Market structure


คะแนนโดย admin

เส้น

Market structure

                การเข้าใจโครงสร้างตลาดเป็นเรื่องจำเป็นต่อการเทรด แสดงให้เห็นว่าท่านรู้ว่าตลาดทำงานอย่างไร เพราะเมื่อท่าน ยิ่งเข้าใจมากยิ่งขึ้น การเทรดของท่านก็จะดีขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าใจตลาด หัวใจของ market structure คือต้องเข้าใจว่า price movement อย่างไร และทำไมทำให้เกิดการเคลื่อนไหว

                แม้ว่าเวลาเราเปิดออเดอร์ เราก็อยากเห็นราคาวิ่งไปทางที่เราเทรดแบบเป็นเส้นตรงไปเลย แต่จริงๆ แล้วราคาไม่ได้วิ่งแบบนั้น ราคาวิ่งขึ้น-ลง แล้วค่อยไปทางที่วิ่งไปง่าย โดยการเคลื่อนไหวหลักๆ นี้ จะประกอบไปด้วย 4 สวิงหลักๆ คือ Higher high (HH), High low (HL), Lower Low (LL) Lower high (LH) ที่เป็นตัวกำหนัดทิศทางหรือเป็นตัวชี้วัดว่าราคายังไปทางนั้นอยู่หรือเปล่า

                เช่นถ้าราคายังทำ HH ตามด้วย HL มาเรื่อยๆ และระยะห่างจากจุด HH เก่าและ HH ใหม่ยังห่าง และ HL ยังไม่โดนเบรก ก็ยังถือว่าราคายังเป็นขาขึ้นอยู่ จากการมองแบบนี้ก็จะทำให้เกิดเทรดเดอร์พวก trend traders ซึ่งจะเปิดเทรดอีกตามจุด HL เพื่อหวังว่าราคาจะไปต่อ และตั้ง stop loss ต่ำกว่านั้น

                ลองนำ swing high พวกนี้มาอธิบายการเทรด ว่าเข้าใจว่า price movement เกิดขึ้นอย่างไร เช่น ราคาวิ่งขึ้น-ลง โดยใช้ Fibo retracements เป็นไกด์ในการหาจุดเข้าเทรด และเรารู้ว่าราคาขึ้นลงเพราะ market orders เข้ามาต่อเนื่องและเกิน limit orders

อย่างภาพด้านบนราคาวิ่งเกิน Higher High และขึ้นไปทำ new Higher High ด้วยการเคลื่อนไหวที่แรง สมมุติใช้ Fibo Retracement เป็นเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์การเข้าเทรด จุดที่น่าสนใจคือจุดที่ราคาเอาชนะ High เดิม พอลาก Fibo ลงมา ตรงนี้จะเป็นการย่อตัวลงมา 61.8 พอดีตามหลักการของการใช้ Fibo – มาดูว่า price movement เกิดขึ้นอย่างไร ขาใหญ่เปิด buy ที่ HL เลข 2 และมีเทรดเดอร์อื่นๆ ทำตาม ตรง HH ที่เลข 1 ราคามีการย่อตัว เป็นการลบ sell limit orders หรือ unfilled orders ตรง supply ตรงนี้ไปในตัว ถ้าราคาเกิน HH เลข 1 นี้ stop orders พวกพวกเทรดเดอร์ที่เปิด sell positions ตรง HH เลข 1 จะทำงาน และมีเทรดเดอร์อีกกลุ่มที่เห็นโครงสร้างแบบนี้คือ breakout traders  เทรดเดอร์พวกนี้ก็จะตั้ง buy stop ตรงเหนือ HH เลข 1 เลยได้แหล่งที่มา buy market orders สุดท้ายราคาขึ้นไปทำ HH ใหม่ที่เลข 3 – ต่อมา ที่เลข 3 ราคาลงมา เพราะพวกขาใหญ่เปิด buy ที่ HL เลข 1 นั้นปิดกำไร พวกที่เทรดสวนเทรดเข้าเทรด เลยทำให้ sell market orders เข้ามาในตลาดตรงนี้ ราคาลงมาทำ swing low ที่ HL เลข 4  พอราคามา พวกที่เป็น trend traders เห็นราคาย่อตัวมาตาม Fibo Retracemnts 61.8 ได้โอกาสเข้าเทรด พวกที่เปิด sell positions ตอนราคา ทำ HH เลข 1 พอราคาไม่ลงต่อก็เริ่มออกจากตลาด พวกขาใหญ่เข้าเทรดอีกรอบ หรือพวกที่เทรดสวนเทรด ด้วยการเปิด sell positions ที่ HH เลข 3 ออกจากตลาด  นี้คือแหล่งที่มาของออเดอร์ตรงจุดสวิง HL เลข 4 เลยทำให้ราคาขึ้น

                จากตัวอย่างท่านจะพบว่า price movement  สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการสวิง Higher high (HH), High low (HL), Lower Low (LL) Lower high (LH) ว่าโครงสร้างยังไม่เปลี่ยน

                ถ้าสวิงเปลี่ยนไปละ เช่น ถ้ากรณี price movement เป็นขาขึ้นที่สำคัญคือ swing lows ต้องสูงกว่าเดิม แต่ถ้าตรง swing low โดนเบรคละก็จะเป็นสัญญาณว่า price movement จะเปลี่ยนทางหรือเปล่า ถ้าท่านอ่านออเดอร์ประกอบท่านก็จะมองออก เช่น

                อย่างตัวอย่างด้านบนนี้ ท่านจะเห็นว่า swing low ที่เลข 4 ล่าสุดโดนเบรลง ถ้ามองด้านเทรนก็บอกว่าเทรนอ่อนแล้วน่าจะกลับเทรน ที่สนใจคือ market structure ในที่นี้เป็นอย่างไร พอสวิงโลว์โดนเบรก ราคาทำ LL (Lower Low) ที่เลข 6  ทำให้ price movement เปลี่ยนไป จากที่ทำ HH -> HL -> HH -> HL -> HH แล้วมาเป็น LL-> LH ดังนั้นการที่จะมอง market structre ผ่าน price movement ต้องผ่านการมองการทำงานออเดอร์และเทรดเดอร์ต่างๆที่โต้ตอบแต่ละจุดสวิง ท่านจะเห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือเปลี่ยนไป จุดเปลี่ยนเทรนคือ จุดสวิงที่เลข 6 หรือราคาทำ LL ราคาเปิดต่ำกว่า HL เลข 4 เพราะอย่าลืมว่าออเดอร์มาจากเทรดเดอร์ที่อยากเปิดเทรด หรือพวกเทรดเดอร์ที่ติดลบ ถ้าราคาตรงนั้นๆ ทำให้พวกเขาต้องออก การที่พวกเขาออกจากตลาดทั้งที่ติดลบ พวกเขาต้องเปิดออเดอร์ตรงข้ามกับที่ติดลบ พอราคาทำ LL ได้ครั้งแรกที่เลข 6 พวกที่รอเข้าก็จะเห็นข้อมูลที่ได้ก็เปลี่ยนไป เทรดเดอร์พวก buy breakout ตอนราคาเบรกเลข 3 และ เทรดเดอร์พวกรายย่อยที่เปิดตามเทรนอีกที่เลข 5 พวกที่เป็น trend traders เห็นราคาปิดต่ำกว่า Low ล่าสุดก็ไม่อยากเข้า หันมามองทางตรงกันข้าม พอราคามาถึงจุดที่ราคาเบรกเลข 4 ราคาลง ทำสวิงใหม่เกิดขึ้นเป็น LH และเป็นการยืนยันการเปิดข้างสวิง จะทำให้ LH เลข 7 เกิดขึ้นได้ – ตามที่บอกข้อมูลเปลี่ยนเทรดเดอร์รอเข้าก็หาโอกาสอีกทาง และเทรดเดอร์ที่เป็น trapped traders ก็ต้องหาจุดออก  ท่านจะพบว่าสวิงต่างๆ เกิดเพราะเทรดเดอร์โต้ตอบกับข้อมูลที่เกิดขึ้น price movement ต่างๆ ตามสวิงพวกนี้เลยกลายเป็น market structure ให้แกะรอยและเทรดตามขาใหญ่

 

ทีมงาน : www.thaibrokerforex.com

เส้น