xStation 5 – ภาพรวม , ฟังก์ชั่นการเทรด และอื่นๆ


คะแนนโดย admin

เส้น

xStation 5

xStation 5 เป็นอีกแฟลตฟอร์มสำหรับเทรดที่รายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่ายพอๆ กับ Metatrader และ cTrader แต่อาจมีข้อเสียอยู่อย่างเดียวคือมีใช้แต่โบรกเกอร์ xtb.com เมื่อดูเงื่อนไขการเปิดบัญชีเทรดและการเทรด ถือว่าไม่ยากเกินที่จะเปิดบัญชีเทรด

xStation 5 ดีพอที่จะเป็นทางเลือก

การเลือก trading platform ถือว่าจำเป็นในการเทรดเพราะยิ่งเป็นการเทรดแบบ technical analysis ท่านต้องการโปรแกรมเทรดที่ช่วยให้ท่านได้เห็น trade setup ได้ง่ายหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องการที่จุดเดียว เช่นเรื่องข่าว ไม่จำเป็นต้องไปเปิด forexfactory หรือเว็บอื่นๆ ที่บอกเรื่องข่าวทุกวัน ทูลในการช่วยคำนวนการเทรด สถิติการเทรด market sentiment หรือ Advanced Techical Anlysis เป็นต้น

จุดหลักๆ ในการเลือก trading platform นอกจากเรื่องเปิดบัญชีเทรดและเงื่อนไขการเทรดง่าย เข้าถึงได้หรือเปล่าแล้ว เวลาเลือก platform สำหรับเทรด จะเน้นเรื่องใช้งานง่าย (User Interface) ฟังก์ชั่นการใช้งาน (trading functions) และทำงานเร็ว  (performance)

อย่างแรกเป็น User Intefrace หรือ User Expericen หรือการเข้าถึงและใช้งานเป็นอย่างไร หลังจาก Login เพื่อเข้า trading platform ท่านจะได้หน้าตาแบบนี้

จะเห็นว่าโปรแกรมมาพร้อมกับพื้นที่นำเสนอหลักๆ 3 ส่วนตามเลข โดยโครงสร้างกรอบพื้นที่เสนอข้อมูลพวกนี้และมีส่วนด้านล่างบอกสถานะบัญชี  สามารถเปลี่ยนได้ด้วย Layout ที่อยู่ตรงส่วนเมนูด้านบนขวามือ และอีกอย่างหน้าโปรแกรมใช้พื้นที่การนำเสนอได้ด้วยการใช้ tab ถ้ามีการคลิกก็จะเปิดส่วนข้อมูลนั้นๆ ไม่ทำให้ชาร์ต

การใช้ tap เมื่อคลิกแต่ละหัวข้อก็จะเสนอข้อมูลส่วนนั้นๆ ที่กรอบเสนอข้อมูลหลักตามที่กำหนดผ่าน layout เลยทำให้การนำเสนอข้อมูลต่างๆ ชัดเจนและเป็นระเบียบ ไม่รก แบ่งเป็นหมวดหมู่

ส่วนแรกด้านช้ายก็จะเหมือนกับ Metatrader ของ Maket Watch แต่ในโปรแกรมจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ แยกออกใช้ tap ในการนำเสนอด้านบนเช่น FX สำหรับ Forex, IND สำหรับ Indices, CMD สำหรับ Commodities, CRT สำหรับ Crypto สำหรับ STC Stocks และ ETF

เมื่อท่านคลิกที่รายการคู่เงินที่จะเทรดก็จะแสดงรายละเอียดอื่นประกอบนอกจาก 2 ปุ่มหลักๆ สำหรับ Sell และ Buy พร้อมราคาในกรอบสำหรับเปิดเทรดแบบ market instant  เริ่มที่เลข 1 จะเป็น spread สำหรับคู่เงิน เลข 2 สำหรับ Basic information เลข 3 สำหรับกำหนด default stop และ take profit สำหรับออเดอร์ที่จะเปิดเทรด เลข 4 สำหรับเปิด Ticket (สำหรับช่วยในการเทรดจะเป็นแบบ Instant Execution หรือ Pending order แยกออกมาต่างหาก) เลข 5 สำหรับเปิดชาร์ต เลข 6 เพิ่มหรือลบออกจาก Favorite เลข 7 ราคาต่ำสุด เลข 8 บอก daily change ที่เกิดขึ้น เลข 8 ล็อตที่จะเปิดเทรด สามารถปรับเปลี่ยนได้ เมื่อขยับเม้าส์ไปทับ จะมีเครื่องหมาย – และ + ขึ้นด้านข้างเพื่อเปลี่ยนค่า เลข 10 ราคาสูงสุดและเลข 11 เป็น market depth ของคู่เงินนั้นๆ เมื่อท่านคลิกคู่เงินนั้นก็จะนำเสนอข้อมูลแบบเดียวกัน จะเห็นว่านำเสนอข้อมูลเดียวกันทั้งหมด

ส่วนแสดงผลที่ 2 จะเห็นส่วนหลักก็จะมี tab ด้านบนให้เลือกว่าจะแสดงผลส่วนไหน มีส่วนของ Charts, News, Calendar, Market Analysis, Education และ History – ขอกล่าวส่วนอื่นก่อน charts เริ่มที่ News จะเป็นข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเงิน

ส่วนต่อมาจะเป็รปฏิทันข่าวเศรษกิจ ทำนองเดียว forexfactory มีเวลา คาดการณ์ และระดับผมกระทบ

ส่วน market analysis ที่ถือว่าโดดเด่นกว่า Metatrader เพราะท่านจะเห็นมี market sentiment สำหรับคู่เงินนั้นๆ ด้วย (ฟีเจอร์แบบนี้ท่านจะเห็นได้ใน cTrader ส่วนใน Metrader ต้องใช้ทูลประกอบแล้วแต่ละโบรกเกอร์ให้ลูกค้า) หรืออย่าง Top movers ก็จะบอกว่าสินค้าตัวไหนเคลื่อนไหวมากสุด เมื่อกำหนดประเภทและช่วงเวลาประกอบ  หรือถ้าเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดพวก stock หรือหุ้นก็จะชอบ Stocks scanners หรือ ETF scanner สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรด ETF

ส่วนที่เป็น Education ก็จะมีสื่อสำหรับการเรียนรู้การเทรดหรืออื่นๆ ตอนนี้ยังไม่มีมาก และส่วนสุดท้าย History หลักการเดียวกันของ Metatrader  แต่อาจนำเสนอต่างกันบ้างเล็กน้อย

ส่วนของชาร์ต หรือ charts น่าจะเป็นส่วนหลัก

เมื่อคลิกที่ charts ก็จะแสดงผลชาร์ตที่ส่วนแสดงผลหลัก ประกอบด้วยส่วนต่างๆ

จากภาพด้านบนจะเห็นการใช้พื้นที่ประกอบค่อนข้างจะดี มีทุกอย่างที่ต้องการสำหรับมองและทูลช่วยในการวิเคราะห์ตรงด้านช้ายที่เป็น tool bar ก็มี objects หลักที่พบบน Metatrader  เช่น trendline, horizontal line, rectangle, Fibonacci เป็นตัน

ตรงที่น่าสนใจคือ layout สำหรับแสดงผลชาร์ตที่อยู่บนสุดของ tool bar เมื่อท่านเปิดหลายชาร์ต ถ้าเทียบกับ Metatrader ก็จะเป็นส่วนจัดการ Window เมื่อเปิดหลายชาร์ตคู่เงินตรงเมนู

ถัดลงมาจะเป็น Indicators เมื่อท่านกดเพิ่ม ส่วนอินดิเคเนอที่แสดงผลบนชาร์ตก็จะมีรายชื่อและปุ่มปรับค่าและลบออก ที่ด้านล่างของชาร์ต และส่วนที่เป็นอินดิเคเตอร์ที่ต้องสร้างกรอบหน้าต่างตัวเองก็จะอยู่ด้านล่าง พร้อมด้วยค่า settings และปุ่มสำหรับลบออก

อีกฟีเจอร์ที่ถือว่าเด่นเรื่องเปรียบเทียบชาร์ต (compare charts) สามารถเปิดหลายชาร์ตเปรียบเทียบกันได้ มีประโยชน์มากสำหรับการวิเคราะห์แบบ correlation หรือสัมพันธ์การเคลื่อนไหว price structure ของคู่เงินเพื่อยืนยัน trading signals ที่เกิดขึ้น เช่นอย่างชาร์ตด้านบนดู AUDUSD กับ AUDJPY ไปพร้อมๆ กัน ท่านสามารถกดช่อน AUDJPY ด้วยไอคอนที่เป็นรูปตาด้านล่างขวามือของชาร์ตใต้คำว่า AUDJPY

นอกนั้นเมื่อท่านคลิกที่พื้นที่ชาร์ตก็จะมี เมนูขึ้นมาอีก ที่น่าสนคือ Personalize chart view และ sessions ให้ท่านสามารถเพิ่มช่วงตลาดเข้าไปที่ชาร์ตได้ ถ้าเป็นอย่างใน Metatrader ตรงส่วน sessions ท่านอาจใช้อินดิเคเตอร์เพิ่มเติม

ตรงส่วน Personalize chart view ที่น่าสนใจคือ Only round numbers  ท่านสามารถกำหนดให้ท่านแสดงแต่ตัวเลขราคาหลักๆ หรือตัวเลขเชิงจิตวิทยาที่เทรดเดอร์มักจะอ้างอิงในการเข้าและออกการเทรด ชึ่งฟีเจอร์นี้ก็ไม่มีใน Metatrader ต้องหาอินดิเคเตอร์ประกอบ

ส่วน sessions อีกตัวที่ท่านสามารถเพิ่มเข้าไปที่ชาร์ตได้เลย ให้ท่านรู้ว่าแต่ละคู่ควรเทรดช่วงไหนด้วยการดูการเคลื่อนไหวตามแต่ละช่วงตลาด

และสุดท้ายที่ถือว่าเด่นคือ Workplace หรือ profile ใน Metatrader ที่รวมกลุ่มชาร์ตแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายตามประเภทที่จัดไว้ได้อย่างรวดเร็ว

ที่ยกมาเป็นภาพรวมของ xStation 5 ที่ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีเมื่อเทียบกับ Metatrader และ cTrader

 

ฟังก์ชั่นการเทรดและอื่นๆ

รูปแบบการนำเสนอเพื่อเข้าถึงและให้มีช่องว่างการเรียนรู้น้อยที่สุด เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ trading platform จากตอนที่ 1 ที่บอกถึงภาพรวมโดยคร่าวๆ และยกที่โดดเด่นมาประกอบของ xStation 5  ฟังก์ชั่นการเทรดถือว่าสำคัญแม้ว่าการเทรดตลาดเดียวกัน เงื่อนไขการเทรดต่างไม่ต่างกัน แต่การเข้าถึงการเทรดหรือการจัดการการเทรด เป็นสิ่งสำคัญว่าทำให้ platform นั้นน่าใช้หรือเปล่า

ก่อนจะถึงการเปิดเทรด การวิเคราะห์ก่อนเข้าเทรดถือว่าสำคัญ มีทูลที่ช่วยการวิเคราะห์หรือเปล่า จากที่อธิบายในตอนแรกจะเห็นว่า xStation  5 ได้เสนอทูลที่ช่วยในการวิเคราะห์เยอะ ในส่วน Market analysis เพราะรายได้หลักของโบรกเกอร์มาจากการเทรดของลูกค้า ยิ่งทำให้ลูกค้าเทรดมาก พวกโบรกเกอร์ย่อมมีรายได้มากขึ้นเพราะรายได้จากค่าคอมมิสชั่นในการเทรดและสเปรดที่เกิดขึ้นกับจำนวนการเทรด โบรกต่างๆ ให้ความสำคัญเรื่องข้อมูลหรือทูลในการวิเคราะห์มาก เพราะจะดึงลูกค้าให้ยังเทรดกับพวกเขา อย่างกรณีของ Metatrader หรือ cTrader platform ได้ร่วมมือกับ Autochartist และ Trading Central ในการรวมการวิเคราะห์หรือ technical analysis เข้ากับ platforms ในส่วนของ xStation ก็ได้ทำ Market Sentiment, Top Movers, Stocks scanner, Heatmap เข้ามากับ platform เลยเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ หรือเป็นแนวทางหรือเป็น trade setup ก็ว่าได้ และยังได้เพิ่มเรื่อง round numbers และ market sessions เข้าไปที่ชาร์ตอีก เป็นส่วนหนึ่งของ xStation เลยเพื่อช่วยให้ technical analysis เป็นไปได้ง่าย

การเปิดเทรดที่ xStation 5 จะทำได้ที่ Market watch ที่เลข 1 ปุ่มสำหรับกด Sell หรือ Buy ออเดอร์แบบ instant excution และมีการกำหนดล็อตอยู่ตรงกลาง และยังสามารถกำหนด default stop loss และ take profit ด้วยการกด SL/TP ทุกครั้งที่มีการเปิดเทรดผ่านตรงนี้ก็จะมีการกำหนด default SL/TP ไปกับออเดอร์นั้นๆ ด้วย และยังมี market depth ให้เห็นในส่วนนี้ด้วย

วิธีการเทรดที่สองทำได้ด้วยการกดปุ่ม ticket ก็จะเปิดอีกหน้าขึ้นมาแบ่งการเทรดออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็น Instant execution และ Pending order ที่ Instant execution เป็น market order เปิดเทรดทันทีที่ราคาปัจจุบันก็มาพร้อมการตั้งค่าอื่นๆ ได้ง่ายหมด ไม่ว่าจะเป็น stop loss หรือ take profit หรือ trailing Stop มีการคำนวณระยะที่ตั้งและ profit/loss ให้หมด ง่ายและชัดเจน พร้อมรายละเอียดอย่างอื่นที่จำเป็นเช่น สเปรดเท่าไร มีค่าคอมมิสชั่นหรือเปล่า pip value สำหรับคู่เงินนี้เท่าไร daily swap เป็นอย่างไร มีการเรียกใช้ margin เท่าไร เห็นหมดที่จุดเดียว (ถือว่าให้รายละเอีดหมด ถ้าเป็น Metatrader ก็จะให้แค่บางส่วน จำต้องเปิดดูเพิ่มเติมที่ Specification ของแต่ละคู่เงิน) เช่นถ้าเป็น swing traders หรือ positions ก็จะให้ความสำคัญเรื่อง commission และ daily swap ประกอบเมื่อจะเปิด ที่ xStation จะเห็นหมดทันที ที่ Metatrader และ cTrader ไม่ให้รายละเอียดขนาดนี้

ส่วนการใช้ ticket เพื่อกำหนด pending order ก็ไม่ต่างกันมาก

ส่วนต่อมาวิธีการที่สามในการเปิดเทรดคือเปิดเทรดจากชาร์ต วิธีการนี้มองง่ายๆ หลัการเดียกวัน One Click Trading ของ Metatrader ที่มีปุ่มเปิดเทรดด้านช้ายบนของชาร์ต ด้านช้ายจะเป็นราคาสำหรับเปิด Sell ออเดอร์ ด้านขวาจะเป็นราคาปัจจุบันสำหรับเปิด Buy ออเดอร์ ระยะระหว่าง 2 ราคาจะเป็นสเปรดที่ดูได้จากส่วนของ market watch  ก็จะมีล็อตที่กำหนดสำหรับเทรด พร้อมเครื่องหมาย – และ + ด้านข้างเพื่อเพิ่มหรือลดล็อตสำหรับเปิดเทรด วิธีการเปิดเทรดบนชารต์ทั้ง 2 จุดนี้เป็นการเปิดเทรดแบบ instant execution หรือเป็น market order เป็นการเปิดเทรดกับราคาปัจจุบัน เมื่อท่านคลิก โปรแกรมก็จะเปิดเทรดทันทีที่ราคาปัจจุบันพร้อมล็อตที่กำหนด และดูว่ามีการกำหหนด default SL/TP ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่ราคาก็เปิดขึ้นมาราคานั้นๆ ก็จะมีเส้นบอก position ที่เปิดเทรด และมี SL บอกถ้าติดลบและ TP ถ้ากำไร ถ้าไม่มีการกำหนด default SL/TP

อีกวิธีการหนึ่งสำหรับกำหนด Pending order บนชาร์ตหรือ limit order ถ้าเทียบกับชาร์ตเทรดแบบเดียวกันกับ Metatrader 4  ฟีเจอร์นี้ทำได้ดีมาก เพราะเมื่อท่านคลิกที่ไอคอนสำหรับ pending order  โปรแกรมจะตีเส้นขึ้นมาที่ cursor ที่ขยับขึ้นหรือลงสัมพันธ์กับราคาปัจจุบัน บอกล็อตที่จะเปิด บอกว่าเหนือหรือต่ำกว่าราคาปัจจุบันกี่ปีบที่ราคาเท่าไร  เมื่อท่านคลิก ตำแหน่ง แล้วโปรแกรมจะให้ท่านลากต่อ ขึ้นหรือลง ของจุดที่ท่านกำหนดเพื่อกำหนด stop loss และ take profit ไปด้วย แล้วเมื่อเสร็จโปรแกมจะเปิดส่วนที่เป็น ticket ส่วน Pending order มาให้ตามค่าที่ท่านกำหนด

เมื่อเปิด ออเดอร์เสร็จหรือกำหนด pending orders เสร็จก็จะไปแสดงอยู่ในส่วนด้านล่างที่เป็น Open Postions และ Pending orders (Open Positions คือ positions ที่ถืออยู่ในตลาดยังไม่ได้ปิดจะเป็น short/long position ก็ได้ จะกำไรหรือติดลบก็ได้ ส่วน Pending Orders หรือ Limit orders คือออเดอร์ที่รอเข้าตลาด ณ ราคาที่กำหนด จะเห็น sell หรือ buy order ก็ได้) เช่น Open position ถือว่านำเสนอได้ดี แบ่งการเทรดตามคู่เงินก่อนแล้วตามด้วย positions  แต่ละจุดชัดเจน มองที่ด้านขวาแต่ละ position ก็จะมี 3 ไอคอนคือ เลข 1 เป็น Double up position เลข 2 เป็น Reverse position เลข 3 เป็น Close position และเลข 4 ปุ่ม Close ด้านบนสุดจะมี 3 ทางเลือกคือ Close all ถ้าต้องการปิดหมดทุก positions, Close profitable  ถ้าต้องการปิดแต่ positions ที่กำไรและ Close losing  ถ้าต้องการปิดแต่ positions ที่ติดลบ

ส่วนการปรับเปลี่ยนค่าสำหรับแต่ละ Positions และ orders ยิ่งง่าย ทำได้ผ่านชาร์ตหมด เพราะแต่ละจุดจะมีเส้นให้ท่านเอาเม้าส์ไปคลิกและลากเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเลย เช่นกรณีด้านบนขยับเม้าส์ไปทับตามที่ลูกศรเลข 1 โปรแกรมจะแสดงรายการที่เกี่ยวข้องหมด เช่นเป็น Take profit ของ Sell Limit  ออเดอร์ที่กำหนดไว้ ด้วยล็อตเท่าไรและห่างจากราคาปัจจุบันเท่าไร และจุดที่เป็น stop loss และ take profit ก็คำนวณระยะห่างให้ว่าเท่าไรและได้เสียเท่าไรด้วย หรือถ้าต้องการปิดหรือยกเลิก pending orders เมื่อขยับเม้าส์ไปทับตำแหน่งที่ชาร์ต ก็จะมีรายการขึ้นมาพร้อมทั้งไอคอนรูปตัว X ถ้าเป็น Open Position ก็หมายถึงการปิด position นั้นๆ แต่ถ้าเป็น Pending order ก็เป็นการยกเลิก ออเดอร์ที่กำหนดไว้จะเปิดเทรด

ส่วนสุดท้าย History ของการเทรด ก็จะมีให้กำหนดว่าจะแสดงผลการเทรดที่ปิดไปแล้วอย่างไร ตามช่วงเวลาหรือกำหนดเอง และกำหนดคู่เงินได้ และมีส่วนที่เป็น Cash operations เข้ามาประกอบมีการฝาก-ถอน การปิดได้หรือเสีย และ ส่วนสุดท้ายเป็น Orders ให้รายละเอียดเรื่องออเดอร์

และส่วนล่างสุดก็จะมี สถานะบัญชีบอกตลอดว่าเป็นอย่างไร มี Balance, Equiity, Margin, Free margin Margin level และ Profit

ส่วนอื่นๆ ที่ Settings เมนูด้านบนทางขวา แบ่งออกเป็น General, Notifications, Sounds, Platform Confirmations และ Hotkeys สำหรับกำหนดใช้ทั่วๆไป เช่นในส่วน General ก็จะมี กำหนด Skin มี Light และ Dark และ กำหนดว่าจะแสดง market depth ที่ส่วนของ market watch หรือไม่

และส่วนที่เป็น Hotkeys ถือว่ามีประโยชน์มาก นอกนั้นก็เป็นการกำหนดค่าทั่วๆ ไปที่ใช้กับ platform

จะเห็นว่า xStation 5 เสนอเรื่องการเทรดและจัดการได้ดีมาก ใช้งานง่ายและชัดเจน สำหรับเทรดเดอร์ที่อยากเทรด จำต้องเปิดบัญชีเทรดกับ xtb.com

เพิ่มเติ่ม https://www.xtb.com/int

 

เส้น