาดเท่ากับเท่าไหร่? สมมุติว่า ต้นทุนต่อแก้เท่ากับ 15 บาท ราคาขายต่อแก้วเท่ากับ 50 บาทอาจจะกำไรถึง 35 บาท นั่นหมายความว่าอาจจะมีช่องว่าง ให้ตอบโจทย์อยู่บ้างก็แสดงว่าธุรกิจมีโอกาสไปได้ เสร็จแล้วสิ่งที่เราต้องทำการศึกษาคือ การลงทุนครั้งแรก สำหรับต้นทุนคงที่ประเภท เช่าตึก ทำสัญญาตึก หรือว่าซื้ออุปกรณ์ในร้านนั่นคือ ต้นทุนคงที่ ซึ่งจะเป็นการคืนทุนระยะยาว และต้นทุนผันแปร และค่าแรงเป็นต้นทุนที่จะต้องต่ำกว่า ราคาขาย เพราะถ้าสูงกว่าราคาขายในระยะสั้นแล้วเราคงต้องปิดร้านทิ้งในเร็ววันนั่นเอง

สำหรับธุรกิจ Forex นั้น สิ่งที่เราต้องทำการศึกษา คือ ตลาด Forex คืออะไร มีกลไกอย่างไร เราซื้อค่าเงินมาแล้วจากคนหนึ่งแล้วเราจะนำไปขายให้ใคร ทำไมเขาถึงจะมาซื้อต่อเราเพียงเพราะว่าเขาคิดว่ามันถูกอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น คนที่ซื้อมาจากเราทำไมเขาถึงขายให้เรา เป็นต้น จุดที่เราซื้อและขายดีหรือไม่ดี หน่วยงาน องค์กรที่ดูแลการซื้อขายของโบรคเกอร์เป็นอย่างไร ได้ลองทำการศึกษาดูแล้วหรือยังถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นของ Forex ว่าต้นทุนมันคือ ค่า Spread ค่าคอมมิชชั่นของการถือครอง  Position เท่าไหร่? นั่นจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ปรากฏในการเทรด ทั้งกลยุทธ์วิธีการ และการหาคำตอบเพื่อแก้ไขปัญหาไปเรื่อย ๆ นั่นเอง จนเราแตกฉานในวิชาที่เราศึกษา พอเข้าใจภาพรวมว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วค่อยเริ่มทำจากขนาดเล็ก ๆ ก่อน

เงินที่ต้องใช้ และผลตอบแทน

สำหรับการเปิดร้านกาแฟ นั้น ถ้าหากว่าจะต้องเช่าตึก เช่าอาคารและทำการปรับปรุงสถานที่แล้ว จะต้องใช้เงินในการปรับปรุงสถานที่และอาคาร รวมทั้งซ้ออุปกรณ์ อาจจะต้องใช้เงินกว่า 4 – 5 แสนบาท หรือประมาณ 2 หมื่นเหรียญ โดยที่ผลตอบแทนรายวัน ถ้าเกิดขายดีก็อาจจะคิดเป็นประมาณ วันละ 1- 3 หมื่นบาทโดยยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเราคิดกำไรง่าย ๆ ที่ 5 % หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว รวมทั้งเงินเดือนผู้บริหารสุดโก้หรูของเราแล้ว ธุรกิจกาแฟก็น่าจะเป็นธุรกิจที่น่าเย้ายวน เพราะว่า เงินที่เรานำมาสามารถมาต่อยอดขยายและสะสมเป็นกำไร ซึ่งไม่ได้ Fixed เป็นต่อเดือนเหมือนตลาด Forex แต่!!!! ก็ต้องไม่ลืมว่า ขนาดตลาดของการขายกาแฟ ณ จุด ๆ หนึ่งก็มียอดคงที่เพราะตลาดก็เป็นคนแถวนั้น ซึ่งจะไม่ได้ลูกค้าเพิ่มแต่อย่างใด แต่กลับต้องแข่งขันกับกลุ่มธุรกิจเดียวกันสูง จนทำให้ถูกแย่งยอดขายลดลงก็เป็นได้ เมื่อขายไม่ได้ต่อให้กำไรต่อแก้วสูงขนาดไหนก็ไม่มีประโยชน์

ขณะที่ การเทรด Forex นั้นมีขอได้เปรียบคือ เมื่อจำนวนขนาด Port การลงทุนเราขยายขึ้น เราก็สามารถขยายพอร์ท ขยายขนาด Position ได้ ซึ่งทำให้กำไรที่ได้รับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับเท่าเดิม แต่ต้องมั่นใจก่อนนะว่าจะทำกำไรได้จริง  ๆ มันก็เหมือนกับกำไรของกาแฟนั้นจะได้ก็ต่อเมื่อขายได้นั่นแหละ ถ้าหากว่าขายไม่ได้ ต่อให้ Risk : Reward สวยขนาดไหนก็ไม่สามารถสร้างเงินได้จากตรงนั้นได้อยู่ดี  เช่นเดียวกับ Forex ที่มีลูกค้ามีซื้อของเราตลอด ทุกที่ทุกราคาเพราะปริมาณการซื้อขายอันมหาศาลทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องการหาลูกค้า แต่เป็นห่วงเรื่องที่จะทำให้กำไรเกิดขึ้นได้อย่างไร เท่านั้นเอง

การพัฒนาตนเองของการเทรด และ ร้านกาแฟ

สมมุติว่า เราทำร้านกาแฟและประสบความสำเร็จ แล้ว สิ่งที่เราต้องไม่ลืมคือ การพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ เรื่องเมนู เรื่องการเปลี่ยนแปลงร้าน เรื่องของการพัฒนารสชาติกาแฟ เรื่องของการดึงลูกค้าเข้าร้านเพื่อที่จะต้องสร้างจุดเด่นในการขายและการบริการ จุดเด่นดังกล่าว นั่นทำให้เราไม่สามารถหยุดที่จะพัฒนาตัวเองได้เลย เพราะถ้าเราหยุดเมื่อไหร่ คู่แข่งของเราก็จะแซงหน้าเราและแย่งฐานลูกค้าเราไปนั่นเอง

การเทรด Forex ก็แทบจะไม่แตกต่างกันในเรื่องนี้ ตลาด Forex เป็นพื้นที่ที่ไม่มีทฤษฎีหลักการ หรือวิธีการใด ที่จะสามารถใช้ได้ตลอดไป ดังนั้น มันจึงทำให้เราต้องพยายามหาความรู้และการพัฒนา Mindset ของเราเพื่อสามารถเทรดได้ดีกว่าและรองรับการเปลี่ยนแปลงของเวลาและเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา

ตามเนื้อหาดังกล่าวที่ผมได้เขียนมา จะเห็นว่า ธุรกิจกาแฟ หรือธุรกิจอื่น ๆ นั้น แทบจะมีหลักการที่ไม่แตกต่างกันเลย เพราะว่าการเทรดนั้นก็คือธุรกิจประเภทหนึ่งนั่นเอง จากข้อสังเกตุนี้ ถ้าหากเราได้เรียนรู้ธุรกิจอื่น ๆ ที่มีอยู่ในระบบแล้วนำมาปรับใช้กับการเทรดก็น่าจะใช้ได้เพื่อสร้างทักษะและประสบการณ์สำหรับการ Trade For living ของเราต่อไป

Keywords: ร้านกาแฟกับ Forex, ธุรกิจกับForex, หลักการ Forexและหลักธุรกิจ

 

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น