เมื่อบทเรียนก่อนหน้าเราได้ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการวิเคราะห์ตลาด Forex ด้วยรูปแบบ  3 รูปแบบ ได้แก่ การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค ปัจจัยทางด้านพื้นฐานและ การวิเคราะห์อารมณ์ตลาด ซึ่งในวันนี้ก็จะเป็นบทเรียนสุดท้ายสำหรับระดับอนุบาล ซึ่งเป็นการพูดถึงการวิเคราะห์ทางเทคนิค เป็นหลัก สิ่งที่เราจะดูวันนี้กล่าวถึงราคา และเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาระดับประถม โดยเนื้อหานี้คือ รูปแบบกราฟทั้ง 3 รูปแบบ และการใช้งาน

รูปแบบกราฟในตลาด Forex มีอยู่ 3 รูปแบบเท่านั้น ได้แก่ รูปแบบกราฟเส้น รูปแบบบาร์ชาร์ท  และรูปแบบกราฟแท่งเทียน รูปแบบทั้ง 3 รูปแบบนั้น เป็นรูปแบบกราฟที่ได้รับความนิยมและมีใช้มาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ารูปแบบกราฟทั้ง 3 รูปแบบจะมีเพียง 3 รูปแบบนี้เท่านั้น ยังมีรูปแบบอื่น ๆ อีกแต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร โดยวันนี้เราก็จะมาดุรายละเอียดกราฟทั้ง 3 รูปแบบกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

รูปแบบกราฟเส้น หรือ Line Chart

รูปแบบกราฟเส้น เป็นรูปแบบบกราฟที่ใช้มากันค่อนข้างนาน โดยการใช้กราฟเส้น เป็นการนำเอาการเคลื่อนไหวของราคาใน Series ต่าง ๆ มาลากเส้นต่อเนื่องกัน โดยใช้ราคาใดราคาหนึ่ง เช่น ราคาปิดของวันก็จะใช้ราคาปิดของทุกวันลาเส้นผ่านราคาเหล่านั้น  ซึ่งการเลือกใช้ราคาไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้ราคาปิด อาจจะเป็นราคาเปิด ราคา High หรือว่า ราคา Low ก็สามารถทำได้ โดยมีตัวอย่างในโปรแกรม MT4 ดังต่อไปนี้

รูปแบบกราฟเส้น

ภาพที่ 1 รูปแบบกราฟเส้น

โดยรูปแบบกราฟเส้น ข้างต้นเป็นการแสดงกราฟแบบเส้นที่ปรากฏในโปรแกรม Metatrader 4 ซึ่งเป็นโปรแกรมยอดนิยม การใช้งาน กราฟเส้นดังกล่าว คือการใช้เพื่อบอกระดับการเคลื่อนไหวของราคา การเปลี่ยนแปลงของราคา โดยเงื่อนไขของการแสดงราคาค่อนข้างจำกัด เพราะว่าจะไม่เห็นราคาปิดและราคาเปิด ถ้าจะให้เปรียบเทียบกราฟเส้น คืออะไร มันก็คือ เส้น Moving Average ค่า 1 นั่นเอง

การใช้กราฟเส้น นิยมใช้ในการตีเส้นเทรนด์ไลน์ และการทำกรอบ Channel Analysis เพราะว่าสามารถทำได้ง่ายและเข้าใจได้ง่ายกว่ากราฟอื่น ๆ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อย และมีการกรองสัญญาณที่ไม่ค่อยมีความละเอียดออกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่น้อยนี้ก็เป็นข้ออ่อนของกราฟเส้น ด้วยเช่นกัน เพราะเราจะไม่ทราบรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของราคา เช่น ระหว่างวันอาจจะมีการแกว่งตัวสูงแต่เราก็จะไม่เห็นเพราะว่า มันไม่ได้ใส่รายละเอียดชนิดนั้นเข้ามานั่นเอง

บาร์ชาร์ท หรือ Bar Chart

เป็นกราฟอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม มากกว่า กราฟเส้น เพราะว่า มีรายละเอียดในการแสดงผลของราคา มากกว่ากราฟเส้น มีการบ่งบอกราคาปิดและราคาเปิด ทำให้รายละเอียดการเคลื่อนไหวค่อนข้างมา กราฟแบบ Bar Chart สามารถใช้ในการสร้างแพทเทิร์นในการเทรดได้ ข้อดีของมันคือ มันบอกราคาปิด ราคาเปิด ราคาสูงสุด และ ราคาต่ำสุด ทำให้เราเห็นกลุ่มการเคลื่อนไหวของราคา และสามารถนำมาสร้างรูปแบบการเคลื่อนไหวที่มีความเฉพาะเจาะจงได้ โดยตัวอย่างของรูปแบบ Bar Chart แสดงได้ดังต่อไปนี้

Bar Chart

ภาพที่ 2 แสดง Bar Chart

ตัวอย่างในภาพที่ 2 แสดง Bar Chart ซึ่งรายละเอียดเมื่อเราเปรียบเทียบกับ Line Chart จะเห็นว่ามีรายละเอียดเพิ่มขึ้นมาทำให้เราเห็นพฤติกรรมของกราฟในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Bar Chart ที่ว่านี้จะเห็นความผันผวนของราคา โดยรายละเอียดในการอธิบาย Bar Chart แสดงในรูปที่ 3 ดังต่อไปนี้

Bar Chart Details

ภาพที่ 3 Bar Chart Details

ในภาพที่ 3 แสดง ราคา High และ ราคา Low ของ Chart ลักษณะของ Barchart จะมีขีดยื่นไปทางด้านซ้ายเรียกว่า ราคาเปิด ขณะที่ขีดทางด้านขวาก็จะเป็นราคาปิด ราคาปิดทางฝั่งขวา ก็จะเท่ากับราคาเปิดของแท่งใหม่ ซึ่งนี่คือ ความพิเศษของ Bar Chart ในการแสดงกราฟต่อเนื่องกัน

รูปแบบกราฟแท่งเทียน  หรือ Candlestick

เป็นกราฟที่มีความมหัศจรรย์มากที่สุด เพราะว่า กราฟแท่งเทียน นั้นให้รายละเอียดของการสร้างกราฟและความเข้าใจที่สามารถเข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องพิจารณามากนัก ซึ่งถือว่าเป็นกราฟที่ดูแล้วเข้าใจง่ายที่สุดในบรรดากราฟทั้ง 3 ประเภท ในกราฟ แท่งเทียน เนื่องจากสามารถเข้าใจได้ง่าย จะทำให้การวิเคราะห์รูปแบบกราฟนั้นสามรรถเข้าใจได้ทันทีเช่นกัน ตัวอย่างของกราฟแท่งเทียน มีดังต่อไปนี้

กราฟแท่งเทียน

ภาพที่ 4 แสดงกราฟแท่งเทียน

กราฟแท่งเทียน แสดงกราฟที่เคลื่อนไหวของราคา ด้วยลักษณะที่บอกราคา high ราคา Low ราคาปิดและราคาเปิดเช่นเดียวกับ Bar Chart แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ สีของแท่งซึ่งเป็นการบอกที่เข้าใจได้ทันที การเคลื่อนไหวของกราฟแท่งเทียน สามารถนำไปวิเคราะห์รูปแบบการเกิดกราฟ การเคลื่อนไหวของราคา สามารถนำไปคำนวณ indicator ต่าง ๆ ได้ โดยกราฟแท่งเทียนนั้นมีกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นและได้รับความนิยมอย่างสูงในด้านการเงินของตะวันตก และแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

กราฟแท่งเทียน ถือเป็นกราฟที่มีความนิยมสูงสุด เพราะใช้ง่าย และมีให้บริการทุกโบรคเกอร์ อย่างไรก็ตาม กราฟทั้ง 3 รูปแบบเทรดเดอร์ก็วควรจะทำการเรียนรู้และทำความเข้าใจไว้ทั้ง 3 รูปแบบ โดยไม่เลือกว่าแบบไหนจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น